สรุป THAIVI Lower North Meeting 5 : 9/6/56
โพสต์แล้ว: จันทร์ มิ.ย. 10, 2013 4:37 pm
THAIVI Lower North Meeting # 5
9/6/56 ณ จังหวัดพิษณุโลก
ขอบคุณพี่ๆ เพื่อนๆ ทุกท่านสำหรับ meeting ครั้งนี้ครับ อบอุ่น สนุก เฮฮา บวกสาระครับ เยี่ยมมากๆ ครับ
สรุปนี้ เป็นการแชร์ความรู้จากน้องๆ ที่ได้ไปอบรม THAIVI รุ่น 3 ได้แก่ ChewyVI และ DOUGH ครับ, ส่วนน้อง Week Trader Nip มาจากเชียงใหม่ ยังไม่ได้เป็นสมาชิกสมาคม แต่ก็แชร์มุมมองการลงทุนให้พวกเราฟังครับ … ขอบคุณน้องๆ ด้วยครับ ยอดเยี่ยมมากๆ
น้องชิว ChewyVI
- การดู mkt cap เทียบหุ้นถูกแพง เช่น ตอนนั้น BH CPALL mkt cap พอๆ กัน แต่ CPALL กำลังขยายสาขา ขณะที่ BH มีเพียงตึกเดียว ถ้าไฟไหม้ก็หมดกัน
- วงจรธุรกิจจะมาเป็นรอบๆ Bank PTT ADVANC คาดว่าต่อไปจะเป็นค้าปลีก
- ความสามารถในการไม่ขายหุ้น จะนำมาซึ่งผลสำเร็จในการเลือกหุ้น
- หุ้นมีไว้ถือ vs หุ้นมีไว้ขาย … น่าจะอยู่ที่ลักษณะของหุ้น และความชำนาญแต่ละบุคคล (พี่บี)
- ควรลงทุนในหุ้นที่โตกว่า GDP ให้คิดว่า ถ้าเงินเดือนเพิ่ม จะซื้ออะไร
- เงินเดือนเพิ่ม พวกได้ประโยชน์ น่าจะเป็น โรงพยาบาล อาหารเสริม ประกันชีวิต รถ บ้าน สปา พวกสบู่ยาสีฟัน คงไม่ได้ประโยชน์มากนัก
- Market Share growth จะได้จากคู่แข่งแบบดั้งเดิม traditional และคู่แข่งปัจจุบัน
- สังเกต CP มักจะไม่ฆ่าเบอร์2 เนื่องจากป้องกันคู่แข่งรายใหม่เข้ามา (พี่ Karn)
- Trend ไทย จะตามเมืองนอก
- Trend ที่กำลังมาแรงคือ เสริมความงาม (พี่ Karn)
- Maga Trend การดูแลสุขภาพ มีบุตรน้อย กินข้าวนอกบ้าน เทคโนโลยี
- การวิเคราะห์ผู้บริหาร ดูว่า Weath หลักของเจ้าของคืออะไร ใช่ธุรกิจที่ทำหรือไม่ มีผลต่อแรงจูงใจ เช่นกลุ่ม Major เป็นเจ้าของแมคโดนัลด์ แต่กำไรดี อาจจะไม่เน้นธุรกิจหลักโรงภาพยนตร์ ?
- พฤติกรรมในอดีตที่ไม่ดี เช่นกลุ่ม SCP, Thaiwire, manywork(แปลไทย)
- โครงการ ESOP/EJIP
- นิสัย VI อยู่จอน้อยๆ อย่าเทรดบ่อย อ่านมากๆ ประวัติศาตร์ซ้ำรอยเสมอ แล้วมันก็จะผ่านไป สำรวจตลาด เที่ยวต่างประเทศ เปิดหูเปิดตา
น้องต้น Week Trader Nip (ไม่ได้เป็นสมาชิกสมาคม)
- อย่ามองอะไรในแง่ดีเกินไป
- มองหุ้นเหมือนการซื้อกิจการ เหมือน ถนนกำลังจะตัดผ่านที่ดิน อะไรจะดี ร้านค้าปลีก? อย่าสนใจตลาดมาก ให้ความสำคัญกับการประเมินมูลค่าและซื้อเมื่อราคามีส่วนลด
- พี่โจเคยเล่าว่า เคยถือ KTC 10 บาท ขายที่ 22 บาท หุ้นจะไปต่อก็ไม่เป็นไร เพราะเราประเมินมูลค่าได้เท่านั้น จะไม่เสี่ยงเกินความรู้
- ดูกราฟเทคนิคช่วยได้ แต่ให้ดูความน่าจะเป็นประกอบ
- หุ้น Turn around น่าสนใจ แต่จังหวะในการซื้อ ให้ดูว่า ออกจากปัญหาได้หรือยัง
- แชร์ case โรจนะ ตอนน้ำท่วม มีแต่ข่าวร้าย บริษัทจะถอนการลงทุน แต่ไปเช็คจริงๆ ย้ายออกไม่กี่ราย
- Beauty พีอี 40 ทำไมกล้าซื้อ ถ้าเทียบตลาดเครื่องสำอางรวม (รวมขายตรง) จะโตเพียง 8-9% อาจจะดูไม่น่าสนใจ แต่ถ้าเทียบเฉพาะตลาดร้านค้าปลีกโตถึง 25%
- การลงทุนควรจะ focus และรู้ให้จริง เช่น เราต้องรู้ข้อมูลทุกระดับ ตั้งแต่พนักงานระดับล่าง ระดับกลาง ผู้บริหาร การสำรวจตลาดหน้างาน
- หุ้นบางตัวเช่น True อาจจะมีหนี้เยอะ แต่ถ้าสามารถจัดการหนี้ได้(เช่นตั้งกองทุน) ก็มีโอกาส Turn
- สรุปคือ ให้ดูบริษัทที่มีความสามารถในการแข่งขัน
น้องโน้ต DOUGH
- การวัดมูลค่าอสังหาเพื่อการลงทุนมี 2 วิธี คือวิธีทุนและวิธียุติธรรม บางทีอาจจะส่งผลให้กำไรหลอกเราได้ เช่น case SF บันทึกด้วยวิธียุติธรรม กำไรจะโดด
- การวิเคราะห์งบแบ่งได้สองแบบ
1 วิธีย่อส่วนแนวดิ่ง เป็นการเทียบสัดส่วนกับสินทรัพย์จะทำให้พอทราบโครงสร้างของงบว่า ส่วนใดสำคัญ เช่น Case วาโก้ สัดส่วนหลักไปอยู่ที่เงินลงทุนชั่วคราวและเงินลงทุนเผื่อขาย แสดงว่าบริษัทนี้เขี้ยวกับผู้ถือหุ้นมาก, ธุรกิจแบบโรงงานก็ควรมีสัดส่วน ที่ดิน อาคาร อุปกรณ์มากที่สุด ,Case เซอร์คิท มีลูกหนี้การค้า 63% พอลองไปแยกประเภทลูกหนี้ พบว่ามากกว่า 6 เดือนเยอะมาก แบบนี้คงไม่รอด
2 วิเคราะห์แนวโน้ม เทียบแต่ละปีดู Trend เช่น ยอดขาย กำไร, Hmpro 11 ปี เริ่มโตช้าลง
- เวลาดูงบถ้าอะไรที่เกิดขึ้นปีเดียว น่าจะลองติดตาม เช่น Case RS มีค่าเผื่อสินค้าเสื่อมสภาพ ซึ่งเกิดขึ้นปีเดียวแสดงขาดทุน ปีหน้าก็จะไม่มีแล้ว
- กระแสเงินสดจ่ายจากการลงทุน มี 2 แบบ รักษาสภาพธุรกิจ กับ ขยายธุรกิจ เลือกธุรกิจที่ลงทุนแบบขยายธุรกิจจะดีกว่า
- กับดักปันผล เช่น GC ปันผลเยอะมาก แต่กู้มาจ่าย แบบนี้ไม่ดี
9/6/56 ณ จังหวัดพิษณุโลก
ขอบคุณพี่ๆ เพื่อนๆ ทุกท่านสำหรับ meeting ครั้งนี้ครับ อบอุ่น สนุก เฮฮา บวกสาระครับ เยี่ยมมากๆ ครับ
สรุปนี้ เป็นการแชร์ความรู้จากน้องๆ ที่ได้ไปอบรม THAIVI รุ่น 3 ได้แก่ ChewyVI และ DOUGH ครับ, ส่วนน้อง Week Trader Nip มาจากเชียงใหม่ ยังไม่ได้เป็นสมาชิกสมาคม แต่ก็แชร์มุมมองการลงทุนให้พวกเราฟังครับ … ขอบคุณน้องๆ ด้วยครับ ยอดเยี่ยมมากๆ
น้องชิว ChewyVI
- การดู mkt cap เทียบหุ้นถูกแพง เช่น ตอนนั้น BH CPALL mkt cap พอๆ กัน แต่ CPALL กำลังขยายสาขา ขณะที่ BH มีเพียงตึกเดียว ถ้าไฟไหม้ก็หมดกัน
- วงจรธุรกิจจะมาเป็นรอบๆ Bank PTT ADVANC คาดว่าต่อไปจะเป็นค้าปลีก
- ความสามารถในการไม่ขายหุ้น จะนำมาซึ่งผลสำเร็จในการเลือกหุ้น
- หุ้นมีไว้ถือ vs หุ้นมีไว้ขาย … น่าจะอยู่ที่ลักษณะของหุ้น และความชำนาญแต่ละบุคคล (พี่บี)
- ควรลงทุนในหุ้นที่โตกว่า GDP ให้คิดว่า ถ้าเงินเดือนเพิ่ม จะซื้ออะไร
- เงินเดือนเพิ่ม พวกได้ประโยชน์ น่าจะเป็น โรงพยาบาล อาหารเสริม ประกันชีวิต รถ บ้าน สปา พวกสบู่ยาสีฟัน คงไม่ได้ประโยชน์มากนัก
- Market Share growth จะได้จากคู่แข่งแบบดั้งเดิม traditional และคู่แข่งปัจจุบัน
- สังเกต CP มักจะไม่ฆ่าเบอร์2 เนื่องจากป้องกันคู่แข่งรายใหม่เข้ามา (พี่ Karn)
- Trend ไทย จะตามเมืองนอก
- Trend ที่กำลังมาแรงคือ เสริมความงาม (พี่ Karn)
- Maga Trend การดูแลสุขภาพ มีบุตรน้อย กินข้าวนอกบ้าน เทคโนโลยี
- การวิเคราะห์ผู้บริหาร ดูว่า Weath หลักของเจ้าของคืออะไร ใช่ธุรกิจที่ทำหรือไม่ มีผลต่อแรงจูงใจ เช่นกลุ่ม Major เป็นเจ้าของแมคโดนัลด์ แต่กำไรดี อาจจะไม่เน้นธุรกิจหลักโรงภาพยนตร์ ?
- พฤติกรรมในอดีตที่ไม่ดี เช่นกลุ่ม SCP, Thaiwire, manywork(แปลไทย)
- โครงการ ESOP/EJIP
- นิสัย VI อยู่จอน้อยๆ อย่าเทรดบ่อย อ่านมากๆ ประวัติศาตร์ซ้ำรอยเสมอ แล้วมันก็จะผ่านไป สำรวจตลาด เที่ยวต่างประเทศ เปิดหูเปิดตา
น้องต้น Week Trader Nip (ไม่ได้เป็นสมาชิกสมาคม)
- อย่ามองอะไรในแง่ดีเกินไป
- มองหุ้นเหมือนการซื้อกิจการ เหมือน ถนนกำลังจะตัดผ่านที่ดิน อะไรจะดี ร้านค้าปลีก? อย่าสนใจตลาดมาก ให้ความสำคัญกับการประเมินมูลค่าและซื้อเมื่อราคามีส่วนลด
- พี่โจเคยเล่าว่า เคยถือ KTC 10 บาท ขายที่ 22 บาท หุ้นจะไปต่อก็ไม่เป็นไร เพราะเราประเมินมูลค่าได้เท่านั้น จะไม่เสี่ยงเกินความรู้
- ดูกราฟเทคนิคช่วยได้ แต่ให้ดูความน่าจะเป็นประกอบ
- หุ้น Turn around น่าสนใจ แต่จังหวะในการซื้อ ให้ดูว่า ออกจากปัญหาได้หรือยัง
- แชร์ case โรจนะ ตอนน้ำท่วม มีแต่ข่าวร้าย บริษัทจะถอนการลงทุน แต่ไปเช็คจริงๆ ย้ายออกไม่กี่ราย
- Beauty พีอี 40 ทำไมกล้าซื้อ ถ้าเทียบตลาดเครื่องสำอางรวม (รวมขายตรง) จะโตเพียง 8-9% อาจจะดูไม่น่าสนใจ แต่ถ้าเทียบเฉพาะตลาดร้านค้าปลีกโตถึง 25%
- การลงทุนควรจะ focus และรู้ให้จริง เช่น เราต้องรู้ข้อมูลทุกระดับ ตั้งแต่พนักงานระดับล่าง ระดับกลาง ผู้บริหาร การสำรวจตลาดหน้างาน
- หุ้นบางตัวเช่น True อาจจะมีหนี้เยอะ แต่ถ้าสามารถจัดการหนี้ได้(เช่นตั้งกองทุน) ก็มีโอกาส Turn
- สรุปคือ ให้ดูบริษัทที่มีความสามารถในการแข่งขัน
น้องโน้ต DOUGH
- การวัดมูลค่าอสังหาเพื่อการลงทุนมี 2 วิธี คือวิธีทุนและวิธียุติธรรม บางทีอาจจะส่งผลให้กำไรหลอกเราได้ เช่น case SF บันทึกด้วยวิธียุติธรรม กำไรจะโดด
- การวิเคราะห์งบแบ่งได้สองแบบ
1 วิธีย่อส่วนแนวดิ่ง เป็นการเทียบสัดส่วนกับสินทรัพย์จะทำให้พอทราบโครงสร้างของงบว่า ส่วนใดสำคัญ เช่น Case วาโก้ สัดส่วนหลักไปอยู่ที่เงินลงทุนชั่วคราวและเงินลงทุนเผื่อขาย แสดงว่าบริษัทนี้เขี้ยวกับผู้ถือหุ้นมาก, ธุรกิจแบบโรงงานก็ควรมีสัดส่วน ที่ดิน อาคาร อุปกรณ์มากที่สุด ,Case เซอร์คิท มีลูกหนี้การค้า 63% พอลองไปแยกประเภทลูกหนี้ พบว่ามากกว่า 6 เดือนเยอะมาก แบบนี้คงไม่รอด
2 วิเคราะห์แนวโน้ม เทียบแต่ละปีดู Trend เช่น ยอดขาย กำไร, Hmpro 11 ปี เริ่มโตช้าลง
- เวลาดูงบถ้าอะไรที่เกิดขึ้นปีเดียว น่าจะลองติดตาม เช่น Case RS มีค่าเผื่อสินค้าเสื่อมสภาพ ซึ่งเกิดขึ้นปีเดียวแสดงขาดทุน ปีหน้าก็จะไม่มีแล้ว
- กระแสเงินสดจ่ายจากการลงทุน มี 2 แบบ รักษาสภาพธุรกิจ กับ ขยายธุรกิจ เลือกธุรกิจที่ลงทุนแบบขยายธุรกิจจะดีกว่า
- กับดักปันผล เช่น GC ปันผลเยอะมาก แต่กู้มาจ่าย แบบนี้ไม่ดี