Rule of Rich & Wealth
โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. เม.ย. 19, 2012 11:16 pm
ผมขออนุญาต แชร์แนวคิดหลังจากที่ผมลองอ่านจากหนังสือหลายๆ เล่มถึงการลงทุน หลายประเภทที่ผมสนใจ และถือเป็นกฎ ที่ตั้งไว้ให้กับตัวเองตอนนี้เมื่อลงทุน ผิดถูกอย่างไร หรือมี แนวคิดอย่างไร ขอคำชี้แนะด้วยครับ
กฎเกณฑ์ในเรื่องของ VI เฉพาะตัว
ปรัชญา VI
VI ไม่ใช่กฎแต่เป็นปรัชญา เน้นความมั่งคั่งจากหุ้นที่ Capital Gain ที่ตลาดยังไม่เห็น หรือ มีความสามารถทางการแข่งชันในระยะยาวแต่มีบางช่วงเวลาที่หุ้นเกิดข่าวในแง่ลบทำให้คนในตลาดตกใจ แล้วแย่งกันขาย มีผลให้ราคาลง โดยจะเห็นได้ว่าราคากับมูลค่าที่แท้จริงไม่ได้ไปในทิศทางเดียวกัน
โดยปรัชญา VI จะซื้อเมื่อมี Story มากำกับ ไม่คิดเองเออเอง ว่าจะต้องขึ้น และจะขายเมื่อ Story นั้นจบ หรือ ที่เราเข้าใจ Story นั้นเข้าใจผิด หรือมีการเปลี่ยนแปลงไม่เป็นไปตาม story ที่วางไว้ ไม่ใช่ขายเพราะมันไม่ขึ้น เพราะตอนซื้อก็ไม่ขึ้น ต้องอดทน อดทน และ อดทน
Story มาจากไหน มาจากโอกาสรอบๆตัว มองไปรอบๆ คิดอย่างผู้ประกอบการ ว่า มีโอกาสอะไรจะเกิดขึ้น ภายในปี – 2 ปี เมื่อเห็นว่าอะไรจะมา อะไรจะไป ก็มองว่า ตอนนี้ในอุตสาหกรรมที่ตัวเองคิด มีใครทำอยู่ ทำได้อย่างไร เทียบกับคู่แข่งเป็นอย่างไร เมื่อเห็นโอกาส เปรียบเทียบกับโอกาสอื่นๆ แล้วดูว่าตัวไหนจะมี upside มากกว่ากัน ผ่านการพิจารณามูลค่าหุ้นที่ควรจะเป็น อาทิ DCF, FCF, PE, ROE และตัวเลขในงบ เลือกได้ จัดหนัก ทนรวย
หาโอกาสรอบตัวจากไหน “จากการสังเกตุ ในสิ่งที่เห็น สิ่งที่อ่าน สังคมหรือปรากฎการณ์ต่างๆ ” หมั่นตั้งคำถาม
จากปรัชญาปรับใช้อย่างไร
แนวทางการเลือกหุ้นเมื่อมองในมุมของ VI
- ให้เลือกบริษัทที่ดี แต่ราคาหุ้นยังไม่สะท้อน ดีกว่าเลือกบริษัทที่ยอดเยี่ยม แต่ราคาทะลุโลก (มันอาจจะแพงไปแล้ว) เราก็รู้ไม่ต่างจากเซียนหรอก สำคัญเมื่อถึงเวลานั้น เรา กล้าหรือเปล่า
การทำ Money Management ในมุมมองของ VI
- การที่ buffet บอกว่าถือหุ้น 100% ไม่ใช่ติดหุ้น 100% แต่พร้อมจะลงในหุ้น 100% โดยจะมีเงินเผื่อไว้ในกรณีที่ต้องการใช้เงินเมื่อหุ้นที่ดีลงมาสุดๆๆ นั่นเอง
จัดโดยดูความเสี่ยงที่ยอมรับได้ แล้วปรับจูนสัดส่วนให้เป็นไปตามที่ตั้งใจไว้เช่น หุ้น : เงินสด วางสัดส่วนไว้ 60 : 40 สมมุติหุ้นขึ้นทำให้สัดส่วนเป็น 70: 30 ก็ขายหุ้นทำกำไรออกไป ถือะเป็นเงินสดไว้ โดยเลือกหุ้นขายหุ้นที่ upside ต่ำสุด ในทางกลับกันหุ้นเกิดตก สัดส่วนเหลือ 30 : 70 นั่นแปลว่าถึงเวลาที่เราจะเลือกหุ้นที่ดีเข้าพอร์ตเราแล้ว โดยปรับสมดุลให้มาอยู่ที่ 60:40 ตลอดเวลา
กฎการเล่น 7th LTG เฉพาะตัว จากแนวทางสายหลักของคุณสุมาอี้
- บริษัทที่เลือกต้องสามารถเติบโตในระยะยาว หรืออย่างน้อยในระยะยาวๆๆๆๆ ต้องไม่เจ๊ง
- เลือก Megatrend ที่สำคัญ (แนวโน้มที่สำคัญและเปลี่ยนโลก)
- กระจายความเสี่ยงด้วยจำนวนตัวและอุตสาหกรรมที่หลากหลาย ด้วยแนวทางเราคงทายถูกไม่ทุกตัว แถมในทางกลับกัน บางตัวผิดพลาดอย่างมากด้วยซ้ำ แต่จะสามารถ cover ได้ด้วยหุ้นบางตัวที่แสดงศักยภาพของมันอย่างเต็มที่
- Dollar Cost Average สร้างวินัยทางการเงินอย่างต่อเนื่องรวมถึง การเฉลี่ยนต้นทุนไปเรื่อยๆ เพราะเราไม่รู้ว่าช่วงไหนเป็นช่วงที่แพงไป หรือถูกไป
กฎการเล่นเทคนิคเฉพาะตัว
การเลือกหุ้นในแนวทางของเทคนิค
- เลือกหุ้นจาก set 50, set 100, set HD เนื่องจากเป็นหุ้นมีสภาพคล่อง ซื้อง่ายขายคล่อง แต่ทั้งนี้ต้องมีเงื่อนไขสำคัญคือ ไม่เล่นหุ้นปั่น ต้องดูผลประกอบการที่ดีเป็นเบื้องต้นก่อน
- ดูกราฟหุ้นที่สนใจทุกตัว ทุกวัน ไม่ชื้อไม่ขาย จนกระทั่งได้เห็นถึงสัญญานการกลับตัวที่ชัดเจนจริง
- หากมีสัญญาน bullish หลายๆ ตัว เลือกดูที่มี upside สูงสุด เน้นกินยาวไม่กินสั้น
- เมื่อซื้อต้องกำหนดจุดขายที่ชัดเจน เมื่อยังอยู่ในขาขึ้นให้ปรับ trailing trend เมื่อลง ปรับ cut loss ที่ 10% (ตามตำรา จะคืน 10 ที่11 เป็นความเสี่ยงที่รับได้)
- เครื่องมือที่ใช้เมื่อ ซื้อ ขายตาม ลำดับคือ ดู Trend, ดู EMA เพื่อดู การกลับตัว และสัญญานการกลับ ตัว MACD hist และ volume เพื่อยืนยันสัญญานกลับตัว
- อย่าซื้อหุ้นที่ ขึ้นไปแล้วมาก และไม่แน่ใจในเรื่องสัญญานกลับตัวลง เพราะ มันไม่ใช่รอบของเรา
- หากยังไม่แจ๋วไม่เจ๋ง เช่นกำไร 3 ปีติด อยากเพิ่งคิดเรื่อง leverage ผ่าน Margin หรือ Future
- เวลาซื้อมีแผนที่ชัดเจนว่าจะซื้อหุ้นตัวนี้ที่เท่าไรในพอร์ต แบ่งไม้ซื้ออย่าผลีผลาม เริ่มที่ สัดส่วน 20/15/30/15/10/10 จนครบ 100 ตามที่ตั้งใจไว้
- ถ้าเลือกกินคำใหญ่ ต้องอย่ารีบกินจนสำลัก
แนวทางการทำ Money Management สำหรับการเล่นเทคนิค
• ทำ money management อย่ามั่นใจอะไรมาก
• คิดมาก มาก มากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ไม่ใช่กังวลมาก เพราะไม่ได้ซื้อหุ้นปั่น ซื้อ ขายเมื่อมีการกลับที่ชัดเจน มี money management ในการควบคุม อย่าใช้อารมณ์ เข้าออกตามแผนที่ได้วางไว้ เพราะเราไม่ถูกทุกครั้ง เมื่อขึ้น ต้อง let profit run เมื่อลง ต้อง cut loss
Ped_moneyisgame.com
กฎเกณฑ์ในเรื่องของ VI เฉพาะตัว
ปรัชญา VI
VI ไม่ใช่กฎแต่เป็นปรัชญา เน้นความมั่งคั่งจากหุ้นที่ Capital Gain ที่ตลาดยังไม่เห็น หรือ มีความสามารถทางการแข่งชันในระยะยาวแต่มีบางช่วงเวลาที่หุ้นเกิดข่าวในแง่ลบทำให้คนในตลาดตกใจ แล้วแย่งกันขาย มีผลให้ราคาลง โดยจะเห็นได้ว่าราคากับมูลค่าที่แท้จริงไม่ได้ไปในทิศทางเดียวกัน
โดยปรัชญา VI จะซื้อเมื่อมี Story มากำกับ ไม่คิดเองเออเอง ว่าจะต้องขึ้น และจะขายเมื่อ Story นั้นจบ หรือ ที่เราเข้าใจ Story นั้นเข้าใจผิด หรือมีการเปลี่ยนแปลงไม่เป็นไปตาม story ที่วางไว้ ไม่ใช่ขายเพราะมันไม่ขึ้น เพราะตอนซื้อก็ไม่ขึ้น ต้องอดทน อดทน และ อดทน
Story มาจากไหน มาจากโอกาสรอบๆตัว มองไปรอบๆ คิดอย่างผู้ประกอบการ ว่า มีโอกาสอะไรจะเกิดขึ้น ภายในปี – 2 ปี เมื่อเห็นว่าอะไรจะมา อะไรจะไป ก็มองว่า ตอนนี้ในอุตสาหกรรมที่ตัวเองคิด มีใครทำอยู่ ทำได้อย่างไร เทียบกับคู่แข่งเป็นอย่างไร เมื่อเห็นโอกาส เปรียบเทียบกับโอกาสอื่นๆ แล้วดูว่าตัวไหนจะมี upside มากกว่ากัน ผ่านการพิจารณามูลค่าหุ้นที่ควรจะเป็น อาทิ DCF, FCF, PE, ROE และตัวเลขในงบ เลือกได้ จัดหนัก ทนรวย
หาโอกาสรอบตัวจากไหน “จากการสังเกตุ ในสิ่งที่เห็น สิ่งที่อ่าน สังคมหรือปรากฎการณ์ต่างๆ ” หมั่นตั้งคำถาม
จากปรัชญาปรับใช้อย่างไร
แนวทางการเลือกหุ้นเมื่อมองในมุมของ VI
- ให้เลือกบริษัทที่ดี แต่ราคาหุ้นยังไม่สะท้อน ดีกว่าเลือกบริษัทที่ยอดเยี่ยม แต่ราคาทะลุโลก (มันอาจจะแพงไปแล้ว) เราก็รู้ไม่ต่างจากเซียนหรอก สำคัญเมื่อถึงเวลานั้น เรา กล้าหรือเปล่า
การทำ Money Management ในมุมมองของ VI
- การที่ buffet บอกว่าถือหุ้น 100% ไม่ใช่ติดหุ้น 100% แต่พร้อมจะลงในหุ้น 100% โดยจะมีเงินเผื่อไว้ในกรณีที่ต้องการใช้เงินเมื่อหุ้นที่ดีลงมาสุดๆๆ นั่นเอง
จัดโดยดูความเสี่ยงที่ยอมรับได้ แล้วปรับจูนสัดส่วนให้เป็นไปตามที่ตั้งใจไว้เช่น หุ้น : เงินสด วางสัดส่วนไว้ 60 : 40 สมมุติหุ้นขึ้นทำให้สัดส่วนเป็น 70: 30 ก็ขายหุ้นทำกำไรออกไป ถือะเป็นเงินสดไว้ โดยเลือกหุ้นขายหุ้นที่ upside ต่ำสุด ในทางกลับกันหุ้นเกิดตก สัดส่วนเหลือ 30 : 70 นั่นแปลว่าถึงเวลาที่เราจะเลือกหุ้นที่ดีเข้าพอร์ตเราแล้ว โดยปรับสมดุลให้มาอยู่ที่ 60:40 ตลอดเวลา
กฎการเล่น 7th LTG เฉพาะตัว จากแนวทางสายหลักของคุณสุมาอี้
- บริษัทที่เลือกต้องสามารถเติบโตในระยะยาว หรืออย่างน้อยในระยะยาวๆๆๆๆ ต้องไม่เจ๊ง
- เลือก Megatrend ที่สำคัญ (แนวโน้มที่สำคัญและเปลี่ยนโลก)
- กระจายความเสี่ยงด้วยจำนวนตัวและอุตสาหกรรมที่หลากหลาย ด้วยแนวทางเราคงทายถูกไม่ทุกตัว แถมในทางกลับกัน บางตัวผิดพลาดอย่างมากด้วยซ้ำ แต่จะสามารถ cover ได้ด้วยหุ้นบางตัวที่แสดงศักยภาพของมันอย่างเต็มที่
- Dollar Cost Average สร้างวินัยทางการเงินอย่างต่อเนื่องรวมถึง การเฉลี่ยนต้นทุนไปเรื่อยๆ เพราะเราไม่รู้ว่าช่วงไหนเป็นช่วงที่แพงไป หรือถูกไป
กฎการเล่นเทคนิคเฉพาะตัว
การเลือกหุ้นในแนวทางของเทคนิค
- เลือกหุ้นจาก set 50, set 100, set HD เนื่องจากเป็นหุ้นมีสภาพคล่อง ซื้อง่ายขายคล่อง แต่ทั้งนี้ต้องมีเงื่อนไขสำคัญคือ ไม่เล่นหุ้นปั่น ต้องดูผลประกอบการที่ดีเป็นเบื้องต้นก่อน
- ดูกราฟหุ้นที่สนใจทุกตัว ทุกวัน ไม่ชื้อไม่ขาย จนกระทั่งได้เห็นถึงสัญญานการกลับตัวที่ชัดเจนจริง
- หากมีสัญญาน bullish หลายๆ ตัว เลือกดูที่มี upside สูงสุด เน้นกินยาวไม่กินสั้น
- เมื่อซื้อต้องกำหนดจุดขายที่ชัดเจน เมื่อยังอยู่ในขาขึ้นให้ปรับ trailing trend เมื่อลง ปรับ cut loss ที่ 10% (ตามตำรา จะคืน 10 ที่11 เป็นความเสี่ยงที่รับได้)
- เครื่องมือที่ใช้เมื่อ ซื้อ ขายตาม ลำดับคือ ดู Trend, ดู EMA เพื่อดู การกลับตัว และสัญญานการกลับ ตัว MACD hist และ volume เพื่อยืนยันสัญญานกลับตัว
- อย่าซื้อหุ้นที่ ขึ้นไปแล้วมาก และไม่แน่ใจในเรื่องสัญญานกลับตัวลง เพราะ มันไม่ใช่รอบของเรา
- หากยังไม่แจ๋วไม่เจ๋ง เช่นกำไร 3 ปีติด อยากเพิ่งคิดเรื่อง leverage ผ่าน Margin หรือ Future
- เวลาซื้อมีแผนที่ชัดเจนว่าจะซื้อหุ้นตัวนี้ที่เท่าไรในพอร์ต แบ่งไม้ซื้ออย่าผลีผลาม เริ่มที่ สัดส่วน 20/15/30/15/10/10 จนครบ 100 ตามที่ตั้งใจไว้
- ถ้าเลือกกินคำใหญ่ ต้องอย่ารีบกินจนสำลัก
แนวทางการทำ Money Management สำหรับการเล่นเทคนิค
• ทำ money management อย่ามั่นใจอะไรมาก
• คิดมาก มาก มากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ไม่ใช่กังวลมาก เพราะไม่ได้ซื้อหุ้นปั่น ซื้อ ขายเมื่อมีการกลับที่ชัดเจน มี money management ในการควบคุม อย่าใช้อารมณ์ เข้าออกตามแผนที่ได้วางไว้ เพราะเราไม่ถูกทุกครั้ง เมื่อขึ้น ต้อง let profit run เมื่อลง ต้อง cut loss
Ped_moneyisgame.com