หน้า 1 จากทั้งหมด 2

ฉัตรชัย วงแก้วเจริญวิเคราะห์หุ้น 'รวย'! จากงบการเงิน

โพสต์แล้ว: จันทร์ ต.ค. 22, 2012 8:38 am
โดย pakapong_u
ฉัตรชัย วงแก้วเจริญวิเคราะห์หุ้น 'รวย'! จากงบการเงิน
Source - เว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ (Th)

Monday, October 22, 2012 06:11


อยากเล่นหุ้นได้กำไรต้องอ่านงบการเงินให้ 'ขาดกระจุย' ฉัตรชัย วงแก้วเจริญ เซียนหุ้น VI เจ้าของพอร์ต เลข '9 หลัก' ในอดีตเคยถือหุ้น WG ตัวเดียว นาน 8 ปี ซื้อ 14 ขาย 60 บาท โกยกำไรกระเป๋าตุง

ฉัตรชัย วงแก้วเจริญ เซียนหุ้นวีไอ วัย 44 ปี เป็นที่ร่ำลือว่ามีความสามารถในการ "ถอดงบการเงิน" เป็นเลิศ เขามีข้อได้เปรียบตรงที่ว่าเคยผ่านงานธนาคารต้องวิเคราะห์สินเชื่อลูกค้าว่ามีกำลังผ่อนชำระคืนแบงก์ได้หรือไม่ เขานำประสบการณ์ตรงนั้นบวกกับความรู้ที่ร่ำเรียนมาวิเคราะห์งบการเงินของบริษัทในอนาคต 3-5 ปีข้างหน้า ความสามารถนี้เองที่ทำให้เขาสร้างผลตอบแทนในตลาดหุ้นได้อย่างงดงาม

เขาเล่าว่า หลังจากค้นพบแนวทางของตัวเอง การเล่นหุ้นก็เริ่มได้กำไรเป็น กอบเป็นกำ ในอดีตเคยมีประสบการณ์ "ถือหุ้น ตัวเดียว" นานถึง 8 ปี คือ หุ้นไว้ท์กรุ๊ป (WG)โดยใช้ซื้อภรรยา (มยุรี วงแก้วเจริญ) ซื้อตอนปี 2544 เหตุผลที่ชอบหุ้นตัวนี้ เพราะมีกระแสเงินสดดี ซื้อหุ้น WG มาในราคา 13-14 บาท ขายไปตอนราคา 60 บาท (ปัจจุบันราคา 81-82 บาท) เพื่อไปซื้อหุ้น ตัวอื่นที่คิดว่าดีกว่า เฉพาะเงินปันผลอย่างเดียว ก็ "คืนทุน" หมดแล้ว ปีแรกๆ ซื้อราคา 13 บาท ปันผล 1 บาท ซึ่งปันผลของบริษัทปรับตัวเพิ่มขึ้นทุกปี จนปีหลังๆ จ่ายปันผลสูงถึง หุ้นละ 4 บาท

นอกจากกระแสเงินสดดีแล้ว หุ้นตัวนี้ผลประกอบการเติบโตสม่ำเสมอ เนื่องจาก ไว้ท์กรุ๊ปมีสูตรเคมีภัณฑ์เฉพาะเป็นของตัวเอง ลูกค้าอยากได้แบบไหนบริษัททำได้หมด ทำให้มีความสามารถในการแข่งขันดีมากเมื่อเทียบกับคู่แข่ง ที่สำคัญสมัยก่อนบริษัทนี้ ยังมีธุรกิจอื่นเสริมโดยเฉพาะธุรกิจโกดังให้ลูกค้าเช่าเป็นคลังสินค้า และมีสำนักงานให้เช่าแถวเอกมัย ทำให้เขามีกระแสเงินสด และมีมาร์จิ้นที่ดีขึ้น เพราะตึกมันลงทุนไปแล้ว สามารถรับรู้รายได้ค่าเช่าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งธุรกิจ ทั้งหมดทำให้ไว้ท์กรุ๊ป มีกำไรต่อหุ้นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ช่วงที่เก็บหุ้น WG บริษัทนี้ยังไม่มีใครรู้จัก

ความแตกต่างจากเซียนหุ้นทั่วไป ฉัตรชัยจะทุ่มเงินลงทุนทั้งหมดในหุ้นที่เขามั่นใจเพียงไม่กี่ตัว เรียกว่า "จัดเต็ม" แบบไม่กลัวเสี่ยง...ถ้าเขามั่นใจ ปัจจุบันเขาถือหุ้นเพียงแค่ 2 ตัว โดยหุ้นตัวแรกถือ 90% ของพอร์ต อีกตัวถือ 10% ของพอร์ต

"ผมลงทุนไม่เหมือนคนอื่นเป็นคนซื้อหุ้นยากมาก ในรอบ 10 กว่าปีมานี้ถือหุ้นไม่กี่ตัว คนอื่นเขาเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาแต่ผมจะถือหุ้นไปจนกว่าจะถึงเกณฑ์ที่ตั้งเอาไว้ ในอดีตเคย ถือหุ้นมากที่สุดแค่ 4 หุ้น ผมมันพวก "สเปกเยอะ" ถ้ามั่นใจตัวไหนผม "จัดเต็ม" อย่างตอนนี้มีหุ้นอยู่ในมือแค่ 2 ตัว ใครเป็นมาร์เก็ตติ้งผมไม่ค่อยได้ค่าคอมมิชชั่นเท่าไร"

แม้ฉัตรชัยจะไม่ยอมเปิดเผยรายชื่อหุ้นที่ซื้อ แต่จากการตรวจสอบของกรุงเทพธุรกิจ BizWeek พบชื่อ มยุรี วงแก้วเจริญ ภรรยาของ ฉัตรชัย ถือหุ้น ซิงเกอร์ประเทศไทย (SINGER) 6,801,000 หุ้น สัดส่วน 2.52%และหุ้น แมนดารินโฮเต็ล (MANRIN) จำนวน 500,000 หุ้น สัดส่วน 1.86% ปัจจุบันมีมูลค่ารวมประมาณ 130 ล้านบาท ทำไม! ถึงซื้อหุ้น 2 ตัวนี้ เซียนหุ้นร้อยล้าน บอกเพียงว่า ตัวที่โฟกัส 90% ของพอร์ตอยู่กลุ่ม Commerce บริษัทไม่มีคู่แข่ง ทำธุรกิจสบายๆ ผู้บริหารเก่ง (บุญยง ตันสกุล) ถือหุ้นตัวนี้มานาน 2-3 ปีแล้ว ตอนนี้เขาโตเร็วมาก และยังมีช่องจะเติบโตเพื่อกินมาร์เก็ตแชร์เจ้าอื่นด้วย สมัยก่อนบริษัทนี้เคยผิดพลาดทำให้เขาล้ม ตอนนี้ กำลังจะกลับมาบุกตลาดอีกครั้ง จากการวิเคราะห์งบการเงินในช่วง 3 ปีข้างหน้า มั่นใจว่าบริษัทนี้ จะขยายตัวสม่ำเสมอทุกปี

ส่วนหุ้นอีกตัวที่โฟกัส 10% อยู่ในกลุ่มโรงแรม ถือหุ้นมาแล้ว 2 ปี หุ้นตัวนี้ไม่ได้เข้าข่ายกลยุทธ์ไม่มีคู่แข่ง หรืองบการเงินดีเท่าไร จริงๆ ไม่ค่อยอยากจะพูดเท่าไร ตอนที่ซื้อหุ้นตัวนี้ เพราะเห็นว่าบริษัทสามารถต่อสัญญาเช่าที่ดินแถวสามย่าน ซึ่งเป็นที่ตั้งโรงแรมกับเจ้าของที่ดินได้ เห็นว่าทำเลค่อนข้างดีก็เลยซื้อหุ้น เก็บไว้ ช่วงนั้นคิดว่าจะถือไว้สัก 3 ปี น่าจะได้กำไร ปัจจุบันบริษัทนี้มีโรงแรมในกรุงเทพ 1 แห่ง และที่เขาใหญ่ 1 แห่ง

"ผมเชื่อว่าหุ้น 2 ตัวนี้ (SINGER, MANRIN)จะสร้างผลตอบแทนที่ดีในอนาคต แม้วันนี้หุ้นตัวหนึ่งจะปันผลน้อยเมื่อเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์ เขาต้องนำเงินไปลงทุนขยายกิจการหลังจากเพิ่งฟื้นตัว ส่วนอีกตัววันนี้ยังไม่มีเงินปันผล แต่ระยะยาวน่าจะดี..ผมอดทนรอได้"

เซียนหุ้นวีไอวัย 44 ปี กล่าวว่า ปัญหาใหญ่ของหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ตอนนี้ อยู่ตรงที่ ส่วนใหญ่ "แพงมาก" แล้ว ซึ่งตนเองชอบซื้อหุ้น ตอนราคาต่ำกว่าพื้นฐาน 50% ปัจจุบันหาได้ยาก หุ้นค้าปลีก หุ้นโรงพยาบาล ไม่สนใจแม้ธุรกิจจะดี แต่ราคาก็แพง ถ้าวันหนึ่งราคาลงมาอาจจะซื้อ การลงทุนแบบวีไอสำคัญที่ต้องประเมินมูลค่าหุ้นให้เป็น ก็เหมือนการซื้อรถยนต์ ถึงรถจะดีแต่ถ้าราคาแพงเกินไปก็ไม่ซื้อ "ของดี" อาจไม่ใช่ ของที่ "ดีที่สุด" ก็ได้ ส่วนพวกหุ้นสินค้าโภคภัณฑ์ เขายอมรับว่า "ไม่ชำนาญ" วงจรธุรกิจสวิงมากเหมาะกับการ "เก็งกำไร" มากกว่าโอกาสพลาดมีสูง ส่วนหุ้น IPO ไม่ชอบเลย ฐานข้อมูลต่างๆ ยังน้อย ชอบหุ้นที่เห็นกันมานาน 5-10 ปีดีกว่า ปัจจุบันฉัตรชัย จะลงทุนผ่าน บล.เคที ซีมิโก้ และ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง เขาชอบแชร์ข้อมูลดีๆ ผ่านเว็บไซต์และชวนกันไปฟังข้อมูลจากผู้บริหาร

ถามว่าการลงทุนตั้งเป้าหมายไว้อย่างไร...? เขากล่าวว่า บอกตรงๆ ไม่เคยคิดเลย ตอนเริ่มเล่นหุ้นครั้งแรกมีคนเคยบอกว่า คนเล่นหุ้น 10 คน เจ๊ง 8 คน เสมอ 1 คน ได้กำไร 1 คน ส่วนตัวขอเป็น 2 ใน 10 คน ที่ไม่เจ๊งก็พอ ทุกวันนี้ยึดอาชีพนักลงทุน อย่างเดียว ภรรยาเป็นแม่บ้าน มีลูกสาว 2 คน หลายคนอยากออกมาทำธุรกิจเล็กๆ ของ ตัวเอง การลงทุนในหุ้นก็เป็นเจ้าของกิจการได้เหมือนกัน แถมมีข้อดีมากกว่าด้วยเพราะถ้ากิจการไม่ดีเราสามารถขายหุ้นไปลงทุนกิจการใหม่ได้

ฉัตรชัย บอกว่า รู้สึกตะขิดตะขวงใจทุกครั้งเวลาฟังรายการวิทยุมีนักลงทุนโทรไปถามนักวิเคราะห์ว่าติดหุ้นตัวนี้ควรซื้อหรือขายดี นักวิเคราะห์ก็จะถามกลับว่าต้นทุนเท่าไร อยากถามว่าต้นทุนมันเกี่ยวอะไรกัน เราซื้อหุ้นต้องดูที่อนาคตไม่ใช่ต้นทุน สมมติติดหุ้นราคา 20 บาท ราคาตลาด 15 บาท แต่หุ้นมีโอกาสวิ่งไป 30 บาท ฉะนั้นคำแนะนำแบบนั้นมันใช้ได้มั้ย!

เขาบอกว่า เท่าที่สัมผัสนักลงทุนส่วนมากชอบ "สูตรสำเร็จ" การลงทุนไม่มีสูตรสำเร็จ และสูตรสำเร็จของแต่ละคนและแต่ละสถานการณ์ก็ไม่เหมือนกัน อยากจะเล่าให้ฟังสมัยก่อนตอนเกิดวิกฤติแบล็คมันเดย์ คนที่ทน "ถือหุ้น" หรือ "ซื้อเพิ่ม" เขาได้ กำไรกันถ้วนหน้า เพราะหุ้นตกไม่นานก็ขึ้น พอมาวิกฤติปี 2540 คนก็ยังคิดว่าตลาดหุ้นจะเป็นแบบนั้นอีก ก็พากันแห่ไปไล่ซื้อ สุดท้ายหุ้นตกจาก 1,700 จุด ตกเหลือ 200 จุด

"สุดท้ายเจ๊งกันหมด บางบริษัทปิดตัวไปเลย ฉะนั้นคุณต้องรู้จักประเมินมูลค่าธุรกิจ และวิเคราะห์สถานการณ์ให้ออก การลงทุนมันไม่สูตรสำเร็จว่าถ้าเกิดวิกฤตแล้วต้องซื้อหุ้นเท่านั้น ขายเท่านี้..มันไม่มี"

เซียนหุ้นวีไอร้อยล้าน กล่าวปิดท้ายว่า กลยุทธ์การลงทุนที่เน้นให้ซื้อหุ้นตอนวิกฤติ เพราะจะได้ของถูก คนพูดแบบนี้แปลว่าประสบการณ์เขายังน้อยคงยังไม่เคยโดนวิกฤติตอนปี 2540 (หัวเราะ) ถ้าผ่านมาแล้วจะไม่พูดแบบนี้ ส่วนตัวไม่เคยขายหุ้นตอนวิกฤติ หากมั่นใจหุ้นตัวนั้นพื้นฐานดีจริงๆ วันหนึ่งมันต้องกลับมา

'กำไรสุทธิ'สำคัญน้อยกว่า 'กระแสเงินสด'

ฉัตรชัย วงแก้วเจริญ เซียนหุ้นวีไอ "ร้อยล้าน" จะให้น้ำหนักการวิเคราะห์ลักษณะ กิจการที่น่าลงทุนโดยพิจารณา 3 ส่วนหลักๆ คือ หนึ่ง..กระแสเงินสดของกิจการ บริษัทที่ดีต้องมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานปกติเติบโตสม่ำเสมอ ไม่ใช่กระแสเงินสดจากรายการพิเศษที่รับครั้งเดียว สอง..อัตราการจ่ายเงินปันผล ต้องสมเหตุสมผล สาม...คุณภาพสินทรัพย์ "ต้องดี" ส่วนพวกค่า P/E ยิ่งต่ำๆ ยิ่งดี แต่ไม่ได้ยึดติดเท่าไร ส่วนค่า P/BV ไม่ได้ดูเลย

สำหรับวิธีการดูงบการเงินอย่างย่อ ขั้นตอนแรก..เราจะต้องอ่าน "งบดุล" ของบริษัทนั้นก่อน ในงบดุลจะแสดง "สินทรัพย์" และ "หนี้สิน" สิ่งที่จะต้องไล่ดูคือ บริษัทนั้น ทำธุรกิจอะไร สินทรัพย์สำคัญของบริษัทนั้นคืออะไรและมันสอดคล้องกับการทำธุรกิจนั้นหรือไม่ ยกตัวอย่าง บางบริษัทมีเงินลงทุนในพอร์ตหุ้นจำนวนมากถ้าเป็นแบบนั้นคงไม่ใช่หุ้นที่ดีเราต้องมองโครงสร้างธุรกิจให้ขาด จากนั้นก็ดู "คุณภาพสินทรัพย์แต่ละรายการ" ว่ามีมูลค่าตามที่บันทึกในบัญชี หรือไม่ เพราะบางครั้งมีการแต่งตัวเลขได้ ให้ดูลูกหนี้การค้า "ผิดนัดชำระ" เยอะมั้ย! แล้วมีการ "ตั้งสำรอง" เพียงพอหรือไม่ จากนั้นก็มาดูว่าบริษัทดังกล่าวมีหนี้สินเทียบกับทุนจดทะเบียนเยอะขนาดไหน เมื่อตรวจสอบครบแล้วเราก็เอางบดุล 3 ปี มาเปรียบเทียบ กันจะทำให้เรารู้ว่าที่ผ่านมางบการเงินของเขาเป็นอย่างไร ขั้นตอนต่อไปให้ดู "งบกำไรขาดทุน" ให้เน้นที่ "กำไรขั้นต้น" บริษัทที่ดีควรมี กำไรขั้นต้นอยู่ในระดับสูงทั้งในปัจจุบัน และอนาคตอีก 3 ปีข้างหน้า จากนั้นจะดูว่าบริษัทมี "อัตรากำไรสุทธิ" เท่าไร ถ้าตัวเลขอยู่สูงๆ จะดีมาก เพราะจะบ่งบอกได้ว่า บริษัทมีความสามารถในการแข่งขันค่อนข้างดี ไม่ใช่มาร์จิ้นบางเฉียบแค่ 1% หรือครึ่งเปอร์เซ็นต์ แบบนี้ไม่เอาปล่อยผ่านไป

"ผมชอบบริษัทที่มีกำไรขั้นต้นประมาณ 20% มีรายได้และกำไรสุทธิเติบโตเฉลี่ยปีละ 15% ที่สำคัญบริษัทนั้นต้องมีต้นทุนขายลดลงหรือเสมอตัว ไม่เพิ่มเติมไปกว่าเดิม หากจะมีต้องมีเหตุผลที่สนับสนุนและต้องไม่ผันผวน"

ฉัตรชัย บอกว่า ส่วนตัวไม่ค่อยให้ความสำคัญกับ "กำไรสุทธิ" มากเท่าไร เคยมีคำพูดประโยคหนึ่ง "Profit is opinion cash is real" กำไรเป็นเพียงความคิดเห็น กระแสเงินสดคือของจริง เพราะในงบกำไรขาดทุนบางอย่างมันขึ้นอยู่กับกฎเกณฑ์ ทางบัญชี โดยเฉพาะการกำหนดระยะเวลาการตัดค่าเสื่อมราคา ซึ่งมันสามารถทำให้ตัวเลขกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ ทั้งๆ ที่เราค้าขายเหมือนเดิม

เขาเล่าต่อว่า ขั้นตอนสุดท้าย จะดู "งบกระแสเงินสด" เพราะมันจะบ่งบอกถึง "วงจรธุรกิจ" บางบริษัทมีกำไรดีแต่ไม่มีเงินให้ผู้ถือหุ้นเลย ได้เงินมาเท่าไรต้องนำไปซื้อเครื่องจักรรุ่นใหม่ หรือลงทุนตลอดเวลา บริษัทที่ดีต้องมีกระแสเงินสดเติบโต ทุกปีเฉลี่ย 10-15% กระแสเงินสดจะบอกอะไรได้เยอะมาก เพราะจะทำให้เรารู้ว่าเงินเข้ามาจากการขายของ หรือไปกู้แบงก์หรือได้มากจากรายการพิเศษ

งบกระแสเงินสด แบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ 1.จากการดำเนินงาน เงินรับเข้าและจ่ายออก 2.การลงทุน เช่น ซื้อเครื่องจักร ขายที่ดิน ขายเครื่องจักร ฯลฯ 3.กิจกรรมการจัดหาเงิน เช่น เพิ่มทุน กู้ยืมเงิน จ่ายเงินกู้ ซึ่งเงินสดจากการดำเนินงานสำคัญที่สุด เพราะมันจะบ่งบอกว่าบริษัทดำเนินธุรกิจแล้วมีเงินสดเหลือหรือไม่

สิ่งหนึ่งที่นักลงทุนไม่ควรลืมดู นั่นคือ หมายเหตุประกอบงบการเงิน เพราะจะ บ่งบอกว่าวิธีการตั้งบัญชีมีหลักเกณฑ์อย่างไรบ้าง การรับรู้รายได้ขั้นตอนไหนถึงเรียกว่า เป็นรายได้ บางบริษัทบอกว่า "ฉันจะมีรายได้ตั้งแต่เอาหนังสือไปตั้งขาย แต่บางบริษัทบอกไม่ใช่ฉันจะมีรายได้เมื่อขายหนังสือได้แล้ว"

เขาระบายความในใจสั้นๆ ว่า นักลงทุนสมัยนี้เข้ามาลงทุนแล้วอยาก "รวยเร็ว"อยากได้สูตรสำเร็จให้คนเก่งช่วยกรองให้ว่า หุ้นที่ดีต้องมีค่า P/E เท่าไร ผลตอบแทนต้องเท่าไร ถ้าบริษัทไหนเข้าหลักเกณฑ์ฉันจะซื้อเลย ในความเป็นจริง "มันไม่ใช่" ถามว่า คุณเข้าใจหรือไม่ว่า การคำนวณราคาหุ้นด้วยค่า P/E คืออะไร..ผมเชื่อเลย "ไม่เข้าใจ"

สมมติหุ้นตัวนี้มีค่า P/E 10 เท่า หมายความว่า กำไร 1 บาท ราคาหุ้น 10 บาท นั่นแปลว่า ซื้อหุ้นแล้วอีก 10 ปีคืนทุน ตกกำไรปีละ 1 บาท แต่บางธุรกิจกำไรมันผันผวนจะให้มีกำไร 1 บาททุกปี มันเป็นไปไม่ได้ ฉะนั้นการใช้ค่า P/E คำนวณราคาหุ้นต้องใช้กับบริษัทที่เติบโตสม่ำเสมอ จริงอยู่การเล่นหุ้นด้วยการดูค่า P/E มันใช้ง่าย เพราะ มันโชว์อยู่ในหนังสือพิมพ์ทุกวัน แต่มันไม่ใช่สูตรสำเร็จ ไม่อย่างนั้นนักลงทุนคงกำไรกัน ทั้งโลก

"ผมอยากให้นักลงทุนต้องศึกษารายละเอียดให้ลึก บางคนถามว่าบริษัทที่ดี ควรมีอัตราหนิ้สินต่อทุนเท่าไร มันก็ไม่มีสูตรเหมือนกันขึ้นอยู่กับว่าบริษัทนั้นทำธุรกิจอะไร แต่ถ้าเป็นบริษัททำธุรกิจปกติทั่วไปหนี้สินต่อทุนควรอยู่ระดับ 2 ต่อ 1 ไม่ควรมากกว่านี้"--จบ--

ที่มา: หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

Re: ฉัตรชัย วงแก้วเจริญวิเคราะห์หุ้น 'รวย'! จากงบการเงิน

โพสต์แล้ว: จันทร์ ต.ค. 22, 2012 10:07 am
โดย เกล้า
ขอบคุณสำหรับบทความครับ..
สุดยอดครับพี่ฉัตรชัย :D

Re: ฉัตรชัย วงแก้วเจริญวิเคราะห์หุ้น 'รวย'! จากงบการเงิน

โพสต์แล้ว: จันทร์ ต.ค. 22, 2012 10:23 am
โดย leksystem
ผมชอบประโยคต่อไปนี้ ให้มุมมมองที่ดีมากครับ ขอคารวะ

เขาบอกว่า เท่าที่สัมผัสนักลงทุนส่วนมากชอบ "สูตรสำเร็จ" การลงทุนไม่มีสูตรสำเร็จ และสูตรสำเร็จของแต่ละคนและแต่ละสถานการณ์ก็ไม่เหมือนกัน

Re: ฉัตรชัย วงแก้วเจริญวิเคราะห์หุ้น 'รวย'! จากงบการเงิน

โพสต์แล้ว: จันทร์ ต.ค. 22, 2012 11:21 am
โดย vanjeng
แค่อ่านบทสัมภาษณ์ของพี่ฉัตร ก็รู้สึกว่าได้อะไรเยอะมาก ขอบคุณครับ

Re: ฉัตรชัย วงแก้วเจริญวิเคราะห์หุ้น 'รวย'! จากงบการเงิน

โพสต์แล้ว: จันทร์ ต.ค. 22, 2012 2:22 pm
โดย Financeseed
ขอบคุณครับ

Re: ฉัตรชัย วงแก้วเจริญวิเคราะห์หุ้น 'รวย'! จากงบการเงิน

โพสต์แล้ว: จันทร์ ต.ค. 22, 2012 3:45 pm
โดย dojii
ขอบคุณครับ

Re: ฉัตรชัย วงแก้วเจริญวิเคราะห์หุ้น 'รวย'! จากงบการเงิน

โพสต์แล้ว: จันทร์ ต.ค. 22, 2012 4:28 pm
โดย วิศรุต
อยากให้พี่ฉัตรชัย ทำหนังสือวิเคราะห์งบการเงินแบบง่ายๆเป็นวิทยาทานจัง เอาแบบอ่านง่ายๆนะคับ ผมอ่านหนังสือวิเคราะห์งบการเงินที่มีขายในท้องตลาดไม่ค่อยรู้เรื่องอะคับ มีแต่กูรูแบบพี่ฉัตรชัยเท่านั้นที่ทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่ายได้ :bow:

Re: ฉัตรชัย วงแก้วเจริญวิเคราะห์หุ้น 'รวย'! จากงบการเงิน

โพสต์แล้ว: จันทร์ ต.ค. 22, 2012 5:27 pm
โดย kraikria
ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆครับ

Re: ฉัตรชัย วงแก้วเจริญวิเคราะห์หุ้น 'รวย'! จากงบการเงิน

โพสต์แล้ว: จันทร์ ต.ค. 22, 2012 6:07 pm
โดย seksan999
ขอบคุณครับพี่ฉัตรชัย

Re: ฉัตรชัย วงแก้วเจริญวิเคราะห์หุ้น 'รวย'! จากงบการเงิน

โพสต์แล้ว: จันทร์ ต.ค. 22, 2012 6:41 pm
โดย ศิษย์เซียน007
สุดยอดจริงๆคับ :D

Re: ฉัตรชัย วงแก้วเจริญวิเคราะห์หุ้น 'รวย'! จากงบการเงิน

โพสต์แล้ว: จันทร์ ต.ค. 22, 2012 7:36 pm
โดย Ii'8N
Original from hardcopy

http://www.facebook.com/photo.php?fbid= ... =1&theater
กำไรสุทธิ น้อยกว่ากระแสเงินสด.png

Credit: VI Hybrid http://www.facebook.com/vihybrid
(ดูรูปแล้ว ท่าน VI Hybrid อยู่ใน Thai VI นี่เอง)

Re: ฉัตรชัย วงแก้วเจริญวิเคราะห์หุ้น 'รวย'! จากงบการเงิน

โพสต์แล้ว: จันทร์ ต.ค. 22, 2012 8:54 pm
โดย dome@perth
เข้ามาซูฮกครับพี่ฉัตร

Re: ฉัตรชัย วงแก้วเจริญวิเคราะห์หุ้น 'รวย'! จากงบการเงิน

โพสต์แล้ว: อังคาร ต.ค. 23, 2012 6:31 am
โดย Ii'8N

Re: ฉัตรชัย วงแก้วเจริญวิเคราะห์หุ้น 'รวย'! จากงบการเงิน

โพสต์แล้ว: อังคาร ต.ค. 23, 2012 10:49 am
โดย chatchai
pakapong_u เขียน: ฉัตรชัย บอกว่า รู้สึกตะขิดตะขวงใจทุกครั้งเวลาฟังรายการวิทยุมีนักลงทุนโทรไปถามนักวิเคราะห์ว่าติดหุ้นตัวนี้ควรซื้อหรือขายดี นักวิเคราะห์ก็จะถามกลับว่าต้นทุนเท่าไร อยากถามว่าต้นทุนมันเกี่ยวอะไรกัน เราซื้อหุ้นต้องดูที่อนาคตไม่ใช่ต้นทุน สมมติติดหุ้นราคา 20 บาท ราคาตลาด 15 บาท แต่หุ้นมีโอกาสวิ่งไป 30 บาท ฉะนั้นคำแนะนำแบบนั้นมันใช้ได้มั้ย!

ที่มา: หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ
ผมอยากอธิบายเพิ่มเติม เนื้อหาในหนังสือพิมพ์อาจจะสั้นไปหน่อย

พวกเราคงเคยได้ฟัง เคยได้ยิน เวลาดูหรือฟังรายการวิเคราะห์หุ้น ที่มีนักวิเคราะห์มาให้คำแนะนำ และเปิดสายโทรศัพท์ให้นักลงทุนโทรเข้ารายการขอคำแนะนำว่าจะทำอย่างไรกับหุ้นที่ถืออยู่

ประโยคแรกที่พวกเราได้ยินจากนักวิเคราะห์เกือบทุกคนก็คือ ถามนักลงทุนว่าต้นทุนที่ซื้อหุ้นบริษัทนั้นมาเท่าไร

ซึ่งผมคิดว่า ต้นทุนที่ซื้อหุ้นมาเป็นข้อมูลที่ไร้ประโยชน์ในการตัดสินใจว่าจะ ซื้อ ถือ หรือ ขายหุ้นนั้นโดยสิ้นเชิง

เพราะเราจะตัดสินใจอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับราคาในอนาคต ขึ้นอยู่กับผลการดำเนินงานในอนาคต

นาย A ติดดอยอยู่ หรือ นางสาว B ที่ซื้อหุ้นมาหลายปี ต้นทุนต่ำติดดิน มูลค่าหุ้นในอนาคตต่อหุ้นก็เท่ากัน

ถ้าต้นทุนอยู่ 17 บาท ราคาตลาดอยู่ 15 บาท ขึ้นมา 18 บาทให้ขาย

ถ้าต้นทุนต่ำอยู่ที่ 8 บาท โอเคถือยาวได้ ราคา 18 บาทไม่ต้องขาย

โอ แล้วถ้าราคาพื้นฐานปีหน้าอยู่ที่ 25 บาทละ ก็ไม่ควรขายที่ 18 บาท ไม่ว่าคุณจะซื้อหุ้นมาที่ราคาเท่าไร

กลับกัน ถ้าราคาพื้นฐานเพียงแค่ 10 บาท ทั้งนาย A และ นางสาว B ก็ควรจะขายทันที แม้นาย A จะขาดทุนิยู่ก็ตาม

ในเมื่อหลักคิดในการตัดสินใจผิด แล้วคำแนะนำจะถูกต้องได้อย่างไร

Re: ฉัตรชัย วงแก้วเจริญวิเคราะห์หุ้น 'รวย'! จากงบการเงิน

โพสต์แล้ว: อังคาร ต.ค. 23, 2012 10:58 am
โดย chatchai
เรื่องการซื้อหุ้นเมื่อหุ้นตก ขายหุ้นเมื่อตลาดบูม คนฟังๆแล้วดูเหมือนง่าย เล่นหุ้นไม่เห็นยากอะไรเลย

แต่คนที่มีประสบการณ์มาบ้างคงรู้ว่าไม่ง่ายขนาดนั้น

ที่หุ้นตกแล้วให้ซื้อ ปัญหาคือ ตกเท่าไรถึงจะซื้อได้

บางคนก็บอกว่า อย่าเอามือเราไปรับมีดที่กำลังตก

บางคนก็มีประสบการณ์ ที่ถูกแล้วแล้ว ก็มีถูกกว่าได้เสมอ

นักลงทุนที่ผ่านวิกฤตปี 40 มาแล้ว อาจจะรู้ดี เพราะหลายบริษัทถูกจนเป็นเศษกระดาษ

ที่ว่าหุ้นขึ้นให้ขาย ก็มีปัญหาเหมือนกันว่า ขึ้นเท่าไรถึงขาย

เราก็คงเห็นหุ้นหลายๆบริษัทขึ้นอย่างมากมายหลายเท่าตัวในระยะสั้นไม่นานนัก หรือในบทความของคุณประภาคารก็บอกว่า ปีเตอร์ ลินซ์ เองก็ขายหมูในหุ้น Toy R Us

สิ่งสำคัญที่เราต้องรู้มากกว่าประโยคที่ฟังเหมือนง่ายก็คือ การประเมินมูลค่าหุ้น การประเมินสถานการณ์ของวิกฤตในแต่ละครั้ง

วิกฤตปี 40 ผมขายหุ้นหมด ล้างพอร์ต แต่วิกฤตหลังจากนั้น ผมถือหุ้นเต็มพอร์ต 100% อย่างสบายใจทุกครั้ง

Re: ฉัตรชัย วงแก้วเจริญวิเคราะห์หุ้น 'รวย'! จากงบการเงิน

โพสต์แล้ว: อังคาร ต.ค. 23, 2012 11:40 am
โดย chatchai
ซื้อหุ้นตอนวิกฤตได้ คุณควรจะเข้าใจถึงสาเหตุของปัญหา ผลกระทบจากปัญหา และแนวทางแก้ไข

ไม่่สูตรสำเร็จว่า เวลาวิกฤต เวลาหุ้นตกหนัก แล้วซื้อหุ้นทันที

ครั้งนี้คุณอาจกำไร แต่ไม่เสมอไป

เหมือนนักลงทุนที่ช้อนซื้อหุ้นช่วงวิกฤต Black Monday วิกฤต Mini Black Monday พฤษภาทมิฬ สงครามอ่าวเปอร์เซีย แล้วได้กำไร แต่มาหมดตัวจากวิกฤตต้มยำกุ้ง

Re: ฉัตรชัย วงแก้วเจริญวิเคราะห์หุ้น 'รวย'! จากงบการเงิน

โพสต์แล้ว: อังคาร ต.ค. 23, 2012 11:47 am
โดย pakapong_u
ขอบคุณพี่ฉัตรชัยครับ เหมือนมาอธิบายแบบตัวจริงเสียงจริง

Re: ฉัตรชัย วงแก้วเจริญวิเคราะห์หุ้น 'รวย'! จากงบการเงิน

โพสต์แล้ว: อังคาร ต.ค. 23, 2012 3:13 pm
โดย prasaen
chatchai เขียน:ซื้อหุ้นตอนวิกฤตได้ คุณควรจะเข้าใจถึงสาเหตุของปัญหา ผลกระทบจากปัญหา และแนวทางแก้ไข

ไม่่สูตรสำเร็จว่า เวลาวิกฤต เวลาหุ้นตกหนัก แล้วซื้อหุ้นทันที

ครั้งนี้คุณอาจกำไร แต่ไม่เสมอไป

เหมือนนักลงทุนที่ช้อนซื้อหุ้นช่วงวิกฤต Black Monday วิกฤต Mini Black Monday พฤษภาทมิฬ สงครามอ่าวเปอร์เซีย แล้วได้กำไร แต่มาหมดตัวจากวิกฤตต้มยำกุ้ง
เพราะฉะนั้นวิกฤตแต่ละครั้งเราต้องมองว่ามีผลกระทบกับบริษัทที่เราลงทุนมากแค่ไหนใช่ไหมครับ ถ้าไม่เกี่ยวหรือมีผลกระทบบ้างเล็กน้อย ถ้าราคาลงไปเยอะก็ให้ซื้อเพิ่ม ซึ่งก็แล้วแต่ว่าแต่ละคนจะมีวิธีการซื้อเพิ่มยังไง เช่น ทะยอยซื้อเมื่อลงมา 10% 20% 30% แต่ถ้ามีผลมากก็ขายทุกราคาใช่ไหมครับ

Re: ฉัตรชัย วงแก้วเจริญวิเคราะห์หุ้น 'รวย'! จากงบการเงิน

โพสต์แล้ว: อังคาร ต.ค. 23, 2012 7:05 pm
โดย dr.momo
พี่ฉัตรชัยสุดยอดมากครับ นับถือหมดใจ

Re: ฉัตรชัย วงแก้วเจริญวิเคราะห์หุ้น 'รวย'! จากงบการเงิน

โพสต์แล้ว: อังคาร ต.ค. 23, 2012 7:28 pm
โดย Makam
ขอให้อยู่... และให้ความรู้...กับนักลงทุน..ตลอดไปนะครับ...
ด้วยความเคารพครับ

Re: ฉัตรชัย วงแก้วเจริญวิเคราะห์หุ้น 'รวย'! จากงบการเงิน

โพสต์แล้ว: อังคาร ต.ค. 23, 2012 8:27 pm
โดย kraikria
ผมว่าพีไม่ได้รวยจากงบการเงิน แต่พี่รวยจากมุมมองนักลงทุนที่เฉียบขาดมากกว่าครับ

Re: ฉัตรชัย วงแก้วเจริญวิเคราะห์หุ้น 'รวย'! จากงบการเงิน

โพสต์แล้ว: อังคาร ต.ค. 23, 2012 9:33 pm
โดย pot_c
นับถือที่พี่ฉัตรชัยกล้าลงทุนหุ้นตัวเดียวที่พี่เชื่อและวิเคราะห์มาดีแล้วครับ เป็นผมซื้อคนเดียวไม่มีใครเล่นด้วยน่าจะกลัวเอามากๆ แต่พอพี่เห็นก่อนและกล้าซื้อก่อนก็สมควรที่พี่ได้ผลตอบแทนที่ดีมากๆครับ ขออนุญาติยึดเป็นแบบอย่าง :D

Re: ฉัตรชัย วงแก้วเจริญวิเคราะห์หุ้น 'รวย'! จากงบการเงิน

โพสต์แล้ว: อังคาร ต.ค. 23, 2012 10:39 pm
โดย The future4
ขอบคุณมากครับ....ผมอ่านหนังสือมาหลายเล่มยังไม่เจอโดนๆแบบที่พี่พูดเลยครับ
นับถือ นับถือครับ และโดยส่วนตัวผมเห็นด้วยกับหลายๆท่านน่ะครับ ถ้าพี่เปิดคอร์สสอนเรื่องแกะงบ
มุมมองการลงทุน หรือเขียนหนังสือออกมา ผมสนับสนุนเต็มที่ครับ

Re: ฉัตรชัย วงแก้วเจริญวิเคราะห์หุ้น 'รวย'! จากงบการเงิน

โพสต์แล้ว: อังคาร ต.ค. 23, 2012 10:47 pm
โดย chatchai
pot_c เขียน:นับถือที่พี่ฉัตรชัยกล้าลงทุนหุ้นตัวเดียวที่พี่เชื่อและวิเคราะห์มาดีแล้วครับ เป็นผมซื้อคนเดียวไม่มีใครเล่นด้วยน่าจะกลัวเอามากๆ แต่พอพี่เห็นก่อนและกล้าซื้อก่อนก็สมควรที่พี่ได้ผลตอบแทนที่ดีมากๆครับ ขออนุญาติยึดเป็นแบบอย่าง :D
เรื่องอื่นโอเคครับ แต่ถ้าจะลงทุนบริษัทเดียว หรือน้อยบริษัทแบบผม ต้องมีความเข้าใจ มั่นใจมากๆนะครับ

สำหรับมือใหม่ ประสบการณ์น้อย ผมไม่แนะนำครับ

Re: ฉัตรชัย วงแก้วเจริญวิเคราะห์หุ้น 'รวย'! จากงบการเงิน

โพสต์แล้ว: อังคาร ต.ค. 23, 2012 11:56 pm
โดย The future4
ขอบคุณมากครับ....ผมอ่านหนังสือมาหลายเล่มยังไม่เจอโดนๆแบบที่พี่พูดเลยครับ
นับถือ นับถือครับ และโดยส่วนตัวผมเห็นด้วยกับหลายๆท่านน่ะครับ ถ้าพี่เปิดคอร์สสอนเรื่องแกะงบ
มุมมองการลงทุน หรือเขียนหนังสือออกมา ผมสนับสนุนเต็มที่ครับ

Re: ฉัตรชัย วงแก้วเจริญวิเคราะห์หุ้น 'รวย'! จากงบการเงิน

โพสต์แล้ว: พุธ ต.ค. 24, 2012 9:34 am
โดย ds105
ขอบคุณมากๆครับ จริงๆแล้วการวิเคราะห์ราคาพื้นฐานหุ้นมันดูเหมือนจะไม่ยาก แต่มันยากในการถือให้ถึงเป้า เพราะมันมีปัจจัยมากระทบเรื่อยๆ ถ้าจิตใจไม่มั่นคงจริงๆก็ต้องขายไปก่อนเกือบทุกคน ยากมากที่จะถือได้นานๆอย่างพี่ฉัตรชัยครับ

Re: ฉัตรชัย วงแก้วเจริญวิเคราะห์หุ้น 'รวย'! จากงบการเงิน

โพสต์แล้ว: พุธ ต.ค. 24, 2012 3:48 pm
โดย CONNICHIWA
ขอบคุณครับ

Re: ฉัตรชัย วงแก้วเจริญวิเคราะห์หุ้น 'รวย'! จากงบการเงิน

โพสต์แล้ว: พุธ ต.ค. 24, 2012 7:42 pm
โดย dsdumrong
อืมเป็นแนวแนะนำให้คิด

Re: ฉัตรชัย วงแก้วเจริญวิเคราะห์หุ้น 'รวย'! จากงบการเงิน

โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. ต.ค. 25, 2012 12:31 pm
โดย twentyfour
พี่เก่งมากเลยครับ :bow:

Re: ฉัตรชัย วงแก้วเจริญวิเคราะห์หุ้น 'รวย'! จากงบการเงิน

โพสต์แล้ว: ศุกร์ ต.ค. 26, 2012 5:09 pm
โดย ziannoom
พี่คืออาจารย์คนนึงของผม ถึงแม้จะไม่รู้จักไม่เคยเห็นหน้ากันก็ตาม
ขอบคุณครับ