ภาพรวมกำไรไตรมาส 2 ปี 2556 ของตลาดหลักทรัพย์
โพสต์แล้ว: ศุกร์ ส.ค. 30, 2013 5:56 pm
ภาพรวมกำไรสุทธิยังโตเมื่อเทียบ q to q แต่ยอดขายชะลอตัวลง ขอบันทึกไว้ครับ
http://www.set.or.th/set/newsdetails.do ... country=TH
วันที่/เวลา 19 ส.ค. 2556 17:13:00
หัวข้อข่าว SET News : ครึ่งแรกปี 56 บจ. กำไรรวม 4.1 แสนล้านบาท โต 17.74%
หลักทรัพย์ SET
แหล่งข่าว SET
ฉบับที่ 96/2556
19 สิงหาคม 2556
ครึ่งแรกปี 56 บจ. กำไรรวม 4.1 แสนล้านบาท โต 17.74%
ผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกปี 2556 ของบริษัทจดทะเบียนใน SET โตต่อเนื่อง มีกำไรสุทธิรวม 409,713
ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันปีก่อน 17.74%
นายชนิตร ชาญชัยณรงค์ รองผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า
บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ (SET) จำนวน 460 บริษัท หรือ 92.92% ของบริษัทจดทะเบียนทั้งหมด 495
บริษัท (ไม่รวมบริษัทในกลุ่ม NC และ NPG) นำส่งผลการดำเนินงานงวดสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2556 แล้ว
โดยมี บจ. ที่มีกำไรสุทธิจากผลการดำเนินงานจำนวน 368 บริษัท คิดเป็น 80%
ของบริษัทที่นำส่งงบการเงินทั้งหมด โดยยอดขายรวมไตรมาส 2 ปีนี้ อยู่ที่ 2,602,869 ล้านบาท เพิ่มขึ้น
1.14% จากงวดเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 165,400 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.86% สำหรับงวด 6 เดือน
ยอดขายรวมอยู่ที่ 5,266,613 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 3.06% กำไรสุทธิ 409,713 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.74%
ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นเท่ากับ 18.28% จาก 16.86% ในปีที่แล้ว ส่วนอัตรากำไรสุทธิเท่ากับ 7.78% จาก
6.81% ด้านอัตราส่วนหนี้สินรวมต่อทุน (ไม่รวมอุตสาหกรรมการเงิน) อยู่ที่ 1.27 เท่า
"แม้ว่ายอดขายไตรมาส 2 และงวด 6 เดือนแรกปีนี้จะเติบโตไม่มากจากปีก่อน
แต่ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนของบริษัทจดทะเบียนดีขึ้นต่อเนื่อง
ตั้งแต่การทำกำไรขั้นต้นจนถึงกำไรสุทธิ ทำให้กำไรโดยรวมเติบโตสูง
โดยเฉพาะการทำกำไรขั้นต้นในไตรมาสนี้ของ บจ. ที่เกี่ยวข้องกับสินค้าโภคภัณฑ์ด้านพลังงาน เหมืองแร่
ปิโตรเคมีและเหล็กมีผลขาดทุนจากการตีราคาสินค้าคงเหลือให้เป็นไปตามราคาตลาดและผลขาดทุนจากสต๊อกน้ำมันลดล
งมากเมื่อเทียบกับปีก่อน ในขณะเดียวกันการมีรายได้ที่ไม่ได้มาจากการดำเนินงาน เช่น
กำไรจากการขายสินทรัพย์และจากการประเมินมูลค่าสินทรัพย์ เงินชดเชยค่าสินไหมน้ำท่วม
ยังช่วยลดผลกระทบการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้นสูงและทำให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นอีกทางหนึ่งด้วย
" นายชนิตรกล่าว
บริษัทจดทะเบียนที่มีกำไรสุทธิสูงสุด 5 อันดับแรก คือ บมจ. ปตท. (PTT) บมจ. ปตท.
สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) บมจ. ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) บมจ. ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) และ บมจ.
ธนาคารกรุงเทพ (BBL)
กลุ่มอุตสาหกรรม 3 อันดับแรกจาก 8 กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีกำไรสูงสุด ได้แก่ ธุรกิจการเงิน ทรัพยากร
และอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง
สำหรับหมวดธุรกิจที่มีกำไรสูงสุด 3 อันดับแรก จาก 27 หมวดธุรกิจ ได้แก่ ธนาคาร พลังงานและสาธารณูปโภค
และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร โดยทั้ง 3 หมวดมีกำไรสุทธิรวม 236,884 ล้านบาท คิดเป็น 57.82%
ของกำไรสุทธิรวมทั้งหมด และยอดขายรวมของทั้ง 3 หมวดคิดเป็น 54.84% ของยอดขายรวมทั้งหมด
กลุ่มตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย "สานโอกาสการลงทุน เพื่อคุณ เพื่อธุรกิจ"
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. SET Call Center 0 2229 2222 สื่อมวลชนสอบถามข้อมูลได้ที่ฝ่ายสื่อสารองค์กร
กนกวรรณ เข็มมาลัย 0 2229 2048/ อารดา กุลตวนิช 0 2229 2796 / จันทรา กีรติวศิน 0 2229 2795
______________________________________________________________________
สงวนลิขสิทธิ์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
นโยบายความเป็นส่วนตัว | ข้อตกลงในการใช้เว็บไซด์
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ S-E-T Call Center โทร. 0-2229-2222 อีเมล์ :
http://www.set.or.th/set/newsdetails.do ... country=TH
วันที่/เวลา 19 ส.ค. 2556 17:13:00
หัวข้อข่าว SET News : ครึ่งแรกปี 56 บจ. กำไรรวม 4.1 แสนล้านบาท โต 17.74%
หลักทรัพย์ SET
แหล่งข่าว SET
ฉบับที่ 96/2556
19 สิงหาคม 2556
ครึ่งแรกปี 56 บจ. กำไรรวม 4.1 แสนล้านบาท โต 17.74%
ผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกปี 2556 ของบริษัทจดทะเบียนใน SET โตต่อเนื่อง มีกำไรสุทธิรวม 409,713
ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันปีก่อน 17.74%
นายชนิตร ชาญชัยณรงค์ รองผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า
บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ (SET) จำนวน 460 บริษัท หรือ 92.92% ของบริษัทจดทะเบียนทั้งหมด 495
บริษัท (ไม่รวมบริษัทในกลุ่ม NC และ NPG) นำส่งผลการดำเนินงานงวดสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2556 แล้ว
โดยมี บจ. ที่มีกำไรสุทธิจากผลการดำเนินงานจำนวน 368 บริษัท คิดเป็น 80%
ของบริษัทที่นำส่งงบการเงินทั้งหมด โดยยอดขายรวมไตรมาส 2 ปีนี้ อยู่ที่ 2,602,869 ล้านบาท เพิ่มขึ้น
1.14% จากงวดเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 165,400 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.86% สำหรับงวด 6 เดือน
ยอดขายรวมอยู่ที่ 5,266,613 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 3.06% กำไรสุทธิ 409,713 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.74%
ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นเท่ากับ 18.28% จาก 16.86% ในปีที่แล้ว ส่วนอัตรากำไรสุทธิเท่ากับ 7.78% จาก
6.81% ด้านอัตราส่วนหนี้สินรวมต่อทุน (ไม่รวมอุตสาหกรรมการเงิน) อยู่ที่ 1.27 เท่า
"แม้ว่ายอดขายไตรมาส 2 และงวด 6 เดือนแรกปีนี้จะเติบโตไม่มากจากปีก่อน
แต่ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนของบริษัทจดทะเบียนดีขึ้นต่อเนื่อง
ตั้งแต่การทำกำไรขั้นต้นจนถึงกำไรสุทธิ ทำให้กำไรโดยรวมเติบโตสูง
โดยเฉพาะการทำกำไรขั้นต้นในไตรมาสนี้ของ บจ. ที่เกี่ยวข้องกับสินค้าโภคภัณฑ์ด้านพลังงาน เหมืองแร่
ปิโตรเคมีและเหล็กมีผลขาดทุนจากการตีราคาสินค้าคงเหลือให้เป็นไปตามราคาตลาดและผลขาดทุนจากสต๊อกน้ำมันลดล
งมากเมื่อเทียบกับปีก่อน ในขณะเดียวกันการมีรายได้ที่ไม่ได้มาจากการดำเนินงาน เช่น
กำไรจากการขายสินทรัพย์และจากการประเมินมูลค่าสินทรัพย์ เงินชดเชยค่าสินไหมน้ำท่วม
ยังช่วยลดผลกระทบการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้นสูงและทำให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นอีกทางหนึ่งด้วย
" นายชนิตรกล่าว
บริษัทจดทะเบียนที่มีกำไรสุทธิสูงสุด 5 อันดับแรก คือ บมจ. ปตท. (PTT) บมจ. ปตท.
สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) บมจ. ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) บมจ. ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) และ บมจ.
ธนาคารกรุงเทพ (BBL)
กลุ่มอุตสาหกรรม 3 อันดับแรกจาก 8 กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีกำไรสูงสุด ได้แก่ ธุรกิจการเงิน ทรัพยากร
และอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง
สำหรับหมวดธุรกิจที่มีกำไรสูงสุด 3 อันดับแรก จาก 27 หมวดธุรกิจ ได้แก่ ธนาคาร พลังงานและสาธารณูปโภค
และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร โดยทั้ง 3 หมวดมีกำไรสุทธิรวม 236,884 ล้านบาท คิดเป็น 57.82%
ของกำไรสุทธิรวมทั้งหมด และยอดขายรวมของทั้ง 3 หมวดคิดเป็น 54.84% ของยอดขายรวมทั้งหมด
กลุ่มตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย "สานโอกาสการลงทุน เพื่อคุณ เพื่อธุรกิจ"
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. SET Call Center 0 2229 2222 สื่อมวลชนสอบถามข้อมูลได้ที่ฝ่ายสื่อสารองค์กร
กนกวรรณ เข็มมาลัย 0 2229 2048/ อารดา กุลตวนิช 0 2229 2796 / จันทรา กีรติวศิน 0 2229 2795
______________________________________________________________________
สงวนลิขสิทธิ์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
นโยบายความเป็นส่วนตัว | ข้อตกลงในการใช้เว็บไซด์
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ S-E-T Call Center โทร. 0-2229-2222 อีเมล์ :