การเปิดเสรีทางการค้าระหว่างไทยและออสเตรเลีย
โพสต์แล้ว: จันทร์ ก.ค. 19, 2004 11:41 pm
การเปิดเสรีทางการค้าระหว่างไทยและออสเตรเลีย ทำให้ทาง BAT-3K ตั้งเป้าที่จะขยายช่องทางส่งออกไปยังประเทศออสเตรเลียมากขึ้น
บทวิเคราะห์จากกิมเอง
บมจ.ไทยสโตเรจแบตเตอรี่
BAT-3K <55.00 บาท>
คำแนะนำ
ใหม่ : ซื้อลงทุน
ก่อนหน้านี้ : ซื้อลงทุน
เป้าหมาย : 78.00 บาท
คาดผลประกอบการไตรมาสสองจะยังอยู่ในเกณฑ์ดี แม้ว่าจะถูกระทบจากราคาตะกั่วสูง
บมจ.ไทยสโตเรจแบตเตอรี่ (BAT-3K) เราคาดหมายว่าจะประกาศผลประกอบการไตรมาสสองที่ปรับตัวดีขึ้นเป็น 41 ล้านบาท (กำไรต่อหุ้น 2.06 บาท) ขยายตัวเพิ่มขึ้น 4% จากไตรมาสก่อน และ 29% จากปีก่อน แม้ว่าในไตรมาสสองจะยังได้รับผลกระทบจาก ราคาวัตถุดิบที่สำคัญคือ ตะกั่วบริสุทธิ์ซึ่งคิดเป็น 25% ของต้นทุนวัตถุดิบยังอยู่ในระดับสูง เนื่องจาก BAT-3K มีการปรับราคาขายเพิ่มขึ้น 6% ในเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา หลังจากที่มีการปรับราคาขายเพิ่มขึ้น 6% ในไตรมาสแรก ส่วนยอดขายยังมีแนวโน้มที่จะเติบโตต่อเนื่องจากไตรมาสแรก
เมื่อเร็วๆนี้ทาง BAT-3K ได้ออกแถลงข่าวถึงการขยายกำลังการผลิตแบตเตอรี่เพิ่มขึ้นจาก 2 แสนลูก/เดือน เพิ่มเป็น 2.5 แสนลูก/เดือน เริ่มในไตรมาสสาม และ จะเพิ่มขึ้นเป็น 3 แสนลูก/เดือน ภายในสิ้นปีนี้ หรือ คิดเป็นเพิ่มขึ้น 50% เพื่อรองรับกับความต้องการของตลาดที่เพิ่มขึ้น จากปัจจุบัน BAT-3K เน้นตลาดทดแทนซึ่งมีกำไรดีกว่าตลาดแรก ดังนั้น เราจึงคาดหมายว่า BAT-3K จะได้ประโยชน์สูงจากภาวะที่ตลาดรถยนต์มีการขยายตัวสูงในอดีต ซึ่งในรอบ 5 ปีที่ผ่านมาตลาดรถยนต์ขยายตัวเฉลี่ยถึง 29% ต่อปี เพราะ แบตเตอรี่จะมีอายุประมาณ 2-3 ปี ก็จะจึงกำหนดที่จะต้องมีการเปลี่ยนลูกใหม่ทดแทน สำหรับแนวโน้มในปี 2547 ผู้บริหารของ BAT-3K ประเมินว่ายอดขายจะประมาณ 2,000 ล้านบาท หรือ ขยายตัวประมาณ 13% จากปีก่อน
ปัจจุบันราคาหุ้น BAT-3K สามารถดีดขึ้นจากจุดต่ำสุดในกลางเดือน พ.ค. ขึ้นมาประมาณ 15% โดยยังซื้อขายที่ P/E ปี 2547 ที่ต่ำเพียง 8.4 เท่า, EV/EBITDA 4.1 เท่า และ ซื้อขายต่ำกว่ามูลค่าตามบัญชีซึ่งอยู่ที่ 65 บาท รวมถึง BAT-3K ยังเป็นหุ้นที่มีฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง คือ มีภาระหนี้สินสุทธิต่อทุน (Gearing) ที่เกือบเท่าศูนย์ เรายังประเมินราคาเหมาะสมที่ 78 บาท หรือ ซื้อขายที่ P/E ประมาณ 12 เท่า แต่หุ้นไม่ค่อยมีสภาพคล่อง ดังนั้น เราจึงคงคำแนะนำ "ซื้อลงทุน"
แถลงข่าวขยายกำลังการผลิตอีก 50%
ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา BAT-3K ได้แถลงข่าวขยายกำลังการผลิตแบตเตอรี่ ซึ่งในไตรมาส 4/46 ทาง BAT-3K ได้ลงทุนซื้อที่ดินและเครื่องจักรจำนวน 200 ล้านบาท เพื่อขยายกำลังการผลิตแบตเตอรี่จาก 2 แสนลูก/เดือน เพิ่มเป็น 2.5 แสนลูก/เดือน เริ่มในไตรมาสสาม และ จะเพิ่มขึ้นเป็น 3 แสนลูก/เดือน ภายในสิ้นปีนี้ หรือ คิดเป็นเพิ่มขึ้น 50% เพื่อรองรับกับความต้องการของตลาดที่เพิ่มขึ้น
ในปีนี้ทาง BAT-3K ประเมินว่ายอดขายปีนี้จะเท่ากับ 2,000 ล้านบาท หรือ ขยายตัวประมาณ 13% จากปีก่อน เทียบกับตลาดแบตเตอรี่รวมที่ขยายตัวประมาณ 12-15% โดย BAT-3K ยังมีส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับสองเท่ากับ 27% เป็น รองจาก GS Battery ที่มีส่วนแบ่งตลาดอันดับหนึ่งเท่ากับ 35%
เพื่อเป็นการส่งเสริมการขายทาง BAT-3K ยังได้ออกโปรโมชั่น บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมงทั่วไทย ที่จะให้บริการลากรถยนต์แก่ลูกค้าที่ใช้แบตเตอรี่ของ 3 เค ทุกรุ่น
ปัจจุบันประมาณ 50% ของยอดขายจะส่งออกไป 40 ประเทศทั่วโลก โดยตลาดหลักคือ ตะวันออกกลาง อินโดจีน การเปิดเสรีทางการค้าระหว่างไทยและออสเตรเลีย ทำให้ทาง BAT-3K ตั้งเป้าที่จะขยายช่องทางส่งออกไปยังประเทศออสเตรเลียมากขึ้น
เตรียมเพิ่มราคาขายอีก 6% หากต้นทุนตะกั่วยังอยู่ในระดับสูง
ตะกั่วบริสุทธิ์นับว่าเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตแบตเตอรี่ คิดเป็นประมาณ 25% ของต้นทุนการผลิต ซึ่งราคาปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 750-900 เหรียญ/ตัน ปรับเพิ่มขึ้นจากราคาเฉลี่ยไตรมาส 4/46 อยู่ที่ประมาณ 600 เหรียญ/ตัน ทำให้ทาง BAT-3K ได้ประกาศปรับเพิ่มขึ้นราคาขาย 2 ครั้ง คือ ในช่วงต้นปี 6% และ ในเดือน พ.ค. อีก 6% รวมเป็นปรับเพิ่ม 12% และ ในอีก 1-2 เดือนข้างหน้าทาง BAT-3K เตรียมที่จะประกาศปรับขึ้นราคาแบตเตอรี่อีกประมาณ 6% หากราคาตะกั่วบริสุทธิ์ในตลาดโลกยังอยู่ในระดับสูง ซึ่งทาง BAT-3K ตั้งเป้าหมายอัตรากำไรขึ้นต้นในปีนี้จะเท่ากับ 27% เทียบกับปีก่อนที่มีอัตรากำไรขั้นต้นเท่ากับ 26%
Source : The London Metal Exchange Limited
คาดผลประกอบการไตรมาสสองจะยังอยู่ในเกณฑ์ดี
เราประเมินว่า BAT-3K จะเริ่มเก็บเกี่ยวประโยชน์จากการเติบโตของรถยนต์สูงในอดีตที่ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาตลาดรถยนต์รวมขยายตัวเฉลี่ยสูงถึง 29% ต่อปี ซึ่งตลาดหลักของ BAT-3K จะเน้นตลาดทดแทนซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นสูงกว่าตลาดแรก และ อายุแบตเตอรี่จะประมาณ 2-3 ปี จากผลดังกล่าวเราประเมินว่ายอดขายในไตรมาสสองจะยังขยายตัวต่อเนื่องจากไตรมาสแรก โดยเราประเมินว่ายอดขายของ BAT-3K ประมาณ 560 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% จากไตรมาสก่อน และ 33% จากปีก่อน
แม้ว่าราคาตะกั่วในไตรมาสสองจะยังทรงตัวในระดับสูง แต่การที่ BAT-3K สามารถปรับราคาขึ้นได้อีก 6% ในเดือน พ.ค. ที่ผ่านมาเราคาดหมายว่าอัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาสสองจะทรงตัวจากไตรมาสแรกซึ่งอยู่ที่ 26.4% ปรับลดลงจากปีก่อนเล็กน้อยซึ่งอยู่ที่ 26.7%
รวมแล้วเราประเมินว่าในไตรมาสสอง BAT-3K จะมีกำไรสุทธิเท่ากับ 41 ล้านบาท (กำไรต่อหุ้น 2.06 บาท) ขยายตัวเพิ่มขึ้น 4% จากไตรมาสก่อน และ 29% จากปีก่อน
สำหรับงวด 6 เดือนแรกเราประเมินว่าจะมีกำไรสุทธิเท่ากับ 81 ล้านบาท (กำไรต่อหุ้น 4.04 บาท) ขยายตัวเพิ่มขึ้น 31% โดยกำไรจำนวน 81 ล้านบาท คิดเป็น 62% ของประมาณการทั้งปีของเรา ในขณะที่ปกติแล้วธุรกิจของ BAT-3K จะมียอดขายสูงในช่วงครึ่งปีหลัง โดยเฉพาะในไตรมาสสี่ซึ่งถือว่าเป็นฤดูขาย คือ ยอดขายในไตรมาสสี่จะคิดเป็นประมาณ 44-46% ของยอดขาย 9 เดือนแรก ดังนั้น ภายหลังที่ BAT-3K มีการประกาศผลประกอบการเราจะมีการปรับประมาณการขึ้นอีกครั้ง
บทวิเคราะห์จากกิมเอง
บมจ.ไทยสโตเรจแบตเตอรี่
BAT-3K <55.00 บาท>
คำแนะนำ
ใหม่ : ซื้อลงทุน
ก่อนหน้านี้ : ซื้อลงทุน
เป้าหมาย : 78.00 บาท
คาดผลประกอบการไตรมาสสองจะยังอยู่ในเกณฑ์ดี แม้ว่าจะถูกระทบจากราคาตะกั่วสูง
บมจ.ไทยสโตเรจแบตเตอรี่ (BAT-3K) เราคาดหมายว่าจะประกาศผลประกอบการไตรมาสสองที่ปรับตัวดีขึ้นเป็น 41 ล้านบาท (กำไรต่อหุ้น 2.06 บาท) ขยายตัวเพิ่มขึ้น 4% จากไตรมาสก่อน และ 29% จากปีก่อน แม้ว่าในไตรมาสสองจะยังได้รับผลกระทบจาก ราคาวัตถุดิบที่สำคัญคือ ตะกั่วบริสุทธิ์ซึ่งคิดเป็น 25% ของต้นทุนวัตถุดิบยังอยู่ในระดับสูง เนื่องจาก BAT-3K มีการปรับราคาขายเพิ่มขึ้น 6% ในเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา หลังจากที่มีการปรับราคาขายเพิ่มขึ้น 6% ในไตรมาสแรก ส่วนยอดขายยังมีแนวโน้มที่จะเติบโตต่อเนื่องจากไตรมาสแรก
เมื่อเร็วๆนี้ทาง BAT-3K ได้ออกแถลงข่าวถึงการขยายกำลังการผลิตแบตเตอรี่เพิ่มขึ้นจาก 2 แสนลูก/เดือน เพิ่มเป็น 2.5 แสนลูก/เดือน เริ่มในไตรมาสสาม และ จะเพิ่มขึ้นเป็น 3 แสนลูก/เดือน ภายในสิ้นปีนี้ หรือ คิดเป็นเพิ่มขึ้น 50% เพื่อรองรับกับความต้องการของตลาดที่เพิ่มขึ้น จากปัจจุบัน BAT-3K เน้นตลาดทดแทนซึ่งมีกำไรดีกว่าตลาดแรก ดังนั้น เราจึงคาดหมายว่า BAT-3K จะได้ประโยชน์สูงจากภาวะที่ตลาดรถยนต์มีการขยายตัวสูงในอดีต ซึ่งในรอบ 5 ปีที่ผ่านมาตลาดรถยนต์ขยายตัวเฉลี่ยถึง 29% ต่อปี เพราะ แบตเตอรี่จะมีอายุประมาณ 2-3 ปี ก็จะจึงกำหนดที่จะต้องมีการเปลี่ยนลูกใหม่ทดแทน สำหรับแนวโน้มในปี 2547 ผู้บริหารของ BAT-3K ประเมินว่ายอดขายจะประมาณ 2,000 ล้านบาท หรือ ขยายตัวประมาณ 13% จากปีก่อน
ปัจจุบันราคาหุ้น BAT-3K สามารถดีดขึ้นจากจุดต่ำสุดในกลางเดือน พ.ค. ขึ้นมาประมาณ 15% โดยยังซื้อขายที่ P/E ปี 2547 ที่ต่ำเพียง 8.4 เท่า, EV/EBITDA 4.1 เท่า และ ซื้อขายต่ำกว่ามูลค่าตามบัญชีซึ่งอยู่ที่ 65 บาท รวมถึง BAT-3K ยังเป็นหุ้นที่มีฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง คือ มีภาระหนี้สินสุทธิต่อทุน (Gearing) ที่เกือบเท่าศูนย์ เรายังประเมินราคาเหมาะสมที่ 78 บาท หรือ ซื้อขายที่ P/E ประมาณ 12 เท่า แต่หุ้นไม่ค่อยมีสภาพคล่อง ดังนั้น เราจึงคงคำแนะนำ "ซื้อลงทุน"
แถลงข่าวขยายกำลังการผลิตอีก 50%
ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา BAT-3K ได้แถลงข่าวขยายกำลังการผลิตแบตเตอรี่ ซึ่งในไตรมาส 4/46 ทาง BAT-3K ได้ลงทุนซื้อที่ดินและเครื่องจักรจำนวน 200 ล้านบาท เพื่อขยายกำลังการผลิตแบตเตอรี่จาก 2 แสนลูก/เดือน เพิ่มเป็น 2.5 แสนลูก/เดือน เริ่มในไตรมาสสาม และ จะเพิ่มขึ้นเป็น 3 แสนลูก/เดือน ภายในสิ้นปีนี้ หรือ คิดเป็นเพิ่มขึ้น 50% เพื่อรองรับกับความต้องการของตลาดที่เพิ่มขึ้น
ในปีนี้ทาง BAT-3K ประเมินว่ายอดขายปีนี้จะเท่ากับ 2,000 ล้านบาท หรือ ขยายตัวประมาณ 13% จากปีก่อน เทียบกับตลาดแบตเตอรี่รวมที่ขยายตัวประมาณ 12-15% โดย BAT-3K ยังมีส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับสองเท่ากับ 27% เป็น รองจาก GS Battery ที่มีส่วนแบ่งตลาดอันดับหนึ่งเท่ากับ 35%
เพื่อเป็นการส่งเสริมการขายทาง BAT-3K ยังได้ออกโปรโมชั่น บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมงทั่วไทย ที่จะให้บริการลากรถยนต์แก่ลูกค้าที่ใช้แบตเตอรี่ของ 3 เค ทุกรุ่น
ปัจจุบันประมาณ 50% ของยอดขายจะส่งออกไป 40 ประเทศทั่วโลก โดยตลาดหลักคือ ตะวันออกกลาง อินโดจีน การเปิดเสรีทางการค้าระหว่างไทยและออสเตรเลีย ทำให้ทาง BAT-3K ตั้งเป้าที่จะขยายช่องทางส่งออกไปยังประเทศออสเตรเลียมากขึ้น
เตรียมเพิ่มราคาขายอีก 6% หากต้นทุนตะกั่วยังอยู่ในระดับสูง
ตะกั่วบริสุทธิ์นับว่าเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตแบตเตอรี่ คิดเป็นประมาณ 25% ของต้นทุนการผลิต ซึ่งราคาปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 750-900 เหรียญ/ตัน ปรับเพิ่มขึ้นจากราคาเฉลี่ยไตรมาส 4/46 อยู่ที่ประมาณ 600 เหรียญ/ตัน ทำให้ทาง BAT-3K ได้ประกาศปรับเพิ่มขึ้นราคาขาย 2 ครั้ง คือ ในช่วงต้นปี 6% และ ในเดือน พ.ค. อีก 6% รวมเป็นปรับเพิ่ม 12% และ ในอีก 1-2 เดือนข้างหน้าทาง BAT-3K เตรียมที่จะประกาศปรับขึ้นราคาแบตเตอรี่อีกประมาณ 6% หากราคาตะกั่วบริสุทธิ์ในตลาดโลกยังอยู่ในระดับสูง ซึ่งทาง BAT-3K ตั้งเป้าหมายอัตรากำไรขึ้นต้นในปีนี้จะเท่ากับ 27% เทียบกับปีก่อนที่มีอัตรากำไรขั้นต้นเท่ากับ 26%
Source : The London Metal Exchange Limited
คาดผลประกอบการไตรมาสสองจะยังอยู่ในเกณฑ์ดี
เราประเมินว่า BAT-3K จะเริ่มเก็บเกี่ยวประโยชน์จากการเติบโตของรถยนต์สูงในอดีตที่ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาตลาดรถยนต์รวมขยายตัวเฉลี่ยสูงถึง 29% ต่อปี ซึ่งตลาดหลักของ BAT-3K จะเน้นตลาดทดแทนซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นสูงกว่าตลาดแรก และ อายุแบตเตอรี่จะประมาณ 2-3 ปี จากผลดังกล่าวเราประเมินว่ายอดขายในไตรมาสสองจะยังขยายตัวต่อเนื่องจากไตรมาสแรก โดยเราประเมินว่ายอดขายของ BAT-3K ประมาณ 560 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% จากไตรมาสก่อน และ 33% จากปีก่อน
แม้ว่าราคาตะกั่วในไตรมาสสองจะยังทรงตัวในระดับสูง แต่การที่ BAT-3K สามารถปรับราคาขึ้นได้อีก 6% ในเดือน พ.ค. ที่ผ่านมาเราคาดหมายว่าอัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาสสองจะทรงตัวจากไตรมาสแรกซึ่งอยู่ที่ 26.4% ปรับลดลงจากปีก่อนเล็กน้อยซึ่งอยู่ที่ 26.7%
รวมแล้วเราประเมินว่าในไตรมาสสอง BAT-3K จะมีกำไรสุทธิเท่ากับ 41 ล้านบาท (กำไรต่อหุ้น 2.06 บาท) ขยายตัวเพิ่มขึ้น 4% จากไตรมาสก่อน และ 29% จากปีก่อน
สำหรับงวด 6 เดือนแรกเราประเมินว่าจะมีกำไรสุทธิเท่ากับ 81 ล้านบาท (กำไรต่อหุ้น 4.04 บาท) ขยายตัวเพิ่มขึ้น 31% โดยกำไรจำนวน 81 ล้านบาท คิดเป็น 62% ของประมาณการทั้งปีของเรา ในขณะที่ปกติแล้วธุรกิจของ BAT-3K จะมียอดขายสูงในช่วงครึ่งปีหลัง โดยเฉพาะในไตรมาสสี่ซึ่งถือว่าเป็นฤดูขาย คือ ยอดขายในไตรมาสสี่จะคิดเป็นประมาณ 44-46% ของยอดขาย 9 เดือนแรก ดังนั้น ภายหลังที่ BAT-3K มีการประกาศผลประกอบการเราจะมีการปรับประมาณการขึ้นอีกครั้ง