MoneyTalk@SET7Jun2015เจาะหุ้นเด่นครึ่งหลัง&ข้อคิดจากเซียน
โพสต์แล้ว: อาทิตย์ มิ.ย. 07, 2015 2:28 am
Money talk at SET7Jun2015
ช่วงที่ 1 สัมมนา หัวข้อ "เจาะลึกหุ้นเด่นครึ่งปีหลัง"
แขกรับเชิญ :
1. คุณอนันต์ ตั้งตรงเวชกิจ_กรรมการผู้จัดการ บมจ. น้ำตาลบุรีรัมย์ (BRR)
2. คุณเทพทัย ศิลา_กรรมการผู้จัดการ บมจ.สหการประมูล (AUCT)
3. คุณชูชาติ เพชรอำไพ_ประธานกรรมการบริหาร บมจ.เมืองไทย ลีสซิ่ง (MTLS)
4. คุณธนสิทธิ์ เธียรกาญจนวงศ์_กรรมการผู้จัดการ บมจ.บิ๊ก คาเมร่า คอร์ปอเรชั่น (BIG)
ผู้ดำเนินรายการ : ดร.ไพบูลย์ เสรีวิวัฒนา และ นพ. ศุภศักดิ์ หล่อธนวนิช
สรุปการดำเนินธุรกิจ,ประวัติ,ผลดำเนินงาน และแผนในอนาคต
BRR
- ธุรกิจหลัก ขายน้ำตาล และมีรายได้จาก byproduct ทำไฟฟ้าชีวมวล(มี 2 โรงงาน กำลังสร้างโรงที่ 3) , ปุ๋ยอินทรีย์เคมี (กำลังผลิต 3 หมื่นตันต่อปี), โมลาสขาย
- มีการวิจัยพัฒนาเพื่อให้ได้พรรณอ้อยที่มีคุณภาพ
- มีเนื้อที่ 2 แสนไร่ ดูแลเกษตรกรกว่า 1.5 หมื่นครอบครัว
- "น้ำตาลสร้างในไร่ " ชาวไร่ต้องอยู่ให้ได้ก่อน เราจึงอยู่ได้ ชาวไร่อ้อยต้องไม่อยู่ห่างจากโรงงานเกินรัศมี 40 กม. เพราะต้นทุนหลักคือการขนส่ง
- โรงงานน้ำตาล ปี 59 เป้ากำลังผลิต 2.3 หมื่นตัน/วัน อ้อยเข้า 2.5 ล้านตัน/ปี
- ประเทศไทยส่งออกน้ำตาลลำดับ 2 ของโลกรองจากบราซิล ปีที่ผ่านมาส่งออก 100 ล้านตันอ้อย อ้อย 1 ตัน มีน้ำตาลราว 100 kg บริโภคในประเทศ 25% ที่เหลือส่งออก
- BRR มี share ในประเทศราว 1-2% โรงงานน้ำตาลในไทยมีกว่า 50 โรงงาน กลุ่มใหญ่สุดคือ มิตรผล มี 6 โรงงาน ที่ขนาดรองๆมามักเป็นกลุ่ม เช่น ไทยรุ่งเรือง, ขอนแก่น
- จุดเด่นของบริษํท อ้อย 1 ตันให้ผลผลิตได้สูงกว่าค่าเฉลี่ยในประเทศ 15 กก. เพราะเราให้ความสำคัญดูแล,อบรมชาวไร่อ้อย มีส่งเสริมพันธุ์อ้อยที่ดี
วิธีการต้องรวมรวมเกษตรกรให้ได้ก่อน และนำให้เขาทำ มีการจัดการวัตถุดิบเข้าโรงงานให้มีคุณภาพสูงตลอดเวลา จัดลำดับความสุก,แก่ รวมทั้งเรื่องความสด,สะอาด ก็สำคัญ แต่ละปีมีแขกมาเยี่ยมชมดูโรงงานจำนวนมาก ทั้งจากในและนอกประเทศ
- โรงงานไฟฟ้าชีวมวล เป็นสิ่งที่รัฐบาลให้การสนับสนุน ข้อดีคือผลิตได้ 24 ชม. ใน 1 ปีเต็ม จึงช่วยสร้างความมั่นคงทางพลังงานได้
--- ประเด็นต้องจัดการให้วัตถุดิบสม่ำเสมอ พอเพียง ต้นทุนในการรวบรวมชีวมวลต้องน้อยที่สุด อย่างกากอ้อยที่ใช้ส่งเข้าโรงไฟฟ้าของเราต่อสายพานจากโรงผลิตน้ำตาลเข้าโดยตรง
---- กากน้ำตาลได้มาฟรีแต่จะมองเป็นต้นทุนก็ได้ เคยขายให้กลุ่มขอนแก่นได้ตันละ 1800 บาท/ตัน แต่เป็นค่าขนส่งราว 1500 บาท/ตัน
- ผลประกอบการไตรมาส 1 รายได้ 1400 ล้านบาท กำไร 140 ล้านบาท โต 64% มาจากหลายสาเหตุ ทั้งกำลังผลิตที่เพิ่ม และต้นทุนการเงินลดลงหลัง ipo ซึ่งยังไม่รวมรายได้จากโรงไฟฟ้า โรงที่ 2 ซึ่งจะเริ่มรับรู้รายได้ FIT เดือน เม.ย.58
-- ภาพข้างหน้า แม้ราคาน้ำตาลตลาดโลกจะลดลงจาก 16 เหลือ 12 เซนต์ต่อปอนด์ แต่ ผบห.คาดว่ากำไร BRR จะเพิ่มขึ้น
- ราคาซื้อขายน้ำตาลเราตกลงล่วงหน้า และมีกำไรส่วนหนึ่งจาก Fx ซึ่งที่คิดไว้ทีแรก 30 บาท/US แต่ตอนนี้ 33-34 บาท/US
- อุตสาหกรรมน้ำตาลใช้ sharing system ราคาน้ำตาลลดแต่ต้นทุนวัตถุดิบจะลดลงด้วย โดย รายได้ 70% ให้ชาวไร่ 30% ให้โรงงาน
- เป้าหมายปี 58 เติบโต 100 % แต่คงจะปรับลดลงไปบ้าง
- บริษัทมีปล่อยเงินกู้ให้เกษตรกรปีละพันกว่าล้านบาท(เงินเกี๊ยว)
- โรงไฟฟ้าจะเป็นกำไรให้บริษัทเกือบ 30% โรงงานที่ 1 ได้ adder 3.6 บาท/unit แต่โรงงานที่ 2 ซึ่งเริ่มขาย 6 เม.ย. จะเป็นระบบ FIT ได้ 4.53 บาท/unit กำไรต่อปี 200 กว่าล้านบาท มี margin 50% กว่า ซึ่งถ้าเป็นระบบใหม่น่าจะได้กำไรเพิ่มอีกกว่า 20%
- โรงไฟฟ้าที่ 3 กำลังก่อสร้าง น่าจะขายไฟฟ้าได้ไตรมาส 1 ปี 59 ระบบ FIT เหมือนกัน ซึ่งโรงที่ 4 ก็น่าจะมีอีก
- ข้อจำกัดคืออ้อยปี 59 2.5 แสนตัน ซึ่งอ้อย 1.2 แสนตันใช้ได้ 1 โรงไฟฟ้า เรามีการออกแบบให้ใช้พลังงานความร้อนที่เหลือไปใช้ต่อในโรงงานซึ่งจะทำให้ใช้กากอ้อยน้อย รวมทั้งพวกใบอ้อยก็จะพยายามเอามาทดเป็นเชื้อเพลิง
- โมลาส เรายังไม่ได้ทำ แต่อยู่ระหว่าง EIA โรงงานเอทานอล(ใช้เวลา 6-8 เดือน) ปัจจุบันในประเทศเราใช้แก๊สโซฮอลล์ราว 10% ในอนาคต 5 ปีข้างหน้าจะเพิ่มสัดส่วนเป็น 20%
BIG
- เป็นร้านค้าอุปกรณ์ถ่ายภาพ รวมถึงบริการเช่น ล้านอัดภาพ หรือเพิ่มระยะเวลารับประกันอุปกรณ์ออกไปจากศูนย์บริการ
- รายได้หลักมาจากการขายกล้องและอุปกรณ์ อดีต 80% เป็นกล้อง compact ปัจจุบันสัดส่วนเหลือ 30% เพราะ smartphone สามารถใช้ถ่ายรูปทดแทนกล้อง compact โดยเป็นยอดขายกล้องที่เปลี่ยน lens ได้ 70% (mirrorless, DSLR) เพราะคนสมัยนี้เริ่มคุ้นเคยกับการถ่ายรูปมากขึ้นจึงมีคนที่อยากได้กล้องที่ดีๆขึ้นมาใช้ถ่ายรูป
- Shop เป็นการเช่าในห้างทั้งหมด Big cemera มีร้าน 215 สาขา , Big mobile 22 สาขา (ขายอุปกรณ์มือถือและ tablet)
- ในอดีตผู้ผลิตจะพยายามออกรุ่นใหม่มากๆเพื่อให้คนเปลี่ยนกล้อง แต่ปัจจุบันจะเน้นออกอุปกรณ์เสริมจากกล้องเพิ่ม ซึ่งตลาดส่วนนี้ก็มีการเติบโตดี
- market share กล้อง BRR > 50% เพราะเรามีการปรับตัวตลอด มี line up สินค้าที่พร้อม พนักงานขายมีความรู้ ต้องไป training และมีกิจกรรมกาตลาด
- กล้อง compact เราแทบจะเป็นคนเดียวในตลาดที่ขาย จึงทำให้มี margin สูง
- ผลประกอบการไตรมาส 1 ตั้งเป้ายอดขายโต 10% แต่ของจริงโต 20% เพราะมีปรับ line สินค้าซึ่งได้ยอดขายสูงและกำไรโตจาก 36 เป็น 72 ล้านบาท
- มีแผนจะเปิดเพิ่ม 10 สาขา และมีปิดบางสาขาลงที่ทับซ้อน และจะเน้นเพิ่ม line up สินค้าที่ margin สูง
- มีแผนจะหารายได้เพิ่มจากการล้างอัดภาพ สามารถล้างอัดภาพจาก smartphone หรือพวกรูปถ่ายติดบัตรตอนนี้ก็หาร้านถ่ายได้น้อยลงเพราะร้านย่อยปิดตัวลง
- ต้นทุนบริษัทเป็น fix cost ส่วนใหญ่ ดังนั้นช่วงไตราส 3-4 ที่เป็น high season น่าจะมีผลกำไรที่ดีขึ้น
- ข่าวคู่แข่งมีการปิดสาขาลงน่าจะเป็นผลดีสำหรับเรา
AUCT
- ธุรกิจหลักจัดประมูลรถยนต์,รถมอเตอร์ไซค์ สัดส่วน 90% รายได้ อนาคตจะเพิ่มประมูลสินค้าอื่นได้ เช่น อสังหา นาฬิกา เฟอร์นิเจอร์ หลังจาก 1 ก.ค. ระบบจะสมบูรณ์ขึ้น
- คลังสินค้ามี 25 แห่งทั่วประเทศ มี 12 แห่งที่ใช้เป็นสถานที่ประมูล อนาคตจะใช้ประมูลทุกที่
- สาขาที่มีการประมูลสูงที่สุด คือ สำนักงานใหญ่(เหม่งจ๋าย) พื้นที่ 40 ไร่, คลอง 8 รังสิต พื้นที่ 100 ไร่, พุทธมณฑลสาย 2 ต่างจังหวัดรองๆมาเช่น เชียงใหม่, สุราษฎร์,โคราช
- สาขาที่จะเปิดใหม่ อุบลราชธานี 29 มิ.ย. ได้ partner เป็นคนท้องถิ่นซึ่งมีความชำนาญในธุรกิจรถยนต์มานาน ลงทุน 20 กว่าล้าน ใช้พื้นที่ 10 กว่าไร่ ซึ่งเราไม่ต้องลงทุนเองเลย
- model ระยะยาวเราก็จะใช้วิธีพันธมิตร หาเจ้าของพื้นที่ ถ้าไม่มีคนบริหารเราก็จะส่งคนของเราไปช่วยดูแล ซึ่งเราจะพยายามไม่รับความเสี่ยง การขยายสาขาลงทุนเสร็จก็ต้องเกิดรายได้เดือนถัดไป, stock สินค้าก็เป็นรถของคนอื่นที่เอามาฝากประมูล ขายได้เท่าไรเราก็เก็บค่าคอมมิชชั่น , เราไม่มีดอกเบี้ยเงินกู้เลย, พื้นที่เช่าเราก็ทำสัญญา 10 ปี ถ้ามีสถานการณ์มีปัญหาเราก็สามารถยกเลิกได้ทันที , มีการทำประกันต่างๆปีหนึ่งหลายล้านบาท
- ค่าจอดรถในอนาคตเราก็พิจารณาเก็บค่าเช่า มีพื้นที่จอดรถกว่า 300 ไร่
- ค่าคอมมิชชั่นประมูลเก็บจากผู้ซื้อ รถยนต์ 8000 บาท/คัน, มอเตอร์ไซค์ 1500 บาท/คัน ซึ่งในต่างประเทศเก็บเงินจากผู้ขายด้วน นั่นเป็นแผนในอนาคต
- คู่แข่งหลักมี 4-5 เจ้าจากญี่ปุ่นและอเมริกา แต่เราก็มี market share 50-60%
- เรามีความเชคความถูกต้องของรถและรับประกันให้กับลูกค้า
- ผลดำเนินงานปี 57 กำไร 202 ล้านบาท ซึ่งเป็นกำไรสูงสุดในรอบ 20 ปี ซึ่งไตรมาส 1 ปี 58 ก็ยังเติบโตได้ดี ส่วนไตรมาส 2 เราจะปัดกวาดบ้าน ในปีนี้จะเป็นปีที่กำไรเติบโตสูงสุด
- ถ้าหากระบบเสร็จ เราก็จะไปประมูลให้หน่วยงานราชการ
- ถ้ามองสั้นๆ 3 ปีข้างหน้าน่าจะยังเติบโตทุกปี
- ในอนาคตน่าจะมีการประมูลรถป้ายแดงเหมือนต่างประเทศ
- เวลาลูกค้าประมูลได้ก็จะมีบางส่วนมีความต้องการจัดไฟแนนซ์ ซึ่งเรามีแผนจะทำ AUCT mall ซึ่งต้องหาพันธมิตรที่ดี
MTLS
- ธุรกิจปล่อยสินเชื่อเงินกู้มีทะเบียน หลักๆเป็นทะเบียนมอตอร์ไซค์ 80% อีก20% เป็นพวกรถบนต์ รถเพื่อการเกษตร รถไถ
- บริษัทมีพอร์ตสินเชื่อราว 8 พันล้านบาท NPL ต่ำมาก อยู่ที่ 1.3% จากตอนเข้าตลาด 15%
- ดอกเบี้ย กฏหมายกำหนด 15% และรวมกับค่าธรรมเนียมแล้วไม่เกิน 25%
- ตอนนี้มี 680 สาขา มองว่าที่ภาคใต้และภาคอีสานเรายังเติบโตได้อีกมาก
- หลักการที่เราใช้งาน อย่าเอาเปรียบลูกค้า, บริการให้ดีที่สุด, อย่าเอาเปรียบพนักงาน และทำวันนี้ให้ดีที่สุด
- การตามเก็บหนี้เรามี NPL model จะมีการแบ่งหน้าที่พนักงานเราในการเก็บหนี้อายุ 1,2,3 เดือน โดยทุกคนต้องทำตามหน้าที่ให้ดีที่สุด
- มีการประมูลขายรถที่ยึดมาเอง 800-1,000 คัน ต่อวัน ซึ่งเรามีศูนย์ในการประมูลเอง 4 แห่ง
- เป้าเติบโต 30% ผลไตรมาส 1 ปี 58 เติบโต 35% ทั้งรายได้และกำไร ซึ่งไตรมาสถัดไปน่าจะดีกว่า
- ก่อนสิ้นปีจะมีออกตั๋ว/หุ้นกู้มาเสริม
- ได้รับใบอนุญาตปล่อยสินเชื่อ 2 ประเภท 1) สินเชื่อส่วนบุคคล ใช้อุปโภคบริโภค ดอกเบี้ยไม่เกิน 28% 2) นาโนไฟแนนซ์ ใช้เพื่อการลงทุน ดอกเบี้ยไม่เกิน 36% ต่อปี เราตั้งใจคิด 29.5% เพราะเราไม่อยากเอาเปรียบลูกค้า โดยต้องคุมต้นทุนและ NPL ให้ดี
- การแข่งขันจากธนาคารคิดว่าน่าะจกระทบกับสินเชื่อทะเบียนรถยนต์ แต่มอเตอร์ไซค์คิดว่าไม่กระทบนเล็กไปและต้องเป็นสไตล์ถึงลูกถึงคน
สำหรับช่วงที่ 2 ทางพี่อมรจะช่วยแชร์ต่อครับ
ขอบพระคุณอ.ไพบูลย์,พิธีกร,วิทยากร, ทีมงาน money talk และผู้สนับสนุนทุกท่าน
ข้อมูลเพื่อแบ่งปันความรู้ หากผิดพลาดอย่างไรขออภัยด้วยครับ ช่วยแก้ไขเพิ่มเติมได้ครับ
ช่วงที่ 1 สัมมนา หัวข้อ "เจาะลึกหุ้นเด่นครึ่งปีหลัง"
แขกรับเชิญ :
1. คุณอนันต์ ตั้งตรงเวชกิจ_กรรมการผู้จัดการ บมจ. น้ำตาลบุรีรัมย์ (BRR)
2. คุณเทพทัย ศิลา_กรรมการผู้จัดการ บมจ.สหการประมูล (AUCT)
3. คุณชูชาติ เพชรอำไพ_ประธานกรรมการบริหาร บมจ.เมืองไทย ลีสซิ่ง (MTLS)
4. คุณธนสิทธิ์ เธียรกาญจนวงศ์_กรรมการผู้จัดการ บมจ.บิ๊ก คาเมร่า คอร์ปอเรชั่น (BIG)
ผู้ดำเนินรายการ : ดร.ไพบูลย์ เสรีวิวัฒนา และ นพ. ศุภศักดิ์ หล่อธนวนิช
สรุปการดำเนินธุรกิจ,ประวัติ,ผลดำเนินงาน และแผนในอนาคต
BRR
- ธุรกิจหลัก ขายน้ำตาล และมีรายได้จาก byproduct ทำไฟฟ้าชีวมวล(มี 2 โรงงาน กำลังสร้างโรงที่ 3) , ปุ๋ยอินทรีย์เคมี (กำลังผลิต 3 หมื่นตันต่อปี), โมลาสขาย
- มีการวิจัยพัฒนาเพื่อให้ได้พรรณอ้อยที่มีคุณภาพ
- มีเนื้อที่ 2 แสนไร่ ดูแลเกษตรกรกว่า 1.5 หมื่นครอบครัว
- "น้ำตาลสร้างในไร่ " ชาวไร่ต้องอยู่ให้ได้ก่อน เราจึงอยู่ได้ ชาวไร่อ้อยต้องไม่อยู่ห่างจากโรงงานเกินรัศมี 40 กม. เพราะต้นทุนหลักคือการขนส่ง
- โรงงานน้ำตาล ปี 59 เป้ากำลังผลิต 2.3 หมื่นตัน/วัน อ้อยเข้า 2.5 ล้านตัน/ปี
- ประเทศไทยส่งออกน้ำตาลลำดับ 2 ของโลกรองจากบราซิล ปีที่ผ่านมาส่งออก 100 ล้านตันอ้อย อ้อย 1 ตัน มีน้ำตาลราว 100 kg บริโภคในประเทศ 25% ที่เหลือส่งออก
- BRR มี share ในประเทศราว 1-2% โรงงานน้ำตาลในไทยมีกว่า 50 โรงงาน กลุ่มใหญ่สุดคือ มิตรผล มี 6 โรงงาน ที่ขนาดรองๆมามักเป็นกลุ่ม เช่น ไทยรุ่งเรือง, ขอนแก่น
- จุดเด่นของบริษํท อ้อย 1 ตันให้ผลผลิตได้สูงกว่าค่าเฉลี่ยในประเทศ 15 กก. เพราะเราให้ความสำคัญดูแล,อบรมชาวไร่อ้อย มีส่งเสริมพันธุ์อ้อยที่ดี
วิธีการต้องรวมรวมเกษตรกรให้ได้ก่อน และนำให้เขาทำ มีการจัดการวัตถุดิบเข้าโรงงานให้มีคุณภาพสูงตลอดเวลา จัดลำดับความสุก,แก่ รวมทั้งเรื่องความสด,สะอาด ก็สำคัญ แต่ละปีมีแขกมาเยี่ยมชมดูโรงงานจำนวนมาก ทั้งจากในและนอกประเทศ
- โรงงานไฟฟ้าชีวมวล เป็นสิ่งที่รัฐบาลให้การสนับสนุน ข้อดีคือผลิตได้ 24 ชม. ใน 1 ปีเต็ม จึงช่วยสร้างความมั่นคงทางพลังงานได้
--- ประเด็นต้องจัดการให้วัตถุดิบสม่ำเสมอ พอเพียง ต้นทุนในการรวบรวมชีวมวลต้องน้อยที่สุด อย่างกากอ้อยที่ใช้ส่งเข้าโรงไฟฟ้าของเราต่อสายพานจากโรงผลิตน้ำตาลเข้าโดยตรง
---- กากน้ำตาลได้มาฟรีแต่จะมองเป็นต้นทุนก็ได้ เคยขายให้กลุ่มขอนแก่นได้ตันละ 1800 บาท/ตัน แต่เป็นค่าขนส่งราว 1500 บาท/ตัน
- ผลประกอบการไตรมาส 1 รายได้ 1400 ล้านบาท กำไร 140 ล้านบาท โต 64% มาจากหลายสาเหตุ ทั้งกำลังผลิตที่เพิ่ม และต้นทุนการเงินลดลงหลัง ipo ซึ่งยังไม่รวมรายได้จากโรงไฟฟ้า โรงที่ 2 ซึ่งจะเริ่มรับรู้รายได้ FIT เดือน เม.ย.58
-- ภาพข้างหน้า แม้ราคาน้ำตาลตลาดโลกจะลดลงจาก 16 เหลือ 12 เซนต์ต่อปอนด์ แต่ ผบห.คาดว่ากำไร BRR จะเพิ่มขึ้น
- ราคาซื้อขายน้ำตาลเราตกลงล่วงหน้า และมีกำไรส่วนหนึ่งจาก Fx ซึ่งที่คิดไว้ทีแรก 30 บาท/US แต่ตอนนี้ 33-34 บาท/US
- อุตสาหกรรมน้ำตาลใช้ sharing system ราคาน้ำตาลลดแต่ต้นทุนวัตถุดิบจะลดลงด้วย โดย รายได้ 70% ให้ชาวไร่ 30% ให้โรงงาน
- เป้าหมายปี 58 เติบโต 100 % แต่คงจะปรับลดลงไปบ้าง
- บริษัทมีปล่อยเงินกู้ให้เกษตรกรปีละพันกว่าล้านบาท(เงินเกี๊ยว)
- โรงไฟฟ้าจะเป็นกำไรให้บริษัทเกือบ 30% โรงงานที่ 1 ได้ adder 3.6 บาท/unit แต่โรงงานที่ 2 ซึ่งเริ่มขาย 6 เม.ย. จะเป็นระบบ FIT ได้ 4.53 บาท/unit กำไรต่อปี 200 กว่าล้านบาท มี margin 50% กว่า ซึ่งถ้าเป็นระบบใหม่น่าจะได้กำไรเพิ่มอีกกว่า 20%
- โรงไฟฟ้าที่ 3 กำลังก่อสร้าง น่าจะขายไฟฟ้าได้ไตรมาส 1 ปี 59 ระบบ FIT เหมือนกัน ซึ่งโรงที่ 4 ก็น่าจะมีอีก
- ข้อจำกัดคืออ้อยปี 59 2.5 แสนตัน ซึ่งอ้อย 1.2 แสนตันใช้ได้ 1 โรงไฟฟ้า เรามีการออกแบบให้ใช้พลังงานความร้อนที่เหลือไปใช้ต่อในโรงงานซึ่งจะทำให้ใช้กากอ้อยน้อย รวมทั้งพวกใบอ้อยก็จะพยายามเอามาทดเป็นเชื้อเพลิง
- โมลาส เรายังไม่ได้ทำ แต่อยู่ระหว่าง EIA โรงงานเอทานอล(ใช้เวลา 6-8 เดือน) ปัจจุบันในประเทศเราใช้แก๊สโซฮอลล์ราว 10% ในอนาคต 5 ปีข้างหน้าจะเพิ่มสัดส่วนเป็น 20%
BIG
- เป็นร้านค้าอุปกรณ์ถ่ายภาพ รวมถึงบริการเช่น ล้านอัดภาพ หรือเพิ่มระยะเวลารับประกันอุปกรณ์ออกไปจากศูนย์บริการ
- รายได้หลักมาจากการขายกล้องและอุปกรณ์ อดีต 80% เป็นกล้อง compact ปัจจุบันสัดส่วนเหลือ 30% เพราะ smartphone สามารถใช้ถ่ายรูปทดแทนกล้อง compact โดยเป็นยอดขายกล้องที่เปลี่ยน lens ได้ 70% (mirrorless, DSLR) เพราะคนสมัยนี้เริ่มคุ้นเคยกับการถ่ายรูปมากขึ้นจึงมีคนที่อยากได้กล้องที่ดีๆขึ้นมาใช้ถ่ายรูป
- Shop เป็นการเช่าในห้างทั้งหมด Big cemera มีร้าน 215 สาขา , Big mobile 22 สาขา (ขายอุปกรณ์มือถือและ tablet)
- ในอดีตผู้ผลิตจะพยายามออกรุ่นใหม่มากๆเพื่อให้คนเปลี่ยนกล้อง แต่ปัจจุบันจะเน้นออกอุปกรณ์เสริมจากกล้องเพิ่ม ซึ่งตลาดส่วนนี้ก็มีการเติบโตดี
- market share กล้อง BRR > 50% เพราะเรามีการปรับตัวตลอด มี line up สินค้าที่พร้อม พนักงานขายมีความรู้ ต้องไป training และมีกิจกรรมกาตลาด
- กล้อง compact เราแทบจะเป็นคนเดียวในตลาดที่ขาย จึงทำให้มี margin สูง
- ผลประกอบการไตรมาส 1 ตั้งเป้ายอดขายโต 10% แต่ของจริงโต 20% เพราะมีปรับ line สินค้าซึ่งได้ยอดขายสูงและกำไรโตจาก 36 เป็น 72 ล้านบาท
- มีแผนจะเปิดเพิ่ม 10 สาขา และมีปิดบางสาขาลงที่ทับซ้อน และจะเน้นเพิ่ม line up สินค้าที่ margin สูง
- มีแผนจะหารายได้เพิ่มจากการล้างอัดภาพ สามารถล้างอัดภาพจาก smartphone หรือพวกรูปถ่ายติดบัตรตอนนี้ก็หาร้านถ่ายได้น้อยลงเพราะร้านย่อยปิดตัวลง
- ต้นทุนบริษัทเป็น fix cost ส่วนใหญ่ ดังนั้นช่วงไตราส 3-4 ที่เป็น high season น่าจะมีผลกำไรที่ดีขึ้น
- ข่าวคู่แข่งมีการปิดสาขาลงน่าจะเป็นผลดีสำหรับเรา
AUCT
- ธุรกิจหลักจัดประมูลรถยนต์,รถมอเตอร์ไซค์ สัดส่วน 90% รายได้ อนาคตจะเพิ่มประมูลสินค้าอื่นได้ เช่น อสังหา นาฬิกา เฟอร์นิเจอร์ หลังจาก 1 ก.ค. ระบบจะสมบูรณ์ขึ้น
- คลังสินค้ามี 25 แห่งทั่วประเทศ มี 12 แห่งที่ใช้เป็นสถานที่ประมูล อนาคตจะใช้ประมูลทุกที่
- สาขาที่มีการประมูลสูงที่สุด คือ สำนักงานใหญ่(เหม่งจ๋าย) พื้นที่ 40 ไร่, คลอง 8 รังสิต พื้นที่ 100 ไร่, พุทธมณฑลสาย 2 ต่างจังหวัดรองๆมาเช่น เชียงใหม่, สุราษฎร์,โคราช
- สาขาที่จะเปิดใหม่ อุบลราชธานี 29 มิ.ย. ได้ partner เป็นคนท้องถิ่นซึ่งมีความชำนาญในธุรกิจรถยนต์มานาน ลงทุน 20 กว่าล้าน ใช้พื้นที่ 10 กว่าไร่ ซึ่งเราไม่ต้องลงทุนเองเลย
- model ระยะยาวเราก็จะใช้วิธีพันธมิตร หาเจ้าของพื้นที่ ถ้าไม่มีคนบริหารเราก็จะส่งคนของเราไปช่วยดูแล ซึ่งเราจะพยายามไม่รับความเสี่ยง การขยายสาขาลงทุนเสร็จก็ต้องเกิดรายได้เดือนถัดไป, stock สินค้าก็เป็นรถของคนอื่นที่เอามาฝากประมูล ขายได้เท่าไรเราก็เก็บค่าคอมมิชชั่น , เราไม่มีดอกเบี้ยเงินกู้เลย, พื้นที่เช่าเราก็ทำสัญญา 10 ปี ถ้ามีสถานการณ์มีปัญหาเราก็สามารถยกเลิกได้ทันที , มีการทำประกันต่างๆปีหนึ่งหลายล้านบาท
- ค่าจอดรถในอนาคตเราก็พิจารณาเก็บค่าเช่า มีพื้นที่จอดรถกว่า 300 ไร่
- ค่าคอมมิชชั่นประมูลเก็บจากผู้ซื้อ รถยนต์ 8000 บาท/คัน, มอเตอร์ไซค์ 1500 บาท/คัน ซึ่งในต่างประเทศเก็บเงินจากผู้ขายด้วน นั่นเป็นแผนในอนาคต
- คู่แข่งหลักมี 4-5 เจ้าจากญี่ปุ่นและอเมริกา แต่เราก็มี market share 50-60%
- เรามีความเชคความถูกต้องของรถและรับประกันให้กับลูกค้า
- ผลดำเนินงานปี 57 กำไร 202 ล้านบาท ซึ่งเป็นกำไรสูงสุดในรอบ 20 ปี ซึ่งไตรมาส 1 ปี 58 ก็ยังเติบโตได้ดี ส่วนไตรมาส 2 เราจะปัดกวาดบ้าน ในปีนี้จะเป็นปีที่กำไรเติบโตสูงสุด
- ถ้าหากระบบเสร็จ เราก็จะไปประมูลให้หน่วยงานราชการ
- ถ้ามองสั้นๆ 3 ปีข้างหน้าน่าจะยังเติบโตทุกปี
- ในอนาคตน่าจะมีการประมูลรถป้ายแดงเหมือนต่างประเทศ
- เวลาลูกค้าประมูลได้ก็จะมีบางส่วนมีความต้องการจัดไฟแนนซ์ ซึ่งเรามีแผนจะทำ AUCT mall ซึ่งต้องหาพันธมิตรที่ดี
MTLS
- ธุรกิจปล่อยสินเชื่อเงินกู้มีทะเบียน หลักๆเป็นทะเบียนมอตอร์ไซค์ 80% อีก20% เป็นพวกรถบนต์ รถเพื่อการเกษตร รถไถ
- บริษัทมีพอร์ตสินเชื่อราว 8 พันล้านบาท NPL ต่ำมาก อยู่ที่ 1.3% จากตอนเข้าตลาด 15%
- ดอกเบี้ย กฏหมายกำหนด 15% และรวมกับค่าธรรมเนียมแล้วไม่เกิน 25%
- ตอนนี้มี 680 สาขา มองว่าที่ภาคใต้และภาคอีสานเรายังเติบโตได้อีกมาก
- หลักการที่เราใช้งาน อย่าเอาเปรียบลูกค้า, บริการให้ดีที่สุด, อย่าเอาเปรียบพนักงาน และทำวันนี้ให้ดีที่สุด
- การตามเก็บหนี้เรามี NPL model จะมีการแบ่งหน้าที่พนักงานเราในการเก็บหนี้อายุ 1,2,3 เดือน โดยทุกคนต้องทำตามหน้าที่ให้ดีที่สุด
- มีการประมูลขายรถที่ยึดมาเอง 800-1,000 คัน ต่อวัน ซึ่งเรามีศูนย์ในการประมูลเอง 4 แห่ง
- เป้าเติบโต 30% ผลไตรมาส 1 ปี 58 เติบโต 35% ทั้งรายได้และกำไร ซึ่งไตรมาสถัดไปน่าจะดีกว่า
- ก่อนสิ้นปีจะมีออกตั๋ว/หุ้นกู้มาเสริม
- ได้รับใบอนุญาตปล่อยสินเชื่อ 2 ประเภท 1) สินเชื่อส่วนบุคคล ใช้อุปโภคบริโภค ดอกเบี้ยไม่เกิน 28% 2) นาโนไฟแนนซ์ ใช้เพื่อการลงทุน ดอกเบี้ยไม่เกิน 36% ต่อปี เราตั้งใจคิด 29.5% เพราะเราไม่อยากเอาเปรียบลูกค้า โดยต้องคุมต้นทุนและ NPL ให้ดี
- การแข่งขันจากธนาคารคิดว่าน่าะจกระทบกับสินเชื่อทะเบียนรถยนต์ แต่มอเตอร์ไซค์คิดว่าไม่กระทบนเล็กไปและต้องเป็นสไตล์ถึงลูกถึงคน
สำหรับช่วงที่ 2 ทางพี่อมรจะช่วยแชร์ต่อครับ
ขอบพระคุณอ.ไพบูลย์,พิธีกร,วิทยากร, ทีมงาน money talk และผู้สนับสนุนทุกท่าน
ข้อมูลเพื่อแบ่งปันความรู้ หากผิดพลาดอย่างไรขออภัยด้วยครับ ช่วยแก้ไขเพิ่มเติมได้ครับ