"ดีเอสไอ" ตั้งศูนย์ปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับตลาดหุ้น
โพสต์แล้ว: อังคาร ก.พ. 14, 2012 1:04 pm
ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ ผู้ตรวจกระทรวงยุติธรรม แถลงข่าวตั้งศูนย์ป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับตลาดเงินและตลาดทุน (ศงท.) เพื่อปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ
นายธาริต กล่าวว่า การซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์มีความสำคัญมาก ซึ่งมีการกระทำความผิดอยู่บ่อยครั้ง เรียกว่า อาชญากรรมทางเศรษฐกิจ โดยผู้กระทำความผิดมักจะเป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ กำลังทรัพย์ มีเทคนิค วิธีการ ทำให้สามารถสร้างความเสียหายทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม และความเชื่อมั่นต่อระบบตลาดเงิน ตลาดทุนเป็นอย่างมาก ที่ผ่านมา เรามีหน่วยงานที่กำกับดูแลเรื่องเหล่านี้ คือ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และ สำนักคดีการเงินการธนาคารของดีเอสไอ ที่จะเข้ามารับผิดชอบ เรื่องการดำเนินคดีและส่งสำนวนให้พนักงานอัยการ
"ปัจจุบันช่องทางในการดำเนินการกับผู้กระทำผิดคดีเกี่ยวกับเศรษฐกิจ มีน้อย ไม่เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้น สื่อมวลชน หรือผู้ลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ ที่พบเห็นการทุจริตสามารถร้องเรียนได้ ดีเอสไอจึงเห็นว่ามีความจำเป็นที่จะต้องเปิดมิติและช่องทางการร้องเรียนให้มากขึ้น เพื่อให้สังคมช่วยกันดูแลให้เกิดความเรียบร้อยและเป็นการป้องปรามผู้กระทำความผิด"นายธาริตกล่าว
ด้านพ.ต.อ.ณรัชต์ กล่าวว่า ที่ผ่านมา การทำงานของดีเอสไอ คดีประเภทนี้ส่วนใหญ่อยู่ในความรับผิดชอบของสำนักคดีการเงินการธนาคาร ซึ่งดีเอสไอทำมาแล้วกว่า 100 คดี ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาและกำลังคนมาก เนื่องจาก พยานหลักฐาน เบาะแสต่างๆ ค่อนข้างเป็นเรื่องเฉพาะ ต้องใช้ความรู้ความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษ เพื่อให้การดำเนินคดีเป็นไปด้วยความรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ จึงได้ตั้งศูนย์ป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับตลาดเงินและตลาดทุน (ศงท.) ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักคดีการเงินการธนาคาร และมีการทำงานใน 3 ด้าน คือ 1.การสนธิกำลัง หรือบูรณาการ ระดมสมอง และใช้ทรัพยากรร่วมกัน ระหว่าง 3 หน่วยงาน คือ ดีเอสไอ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)
พ.ต.อ.ณรัชต์ กล่าวต่อว่า 2.การทำงานเชิงรุก โดยเฝ้าระวังความผิดปกติที่จะเกิดขึ้นกับตลาดทุน โดยไม่รอให้ความเสียหายเกิดขึ้นเหมือนเมื่อ 20 ปีที่แล้ว เช่น คดีแชร์แม่ชม้อย คดีแชร์ชาร์เตอร์ คดี ทุจริตแบงก์บีบีซี หากเห็นตัวเลขความเสียหายแล้วมากมายเหลือเกิน โดยจะพยายามเข้าไปสืบทราบและป้องปรามไม่ให้มีการกระทำผิดเกิดขึ้นหรือมีความเสียหายลุกลามใหญ่โต รวมทั้งจะส่งเจ้าหน้าที่ เข้าไปแฝงตัวเพื่อเข้าถึงข้อมูลในรูปแบบต่างๆ 3.สร้างเครือข่ายพันธมิตร เปิดโอกาสให้ผู้ลงทุน หรือประชาชนทั่วไป สามารถแจ้งเบาะแสข้อมูล ข่าวสารการร้องเรียน ได้ทุกรูปแบบ เช่น ทางโทรศัพท์ เว็บไซต์ อีเมล บัตรสนเท่ห์ สายลับ ที่ปรึกษาทางคดี หรือจะเข้ามาเป็นพยาน ก็สามารถทำได้ รวมถึงการร่วมมือ แบ่งปันข้อมูลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
นายธาริต กล่าวว่า การซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์มีความสำคัญมาก ซึ่งมีการกระทำความผิดอยู่บ่อยครั้ง เรียกว่า อาชญากรรมทางเศรษฐกิจ โดยผู้กระทำความผิดมักจะเป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ กำลังทรัพย์ มีเทคนิค วิธีการ ทำให้สามารถสร้างความเสียหายทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม และความเชื่อมั่นต่อระบบตลาดเงิน ตลาดทุนเป็นอย่างมาก ที่ผ่านมา เรามีหน่วยงานที่กำกับดูแลเรื่องเหล่านี้ คือ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และ สำนักคดีการเงินการธนาคารของดีเอสไอ ที่จะเข้ามารับผิดชอบ เรื่องการดำเนินคดีและส่งสำนวนให้พนักงานอัยการ
"ปัจจุบันช่องทางในการดำเนินการกับผู้กระทำผิดคดีเกี่ยวกับเศรษฐกิจ มีน้อย ไม่เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้น สื่อมวลชน หรือผู้ลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ ที่พบเห็นการทุจริตสามารถร้องเรียนได้ ดีเอสไอจึงเห็นว่ามีความจำเป็นที่จะต้องเปิดมิติและช่องทางการร้องเรียนให้มากขึ้น เพื่อให้สังคมช่วยกันดูแลให้เกิดความเรียบร้อยและเป็นการป้องปรามผู้กระทำความผิด"นายธาริตกล่าว
ด้านพ.ต.อ.ณรัชต์ กล่าวว่า ที่ผ่านมา การทำงานของดีเอสไอ คดีประเภทนี้ส่วนใหญ่อยู่ในความรับผิดชอบของสำนักคดีการเงินการธนาคาร ซึ่งดีเอสไอทำมาแล้วกว่า 100 คดี ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาและกำลังคนมาก เนื่องจาก พยานหลักฐาน เบาะแสต่างๆ ค่อนข้างเป็นเรื่องเฉพาะ ต้องใช้ความรู้ความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษ เพื่อให้การดำเนินคดีเป็นไปด้วยความรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ จึงได้ตั้งศูนย์ป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับตลาดเงินและตลาดทุน (ศงท.) ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักคดีการเงินการธนาคาร และมีการทำงานใน 3 ด้าน คือ 1.การสนธิกำลัง หรือบูรณาการ ระดมสมอง และใช้ทรัพยากรร่วมกัน ระหว่าง 3 หน่วยงาน คือ ดีเอสไอ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)
พ.ต.อ.ณรัชต์ กล่าวต่อว่า 2.การทำงานเชิงรุก โดยเฝ้าระวังความผิดปกติที่จะเกิดขึ้นกับตลาดทุน โดยไม่รอให้ความเสียหายเกิดขึ้นเหมือนเมื่อ 20 ปีที่แล้ว เช่น คดีแชร์แม่ชม้อย คดีแชร์ชาร์เตอร์ คดี ทุจริตแบงก์บีบีซี หากเห็นตัวเลขความเสียหายแล้วมากมายเหลือเกิน โดยจะพยายามเข้าไปสืบทราบและป้องปรามไม่ให้มีการกระทำผิดเกิดขึ้นหรือมีความเสียหายลุกลามใหญ่โต รวมทั้งจะส่งเจ้าหน้าที่ เข้าไปแฝงตัวเพื่อเข้าถึงข้อมูลในรูปแบบต่างๆ 3.สร้างเครือข่ายพันธมิตร เปิดโอกาสให้ผู้ลงทุน หรือประชาชนทั่วไป สามารถแจ้งเบาะแสข้อมูล ข่าวสารการร้องเรียน ได้ทุกรูปแบบ เช่น ทางโทรศัพท์ เว็บไซต์ อีเมล บัตรสนเท่ห์ สายลับ ที่ปรึกษาทางคดี หรือจะเข้ามาเป็นพยาน ก็สามารถทำได้ รวมถึงการร่วมมือ แบ่งปันข้อมูลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน