BIG Mc INDEX
โพสต์แล้ว: ศุกร์ ก.ค. 11, 2003 11:54 pm
เข้ามาอ่านก็ไม่ต้องแปลกใจหรอกครับ ไอ้Big Mc ที่ผมว่านี้ก็คือ แฮมเบอร์เกอร์ของ Macdonalที่เราเห็นๆกันนี่ละครับ
เชื่อไหมว่าเจ้าbig Mcนี้เขาเอามาใช้วิเคราะห์แนวโน้มของอัตราแลกเปลี่ยนในระยะยาวๆได้นะครับ
คือนิตยสาร the economist ใช้ราคาbig Mc ที่ขายอยู่ในกว่า 100 ประเทศทั่วโลกนี้เป็นดัชนีวัน อำนาจการซื้อที่เกิดจากค่าเงินของแต่ละประเทศ และทำมาเกินกว่า 10ปีแล้วครับ เช่น
Big Mcในอเมริกาขายกันที่ราคา 2.5 เหรียล ในเมืองไทยในราคา 50 บาท(ประมาณเอานะครับ ไม่ได้กินมานานมากแล้ว) เมื่อก่อนการลอยตัวค่าเงิน 1us = 25 บาท นั่นหมายความว่าถ้าแปลงราคาในusaเป็นเงินไทยจะเท่ากับ 62.5 บาท ซึ่งแสดงว่าเงินบาทอ่อนตัวเกินไปถึง 5บาทต่อเหรียล ซึ่งวิเคราะห์ได้ว่าในระยะยาวแล้วค่าเงินบาทจะต้องแข็งค่าขึ้นอีก5บาทต่อเหรียล ถึงจะเกิดความสมดุลย์ในด้านอำนาจการซื้อ(มิเช่นนั้นจะมีคนในusaมาซื้อของถูกๆในไทยและไปขายเก็งกำไรใน usaจนทำให้ค่าเงินปรับมาที่จุดที่มันสมดุลย์คือ 20บาทต่อ 1US) แต่เมื่อเกิดการลอยตัวค่าเงินบาทปรากฎว่าเงินบาทอ่อนตัวมากขึ้นไปอีกคือ 1 us = 41บาท(โดยประมาณ) ดังนั้นบาทจึงอ่อนตัวหนักเข้าไปอีกเป็น 21บาท
ดัชนีตัวนี้มันบอกอะไรเราบ้างมากไปกว่านี้ไหมครับ มันอธิบายถึงการที่เงินนอกไหลเข้ามาในบ้านเราเพื่อเกร็งกำไรในระยะนี้ได้ไหมครับ และค่าเงินของเรามีโอกาสแข็งค่าไปจนถึงจุดที่มันควรเป็นคือ 20 บาทต่อเหรียลหรือไม่ ช่วยกันออกความคิดเห็นหน่อยครับ
เชื่อไหมว่าเจ้าbig Mcนี้เขาเอามาใช้วิเคราะห์แนวโน้มของอัตราแลกเปลี่ยนในระยะยาวๆได้นะครับ
คือนิตยสาร the economist ใช้ราคาbig Mc ที่ขายอยู่ในกว่า 100 ประเทศทั่วโลกนี้เป็นดัชนีวัน อำนาจการซื้อที่เกิดจากค่าเงินของแต่ละประเทศ และทำมาเกินกว่า 10ปีแล้วครับ เช่น
Big Mcในอเมริกาขายกันที่ราคา 2.5 เหรียล ในเมืองไทยในราคา 50 บาท(ประมาณเอานะครับ ไม่ได้กินมานานมากแล้ว) เมื่อก่อนการลอยตัวค่าเงิน 1us = 25 บาท นั่นหมายความว่าถ้าแปลงราคาในusaเป็นเงินไทยจะเท่ากับ 62.5 บาท ซึ่งแสดงว่าเงินบาทอ่อนตัวเกินไปถึง 5บาทต่อเหรียล ซึ่งวิเคราะห์ได้ว่าในระยะยาวแล้วค่าเงินบาทจะต้องแข็งค่าขึ้นอีก5บาทต่อเหรียล ถึงจะเกิดความสมดุลย์ในด้านอำนาจการซื้อ(มิเช่นนั้นจะมีคนในusaมาซื้อของถูกๆในไทยและไปขายเก็งกำไรใน usaจนทำให้ค่าเงินปรับมาที่จุดที่มันสมดุลย์คือ 20บาทต่อ 1US) แต่เมื่อเกิดการลอยตัวค่าเงินบาทปรากฎว่าเงินบาทอ่อนตัวมากขึ้นไปอีกคือ 1 us = 41บาท(โดยประมาณ) ดังนั้นบาทจึงอ่อนตัวหนักเข้าไปอีกเป็น 21บาท
ดัชนีตัวนี้มันบอกอะไรเราบ้างมากไปกว่านี้ไหมครับ มันอธิบายถึงการที่เงินนอกไหลเข้ามาในบ้านเราเพื่อเกร็งกำไรในระยะนี้ได้ไหมครับ และค่าเงินของเรามีโอกาสแข็งค่าไปจนถึงจุดที่มันควรเป็นคือ 20 บาทต่อเหรียลหรือไม่ ช่วยกันออกความคิดเห็นหน่อยครับ