หน้า 1 จากทั้งหมด 1

ระวังบริษัทที่ขยายการลงทุนแบบ Holding Company

โพสต์แล้ว: จันทร์ ก.ค. 12, 2004 9:50 am
โดย chatchai
บางบริษัทมักจะขยายการลงทุนโดยการไปซื้อร่วมทุนในกิจการอื่นๆ ในสัดส่วนที่ไม่มากนัก เช่น 24% 49% บริษัทเหล่านี้ถ้าวิเคราะห์งบการเงินของบริษัทดูแล้วอาจจะมีหนี้ไม่มาก ไม่ว่าจะดูจากงบเดี่ยว หรืองบรวม เนื่องจากการถือหุ้นไม่ถึง 50% เวลาทำงบการเงินรวมจะไม่ใช่วิธี Consolidate ดังนั้นจึงไม่รวมหนี้ของบริษัทที่เข้าไปถือหุ้นด้วย

ตัวอย่างนะครับ

บริษัท A มีส่วนผู้ถือหุ้น 1000 ล้านบาท ก็กู้ยืมเงินมาอีก 1000 ล้านบาท รวมเป็นสินทรัพย์ 2000 ล้านบาท สัดส่วนหนี้ต่อทุนก็แค่ 1 เท่าเท่านั้น

บริษัท A ได้เข้าไปซื้อหุ้นบริษัท B C D และ E จำนวน 24% ของทุนจดทะเบียน (ทั้งสี่บริษัทมีทุนจดทะเบียนและส่วนผู้ถือหุ้นเท่ากันที่ 2000 ล้านบาท) ดังนั้น บริษัท A จะใช้เงินลงทุนจำนวน 1920 ล้านบาท เพื่อซื้อหุ้นบริษัททั้งสี่

ทั้งสี่บริษัทก็มีส่วนผู้ถือหุ้น 2000 ล้านบาท แล้วกู้ยืมจากธนาคารมาอีก 2000 ล้านบาท เพื่อลงทุนในธุรกิจ สัดส่วนหนี้สินต่อหุ้นของแต่ละบริษัทก็ไม่สูงเพียงแค่ 1 เท่า

ถ้าดูจากงบการเงินทั้งงบเดี่ยว งบรวม ของทั้งห้าบริษัท จะเห็นได้ว่าบริษํทมีสัดส่วนหนี้สินต่อทุนไม่มากนัก เรียกได้ว่ามั่นคงทีเดียว แต่จริงๆแล้วเป็นเช่นนั้นหรือไม่

ธุรกิจจริงๆที่บริษัท A ลงทุนคือธุรกิจที่ทั้ง B C D และ E ลงทุนในสัดส่วนแต่ละธุรกิจที่ 24% ซึ่งรวมทั้งสินทรัพย์และหนี้สินของทั้งสี่บริษัทด้วย

หมายความว่าจริงๆแล้วงบการเงินของบริษัท A น่าจะเป็น มีสินทรัพย์รวม 3920 ล้านบาท ( สินทรัพย์ 24%ของแต่ละบริษัท 4000 ล้านบาท และเงินสดที่เหลืออีก 80 ล้านบาท) ส่วนทุนเพียง 1000 ล้านบาท แต่หนี้สินสูงถึง 2920 ล้านบาท สัดส่วนหนี้สินต่อทุนสูงถึง 2.92 เท่า

แล้วถ้าบริษัท B C D และ E แทนที่จะนำเงินทุนและเงินกู้จำนวน 4000 ล้านบาท ไปลงทุนทำกิจการจริงๆ แต่นำเงินไปซื้อหุ้นบริษัท F G H I J K ... อีกละครับ งบการเงินที่แท้จริงของบริษัท A จะมีสัดส่วนเงินทุนและหนี้สินกี่เท่าครับ

ระวังบริษัทที่ขยายการลงทุนแบบ Holding Company

โพสต์แล้ว: จันทร์ ก.ค. 12, 2004 10:05 am
โดย dingding
ขอบคุณมากค่ะ :P