เปิดแฟ้มคดีปั่นหุ้น
เปิดแฟ้มคดีปั่นหุ้น ตลาดหุ้น นับเป็นแหล่งระดมทุนที่มีต้นทุนต่ำที่สุด ตลาด หุ้นนับเป็นแหล่งฟอกเงินที่สะอาดที่สุด
ตลาดหุ้นเป็นแหล่งรวมเสือ สิงห์กระทิง แรด สมันน้อย มากที่สุด ตลาดหุ้นเป็นแหล่งหาเงินที่สะดวกสบายที่สุด
ตลาดหุ้นเป็นแหล่งพนันที่ถูกกฎหมายของประเทศ แน่นอน ตลาดหุ้นไทย นับวันใหญ่โต แม้จะเล็ก
หากเปรียบกับประเทศเพื่อนบ้านไม่รวม ตลาดหุ้นเวียดนาม ลาว แต่อนาคต คงยากที่คาดการณ์ได้ยาก ซึ่งมันนี่เกมยิ่งดุเดือดเลือดพล่าน เกมราคาหุ้นยิ่งมีศิลปะซับซ้อน อีกซีกมุมหนึ่งเหตุใด คำทำนาย การคาดการณ์ ของบรรดาเกจิ นักวิเคราะห์จึงออกมาใกล้เคียง ดุจเทพพยากรณ์ ทำนายไว้ ชนิดเรียกว่า CFO ของบจ.ต้องตะลึงแบบแท้ๆหรือเทียมๆ ขอเว้นวรรค สิ่งเหล่านี้เป็นความท้าทายของเจ้าหน้า ตำรวจอย่างสำนักงานคณะกรรมการกำกับตลาดหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล. ต.)ที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ ค้นหาศึกษา วิเคราะห์ แบบว่า ต้องวิ่งตามโจรให้ทันแต่แน่นอน ใครทำอะไร ต้องทิ้งร่องรอยเอาไว้ เพราะนักลงทุนชาวหุ้นที่ซื้อขายหุ้นปกติ รอยเท้า ย่อมเป็นอีกแบบ ถ้าทำเป็นกระบวนการร่องรอย ย่อมเป็นอีกแบบ ดังนั้นกระบวนการแกะรอย ย่อมยากเย็นเข็ญใจ ขณะที่แรงกดดันจากภายนอกเต็มไปด้วยเสียงบ่น เสียงตำหนิ ทำไมทางการช้าเป็นเรือเกลือ ความเสียหายเกิดขึ้นมิใช่เป็นแค่หุ้นตัวเดียวแต่ภาพรวมตลาดได้รับผลกระทบตาม ไปด้วย..... แน่นอน แหล่งที่มาของข้อมูลการปั่นหุ้นของสำนักงาน ก.ล.ต.มาจากเรื่องราวทีร้องเรียนการกระทำอันไม่เป็นธรรม (สร้างราคา แพร่ข่าวใช้ข้อมูลภายใน) เกิดจากนักลงทุน โดยปี 2552 มีผู้ร้องเรียน 35 เรื่อง ปี 2553 มี 48 เรื่อง หากนับเป็นตัวหุ้น คิดแบบง่ายๆ มีหุ้น 48 ตัว ล่าสุด 4 เดือน ปีกระต่าย ปี 2554สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.)ได้ลงโทษ นักปั่น พร้อมเปิดเผยชื่อเสียงเรียงนาม ทั้งชื่อเก่า ชื่อใหม่บางรายเป็นผู้บริหารบริษัทจดทะเบียน บางคดีส่งเรื่องให้ศาลตัดสิน บางคดีส่งเรื่องให้DSI จัดการใครเป็นใคร
ขอเปิดแฟ้มคดีปั่นหุ้น.......
สั่งปรับ2นักปั่นTWZ เป็นเงิน 20.63 ลบ. คณะ กรรมการเปรียบเทียบมีคำสั่งเปรียบเทียบปรับ
นายอัถวุฒิ ไผ่ไชย และนายปฏิญญา พิทยานุภากร
กรณีสร้างราคาหุ้นบริษัททีดับบลิวแซด คอร์ปอร์เรชั่น จำกัด(มหาชน) (TWZ) เป็นจำนวนเงินรวม 20,635,579.57 บาท
สืบเนื่องจาก ก.ล.ต.ได้รับเรื่องจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่าตรวจสอบพบสภาพการซื้อ ขายหุ้นTWZ
ที่ผิดปกติอันเนื่องมาจากการซื้อขายของบุคคลกลุ่มหนึ่งและจากการตรวจสอบของ ก.ล.ต.
พบว่าในช่วงเวลาดังต่อไปนี้ (1) วันที่ 28กันยายน ถึงวันที่ 26 ตุลาคม 2550 (2)
วันที่ 28 เมษายน ถึงวันที่ 15 พฤษภาคม2551 และ (3) วันที่ 23 มิถุนายน ถึงวันที่ 24 มิถุนายน 2551
นายอัถวุฒิและนายปฏิญญาได้ร่วมกันซื้อขายหุ้น TWZ ในลักษณะต่อเนื่องทำให้การซื้อขายหุ้นTWZผิด
ไปจากสภาพปกติของตลาดเพื่อชักจูงใจให้บุคคลทั่วไปเข้าทำการซื้อขายหุ้นดัง กล่าว
การกระทำของบุคคลทั้งสองเข้าข่ายเป็นการปฏิบัติฝ่าฝืนมาตรา 243 (2)แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และ
ตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 คณะกรรมการเปรียบเทียบจึงได้เปรียบเทียบปรับนายอัถวุฒิ และนายปฏิญญา
เป็นเงิน16,071,788.32 บาท และ 4,563,791.25 บาท
ตามลำดับ เชือด ชัชพงศ์ มัญชุภา รองMD-กก.SLC ฐานอินไซต์ขายหุ้นSLC
คณะกรรมการเปรียบเทียบมีคำสั่งเปรียบเทียบปรับนายชัชพงศ์มัญชุภา รวม 2 กรณี เป็นจำนวนเงิน 1,185,785.60 บาท
โดย ก.ล.ต.ได้รับเรื่องจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและได้ตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่า
(1)นายชัชพงศ์ในขณะดำรงตำแหน่งรองกรรมการผู้จัดการและกรรมการของบริษัท โซลูชั่น คอนเนอร์ (1998) จำกัด
(มหาชน) (SLC) ได้ขายหุ้นSLC เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2552โดยอาศัยข้อมูลภายในของบริษัท SLCที่รู้จาก
ตำแหน่งหน้าที่เกี่ยวกับการขายหุ้นจำนวนมากของผู้ถือหุ้นใหญ่ และผู้บริหารให้แก่ผู้ซื้อกลุ่มใหม่รวมทั้งการเปลี่ยน
โครงสร้างผู้ถือหุ้น ใหญ่และผู้บริหารของบริษัทก่อนที่ข้อมูลนั้นจะเปิดเผยต่อสาธารณะ และ
(2)นายชัชพงศ์ในฐานะรองกรรมการผู้จัดการและกรรมการของบริษัท SLCบอกกล่าว
ข้อความอันเป็นเท็จต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อวันที่28 กันยายน 2552 โดยชี้แจงในนามบริษัท SLCปฏิเสธข่าว
การขายหุ้น SLC ของผู้ถือหุ้นรายใหญ่และผู้บริหารโดยเจตนาให้ผู้อื่นสำคัญผิดในข้อเท็จจริง ที่มีผลกระทบราคา
ซื้อขายหุ้นSLC ทั้งที่ตนทราบข้อเท็จจริงดังกล่าวอยู่แล้วจากการปฏิบัติหน้าที่การกระทำของ นายชัชพงศ์เข้าข่าย
เป็นการขายหุ้นโดยอาศัยข้อมูลภายในที่เป็นการเอาเปรียบ ผู้ลงทุนอื่นฝ่าฝืนมาตรา 241 แห่งพระราชบัญญัติ
หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535และเข้าข่ายเป็นการบอกกล่าวข้อความอันเป็นเท็จโดยมีเจตนาให้ผู้อื่น
สำคัญผิดในข้อเท็จจริงเกี่ยวกับราคาซื้อขายหลักทรัพย์SLC ฝ่าฝืนมาตรา 238 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ฯ
มีความผิดต้องระวางโทษตามมาตรา 296 แห่งพระราชบัญญัติฉบับเดียวกันคณะกรรมการเปรียบเทียบจึงได้เปรียบเทียบ
ปรับ นายชัชพงศ์ เป็นจำนวนเงิน685,785.60 บาท และ 500,000.00 บาท ตามลำดับ รวมเป็นเงิน 1,185,785.60 บาท
ศาลพิพากษาลงโทษผู้กระทำความผิดกรณีสนับสนุนการสร้างราคาหุ้น CWT
ศาล อาญามีคำพิพากษาลงโทษนายปยุฒ อนันตสิทธิกุลกรณีเป็นผู้สนับสนุนการสร้างราคาหลักทรัพย์
บริษัท ชัยวัฒนา แทนเนอรี่ กรุ๊ปจำกัด (มหาชน) โดยปรับเป็นเงิน 600,000 บาทสืบ
เนื่องจากวันที่ 10 มกราคม 2551 ก.ล.ต. ได้กล่าวโทษบุคคล 2 ราย คือ
(1)นางสาวกนกวรรณ ทิพยเทอดธนา และ (2) นายปยุฒ อนันตสิทธิกุล
กรณีสร้างราคาหุ้น CWT ระหว่างวันที่ 15 กรกฎาคม 2547 ถึงวันที่ 9 กุมภาพันธ์2548
อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 243 และมาตรา 244 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535
ประกอบมาตรา 83และมาตรา 86 แห่งประมวลกฎหมายอาญา และพนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องบุคคลทั้งสอง
พร้อมทั้งได้นำตัวนายปยุฒ ยื่นฟ้องต่อศาลอาญาและอยู่ระหว่างติดตามตัวนางสาวกนกวรรณเพื่อส่งฟ้องต่อศาล
ต่อไป ต่อ มาเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2554 ศาลอาญาได้มีคำพิพากษาว่า นายปยุฒมีความผิดตามพระราชบัญญัติ
หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 มาตรา243(1) (2) มาตรา 244(2) (3) ประกอบมาตรา 86 แห่งประมวล
กฎหมายอาญาปรับเป็นเงิน 600,000 บาท
ฉาวไม่เลิก ก.ล.ต. กล่าวโทษบุคคล 4 ราย ฐานปั่นหุ้นTWZ ในช่วงปี50 -51 ต่อ DSI ก.ล.ต. กล่าวโทษ
นางสาวณัฐวดี จินดาประเสริฐ นายอัถวุฒิ ไผ่ไชย และนายปฏิญญา พิทยานุภากร ผู้ซื้อขายหุ้น
และนายนกรณ์ ธนสรกรชัชชล (หรือในขณะเกิดเหตุชื่อ นายนภดล ตู้พิทักษ์ผล)เจ้าหน้าที่การตลาดของบริษัทหลักทรัพย์
ซิกโก้ จำกัด (มหาชน)ต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษในฐานความผิดกรณีสร้างราคาหุ้น
บริษัททีดับ บลิวแซดคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (TWZ) ในช่วงระหว่าง (1) วันที่ 28กันยายน - 26 ตุลาคม 2550 (2)
วันที่ 28 เมษายน - 15 พฤษภาคม 2551 และ (3) วันที่ 23 - 24 มิถุนายน 2551
ตาม ที่ ก.ล.ต. ได้เปิดเผยข้อมูลเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2554 ว่าคณะกรรมการเปรียบเทียบตามพระราชบัญญัติ
หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535
มีคำสั่งเปรียบเทียบปรับนายอัถวุฒิ ไผ่ไชย และนายปฏิญญา พิทยานุภากรเป็นจำนวนเงิน 16,071,788.32 บาท
และ 4,563,791.25 บาท ตามลำดับกรณีมีส่วนรู้เห็นหรือตกลงกับบุคคลอื่นในการซื้อขายหุ้น TWZ
ใน ลักษณะสร้างราคา เพื่อชักจูงให้บุคคลทั่วไปเข้าทำการซื้อหรือขายหุ้นนั้นอันเข้าข่ายเป็นความ ผิดตามมาตรา 243 (2)
แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ฯประกอบมาตรา 83 แห่งประมวลกฎหมายอาญา นั้น
เนื่องจากบุคคลทั้งสองไม่ชำระค่าปรับตามคำสั่งของคณะกรรมการเปรียบเทียบ ก.ล.ต. จึงจำเป็นต้องกล่าวโทษ
นายอัถวุฒิ และนายปฏิญญา ต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษเพื่อให้สอบสวนและดำเนินคดีกับบุคคลดังกล่าว
พร้อม กันนี้ ก.ล.ต. ได้กล่าวโทษบุคคลอีก 2 ราย คือ นางสาวณัฐวดี จินดาประเสริฐ และนายนกรณ์ ธนสรกรชัชชล
ซึ่งมีพยานหลักฐานน่าเชื่อว่ามีส่วนรู้เห็นหรือตกลงในการกระทำความผิดข้าง ต้น โดยนางสาวณัฐวดีได้ร่วมกับ
นายอัถวุฒิและนายปฏิญญาซื้อขายหุ้น TWZ ในลักษณะสร้างราคาชักจูงให้บุคคลทั่วไปเข้าทำการซื้อหรือขายหุ้นส่วน
นาย นกรณ์ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่การตลาดให้ความร่วมมือในการจัดการเกี่ยวกับระบบ อินเตอร์เน็ตที่บัญชีของ
นางสาวณัฐวดีนายอัถวุฒิ และนายปฏิญญาใช้ในการซื้อขายหุ้น TWZ ในลักษณะสร้างราคา
โดยนางสาวณัฐวดีและนายนกรณ์ไม่ยินยอมเข้ารับการเปรียบเทียบจากคณะกรรมการ เปรียบเทียบ นอก จากนี้
เนื่องจากนายนกรณ์ ธนสรกรชัชชล (หรือในขณะเกิดเหตุชื่อนายนภดล ตู้พิทักษ์ผล)มีฐานะเป็นบุคคล
ที่ได้รับความเห็นชอบให้เป็นบุคลากรในธุรกิจ ตลาดทุน การถูกก.ล.ต.กล่าวโทษด้วยเหตุกระทำการอันไม่เป็นธรรม
ในการซื้อขายหลักทรัพย์ ตามที่กล่าวข้างต้นเป็นเหตุให้นายนกรณ์เข้าข่ายมีลักษณะต้องห้ามตามประกาศ
ที่เกี่ยวข้องตลอดระยะเวลาที่ถูกกล่าวโทษดำเนินคดีและเป็นผลให้นายนกรณ์ไม่ สามารถทำหน้าที่เป็นบุคลากร
ในธุรกิจตลาดทุนได้ต่อไป อนึ่ง การกล่าวโทษเป็นจุดเริ่มต้นของการนำคดีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมทางอาญาซึ่ง
ผู้ถูกกล่าวโทษยังมีสิทธิจะพิสูจน์การกระทำของตัวเองได้ต่อไป
ศาลสั่งจำคุก กิตติพัฒน์ เยาวพฤกษ์ ฐานตบแต่งบัญชี-ใช้อินไซต์เดอร์เทรดดิ้งรอยเนท
ศาล อาญากรุงเทพใต้มีคำพิพากษาลงโทษนายกิตติพัฒน์ เยาวพฤกษ์กรณีตกแต่งบัญชีเพื่อลวงบุคคลอื่น
ปกปิดรายงานการซื้อขายหลักทรัพย์และใช้ข้อมูลภายในซื้อขายหลักทรัพย์ โดยให้จำคุก 8 ปี 18 เดือนและ
ปรับ1,880,000 บาท สืบ เนื่องจากวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2546 ก.ล.ต. ได้กล่าวโทษบริษัทรอยเนทจำกัด (มหาชน)
และนายกิตติพัฒน์ เยาวพฤกษ์ กรณีตกแต่งบัญชีเพื่อลวงบุคคลอื่น ลงข้อความอันเป็นเท็จในเอกสารปกปิด
รายงานการซื้อขายหลักทรัพย์ และใช้ข้อมูลภายในในการซื้อขายหลักทรัพย์อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 300
ประกอบมาตรา 56 มาตรา 59 มาตรา 238 มาตรา 241มาตรา 246 และมาตรา 312 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์
และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 ซึ่งพนักงานอัยการได้ยื่นฟ้องต่อศาลอาญากรุงเทพใต้โดยศาลอาญากรุงเทพใต้
รับ พิจารณาเฉพาะส่วนของนายกิตติพัฒน์ เยาวพฤกษ์ ใน วันนี้ (22 มีนาคม 2554) ศาลอาญากรุงเทพใต้พิพากษาว่า
นายกิตติพัฒน์ เยาวพฤกษ์ มีความผิดตามมาตรา 300 ประกอบมาตรา 56 มาตรา 59 มาตรา 238 มาตรา241
มาตรา 246 มาตรา 274 มาตรา 275 มาตรา 296 มาตรา 298 และมาตรา 312แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์
และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ประกอบมาตรา 83แห่งประมวลกฎหมายอาญา การกระทำความผิดของจำเลย
เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็น กระทงความผิด*รวมลงโทษจำคุก 16 ปี 36 เดือน
และปรับเป็นเงิน 3,760,000 บาท แต่จำเลยให้การสารภาพ มีเหตุบรรเทาโทษ จึงให้ลดโทษลงกึ่งหนึ่ง
เป็นจำคุก 8 ปี18 เดือน โดยไม่รอลงอาญา และปรับ 1,880,000 บาท * หมายเหตุ ความผิดหลายกรรมต่างกัน
ในกรณีนี้ เช่น ความผิดตามมาตรา 246 ซึ่งไม่รายงานตามที่มีหน้าที่ 9 ครั้ง ลงโทษ 9 กระทง
โดยจำคุกกระทงละ 4 เดือนรวมจำคุก 36 เดือน เมื่อลดโทษกึ่งหนึ่งจึงเป็นจำคุก 18 เดือน
(โปรดอ่านรายละเอียดการกล่าวโทษได้ที่ ข่าว ก.ล.ต. ฉบับที่ 6/2546 วันที่ 24กุมภาพันธ์ 2546)
เปิดเส้นทางนักปั่นหุ้นTRAF-SAMART-SIM-SAMTEL-RCI คณะกรรมการเปรียบเทียบมีคำสั่งเปรียบเทียบปรับ
ผู้กระทำผิดกรณีสร้างราคาหุ้น 3กรณี ได้แก่ (1) นางสาวลลนา ศิริจรรยากุล นายสิปปกร ขาวสอาด และ
นางสาวรินนภาคุณะวัฒน์สถิตย์ กรณีสร้างราคาหุ้นบริษัททราฟฟิกคอร์นเนอร์ โฮลดิ้งส์ จำกัด(มหาชน) (TRAF)
(ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นบริษัทเอ็ม พิคเจอร์สเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด (มหาชน) (MPIC)
และนางสาวจันทราภา วงศ์ไพบูลย์ในฐานะผู้ช่วยเหลือสนับสนุน เป็นจำนวนเงินรวม 38,148,857.59 บาท
(2) นางผ่องศรี สลักเพชร และ ม.ล. สุนทรชัย ชยางกูรกรณีสร้างราคาหุ้นของ
บริษัทสามารถ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SAMART)บริษัทสามารถ ไอ-โมบาย จำกัด (มหาชน) (SIM)
และบริษัทสามารถเทลคอม จำกัด(มหาชน) (SAMTEL)
รวมถึงนายสมชาย วิโมกข์เจริญสุข และนายสมรวย แซ่ลิ้มในฐานะผู้ช่วยเหลือสนับสนุน
เป็นจำนวนเงินรวม 36,605,453.69 บาท และ
(3) นายอดิเรก อุ่มบางตลาดกรณีเป็นผู้ช่วยเหลือสนับสนุนการสร้างราคาหุ้น
บริษัทโรแยล ซีรามิค อุตสาหกรรมจำกัด (มหาชน) (RCI) เป็นจำนวนเงิน 333,333.33 บาท
โดยมีรายละเอียดดังนี้
(1) กรณีสร้างราคาหุ้นบริษัททราฟฟิกคอร์นเนอร์ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)(TRAF)
ก.ล.ต. ได้รับแจ้งจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่าตรวจสอบพบสภาพการซื้อขายหุ้น TRAF
ที่ผิดปกติอันเนื่องมาจากการซื้อขายของบุคคลกลุ่มหนึ่ง ซึ่งจากการตรวจสอบของก.ล.ต.
พบว่าในระหว่างวันที่ 15 พฤศจิกายน 2550 ถึงวันที่ 9 มกราคม 2551
นางสาวลลนา ศิริจรรยากุล ร่วมกับนายสิปปกร ขาวสอาดซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการฝ่ายลูกค้า
สัมพันธ์ บริษัทหลักทรัพย์เคทีบี จำกัดจัดหาบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์เพื่อใช้ส่งคำสั่งซื้อขายสร้างราคาหุ้นรวม 3บัญชี
รวมทั้งได้ตกลงรู้เห็นกับนางสาวรินนภา คุณะวัฒน์สถิตย์ในการใช้บัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ของนางสาวรินนภา
ในการสร้างราคาหุ้น TRAF ด้วยโดยมีพฤติกรรมสลับกันซื้อขาย ผลักดันราคา จับคู่ซื้อขายกันเองและแตกคำสั่งย่อยๆ
หลายคำสั่งในลักษณะอำพรางเพื่อให้บุคคลทั่วไปหลงผิดเกี่ยวกับปริมาณและราคา ซื้อขายหุ้นTRAF รวมทั้งซื้อขาย
ในลักษณะต่อเนื่อง ทำให้การซื้อขายหุ้น TRAFผิดไปจากสภาพปกติของตลาด เพื่อจูงใจให้นักลงทุนอื่นเข้าซื้อขายหุ้น
ดังกล่าว ส่วน การซื้อขายในบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ของนางสาวรินนภาได้รับความช่วยเหลือจาก
นางสาวจันทราภาวงศ์ไพบูลย์ซึ่งขณะนั้นปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ติดต่อกับผู้ลง ทุนของบริษัทหลักทรัพย์เค ทีบี จำกัด
เป็นผู้ส่งคำสั่งในลักษณะที่ไม่เหมาะสมการกระทำของนางสาวลลนา นายสิปปกร และนางสาวรินนภาเข้าข่าย
เป็นความผิดตามมาตรา 243 (1) ประกอบมาตรา 244 และมาตรา 243 (2) แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ฯ
ประกอบมาตรา 83 แห่งประมวลกฎหมายอาญา คณะกรรมการเปรียบเทียบจึงได้เปรียบเทียบปรับบุคคลทั้งสาม
เป็นจำนวน เงิน36,815,524.26 บาท 500,000 บาท และ 500,000 บาท ตามลำดับ ส่วนการกระทำของ
นางสาวจันทราภา เข้าข่ายเป็นความผิดตามมาตรา 243
(1)ประกอบมาตรา 244 และมาตรา 243 (2)
แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ฯ ประกอบมาตรา86 แห่งประมวลกฎหมายอาญา คณะกรรมการเปรียบเทียบ
จึงได้เปรียบเทียบปรับนางสาวจันทราภา เป็นเงิน333,333.33 บาท สำหรับในด้านการเป็นบุคลากรในธุรกิจตลาดทุน
ก.ล.ต.จะได้ดำเนินการกับนายสิปปกรและนางสาวจันทราภาต่อไป
(2) กรณีสร้างราคาหุ้นของบริษัทสามารถ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)(SAMART)
บริษัทสามารถ ไอ-โมบาย จำกัด (มหาชน) (SIM)และบริษัทสามารถเทลคอม จำกัด (มหาชน) (SAMTEL)
ก.ล.ต. ได้รับแจ้งจากตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า ตรวจสอบพบสภาพการซื้อขายหุ้น SAMARTSIM และ SAMTEL
ที่ผิดปกติอันเนื่องมาจากการซื้อขายของบุคคลกลุ่มหนึ่งซึ่งจากการตรวจสอบของ ก.ล.ต. พบว่า
(1) หุ้น SAMART ระหว่างวันที่ 5 เมษายน2549 ถึงวันที่ 13 ตุลาคม 2549
(2) หุ้น SIM ระหว่างวันที่ 11 มกราคม 2549ถึงวันที่ 12 ธันวาคม 2549 และ
(3) หุ้น SAMTEL ระหว่างวันที่ 16 มีนาคม 2549ถึงวันที่ 19 กันยายน 2549
มีปริมาณและราคาซื้อขายเปลี่ยนแปลงไปผิดจากสภาพปกติของตลาดเนื่องจากนาง ผ่องศรีสลักเพชร
ซึ่งรู้เห็นตกลงกับ ม.ล. สุนทรชัย ชยางกูรใช้บัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ของ ม.ล. สุนทรชัย นายสมชาย วิโมกข์เจริญสุข
และนายสมรวย แซ่ลิ้ม ซื้อขายหุ้น SAMART หุ้น SIM และหุ้น SAMTELในลักษณะผลักดันราคาและพยุงราคาซื้อขาย
จับคู่กันเองระหว่างบัญชีใน ลักษณะอำพรางเพื่อให้บุคคลทั่วไปหลงผิดเกี่ยวกับปริมาณและราคาซื้อขายหุ้น ดังกล่าว
รวมทั้งมีพฤติกรรมซื้อขายในลักษณะต่อเนื่องที่ทำให้การซื้อขายหุ้น ผิดไปจากสภาพปกติของตลาดเพื่อชักจูงให้
บุคคลทั่วไปเข้าซื้อขายหุ้นเหล่านั้น โดยมีนายสมชายและนายสมรวยให้การช่วยเหลือสนับสนุนในการกระทำผิด
ด้วยการให้ ยืมใช้ชื่อในการเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์และบัญชีเงินฝากธนาคารและอำนวย ความสะดวกด้านธุรกรรม
ทางการเงิน การกระทำของนางผ่องศรี และ ม.ล. สุนทรชัย เข้าข่ายเป็นความผิดตามมาตรา 243 (1) ประกอบมาตรา 244
และมาตรา 243 (2) แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ฯ ประกอบมาตรา 83 แห่งประมวลกฎหมายอาญา
คณะกรรมการเปรียบเทียบจึงได้เปรียบเทียบปรับนางผ่องศรี 33,105,453.71 บาท และม.ล. สุนทรชัย 1,500,000 บาท
ส่วนการกระทำของนายสมชาย และนายสมรวยเข้าข่ายเป็นความผิดตามมาตรา 243 (1) ประกอบมาตรา 244
และมาตรา 243 (2)แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ฯ ประกอบมาตรา 86 แห่งประมวลกฎหมายอาญาคณะกรรมการ
เปรียบเทียบจึงได้เปรียบเทียบปรับนายสมชาย และนายสมรวย รายละ 999,999.99 บาท (3) กรณีสร้างราคาหุ้น
บริษัทโรแยล ซีรามิค อุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) (RCI)ตามที่ ก.ล.ต. ได้เปิดเผยข้อมูลเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2553
ว่า ก.ล.ต.ได้กล่าวโทษนายอดิเรกอุ่มบางตลาดต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษเนื่องจากนาย อดิเรกไม่ยินยอมเข้ารับการ
เปรียบเทียบอันสืบเนื่องมาจากการช่วยเหลือสนับ สนุนการกระทำผิดในการสร้างราคาหุ้นRCI เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2551
ซึ่งเข้าข่ายเป็นความผิดตามมาตรา 243 (1)ประกอบมาตรา 244 และมาตรา 243 (2) แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ฯ
ประกอบมาตรา86 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ต่อ มาภายหลังการกล่าวโทษ กรมสอบสวนคดีพิเศษได้แจ้งมายัง ก.ล.ต.
ว่านายอดิเรกประสงค์จะกลับเข้าสู่กระบวนการพิจารณาเปรียบเทียบความผิดตามพระ ราชบัญญัติหลักทรัพย์ฯก.ล.ต.
จึงได้เสนอเรื่องต่อคณะกรรมการเปรียบเทียบเพื่อพิจารณาคณะกรรมการเปรียบ เทียบพิจารณาแล้ว มีคำสั่งเปรียบเทียบ
ปรับนายอดิเรก333,333.33 บาท ก.ล.ต. กล่าวโทษบุคคล 4 รายกรณีใช้อินไซต์เทรดหุ้น KARAT ก.ล.ต. กล่าวโทษ
นายอภิชาติ รุ่งเรืองอาชีวะ (ขณะเกิดเหตุชื่อ นายวิสิทธิ์กาญจโนภาส) นางรัชนี พานิช นายกฤษฎา กุลวิวัฒน์
และนายปรีชา ไม่ทราบนามสกุลต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ จากการที่พบพยานหลักฐานน่าเชื่อว่าบุคคลดังกล่าว
ซื้อขายหุ้นบริษัทกะรัต สุขภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) (KARAT)โดยอาศัยข้อมูลภายในที่นายอภิชาติได้ล่วงรู้มาในฐานะ
เป็นหัวหน้าทีม ที่ปรึกษากฎหมายในการทำคำเสนอซื้อหุ้นKARAT ก่อนที่จะมีการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวต่อประชาชน
สืบเนื่องจากผลการตรวจสอบการซื้อขายหุ้นบริษัทแกรนด์ แอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์จำกัด (มหาชน) (GRAND)
เมื่อปี 2549 ก.ล.ต. พบพยานหลักฐานน่าเชื่อว่าในระหว่างวันที่ 15 มกราคม - 2 กรกฎาคม 2545
นายอภิชาติร่วมกับนางรัชนีนายกฤษฎา และนายปรีชา ซื้อขายหุ้น KARATผ่านบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ของ
นางรัชนี บุคคลที่ใกล้ชิดกับนางรัชนีและนายกฤษฎาโดยอาศัยข้อเท็จจริงที่นายอภิชาติได้ ล่วงรู้มาจากการทำหน้าที่
เป็นหัวหน้าทีมที่ปรึกษากฎหมายของฝ่ายผู้ซื้อในการ เข้าซื้อหุ้นKARAT จากกลุ่มผู้ถือหุ้นรายใหญ่ และการทำคำ
เสนอซื้อเพื่อเพิกถอนหุ้น KARATออกจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยก่อน
ที่ข้อมูลนั้นจะเปิดเผยต่อประชาชนในวันที่ 3 กรกฎาคม 2545 โดยพบว่าบัญชีที่ใช้ซื้อขายหุ้น KARAT
ที่กล่าวข้างต้นบางบัญชีเปิดขึ้นเพื่อซื้อขายหุ้น KARAT เพียงหุ้นเดียวและทุกบัญชีไม่เคยซื้อขายหุ้น KARAT
ก่อนที่นายอภิชาติจะทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษากฎหมายในธุรกรรมนี้แต่เพิ่ง จะมาซื้อขายและเพิ่มปริมาณการซื้อขาย
เป็นจำนวนมากในช่วงที่ข้อเท็จจริง เรื่องการซื้อหุ้นKARAT เพื่อครอบงำกิจการมีความชัดเจน โดยบุคคลทั้ง 4ราย
ได้ผลประโยชน์จากการซื้อขายหุ้น KARAT เป็นจำนวนเงินกว่า 10 ล้านบาท ก.ล.ต. เห็นว่าการกระทำของ
นายอภิชาติเข้าข่ายเป็นการซื้อขายหุ้นโดยอาศัยข้อมูลภาย ในที่เป็นการเอาเปรียบผู้ลงทุนอื่นฝ่าฝืนมาตรา 241
แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535มีความผิดต้องระวางโทษตามมาตรา 296
แห่งพระราชบัญญัติฉบับเดียวกันโดยนางรัชนี นายกฤษฎา และนายปรีชาเข้าข่ายเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิด
มีความผิดต้องระวางโทษ ตามมาตรา 296 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ฯ ประกอบมาตรา86 แห่งประมวลกฎหมาย
อาญา ทั้งนี้ นายอภิชาติและนางรัชนีได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาส่วนนายกฤษฎาไม่ติดต่อเพื่อขอชี้ แจงและนายปรีชา
ไม่มีหลักฐานที่จะระบุตัวตนได้ว่าคือบุคคลใด ก.ล.ต.จึงกล่าวโทษนายอภิชาติกับพวกอีก 3 คนต่อกรมสอบสวน
คดีพิเศษ อนึ่ง การกล่าวโทษเป็นจุดเริ่มต้นของการนำคดีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมทางอาญาซึ่งศาลจะเป็นผู้วินิจฉัย
กรณีดังกล่าวต่อไป ก.ล.ต. กล่าวโทษ ลลนา ศิริจรรยากุล กรณีสร้างราคาหุ้น TRAF ก.ล.ต. กล่าวโทษ
นางสาวลลนา ศิริจรรยากุลต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษในฐานความผิดกรณี
สร้างราคาหุ้นบริษัท ทราฟฟิกคอร์นเนอร์โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) (TRAF)
(ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นบริษัทเอ็มพิคเจอร์ส เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด (มหาชน) (MPIC))
ในช่วงระหว่างวันที่ 15พฤศจิกายน 2550 ถึงวันที่ 9 มกราคม 2551ตามที่ ก.ล.ต. ได้เปิดเผยข้อมูล
เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2554 ว่าคณะกรรมการเปรียบเทียบตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535
มีคำสั่งเปรียบเทียบปรับนางสาวลลนา ศิริจรรยากุล เป็นจำนวนเงิน36,815,524.26 บาท กรณี มีส่วนรู้เห็นหรือตกลง
กับบุคคลอื่นในการจัดหาและใช้บัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ ของบุคคลอื่นในการซื้อขายหุ้นTRAF
ในลักษณะสร้างราคาโดยอำพรางให้บุคคลทั่วไปหลงผิดเกี่ยวกับปริมาณและราคาซื้อ ขายหุ้น TRAF
รวมทั้งซื้อขายในลักษณะต่อเนื่อง ทำให้การซื้อขายหุ้น TRAF ผิดไปจากสภาพปกติของตลาด
เพื่อจูงใจให้นักลงทุนอื่นเข้าซื้อขายหุ้นดังกล่าวซึ่งเข้าข่ายเป็นความผิด ตามมาตรา 243 (1) ประกอบมาตรา 244
และมาตรา 243 (2)แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ฯ ประกอบมาตรา 83 แห่งประมวลกฎหมายอาญา นั้น
เนื่องจากนางสาวลลนาไม่ชำระค่าปรับตามคำสั่งของคณะกรรมการเปรียบเทียบ ก.ล.ต.จึงได้กล่าวโทษนางสาวลลนา
ต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อสอบสวนและดำเนินคดีต่อไป อนึ่ง การกล่าวโทษเป็นจุดเริ่มต้นของการนำคดีเข้าสู่
กระบวนการยุติธรรมทางอาญาซึ่ง ผู้ถูกกล่าวโทษยังมีสิทธิจะพิสูจน์การกระทำของตัวเองได้ต่อไป จากเหตุการณ์
จากคดี จากการเปรียบเทียบของ ก.ล.ต. คำถาม คือบทเรียนต่างๆที่เกิดขึ้น ทำให้บรรดานักปั่นหุ้นเกรงกลัวหรือไม่
คำตอบ คือ เปล่า ไม่กลัวแต่จะนำสิ่งที่เกิดขึ้นไป ศึกษา ประยุกต์ใช้ ให้เนียนสลับซับซ้อนมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม
ทุกบัญชีซื้อขายหุ้นย่อมมีมูลค่าเพิ่มขึ้นด้วย เพราะความเสี่ยงเพิ่มขึ้นท่ามกลางผู้บริหารบริษัทจดทะเบียน(บางราย)
รับรู้ รับทราบพร้อมเปิดเผยแผนงาน แผนธุรกิจต่างๆให้นักปั่น นักลงทุน ให้มาร์เก็ตเมกเกอร์รับทราบ
ส่วนการจะไปดำเนินการ ไปเล่น ไปเทรด เป็นเรื่องของอินเวสเตอร์เอง
บริษัทไม่เกี่ยว หุ้นใหญ่ไม่ทุบหุ้นไม่สาดหุ้นใส่ อย่างไรก็ตาม ยิ่งทางการ ก.ล.ต. ตลาดหลักทรัพย์
คุมเข้มโบรกเกอร์ให้ความร่วมมือด้วยแล้ว ทำให้กระบวนการปั่นหุ้น ทำได้ยาก ขาใหญ่เบื่อหน่ายกับการถูกตรวจสอบ
ถูกซักถามจากผู้มีอำนาจ เบนเข็มเทรดหุ้นบิ๊กแคปสบายใจกว่า จะลาก จะทุบ จะสาด ไม่มีใครกว่า
สะท้อนได้จากเกมหุ้นบิ๊กแคปเคลื่อนไหวหวืดหวา ถ้าเครื่องตรวจสอบหุ้นผิดปกติ ไม่เอาหูไปนาเอาตาไปไร่เสียก่อน
ขาใหญ่ บางรายลดการเทรดหุ้น หันมาปล่อยกู้ให้นักลงทุนแทน โดยใช้สูตรหาดใหญ่หลายรายกระโดดเข้ารวมกลุ่ม
กับบรรดาแวลู อินเวสเตอร์ เรียกว่า ผสมพันธุ์กลายพันธุ์ไปเกือบหมด แวลูฯแต่ละกลุ่ม แต่ละก๊วน มีไอเดียเป็นของตนเอง
รูปแบบการเล่นเปลี่ยนไป ฐานใหญ่ขึ้น ปั่นหุ้นไร้ปัจจัยพื้นฐาน สูญพันธุ์ไปจากตลาดหุ้นไทย แต่ปั่นหุ้นพื้นฐาน
กำลังเฟื่องฟู ด้วยฝีมือ.....คราวนี้เราต้องมาเปิดแฟ้มคดีหุ้นปั่นฉบับปัจจัยพื้นฐาน ตลาด ก.ล.ต. พร้อมรึยัง
โดย คนกลายพันธุ์
วันที่ : 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2542
ข้อมูลที่
http://www.hooninside.com/news-detail.php?id=946