โลก 2 ด้าน ในการลงทุนตลาดหุ้นไทย
โพสต์แล้ว: อาทิตย์ พ.ค. 02, 2004 11:16 pm
สำหรับผมแล้ว รู้สึกว่า ตลาดหุ้น มีโลกอยู่สองด้าน ด้านหนึ่ง เป็นคนที่ชอบเล่นสั้น อีกด้านเป็นคนที่ชอบเล่นยาว
ทั้งคู่ต้องการกำไร และรังเกียจ การขาดทุน
ทั้งสองด้านทำให้เกิดหุ้นสองแบบ ที่ผมวัดตามวอลลุ่ม คือ หุ้นที่มีคนชอบเล่นยาวเข้าไปถือ ก็จะไม่มีวอลลุ่ม ในขณะหุ้นที่คนชอบเล่นสั้นเข้าไปถือก็จะมีวอลลุ่ม
ในตลาดหุ้นมีหุ้น 400 ตัว มีหุ้นที่มีวอลลุ่มเกิน 20 ล้านบาทต่อวัน กีตัว มีหุ้นที่เกิน 10 ล้านบาทต่อวันกีตัว
หุ้นที่มีวอลลุ่มต่ำกว่า 10 ล้านบาท ผมอยากจะสรุปว่าเหมาะกับนักเล่นยาว ใจเย็น ไม่ชอบความเสี่ยง และไม่มีเวลาในการติดตามราคา ไม่ชอบเห็นราคาขึ้นมากๆลงมากๆ แต่ชอบเห็นราคาค่อยๆขึ้น ขึ้นไปเรื่อยๆ ขึ้นช้าๆ ไม่เป็นไร แต่อยากให้ค่อยๆขึ้น โดยอาศัยพื้นฐานของหุ้น ในด้านยอดขาย รายได้ กำไร เป็นหลัก ถึงแม้หุ้นขึ้นไปมากๆก็ไม่อยากจะขาย เพราะพอใจในผลประกอบการณ์ พอใจในปันผล พอใจในความรู้สึกว่ารวยขึ้น เพราะหุ้นที่ถืออยู่มีมูลค่าเพิ่มขึ้น
ส่วนหุ้นที่มีวอลลุ่ม เกิน 10 ล้านบาท ก็เหมาะกับนักเล่นสั้น ที่ชอบเห็นราคาขึ้นอย่างรวดเร็ว เพราะถ้ามันขึ้นมาเร็วมากๆ ก็จะได้ขาย เมื่อมีการขายออกมามากๆ ราคามันก็จะลงมามากๆ สุดท้ายเมื่อราคามันลงมามากๆ ก็จะได้เข้าซื้อ คือ สามารถเล่นเป็นรอบๆได้ โดยอาศัยเทคนิค อาศัยจิตวิทยามวลชน เป็นต้น
สำหรับคนที่อารมณ์ร้อน ถือหุ้นได้ไม่นาน และอยากจะเห็นกำไรอย่างรวดเร็ว ผมว่าเหมาะกับการเล่นสั้น ต้องเลือกซื้อหุ้นในจังหวะที่ราคาต่ำเพื่อขายในจังหวะที่ราคาสูง
สนุกสนาน มีลุ้น มีความมันส์ ความถ้าทาย
ส่วนคนที่ใจเย็น ถือหุ้นได้นานมาก ถือหลายปีก็เฉยๆ คงต้องเลือกหุ้นที่ผลประกอบการดีมาก่อน แล้วถือตราบเท่าที่พื้นฐานยังไม่เปลี่ยน
..........................................................................................
ไม่น่าเชื่อที่คนเล่นหุ้น 2 แบบ ในหุ้น 2 สไตล์ ก็เข้ามาคุยกัน ทั้งๆที่ พื้นฐานความคิดในการเลือกหุ้น การถือหุ้น การขายหุ้น แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
.....................................................................................................
กรุณาอย่างเถียงกันนะครับ ว่าใครได้กำไรมากกว่ากัน ผมลบทันที ไม่ปราณีนะครับ
ก็แค่อยากจะแสดงความเห็นว่า เป็นไปได้หรือไม่ว่า หุ้นที่มีวอลลุ่มน้อยๆ นี่มักจะเป็นหุ้นแนวเล่นยาว ส่วนหุ้นที่มีวอลลุ่มมากๆ นี่น่าจะเป็นหุ้นแนวเล่นสั้น
ทั้งคู่ต้องการกำไร และรังเกียจ การขาดทุน
ทั้งสองด้านทำให้เกิดหุ้นสองแบบ ที่ผมวัดตามวอลลุ่ม คือ หุ้นที่มีคนชอบเล่นยาวเข้าไปถือ ก็จะไม่มีวอลลุ่ม ในขณะหุ้นที่คนชอบเล่นสั้นเข้าไปถือก็จะมีวอลลุ่ม
ในตลาดหุ้นมีหุ้น 400 ตัว มีหุ้นที่มีวอลลุ่มเกิน 20 ล้านบาทต่อวัน กีตัว มีหุ้นที่เกิน 10 ล้านบาทต่อวันกีตัว
หุ้นที่มีวอลลุ่มต่ำกว่า 10 ล้านบาท ผมอยากจะสรุปว่าเหมาะกับนักเล่นยาว ใจเย็น ไม่ชอบความเสี่ยง และไม่มีเวลาในการติดตามราคา ไม่ชอบเห็นราคาขึ้นมากๆลงมากๆ แต่ชอบเห็นราคาค่อยๆขึ้น ขึ้นไปเรื่อยๆ ขึ้นช้าๆ ไม่เป็นไร แต่อยากให้ค่อยๆขึ้น โดยอาศัยพื้นฐานของหุ้น ในด้านยอดขาย รายได้ กำไร เป็นหลัก ถึงแม้หุ้นขึ้นไปมากๆก็ไม่อยากจะขาย เพราะพอใจในผลประกอบการณ์ พอใจในปันผล พอใจในความรู้สึกว่ารวยขึ้น เพราะหุ้นที่ถืออยู่มีมูลค่าเพิ่มขึ้น
ส่วนหุ้นที่มีวอลลุ่ม เกิน 10 ล้านบาท ก็เหมาะกับนักเล่นสั้น ที่ชอบเห็นราคาขึ้นอย่างรวดเร็ว เพราะถ้ามันขึ้นมาเร็วมากๆ ก็จะได้ขาย เมื่อมีการขายออกมามากๆ ราคามันก็จะลงมามากๆ สุดท้ายเมื่อราคามันลงมามากๆ ก็จะได้เข้าซื้อ คือ สามารถเล่นเป็นรอบๆได้ โดยอาศัยเทคนิค อาศัยจิตวิทยามวลชน เป็นต้น
สำหรับคนที่อารมณ์ร้อน ถือหุ้นได้ไม่นาน และอยากจะเห็นกำไรอย่างรวดเร็ว ผมว่าเหมาะกับการเล่นสั้น ต้องเลือกซื้อหุ้นในจังหวะที่ราคาต่ำเพื่อขายในจังหวะที่ราคาสูง
สนุกสนาน มีลุ้น มีความมันส์ ความถ้าทาย
ส่วนคนที่ใจเย็น ถือหุ้นได้นานมาก ถือหลายปีก็เฉยๆ คงต้องเลือกหุ้นที่ผลประกอบการดีมาก่อน แล้วถือตราบเท่าที่พื้นฐานยังไม่เปลี่ยน
..........................................................................................
ไม่น่าเชื่อที่คนเล่นหุ้น 2 แบบ ในหุ้น 2 สไตล์ ก็เข้ามาคุยกัน ทั้งๆที่ พื้นฐานความคิดในการเลือกหุ้น การถือหุ้น การขายหุ้น แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
.....................................................................................................
กรุณาอย่างเถียงกันนะครับ ว่าใครได้กำไรมากกว่ากัน ผมลบทันที ไม่ปราณีนะครับ
ก็แค่อยากจะแสดงความเห็นว่า เป็นไปได้หรือไม่ว่า หุ้นที่มีวอลลุ่มน้อยๆ นี่มักจะเป็นหุ้นแนวเล่นยาว ส่วนหุ้นที่มีวอลลุ่มมากๆ นี่น่าจะเป็นหุ้นแนวเล่นสั้น