http://www.matichon.co.th/news_detail.p ... &subcatid=
แฉกลุ่มบันเทิงยักษ์หวังฮุบ"กสทช." จับมือ"เอ็นจีโอ"ล็อบบี้ให้"ส.ว."เลือก
วันที่ 02 กันยายน พ.ศ. 2554 เวลา 10:54:54 น.
Share
5
ผู้สื่อข่าวรายงานจากวุฒิสภาว่า ตามที่ พล.อ.ธีรเดช มีเพียร ประธานวุฒิสภาได้บรรจุวาระการประชุมวุฒิสภาในวันที่ 5 กันยายน เพื่อลงมติเลือกกรรมการกำกับกิจการกระจายเสียง กิจการวิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม (กสทช.) หลังจากที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) สามัญตรวจสอบประวัติ ความประพฤติและพฤติกรรมทางจริยธรรมของผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็น กสทช. ส่งรายงานผลการศึกษาถึงประธานวุฒิสภา ทั้งนี้ ในการประชุมคณะกรรมาธิการสามัญตรวจสอบประวัติฯ เมื่อวันที่ 31 สิงหาคมที่ผ่านมา ที่ประชุมได้หารือเป็นการภายในอย่างเคร่งเครียด ถึงกระบวนการการลงมติเลือก กสทช. และได้มีการพิจารณารายงานประวัติเชิงลึกและข้อมูลลับของผู้ได้รับการเสนอชื่อแต่ละคน ซึ่งข้อมูลส่วนใหญ่เป็นข้อร้องเรียนถึงบุคคลที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับกลุ่มทุนต่างๆ เพื่อแจกเป็นข้อมูลลับไว้ประกอบการพิจารณาเลือกของ ส.ว.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมามีความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนที่ได้รับการเสนอชื่อทั้ง 44 คน เพื่อเดินสายล็อบบี้ขอเสียงสนับสนุนจาก ส.ว. อย่างหนัก โดยเฉพาะที่น่าจับตามองเป็นพิเศษคือ
มีกลุ่มนายทุนบันเทิงยักษ์ใหญ่ที่มีแผนงานจะรุกและครอบครองธุรกิจสื่อโทรทัศน์กว่า 100 ช่อง จึงได้วางตัวบุคคลที่จะเข้ามาเป็น กสทช. มาตั้งแต่กระบวนการสรรหา และล่าสุดได้จับมือกับ ส.ว.สายสรรหาและสายเลือกตั้งบางส่วน ให้สนับสนุนบุคคลที่ตัวเองจัดวางเอาไว้ โดยจัดทำเป็นโพยบัญชีรายชื่อให้แก่ ส.ว. ขณะที่กลุ่ม ส.ว.สายสื่อก็ได้มีการเสนอข้อต่อรองขอให้พ่วงรายชื่อผู้ที่ตัวเองสนับสนุนเข้าไปอยู่ในโพยด้วย เพื่อแลกกับคะแนนเสียงสนับสนุน
สำหรับรายชื่อที่มีการคาดหมายว่าจะได้รับการคัดเลือก อาทิ นายพนา ทองมีอาคม อดีต กทช. พล.อ.อ.ธเรศ ปุณศรี ตท.6 รุ่นเดียวกับ พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี และ พล.อ.อ.ชาลี จันทร์เรือง ส.ว.สรรหา นายทวี เส้งแก้ว ทนายความสำนักงานกฎหมายนิติธาดา น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ คณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ นายพงศ์ศักติฐ์ เสมสันต์ อดีตที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี (นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ) น.ส.ลักษมี ศรีสมเพ็ชร รองประธานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ พล.ท.พีระพงษ์ มานะกิจ ที่ปรึกษาสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม พ.อ.นที ศุกลรัตน์ อดีต กทช. นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ กกต. นางจันทิมา ศิริแสงทักษิณ อดีตรองปลัดกระทรวงการคลัง นายยุทธ์ ชัยประวิตร อดีตกรรมการเพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ชั่วคราวในการจัดทำแผนหมายเลขโทรคมนาคม นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการบริหารและรอง ผอ.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย เป็นต้น
สื่อโทรทัศน์กว่า 100 ช่อง ช่องเยอะขนาดนี้ เป็นไปได้ 2 อย่าง ถ้าไม่พูดถึงดาวเทียม ก็โทรทัศน์ดิจิตอล แต่อาจไม่ถึง 100 ช่องจริง
http://www.telecomjournal.net/index.php ... &Itemid=34
กทช. หวังพาไทยก้าวสู่ดิจิตอลทีวี ความพร้อมของวันนี้..มีพอหรือยัง???
ความนิยมของผู้ชม: / 2
แย่มากดีมาก
เขียนโดย Webmaster
อาทิตย์, 01 สิงหาคม 2010
ขณะที่ กทช.อยู่ระหว่างวางนโยบาย เตรียมล้างอนาล็อกเข้าสู่ยุดิจิตอล แม้ว่า กทช. ยังไม่มีอำนาจจัดสรรคลื่นความถี่แต่เพียงผู้เดียว โดยพันธกิจนี้ต้องรอการก้าวมาขององค์กรด้านโทรคมนาคมอีกหนึ่ง ที่ต่อไปจะมีบทบาทไม่น้อยไปกว่า คือ กสทช.เกิดขึ้นก่อน ในเดือน ก.ย.ปีนี้
ซึ่งประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับต่อจากการพัฒนาครั้งสำคัญนี้ คือ การประหยัดต้นทุนอุปกรณ์ ไม่ต้องใช้จานรับสัญญาณดาวเทียมอีก การเริ่มต้นครั้งนี้มาจากงานสัมมนา ดิจิตอล บรอดคาสติ้ง (Digital Broadcasting) ซึ่งเป็นความร่วมมือ 3 ฝ่าย คือ กทช. กระทรวง MIC ประเทศญี่ปุ่น และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อวัตถุประสงค์ร่วมกันนำไปสู่การปรับเปลี่ยนการแพร่ภาพจากระบบอนาล็อกไปสู่ระบบดิจิตอลในอนาคต กทช. ศึกษารายละเอียดและกำหนดกระบวนการผลิตไปจนถึงอุปกรณ์ต้นทุนที่ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึง ล่าสุดภูมิภาคอาเซียนวางแผนเลิกใช้งานระบบอนาล็อกในปี 2558 คือ 5 ปีข้างหน้า ตามเงื่อนไขสมาพันธ์เทคโนโลยีสารสนเทศและโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ไอทียู) ขณะที่ภูมิภาคอาเซียนกำหนดไว้ระหว่างปี 2558-2563
ลักษณะที่ดีกว่าหากก้าวย่างสู่ยุคดิจิตอล
ระบบดิจิตอลทำให้ได้คุณชัดเจน ผิดเพี้ยนน้อยกว่ามาก โทรศัพท์ไร้สายที่ใช้เทคโนโลยีดิจิตอลยังสามารถให้คุณภาพเสียงที่สมบูรณ์ ประสิทธิภาพสูงสุดของเทคโนโลยีดิจิตอลกับอนาล็อกอยู่ในตลาด cellular เนื่องจากระบบอนาล็อกยังมีการเข้าถึงสัญญาณที่ถูกล่วงรู้ความลับได้อย่างรวดเร็วกว่า นั่นคือความปลอดภัยน้อยกว่าสัญญาณดิจิตอล
ส่วนระบบโทรทัศน์ภาคพื้นดิน (Terrestrial) ที่ให้บริการในประเทศไทย ปัจจุบันยังเป็นแบบระบบอนาล็อก (Analog) อยู่ แต่ในต่างประเทศได้มีการเปลี่ยนระบบไปเป็นดิจิตอลทีวี (Digital TV) ค่อนข้างมากแล้ว
ระบบดิจิตอลทีวีที่คิดค้นขึ้นมา ปัจจุบันมี 3 ระบบ ได้แก่ ATSC ของอเมริกาเหนือ, DVB ของยุโรป และ ISDB ของญี่ปุ่น โดยระบบโทรทัศน์ดิจิตอลภาคพื้นดิน เริ่มให้บริการครั้งแรกตั้งแต่ปี ค.ศ. 1998 เมื่อมีการให้ บริการเปลี่ยนเป็นระบบดิจิตอลทีวี, โทรทัศน์แบบอนาล็อกเดิมก็มีแผนในการยุติการให้บริการ โดยสหรัฐอเมริกาจะยุติการส่งแบบอนาล็อกในปี ค.ศ. 2006 ในเยอรมัน ปี ค.ศ. 2007 ในอิตาลี ปี ค.ศ. 2008 ในอังกฤษ ปี ค.ศ. 2008 และในสเปน ปี ค.ศ. 2012
การให้บริการดิจิตอลทีวีในประเทศไทยไม่ใช่สิ่งใหม่ เรามีการให้บริการมานานแต่ไม่ใช่เป็นโทรทัศน์ภาคพื้นดิน แต่เป็นโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมของไทยคม (UBC) แต่เนื่องจากการให้บริการผ่านดาวเทียมซึ่งค่าช่องสัญญาณที่แพง ทำให้ผู้ให้บริการพยายามใส่จำนวนช่องสัญญาณให้คุ้มที่สุด โดยใส่จำนวนรายการต่อ ช่องสัญญาณดาวเทียมสูงสุด ความเปลี่ยนแปลงของดิจิตอลทีวีที่มีคุณภาพจึงไม่เกิดขึ้น
เฉพาะอย่างยิ่งประเด็นความคุ้มค่าของการใช้ย่านความถี่จะเกิดขึ้น หากสามารถเปลี่ยนระบบอนาลอกเดิมมาเป็นระบบดิจิตอลที่ใช้เทคนิคของการส่งแบบกำลังส่งต่ำอยู่ระหว่าง 300 ถึง 500 วัตต์ ดังนั้นสัญญาณรบกวนจึงต่ำ ทำให้เราสามารถส่งสัญญาณได้ต่อเนื่องทุกช่อง ไม่เสียช่องสัญญาณไปโดยเปล่าประโยชน์ อีกทั้งความจุของระบบเทียบกับความกว้างของความถี่ที่ใช้งาน ในหนึ่งช่องสัญญาณทีวีแบบอนาลอกสามารถส่งสัญญาณทีวีแบบดิจิตอลได้ 4 ถึง 6 ช่อง ขึ้นอยู่กับความกว้างความถี่ที่ใช้ของแต่ละประเทศ เช่น ในสหรัฐอเมริกาส่งได้ 4 ช่อง ในอังกฤษส่งได้ 6 ช่อง ดังนั้น ดิจิตอลส่งได้ทุกช่อง ทำให้อนาลอกหนึ่งช่องเทียบได้เท่ากับส่งดิจิตอลได้ 8 ถึง 12 ช่อง หากเปลี่ยนเป็นดิจิตอลทีวีทั้งหมดทั้งในย่าน VHF และ UHF ก็จะได้ช่องรายการทีวีอีกจำนวนมหาศาล อีกทั้งดิจิตอลทีวีสามารถให้บริการแบบ HDTV ได้เลย เพียงแต่จำนวนช่องรายการที่ส่งจะลดลง เพราะ HDTV ต้องการข้อมูลในการส่งสูงมาก อยู่ระหว่าง 12 ถึง 15 Mbit/s (ปกติทีวีแบบมาตรฐาน (SDTV) ใช้ความเร็วในการส่ง 4 Mbit/s)
เทคนิคของดิจิตอลสามารถขจัดสัญญาณรบกวนออก ทำให้คุณภาพของภาพปราศจากการรบกวน ถึงแม้สัญญาณที่รับจะมีระดับสัญญาณน้อยลง แต่เมื่อถึงจุดหนึ่งที่ระบบขจัดสัญญาณรบกวนออกไปไม่ได้สัญญาณที่รับได้ก็จะผิดเพี้ยน แตกต่างจากระบบอนาลอก ซึ่งยังคงเห็นภาพและสัญญาณรบกวนไปพร้อมกัน
การให้บริการของโทรทัศน์แบบดิจิตอลสามารถเพิ่มชนิดการให้บริการ ได้ทั้งแบบอยู่กับที่หรือระหว่างการเคลื่อนที่ แบบพกพา (Portable Service) หรือ ในยานพานหะ (Mobile Service) โทรทัศน์ดิจิตอลจะกลายเป็นสื่อผสมที่มีความเร็วสูง เมื่อเทียบกับโทรศัพท์, คอมพิวเตอร์อินเตอร์เน็ต, วิทยุดิจิตอล ประกอบด้วยภาพ, เสียงและข้อมูลภาพระดับความคมชัดสูง (HDTV) สามารถทำแบบ Interactive ได้
ที่น่าสนใจ คือ Interactive TV ระบบเสียงสามารถทำได้รอบทิศทาง, มีหลายภาษา, ระบบบรรยายตัวหนังสือ, สามารถส่งข้อมูลแนะนำรายการ (Electronic Program guide) บอกรายละเอียดเรื่องย่อของรายการ บอกเวลาเริ่มต้น และเวลาสิ้นสุดของรายการ ระบบการเตือนการรับชมอัตโนมัติ แต่ละช่องรายการก็จะถูกแยกออกไปอย่างชัดเจน หลังการเปลี่ยนระบบสู่ดิจิตอลทีวีแล้ว โครงสร้างอุตสาหกรรมทีวียังจะเปลี่ยนแปลงไปด้วย จากเดิมที่จะมี 3 องค์ประกอบ คือ ผู้ผลิตรายการ, สถานีโทรทัศน์ และผู้ชม แต่บริการทีวีดิจิตอล จะทำให้เกิดอีก 3 รูปแบบธุรกิจใหม่ คือ ผู้ให้บริการช่องรายการ (Channel Provider), ผู้ให้บริการร่วมส่งสัญญาณ (Multiplex Operator) และผู้ให้บริการโครงข่าย (Network Provider) ซึ่ง กสทช. จะต้องเป็นผู้กำหนดใบอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์ดิจิตอล ใน 3 รูปแบบนั้น
สำหรับประชาชนที่จะรับชมดิจิตอลทีวี สิ่งที่จะต้องเปลี่ยน คือ ซื้อภาครับสัญญาณดิจิตอล (Set Top Box) ที่มีลักษณะเหมือนเครื่องรับสัญญาณทีวีผ่านดาวเทียม ปัจจุบันมีออกมาหลายรูปแบบ และหลายลักษณะการทำงาน บางเครื่องสามารถรับสัญญาณทีวีดิจิตอลได้ ทั้งภาคพื้นดินและที่ผ่านดาวเทียม บางเครื่องสามารถเป็น เครื่องเล่น DVD ได้ด้วย เพราะระบบดิจิตอลภายในใช้ร่วมกันได้ หรือบางเครื่องมีหน่วยความจำขนาดใหญ่ ( Hard Disk ) อยู่ภายใน ทำให้บันทึกรายการได้ หรือแม้แต่โทรทัศน์แบบพกพา
จุดสิ้นสุด ของอนาล็อกทีวีในสหรัฐ
วันที่ 17 กุมภาพันธ์ สถานีโทรทัศน์ในสหรัฐฯ จะเลิกแพร่ภาพแบบอนาล็อก ซึ่งแพร่หลายมาตั้งแต่ช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง เปลี่ยนไปเป็นการแพร่ภาพแบบดิจิตอล โทรทัศน์ที่ผลิตและจำหน่ายในสหรัฐฯตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม 2550 จะต้องมีภาครับแบบดิจิตอล หรือซื้อเครื่องรับแบบดิจิตอลเพิ่มเพื่อแปลงสัญญาณทีวีดิจิตอลเป็นสัญญาณอนาล็อกใช้กับทีวีบ้านที่มีอยู่
ระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2551 ถึง 31 มีนาคม 2552 FCC ของสหรัฐ (หน่วยงานคล้ายกับ กสทช.ในรัฐธรรมนูญไทยปี 2550) แจกคูปองมูลค่า 40 เหรียญสหรัฐฯ จำนวนสองคูปองกับทุกๆ บ้าน เพื่อให้ไปซื้อเครื่องแปลงสัญญาณ
การที่สถานีโทรทัศน์ในสหรัฐฯ พร้อมใจกันยกเลิกระบบส่งภาพแบบอนาล็อก หันมาใช้การแพร่กระจายคลื่นเป็นระบบดิจิตอลแทน แต่ในทางตรงกันข้ามกลับส่งผลให้คนอเมริกันกว่า 2 ล้านครัวเรือน ได้รับผลกระทบ โดยคนอเมริกันที่ทราบข่าวการเปลี่ยนระบบรับส่งสัญญาณโทรทัศน์เป็นแบบดิจิตอล ต่างรีบไปซื้อหากล่องแปลงสัญญาณรวมถึงโทรทัศน์เครื่องใหม่ แต่ยังมีคนอเมริกันอีกกว่า 2 ล้านครัวเรือน ที่ไม่ได้เตรียมพร้อมในเรื่องนี้ จึงอาจดูโทรทัศน์ไม่ได้ ถ้าแต่ละสถานีเปลี่ยนระบบการรับส่งเรียบร้อยแล้ว
การที่สถานีโทรทัศน์ในสหรัฐฯ พร้อมใจกันยกเลิกระบบส่งภาพแบบอนาล็อก หันมาใช้การแพร่กระจายคลื่นเป็นระบบดิจิตอลแทน แต่ในทางตรงกันข้ามกลับส่งผลให้คนอเมริกันกว่า 2 ล้านครัวเรือน ได้รับผลกระทบ โดยคนอเมริกันที่ทราบข่าวการเปลี่ยนระบบรับส่งสัญญาณโทรทัศน์เป็นแบบดิจิตอล ต่างรีบไปซื้อหากล่องแปลงสัญญาณรวมถึงโทรทัศน์เครื่องใหม่ แต่ยังมีคนอเมริกันอีกกว่า 2 ล้านครัวเรือน ที่ไม่ได้เตรียมพร้อมในเรื่องนี้ จึงอาจดูโทรทัศน์ไม่ได้ ถ้าแต่ละสถานีเปลี่ยนระบบการรับส่งเรียบร้อยแล้ว
ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาได้มีการโหมโฆษณาทางโทรทัศน์ เตือนให้คนอเมริกันรีบไปซื้อหากล่องแปลงสัญญาณ ก่อนที่สถานีโทรทัศน์ทั่วประเทศจะเปลี่ยนระบบการรับส่งสัญญาณเป็นแบบอนาล็อในวันศุกร์นี้ ตามเวลาท้องถิ่น ทางรัฐบาลสหรัฐฯ ยังออกคูปองใบ ละ 40 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1,360 บาท) มาช่วยเหลือประชาชนในเรื่องนี้
แต่การที่สหรัฐฯตัดสินใจเปลี่ยนระบบการรับส่งสัญญาณโทรทัศน์รวดเดียวทั่วประเทศ ก็ส่งผลให้ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า อาจทำให้กลุ่มคนชรา หรือครัวเรือนที่มีรายได้น้อย ไม่สามารถเตรียมพร้อมรับมือได้ทัน เพราะไม่คาดคิดว่าจะต้องเสียค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ ขณะที่บางประเทศ เช่น อังกฤษ ใช้วิธีปรับเปลี่ยนสัญญาณโทรทัศน์แบบค่อยเป็นค่อยไปตามแต่ละพื้นที่ ไม่ได้เปลี่ยนรวดเดียวทั่วประเทศเช่นในสหรัฐฯ
Digital Video Broadcasting กับ 3G
แนวโน้มบริการ 3G ในอนาคต โทรศัพท์มือถือสามารถทำแอพพลิเคชั่นได้หลากหลาย ทั้งอ่านข่าว ถ่ายภาพ เล่นเกม เป็นแนวโน้มที่ชัดเจนมาก ในการให้บริการโมบายล์ทีวี โดยใช้เทคโนโลยี 3G จะแบ่งออกเป็นหลายลักษณะ ทั้งการดูทีวีผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ก็เช่นเดียวกัน โดยผู้ใช้ทำการแอ็คเซ็สเข้าไปที่เซิร์ฟเวอร์ สถานีโทรทัศน์ ถือเป็นบริการในเชิงโทรคมฯ และอีกลักษณะหนึ่งที่ตัวอุปกรณ์มือถือที่สามารถรับสัญญาณโทรทัศน์ผ่านทางมือถือได้ มีเครื่องรับสัญญาณมือถือเป็นระบบอนาล็อก หรือเทคโนโลยีบรอดคาสต์ทีวี ที่มีให้บริการแล้ว คือ บรอดคาสต์ทีวี มีเดียโฟร์ และบริการซิงกัวล่า ของสหรัฐอเมริกา เช่น ภาพยนตร์ คอนเทนต์อื่นๆ
ส่วนสิงเทล มีการให้บริการรูปแบบ ไอพีทีวี ใช้เทคโนโลยีแบบ WCDMA ส่วนใหญ่การให้บริการ จะเน้นเรื่องเอ็นเตอร์เทนเมนท์เป็นหลัก ในปัจจุบัน ผู้ให้บริการไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น แต่พัฒนาไปเป็น HSDPA เพื่อตอบสนองผู้ใช้บริการในรูปแบบมัลติมีเดียมากขึ้น เวลาในการแอ็คเซ็สเร็วจะเป็นปัจจัยที่ทำให้ผู้ใช้บริการมากขึ้น โดยมีผู้ให้บริการหลายได้วางแผน เพื่อเปิดให้บริการเร็วๆ นี้และส่วนที่เปิดแล้วก็เตรียมขยาย
ก่อนนี้ในปี 2551 บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วย บริษัท เอสเค เทเลคอม จำกัด ประเทศเกาหลี บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด และบริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด เปิดการทดลองระบบกระจายภาพและเสียง ในระบบดิจิตอล สำหรับอุปกรณ์รับสัญญาณแบบมือถือ หรือที่เรียกว่า DVB-H (Digital Video Broadcasting - Handheld) โดยในวันที่ 12 พฤษภาคม 2551 ได้เริ่มแพร่ภาพออกอากาศตรงจากที่ทำการ อสมท ถ.พระราม 9 สำหรับการรับชมภายในอาคารทั่วถึงทุกชั้น ทุกบริเวณภายในสยามเซ็นเตอร์
โดยการส่งสัญญาณภาพทีวีซึ่งมีความคมชัดสูงดังกล่าว ไปสู่โทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือระบบ DVB-H ถือเป็นเทคโนโลยีใหม่ของประเทศไทย ที่ อสมท ร่วมกับกลุ่มพันธมิตร นำเข้ามาทดลองเป็นประเทศที่ 3 รองมาจากประเทศญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ พร้อมกับคาดว่าเมื่อภาครัฐมีการจัดตั้งองค์กรที่มาดูแลสื่อฯ หรือ กสทช. ในส่วนของ อสมท พร้อมที่จะดำเนินการธุรกิจระบบ DVB-H ในรูปแบบเชิงพาณิชย์ได้ทันที โดยเบื้องต้นได้วางรูปแบบการหารายได้จากธุรกิจดังกล่าวไว้ 3 แบบ คือ การหารายได้จากค่าสมัครสมาชิกรายเดือน, ค่าโฆษณา และบริการดาว์นโหลดข้อมูล
สำหรับในช่วงเริ่มต้นการทดลองระบบ DVB-H จะใช้เวลาทดลองประมาณ 2 เดือน โดยในเดือนแรกจะเน้นการทดสอบทางด้านเทคนิค และความพึงพอใจต่อบริการเป็นหลัก จากนั้นช่วงที่สอง จะเริ่มทดลองออกอากาศด้วยเนื้อหารายการในแนวทางต่างๆ กัน เพื่อรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างในการวิจัยการตลาด และศึกษาพฤติกรรมของผู้ใช้บริการ เพื่อเตรียมเนื้อหารายการที่สอดคล้องต่อไป
สำหรับประเทศไทย แม้จะศึกษามาพร้อมกับประเทศอื่นๆ แต่การไม่มีองค์กรอิสระด้านวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ ซึ่งต้องทำงานร่วมกับคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ทำให้การดำเนินการดังกล่าวล่าช้า ล้าหลังในภูมิภาคนี้
ทั้งนี้ ประสิทธิ์ ประพิณมงคลการ ประธาน กทช. ได้ให้เหตุผลในการที่ กทช.ชุดนี้ให้ความสำคัญกับรายการโทรทัศน์ในระบบดิจิตอล (Digital Broadcasting) เนื่องจากการที่ปัจจุบันประเทศไทยล้าหลังประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคนี้แล้ว ตลอดจนการมาของ 3G กำลังจะเป็นตัวผลักดันในส่วนของทีวีติจิตอลในรูปของโมบายล์ให้เกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง แต่เหตุผลสำคัญของความล่าช้าและล้มเหลวไม่เป็นท่า เนื่องจากยังไม่มีคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์แห่งชาติ (กสช.) ซึ่งเป็นองค์กรอิสระทำงานร่วมกับ กทช. ซึ่งนอกจาก กทช.ดำเนินการเตรียมความพร้อมในเชิงเทคนิค แต่หากการเกิดขึ้นของ กสทช. ยังล่าช้ากว่าพัฒนาการของเทคโนโลยี นักวิชาการบางท่านได้ออกมาให้ความเห็นว่าอาจจะเป็นการซ้ำรอยโทรทัศน์ดาวเทียมหรือเคเบิลทีวีหรือไม่ หากยังมีกลไกการกำกับดูแลที่ไม่ชัดเจนเสียก่อน