หนี้สินส่วนนี้มักนำไปทำอะไรหรอครับ
มีมากอันตรายไหมครับ
มีหลักพิจารณาอย่างไรบ้างครับ ขอบคุณครับ
สอบถามเรื่องเงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันก
-
- Verified User
- โพสต์: 760
- ผู้ติดตาม: 0
Re: สอบถามเรื่องเงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถา
โพสต์ที่ 2
การให้กู้ยืมหรือการให้สินเชื่อของธนาคารพาณิชย์แยกได้เป็น ๓ ประเภท คือ
๑. เงินให้กู้ (loans)
๒. เงินเบิกเกินบัญชี (overdrafts)
๓. ตั๋วเงินซื้อลด (discounts)
เงินให้กู้
เป็นเงินที่ธนาคารพาณิชย์ให้แก่ลูกค้าเป็นเงินก้อน ลูกค้าผู้กู้จะเบิกเงินไปได้ทั้งจำนวน เพื่อนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์ของตน ผู้ขอกู้ต้องชำระดอกเบี้ยเต็มตามจำนวนเงินที่กู้ นับตั้งแต่วันที่เริ่มสัญญากู้ ไม่ว่าผู้กู้จะเบิกเงินก้อนนั้นไปใช้หรือยังฝากไว้กับธนาคาร ดังนั้น ผู้ที่ขอกู้เงินประเภทนี้จะต้องมีโครงการใช้เงินพร้อมอยู่แล้ว และหากมีเงินเหลือก็จะต้องแสวงหาที่ลงทุนชั่วคราว เพื่อให้เงินที่เหลือได้ดอกผลพอจะชดเชยกับส่วนของดอกเบี้ยที่ต้องเสียสำหรับเงินกู้จากธนาคารพาณิชย์
เงินเบิกเกินบัญชี
แตกต่างจากเงินให้กู้ตรงที่ว่า เมื่อผู้กู้ทำสัญญาขอกู้แบบเบิกเงินเกินบัญชีกับธนาคารแล้ว ธนาคารยังไม่ถือว่าผู้กู้เป็นลูกหนี้ของธนาคาร จนกว่าผู้กู้จะได้ใช้จ่ายเงินเกินบัญชีกระแสรายวันที่ตนมีอยู่กับธนาคาร ธนาคารจะยินยอมให้ผู้กู้เบิกเงินเกินจำนวนเงินที่มีอยู่ในบัญชีกระแสรายวันของผู้กู้ได้เท่ากับจำนวนเงินที่กำหนดเอาไว้ในสัญญา ภายในช่วงเวลาอายุของสัญญา ผู้กู้จะใช้เงินเมื่อใดก็ได้ตามต้องการ และเมื่อใดที่ผู้กู้มีเงินก็นำเงินมาฝากเข้าบัญชีเพื่อลดยอดเงินส่วนที่เบิกเกินบัญชีลง ธนาคารจะคิดดอกเบี้ยเฉพาะส่วนที่เจ้าของบัญชีเบิกเกินบัญชี และเฉพาะวันที่มีการเบิกเกินบัญชีจริงเท่านั้น สัญญาเงินกู้ชนิดนี้เป็นสัญญาที่สะดวกสำหรับผู้ทำการค้าที่บางเวลาต้องใช้เงินจำนวนมาก แต่ต้องการเงินไปใช้เป็นช่วงเวลาไม่นานนัก วิธีเบิกเกินบัญชีเป็นวิธีปฏิบัติของการธนาคารพาณิชย์ในอังกฤษและในประเทศไทยด้วย ส่วนวิธีการให้กู้ยืมเงินก้อนเป็นวิธีที่ธนาคารพาณิชย์ในสหรัฐอเมริกานิยมใช้ในการให้กู้ยืมเงินแก่ลูกค้า
ตั๋วเงินซื้อลด
เป็นวิธีการให้เงินกู้เพื่อการค้าโดยธนาคารพาณิชย์จะรับซื้อตั๋วเงินที่พ่อค้ารายหนึ่งออกให้พ่อค้าอีกรายหนึ่ง ตั๋วเงินนี้เป็นตั๋วเงินที่เกิดขึ้น เนื่องจากการซื้อขายสินค้าซึ่งจะมีการชำระเงินในภายหลัง พ่อค้าที่ได้รับตั๋วเงินแต่ต้องการเงินสดไปใช้จะนำตั๋วเงินนี้ไปขายลดต่อให้กับธนาคารพาณิชย์ ตั๋วเงินประเภทนี้จะเป็นตั๋วที่มีการชำระเงินตามจำนวนที่ระบุไว้บนหน้าตั๋วในวันที่ตั๋วเงินครบกำหนด ธนาคารรับซื้อตั๋วเงินในรูปของการซื้อลด คือ ธนาคารให้ราคาแก่ผู้ที่นำตั๋วเงินมาขายไม่เต็มตามราคาที่ระบุไว้บนหน้าตั๋ว ส่วนต่างของจำนวนเงินที่ธนาคารชำระเป็นค่าซื้อลดตั๋วเงินกับจำนวนเงินที่ธนาคารได้รับตามหน้าตั๋วเงิน เมื่อครบกำหนด คือ ดอกเบี้ยที่ธนาคารได้รับจากการซื้อลดตั๋วเงินดังกล่าว ตั๋วเงินมี ๓ ชนิด คือ เช็ค ตั๋วสัญญาใช้เงิน และตั๋วแลกเงิน ตั๋วเงินส่วนใหญ่ที่ธนาคารพาณิชย์ซื้อลดไว้ ได้แก่ เช็ค
ในการให้กู้ยืมเงินด้วยวิธีต่างๆ ธนาคารพาณิชย์จะต้องพิจารณาด้วยความระมัดระวัง เพื่อให้มีความมั่นใจพอสมควรว่าจะได้เงินคืนเมื่อครบกำหนดตามสัญญา ถ้าเป็นการกู้ไปทำธุรกิจจะต้องศึกษาฐานะทางการเงินของธุรกิจและโครงการที่จะนำเงินกู้ไปใช้ว่าเหมาะสมและให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่ากับการลงทุนหรือไม่ ธนาคารอาจจะให้กู้ยืมโดยให้มีผู้ค้ำประกันหรือเรียกหลักทรัพย์เป็นประกันการชำระหนี้คืนเมื่อครบกำหนด หลักทรัพย์ที่ค้ำประกันอาจจะเป็นที่ดิน เงินฝากประจำ และสินทรัพย์ทางการเงินอื่นๆ
ที่มา
http://guru.sanook.com/search/%E0%B9%80 ... A%E0%B8%B5
๑. เงินให้กู้ (loans)
๒. เงินเบิกเกินบัญชี (overdrafts)
๓. ตั๋วเงินซื้อลด (discounts)
เงินให้กู้
เป็นเงินที่ธนาคารพาณิชย์ให้แก่ลูกค้าเป็นเงินก้อน ลูกค้าผู้กู้จะเบิกเงินไปได้ทั้งจำนวน เพื่อนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์ของตน ผู้ขอกู้ต้องชำระดอกเบี้ยเต็มตามจำนวนเงินที่กู้ นับตั้งแต่วันที่เริ่มสัญญากู้ ไม่ว่าผู้กู้จะเบิกเงินก้อนนั้นไปใช้หรือยังฝากไว้กับธนาคาร ดังนั้น ผู้ที่ขอกู้เงินประเภทนี้จะต้องมีโครงการใช้เงินพร้อมอยู่แล้ว และหากมีเงินเหลือก็จะต้องแสวงหาที่ลงทุนชั่วคราว เพื่อให้เงินที่เหลือได้ดอกผลพอจะชดเชยกับส่วนของดอกเบี้ยที่ต้องเสียสำหรับเงินกู้จากธนาคารพาณิชย์
เงินเบิกเกินบัญชี
แตกต่างจากเงินให้กู้ตรงที่ว่า เมื่อผู้กู้ทำสัญญาขอกู้แบบเบิกเงินเกินบัญชีกับธนาคารแล้ว ธนาคารยังไม่ถือว่าผู้กู้เป็นลูกหนี้ของธนาคาร จนกว่าผู้กู้จะได้ใช้จ่ายเงินเกินบัญชีกระแสรายวันที่ตนมีอยู่กับธนาคาร ธนาคารจะยินยอมให้ผู้กู้เบิกเงินเกินจำนวนเงินที่มีอยู่ในบัญชีกระแสรายวันของผู้กู้ได้เท่ากับจำนวนเงินที่กำหนดเอาไว้ในสัญญา ภายในช่วงเวลาอายุของสัญญา ผู้กู้จะใช้เงินเมื่อใดก็ได้ตามต้องการ และเมื่อใดที่ผู้กู้มีเงินก็นำเงินมาฝากเข้าบัญชีเพื่อลดยอดเงินส่วนที่เบิกเกินบัญชีลง ธนาคารจะคิดดอกเบี้ยเฉพาะส่วนที่เจ้าของบัญชีเบิกเกินบัญชี และเฉพาะวันที่มีการเบิกเกินบัญชีจริงเท่านั้น สัญญาเงินกู้ชนิดนี้เป็นสัญญาที่สะดวกสำหรับผู้ทำการค้าที่บางเวลาต้องใช้เงินจำนวนมาก แต่ต้องการเงินไปใช้เป็นช่วงเวลาไม่นานนัก วิธีเบิกเกินบัญชีเป็นวิธีปฏิบัติของการธนาคารพาณิชย์ในอังกฤษและในประเทศไทยด้วย ส่วนวิธีการให้กู้ยืมเงินก้อนเป็นวิธีที่ธนาคารพาณิชย์ในสหรัฐอเมริกานิยมใช้ในการให้กู้ยืมเงินแก่ลูกค้า
ตั๋วเงินซื้อลด
เป็นวิธีการให้เงินกู้เพื่อการค้าโดยธนาคารพาณิชย์จะรับซื้อตั๋วเงินที่พ่อค้ารายหนึ่งออกให้พ่อค้าอีกรายหนึ่ง ตั๋วเงินนี้เป็นตั๋วเงินที่เกิดขึ้น เนื่องจากการซื้อขายสินค้าซึ่งจะมีการชำระเงินในภายหลัง พ่อค้าที่ได้รับตั๋วเงินแต่ต้องการเงินสดไปใช้จะนำตั๋วเงินนี้ไปขายลดต่อให้กับธนาคารพาณิชย์ ตั๋วเงินประเภทนี้จะเป็นตั๋วที่มีการชำระเงินตามจำนวนที่ระบุไว้บนหน้าตั๋วในวันที่ตั๋วเงินครบกำหนด ธนาคารรับซื้อตั๋วเงินในรูปของการซื้อลด คือ ธนาคารให้ราคาแก่ผู้ที่นำตั๋วเงินมาขายไม่เต็มตามราคาที่ระบุไว้บนหน้าตั๋ว ส่วนต่างของจำนวนเงินที่ธนาคารชำระเป็นค่าซื้อลดตั๋วเงินกับจำนวนเงินที่ธนาคารได้รับตามหน้าตั๋วเงิน เมื่อครบกำหนด คือ ดอกเบี้ยที่ธนาคารได้รับจากการซื้อลดตั๋วเงินดังกล่าว ตั๋วเงินมี ๓ ชนิด คือ เช็ค ตั๋วสัญญาใช้เงิน และตั๋วแลกเงิน ตั๋วเงินส่วนใหญ่ที่ธนาคารพาณิชย์ซื้อลดไว้ ได้แก่ เช็ค
ในการให้กู้ยืมเงินด้วยวิธีต่างๆ ธนาคารพาณิชย์จะต้องพิจารณาด้วยความระมัดระวัง เพื่อให้มีความมั่นใจพอสมควรว่าจะได้เงินคืนเมื่อครบกำหนดตามสัญญา ถ้าเป็นการกู้ไปทำธุรกิจจะต้องศึกษาฐานะทางการเงินของธุรกิจและโครงการที่จะนำเงินกู้ไปใช้ว่าเหมาะสมและให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่ากับการลงทุนหรือไม่ ธนาคารอาจจะให้กู้ยืมโดยให้มีผู้ค้ำประกันหรือเรียกหลักทรัพย์เป็นประกันการชำระหนี้คืนเมื่อครบกำหนด หลักทรัพย์ที่ค้ำประกันอาจจะเป็นที่ดิน เงินฝากประจำ และสินทรัพย์ทางการเงินอื่นๆ
ที่มา
http://guru.sanook.com/search/%E0%B9%80 ... A%E0%B8%B5
- จุดแข็งทางธุรกิจที่เลียนแบบได้ยาก มักต้องใช้ระยะเวลายาวนานในการสร้างและเพาะบ่มเสมอ ไม่สามารถเนรมิตได้ด้วยเงิน (สุมาอี้)
- จะเก่ง จะรวยหุ้น ก็ต้องใช้เวลาเพาะบ่มเช่นกัน เป็นวีไอ ต้องมี ศรัทธา ขยัน ประหยัด และ อดทน ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ ย่อมไม่ได้มาง่ายๆ
- จะเก่ง จะรวยหุ้น ก็ต้องใช้เวลาเพาะบ่มเช่นกัน เป็นวีไอ ต้องมี ศรัทธา ขยัน ประหยัด และ อดทน ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ ย่อมไม่ได้มาง่ายๆ
-
- Verified User
- โพสต์: 217
- ผู้ติดตาม: 0
Re: สอบถามเรื่องเงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถา
โพสต์ที่ 3
เงิน เบิกเกินบัญชี (over draft) คือเงินกู้ระยะสั้นๆที่ไม่ต้องบอกแบงค์ว่าจะเอาไปทำอะไร ส่วนใหญ่เอาไปเพื่อชดเชยสภาพคล่องชั่วคราวครับ เพราะดอกสูงกว่าเงินกู้ทั่วไป
ยกตัวอย่างสมมุติบริษัทเป็นบุคคลธรรมดาละกัน คุณได้เงินเดือนวันที่ 28 และต้องจ่ายค่าเช่าบ้านวันที่ 28 เหมือนกัน แต่เดือนนั้นเจ้านายคุณติดเดินทางไปต่างประเทศโดยจะจ่ายช้าไปหนึ่งวัน ถ้าคุณมีวงเงินเกินบัญชีคุณสามารถเบิกเงินเกินบัญชีมาจ่ายค่าเช่าบ้านก่อน โดยธนาคารจะคิดดอกคุณ 1 วัน
แต่ถ้าคุณรู้ว่านายคุณจะจ่ายช้าทุกเดือน คุณไม่ควรจะเบิกเกินบัญชีแล้วควรขอกู้ดีกว่าเพราะเสียดอกน้อยกว่า หรือ คุณกันเงินสดไว้ส่วนหนึ่งเผื่อไว้เวลานายคุณจ่ายช้า พูดง่ายๆคือ Overdraft เหมือนบัตรเครดิตน่ะครับ กู้ง่ายใช้ง่ายดอกสูง แต่ต่างกันที่ว่าบัตรเครดิตคุณจ่ายตรงเวลาไม่เสียดอกแต่ Overdraft คิดดอกทันทีที่คุณใช้ ถ้าวางแผนการเงินดีๆ บัตรเครดิตก็ไม่จำเป็น
มีมากอันตรายหรือเปล่า
ผมว่าการมี Overdraft เล็กน้อยเป็นเรื่องปกติครับ ถ้าไม่มี Overdraft เลยอาจเป็นสัญญาณว่าบริษัทเก็บเงินสดมากไป แต่ถ้ามีมากไปหลายๆปีติดกันอาจหมายความว่าบริษัทวางแผน Cash Cycle ไม่ดี
ปกติการที่คุณจะมีวงเงิิน over draft ได้คุณต้องมีหลักทรัพย์คำ้ประกันครับ อย่างเช่นที่ดิน อาคาร และจะมีวงเงินแค่ระดับหนึ่งไม่ใช่จะขอเท่าไหร่ก็ได้ครับ
ยกตัวอย่างสมมุติบริษัทเป็นบุคคลธรรมดาละกัน คุณได้เงินเดือนวันที่ 28 และต้องจ่ายค่าเช่าบ้านวันที่ 28 เหมือนกัน แต่เดือนนั้นเจ้านายคุณติดเดินทางไปต่างประเทศโดยจะจ่ายช้าไปหนึ่งวัน ถ้าคุณมีวงเงินเกินบัญชีคุณสามารถเบิกเงินเกินบัญชีมาจ่ายค่าเช่าบ้านก่อน โดยธนาคารจะคิดดอกคุณ 1 วัน
แต่ถ้าคุณรู้ว่านายคุณจะจ่ายช้าทุกเดือน คุณไม่ควรจะเบิกเกินบัญชีแล้วควรขอกู้ดีกว่าเพราะเสียดอกน้อยกว่า หรือ คุณกันเงินสดไว้ส่วนหนึ่งเผื่อไว้เวลานายคุณจ่ายช้า พูดง่ายๆคือ Overdraft เหมือนบัตรเครดิตน่ะครับ กู้ง่ายใช้ง่ายดอกสูง แต่ต่างกันที่ว่าบัตรเครดิตคุณจ่ายตรงเวลาไม่เสียดอกแต่ Overdraft คิดดอกทันทีที่คุณใช้ ถ้าวางแผนการเงินดีๆ บัตรเครดิตก็ไม่จำเป็น
มีมากอันตรายหรือเปล่า
ผมว่าการมี Overdraft เล็กน้อยเป็นเรื่องปกติครับ ถ้าไม่มี Overdraft เลยอาจเป็นสัญญาณว่าบริษัทเก็บเงินสดมากไป แต่ถ้ามีมากไปหลายๆปีติดกันอาจหมายความว่าบริษัทวางแผน Cash Cycle ไม่ดี
ปกติการที่คุณจะมีวงเงิิน over draft ได้คุณต้องมีหลักทรัพย์คำ้ประกันครับ อย่างเช่นที่ดิน อาคาร และจะมีวงเงินแค่ระดับหนึ่งไม่ใช่จะขอเท่าไหร่ก็ได้ครับ
Connecting the dots