“ตะเกียง” ของ ดร.นิเวศน์/ประภาคาร ภราดรภิบาล
โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. ส.ค. 29, 2013 8:14 pm
โค้ด: เลือกทั้งหมด
บทความ Value Way กรุงเทพธุรกิจ Bizweek ฉบับวันที่ 2 กันยายน 2556
โดย ประภาคาร ภราดรภิบาล
“ตะเกียง” ของ ดร.นิเวศน์
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 18 สิงหาคมที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสไปร่วมงาน “10 ปี Thai VI - 60 ปี ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร ปูชนียาจารย์ วงการตลาดทุนไทย” ซึ่งเป็นงานที่ “สมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า (ประเทศไทย)” ได้จัดขึ้น
งานเริ่มต้นด้วยพิธีแสดงมุทิตาจิตเนื่องในวาระครบรอบอายุ 60 ปีของ “ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร” ผู้ที่ถือได้ว่าเป็นบุคคลแรกที่นำ “หลักการลงทุนแบบเน้นคุณค่า” หรือ “Value Investment (VI)” มาเผยแพร่อย่างจริงจังในเมืองไทยตลอดระยะเวลากว่าสิบปี จนทำให้การลงทุนแนวนี้แพร่หลายและเป็นที่ยอมรับในแวดวงของการลงทุนไทย
จากนั้นได้มีการเชิญให้ ดร.นิเวศน์ขึ้นกล่าวบนเวที ท่านกล่าวว่ารู้สึกซาบซึ้งและตื้นตันใจที่บรรดาลูกศิษย์และสมาคมฯ จัดงานครบรอบวันเกิด 60 ปีให้กับท่านในครั้งนี้ เพราะปกติแล้ววันเกิดของท่านในแต่ละปีที่ผ่านมาไม่เคยมีการจัดงานแต่อย่างใด ดร.นิเวศน์เล่าให้ฟังว่า สิ่งที่ท่านจดจำได้ดีเกี่ยวกับ “วันเกิด” ในตอนเด็กๆ ก็คือ เป็นวันที่คุณแม่ของท่านซื้อบะหมี่ให้กิน ซึ่งปกติท่านจะไม่มีโอกาสได้ลิ้มรสชาติของบะหมี่ เนื่องจากทางบ้านในตอนนั้นมีฐานะไม่ดี ต้องเป็นเฉพาะวาระพิเศษอย่างวันเกิดเท่านั้นจึงจะมีโอกาสได้กินสักครั้งหนึ่ง และ ดร.นิเวศน์ก็มารู้ในภายหลังว่า ที่คุณแม่ของท่านซื้อบะหมี่ให้กินในวันเกิดนั้น เป็นเหมือนการอวยพรให้ลูกมีอายุยืนยาวเหมือนกับเส้นบะหมี่ซึ่งเป็นความเชื่อตามแบบฉบับของชาวจีนนั่นเอง
นอกจากนี้ ดร.นิเวศน์ยังย้อนรำลึกถึงช่วงเวลาที่เป็นนักศึกษาในมหาวิทยาลัย ท่านเล่าว่าท่านเป็นนักกิจกรรมตัวยงคนหนึ่ง ถ้ามีการออกค่ายอาสาพัฒนาชนบท ท่านจะไปร่วมด้วยเสมอ และในการออกค่าย นักศึกษาแต่ละคนก็จะมีหน้าที่แตกต่างกันไปตามความสามารถหรือความถนัดของตน ดร.นิเวศน์เล่าว่า มีหน้าที่หนึ่งที่ท่านทำอยู่เป็นประจำเมื่อออกค่ายก็คือ การเป็นผู้ “จุดตะเกียง” ในสมัยนั้นจะใช้ตะเกียงเจ้าพายุ ซึ่งไม่ค่อยมีใครจุดได้ เนื่องจากจุดติดยาก แต่ ดร.นิเวศน์สามารถจุดได้ ดังนั้นทุกครั้งที่ออกค่าย หน้าที่ในการจุดตะเกียงเจ้าพายุจึงเป็นภารกิจของท่าน
แม้การ “จุดตะเกียง” ดูเหมือนจะไม่ใช่หน้าที่ที่ “ยิ่งใหญ่” มากมายนัก แต่ก็มี “ความสำคัญ” ไม่น้อย โดยเฉพาะในยามค่ำมืดที่ต้องการแสงสว่าง หากไม่มีผู้จุดตะเกียง บรรยากาศก็คงมืดมิด และคุณสมบัติของตะเกียงเจ้าพายุก็คือ เมื่อจุดติดแล้ว จะมีความสว่างเป็นเวลายาวนาน
ดร.นิเวศน์ เล่าว่า การที่ท่านเขียนหนังสือ “ตีแตก : กลยุทธ์การเล่นหุ้นในภาวะวิกฤต” ซึ่งถือได้ว่าเป็นหนังสือเกี่ยวกับการลงทุนแบบเน้นคุณค่าเล่มแรกของเมืองไทยเมื่อสิบกว่าปีก่อนนั้น ก็ไม่ต่างจากการ“จุดตะเกียง” ในค่ายอาสาฯ ท่านไม่ได้คิดว่าเป็นการลงมือทำสิ่งที่ “ยิ่งใหญ่” มากมายนัก แต่กลับกลายเป็นผลงานที่มี “ความสำคัญ” ต่อแวดวงการลงทุนในเวลาต่อมา
หนังสือ “ตีแตก” เป็นการบอกเล่าถึงแนวทางการลงทุนแบบเน้นคุณค่าที่ ดร.นิเวศน์ได้อ่านได้ศึกษาแล้วนำมาปรับใช้กับตลาดหุ้นไทย ตอนที่ตีพิมพ์ออกมาใหม่ๆ ยังไม่ได้เป็นที่สนใจของผู้อ่านมากนัก แต่เมื่อเวลาผ่านไปกลุ่มผู้ที่สนใจการลงทุนแนวนี้ค่อยๆ ขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ จนหนังสือต้องมีการตีพิมพ์ซ้ำอีกหลายครั้ง และถือกันว่าเป็นหนังสือที่มีอิทธิพลต่อผู้อ่านจำนวนมากให้หันมาสนใจการลงทุนแบบเน้นคุณค่า ช่วยปรับเปลี่ยนทัศนะของการเก็งกำไรในตลาดหุ้นให้เป็นการลงทุนอย่างมีหลักการ
นอกจากผลงานหนังสือแล้ว ดร.นิเวศน์ ยังสละเวลาในการถ่ายทอดความรู้ด้านการลงทุนผ่านช่องทางต่างๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นหนังสือพิมพ์, รายการวิทยุ, รายการโทรทัศน์ และในงานสัมมนาด้านการลงทุน
แม้ ดร.นิเวศน์ จะกล่าวอย่างถ่อมตนว่าท่านทำหน้าที่เป็นเพียง “ผู้จุดตะเกียง” แต่แสงไฟจากตะเกียงของท่านก็ได้นำทางให้นักลงทุนรุ่นต่อๆ มาได้พบกับแสงสว่าง และทำให้หลายต่อหลายคนประสบความสำเร็จจากการลงทุนอย่างงดงาม
ผมเชื่อว่า แสงไฟจากตะเกียงของ ดร.นิเวศน์ จะยังคงสุกสว่างอยู่ในวงการตลาดทุนไทยไปอีกยาวนาน