หน้า 1 จากทั้งหมด 1

“วอร์เร็น บัฟเฟตต์” ชี้ไม่เคยเห็นใครรวยเพราะทองคำ ยกเว้นเจ้า

โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. ส.ค. 01, 2013 7:56 pm
โดย pakapong_u
ฮากลิ้ง! เศรษฐีดัง “วอร์เร็น บัฟเฟตต์” ชี้ ไม่เคยเห็นใครรวยเพราะทองคำ ยกเว้น “เจ้าของเหมือง”
1 สิงหาคม 2556 18:34 น.

เอเจนซีส์/ASTV ผู้จัดการออนไลน์-วอร์เร็น บัฟเฟตต์ นักลงทุนชื่อก้องโลกชาวอเมริกันเผยในวันพุธ (31 ก.ค.) ระบุ มนุษย์บ้าเห่อตีค่าให้กับ “ทองคำ” กันไปเอง ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว โลหะชนิดนี้แทบไม่ก่อให้เกิดความงอกเงยใดๆในทางเศรษฐกิจ พร้อมชี้ ไม่เคยเห็นใครรวยเพราะทองคำ ยกเว้น “เจ้าของเหมือง”

วอร์เร็น เอ็ดเวิร์ด บัฟเฟตต์ ซีอีโอวัย 82 ปีแห่งบริษัท “เบิร์กไชร์ แฮธาเวย์” ซึ่งได้รับการยกย่องว่า เป็นหนึ่งในนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในโลก เปิดใจให้สัมภาษณ์ล่าสุดจากบ้านพักในมลรัฐเนบราสกาโดยระบุ มนุษย์เป็นผู้ที่ไปกำหนดคุณค่าให้กับทองคำเอง และยกย่องเทิดทูนโลหะชนิดนี้จนเลยเถิด โดยบัฟเฟตต์ระบุว่า สิ่งเดียวที่ทองคำทำได้คือ การ “จ้องมองดูมนุษย์” เท่านั้น

บัฟเฟตต์ ซึ่งมีทรัพย์สินในความครอบครองทั้งสิ้น 53,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 1.67 ล้านล้านบาท) ระบุว่า การลงทุนในทองคำของมนุษย์ไม่ได้ก่อให้เกิดความงอกเงยใดๆซึ่งถือเป็นข้อแตกต่างที่ชัดเจนระหว่างการลงทุนในทองคำกับการลงทุนประเภทอื่นๆ

“ใครก็ตามที่อยู่บนดาวอังคาร คงจะต้องเกาศีรษะของพวกเขาด้วยความงุนงงเป็นแน่ หากพวกเขาได้เห็นถึงความบ้าเห่อของมนุษย์บนโลกของเรา ที่หลงไปบูชาเทิดทูนทองคำ ผมไม่เคยเห็นใครร่ำรวยเพราะทองคำ ยกเว้นเจ้าของเหมืองทองคำที่ใช้แรงงานทาสขุดมันขึ้นมาจากพื้นดินในทวีปแอฟริกาหรือที่อื่นๆ ” บัฟเฟตต์กล่าวซ้ำ ถึงข้อคิดที่เขาเคยพูดไว้ตั้งแต่เมื่อปี 1998

ก่อนหน้านี้เมื่อช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา บัฟเฟตต์เคยออกโรงกล่าวโจมตีทองคำมาแล้วครั้งหนึ่ง โดยยืนยันว่าตัวเขาไม่มีแผนจะเข้าลงทุนในทองคำแม้แต่น้อย แม้ราคาทองคำในตลาดโลกจะอยู่ในช่วงขาลง ขณะที่ราคาทองคำจากการซื้อขายล่วงหน้าในตลาดนิวยอร์กได้ปรับลดลงไปแล้วมากกว่า 13 เปอร์เซ็นต์ในปีนี้ พร้อมเผยด้วยว่า ตนเองเคยออกโรงเตือนนักลงทุนทั่วโลกมาแล้ว เกี่ยวกับความเสี่ยงของการเก็งกำไรในทองคำตั้งแต่ 2 ปีก่อน รวมถึง ปรากฏการณ์ที่ผู้คนจำนวนมากพากันแห่กันซื้อทองคำมากักตุนในช่วงที่ราคาทองคำตกต่ำ

ขณะที่สถานีโทรทัศน์ “บลูมเบิร์ก” ของสหรัฐฯ เคยเผยแพร่ผลการสำรวจมุมมองของนักวิเคราะห์จำนวน 38 ราย ทั้งในมหานครนิวยอร์กของสหรัฐฯ, กรุงลอนดอนของสหราชอาณาจักร รวมถึงเขตปกครองพิเศษฮ่องกงของจีนซึ่งกูรูด้านการลงทุนเหล่านี้ต่างลงความเห็นว่า “ช่วงเวลาแห่งชัยชนะ” ของทองคำที่ดำเนินมายาวนานกว่า 12 ปีได้จบสิ้นลงแล้วและการลงทุนในทองคำไม่จัดเป็นตัวเลือกด้านการลงทุนที่คุ้มค่าและปลอดภัยในลำดับต้นๆ อีกต่อไป

Re: “วอร์เร็น บัฟเฟตต์” ชี้ไม่เคยเห็นใครรวยเพราะทองคำ ยกเว้น

โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. ส.ค. 01, 2013 7:57 pm
โดย pakapong_u

Re: “วอร์เร็น บัฟเฟตต์” ชี้ไม่เคยเห็นใครรวยเพราะทองคำ ยกเว้น

โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. ส.ค. 01, 2013 9:55 pm
โดย BLSH
ถ้ามองในแง่การลงทุนแบบ value investment

ทองคำก็เหมือนหุ้นที่มี PER = อนันต์ !! เพราะเป็นสินทรัพย์ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ ไม่มีแม้กระทั่งปันผล

ในแง่ valuation จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่จะหามูลค่าเหมาะสมของทองคำ หรือถ้าใครสามารถประเมินได้ แม้แต่หยาบๆ โปรดช่วยชี้แนะ

ดังนั้นคนที่บอกว่าลงทุนในทองคำ ก็คือนักเก็งกำไรนั่นเอง เพราะเมื่อซื้อ (long) ก็ได้แต่เพียงหวังว่าจะมีคนมาซื้อต่อโดยให้ราคาสูงขึ้น เป็นการรับไม้ต่อ โดยมี economic condition เป็น catalyst ทั้ง บวก และ ลบ

ซึ่งการเก็งกำไรไม่ใช่เรื่องผิด แต่ออกจะอันตรายมาก ถ้าแยกระหว่างการลงทุนกับการเก็งกำไรไม่ขาดจากกัน

ส่วนตัวไม่เคยลงทุนในทองคำเพราะหาราคาพื้นฐานไม่เป็น แม้จะ"พอเข้าใจ"ความสัมพันธ์ระหว่าง ดอกเบี้ย เงินเฟ้อ และราคาทองก็ตาม

แต่สุดท้าย คงไม่สามารถบรรลุเป้าเป็นอิสระทางการเงินได้ถ้าถือทองคำ เพราะวันหนึ่งก็คงต้องขายเพื่อเอาเงินสดมาดำรงค์ชีวิต ซึ่งนั่นคือความแตกต่างจากหุ้น ที่แม้ราคาจะตกตามความผันผวนของตลาด แต่เงินปันผล ในบริษัทที่ดี เป็นสิ่งที่แน่นอน

คหสต นะครับ แค่คิดว่าอยากจะแชร์ในมุมที่ไม่ค่อยเห็นใครพูดกัน

ระมัดระวังและโชคดีในการลงทุนครับ

Re: “วอร์เร็น บัฟเฟตต์” ชี้ไม่เคยเห็นใครรวยเพราะทองคำ ยกเว้น

โพสต์แล้ว: ศุกร์ ส.ค. 02, 2013 8:07 am
โดย tigerroad197
การลงทุนใน ตลาดหุ้น แบบไม่เทรดรายวัน คือ การลงทุน

ส่วนการซื้อทองแท่ง หรือ ทองรูปพรรณ คือ การออม ครับ

ที่จริงเป็นสองเรื่อง สองมุม ที่แตกต่างกัน แต่ปัจจุบันถูกจับมารวมกัน ด้วย อ็อปชั่น โกลด์ฟิวเจอร์ ซึ่งเป็น การเก็งกำไร หรือจะเรียกว่า การพนันที่ถูกกฏหมายรูปแบบหนึ่งก็ว่าได้ครับ

Re: “วอร์เร็น บัฟเฟตต์” ชี้ไม่เคยเห็นใครรวยเพราะทองคำ ยกเว้น

โพสต์แล้ว: ศุกร์ ส.ค. 02, 2013 4:11 pm
โดย nz
BLSH เขียน:ถ้ามองในแง่การลงทุนแบบ value investment
ทองคำก็เหมือนหุ้นที่มี PER = อนันต์ !! เพราะเป็นสินทรัพย์ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ ไม่มีแม้กระทั่งปันผล
เปรียบเปรยได้เห็นภาพเลยครับ :bow:

Re: “วอร์เร็น บัฟเฟตต์” ชี้ไม่เคยเห็นใครรวยเพราะทองคำ ยกเว้น

โพสต์แล้ว: ศุกร์ ส.ค. 02, 2013 5:04 pm
โดย nz
ความคิดเห็นของผมจากการได้อ่านหนังสือมา
คือมันมีทรัพย์สินหลายอย่างให้เราเลือกที่จะเปลี่ยนเงินสดเป็นทรัพย์สินนั้นๆ เช่น หุ้น, ตราสารหนี้, ทองคำ, อสังหาริมทรัพย์, พระเครื่อง, ของสะสม (แม้แต่หุ้นเองเราก็ต้องตามไปดูว่าเขาไปลงทุนในกิจการอะไร)
ทรัพย์สินบางอย่างก็จะเพิ่มมูลค่าในบางช่วงเวลาหรือบางสถานการณ์หรือพูดง่ายๆ ว่าจะต้องจับจังหวะในการเข้าถือครองให้ถูก

การเลือกถือทองคำแทนเงินสดในบางโอกาสก็อาจเป็นทางเลือกที่ดีในบางสถานการณ์ (เช่นในยามที่เกิดภาวะเงินเฟ้อ และหุ้นมี PE สูงอยู่) แต่อย่างไรก็ตามการถือแต่ทองคำแต่เพียงอย่างเดียวเป็นระยะเวลานานๆ คงจะให้ผลตอบแทนสู้หุ้นดีๆไม่ได้

แม้กระทั่งการเลือกหุ้นเอง หากเลือกไม่ถูกตัวซื้อขายไม่ถูกจังหวะ ก็ไม่รวยจริงไหมครับ

ถึงตรงนี้อยากจะบอกว่าการทำความรู้จักในสิ่งที่เรากำลังจะ จ่ายเงินเพื่อหวังว่าในอนาคตมันจะให้ผลตอบแทนมากกว่าที่เราได้จ่ายไป เป็นเรื่องที่สำคัญครับ

Re: “วอร์เร็น บัฟเฟตต์” ชี้ไม่เคยเห็นใครรวยเพราะทองคำ ยกเว้น

โพสต์แล้ว: ศุกร์ ส.ค. 02, 2013 5:47 pm
โดย tigerroad197
อีกมุมหนึ่งที่ไม่ค่อยมีใครพูดถึงก็คือ ธุรกิจร้านทองบ้านเรา กับธุรกิจร้านทองในอเมริกา แตกต่างกันด้วยครับ

บ้านเรา ในแง่ของ ทองคำแท่ง ทองคำรูปพรรณ มีราคาประกาศชัดเจน และมีเปอร์เซ็นต์ที่สูงถึง 96.50%

ในขณะที่ อเมริกา ทองรูปพรรณที่ขายกัน ประมาณ 75% ครับ

และบ้านเรา ราคาทองบวกค่ากำเหน็จ ก็ยังถูกกว่า เมืองนอก ครับ

เพราะ ราคาทองของ อเมริกา เขาถือเป็นงานจิวเวลรี่ ดังนั้น นอกจาก ราคาทองแล้ว ค่ากำเหน็จเขาคิดเท่าตัวจากราคาทองครับ

ราคาทองที่ประกาศตามเวปของ อเมริกา เรียกว่า Spot Gold ครับ เป็นราคาทองกระดาษก็ว่าได้ครับ ไม่ใช่ราคาทองคำจริง ๆ ซึ่งเป็นการเล่นแบบเก็งกำไรล้วน ๆ ครับ

Re: “วอร์เร็น บัฟเฟตต์” ชี้ไม่เคยเห็นใครรวยเพราะทองคำ ยกเว้น

โพสต์แล้ว: ศุกร์ ส.ค. 02, 2013 6:19 pm
โดย leaderinshadow
ผมว่าผมเห็นคนรวยเพราะทองนะ
พวก hedge fund ที่เก็บทองแถวๆ 700-800 เหรียญ
แล้วไปปล่อยของตอนที่คนกำลังตื่นทองแถวๆ 1500-1700 พวกนี้ โกยกำไรไปอื้อเลย


แต่ว่าพวกนี้คงรวยไม่เท่าปู่หรอก

Re: “วอร์เร็น บัฟเฟตต์” ชี้ไม่เคยเห็นใครรวยเพราะทองคำ ยกเว้น

โพสต์แล้ว: ศุกร์ ส.ค. 02, 2013 11:17 pm
โดย anubist
วอร์เร็น เอ็ดเวิร์ด บัฟเฟตต์ ซีอีโอวัย 82 ปีแห่งบริษัท “เบิร์กไชร์ แฮธาเวย์” ซึ่งได้รับการยกย่องว่า เป็นหนึ่งในนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในโลก เปิดใจให้สัมภาษณ์ล่าสุดจากบ้านพักในมลรัฐเนบราสกาโดยระบุ มนุษย์เป็นผู้ที่ไปกำหนดคุณค่าให้กับทองคำเอง และยกย่องเทิดทูนโลหะชนิดนี้จนเลยเถิด โดยบัฟเฟตต์ระบุว่า สิ่งเดียวที่ทองคำทำได้คือ การ “จ้องมองดูมนุษย์” เท่านั้น
แล้วแบงค์กงเต็กที่ที่เฟดทำจาก"อากาศบางๆ"นั้น มนุษย์ให้ค่ากันไปเองรึเปล่า???
หากเงินดอลล่าห์ไม่ได้เป็นเงินตราสกุลสำคัญของโลกที่ใช้เป็นสินทรัพย์อ้างอิงในการหนุนเงินที่ผลิตจากธนาคารกลาง
ไม่ได้เป็นเงินที่ใช้ในการซื้อขายสินค้าระหว่างประเทศ ไม่ได้เป็นเงินตราที่ใช้ในการซื้อน้ำมันหรือcommoditiesอื่นๆ
แต่เป็นเงินตราที่ใช้ในประเทศเล็กๆแบบประเทศไทย มูลค่าเงินดอลล่าห์จะยังคงเท่าปัจจุบันรึเปล่า
จะยังใช้เงิน100$ซื้อน้ำมันได้1บาเรลล์รึเปล่า จะยังซื้อทองได้จำนวนเดิมรึเปล่า

ในความเป็นจริง เงินตราก็เป็นสินค้าอย่างหนึ่งที่ขึ้นๆลงไม่ต่างจากcommodity
มีการเทรดกันทั่วโลก มูลค่าก็ไม่แน่นอน(และเสื่อมค่าในระยะยาว) ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าจะนอนกอดเงินไปเพื่ออะไร
หากไม่สามารถคงpurchasing powerได้ในระยะยาว
การลงทุนในทองก็ไม่ต่างจากการลงทุนในสินทรัพย์ทางกายภาพที่ก่อให้เกิดรายได้อย่างที่ดิน อาคารพานิชย์ให้เช่า
หรือสินทรัพย์ทางการเงินอย่างหุ้น หุ้นกู้ พันธบัตรรัฐบาล
เพราะจุดประสงค์การลงทุนคือการแปลงรายได้ในรูปเงินตราเป็นสินทรัพย์อื่น
เพื่อรักษาpurchasing powerของรายได้ที่เราเก็บออมไว้สำหรับความจำเป็นต่างๆในอนาคต

เงินทอง(หน่ะ)ของมายา ข้าวปลา(หน่ะ)ของจริง

Re: “วอร์เร็น บัฟเฟตต์” ชี้ไม่เคยเห็นใครรวยเพราะทองคำ ยกเว้น

โพสต์แล้ว: ศุกร์ ส.ค. 02, 2013 11:22 pm
โดย anubist
ที่จริงทองคำได้พิสูจน์มูลค่าของตัวเองมาแล้วหลายร้อยปี
ว่าสามารถคงpurchasing powerได้ในระยะยาว
ต่างจากเงินตราสกุลต่างๆที่เราใช้กันอยู่
ที่ไม่สามารถคงpurchasing powerได้ดีเท่ากับทองคำ