หน้า 1 จากทั้งหมด 1
เชื่อผมมั้ย ปีนี้ต้องมีหลายคนที่อยากผละจาก VI มาเป็น VS
โพสต์แล้ว: ศุกร์ เม.ย. 23, 2004 9:47 pm
โดย Stock Broker
จากปีก่อนที่อยากเป็น VI ดูงบการเงิน กระแสเงินสด แนวโน้มธุรกิจ เป็นหลัก
มาปีนี้ต้องมีหลายคนที่อยากกลายร่างเป็น VS ไม่รักหุ้นตัวไหนจริง ดูกราฟเทคนิคเพื่อหาจังหวะเข้าๆ ออกๆ
สาเหตุเพราะ ปีก่อนหุ้นขึ้นม้วนเดียว หลายคนก็จะรู้สึกว่าถือยาวดีกว่าเก็งกำไร เพราะได้เป็นกอบเป็นกำ แถมหุ้น VI ที่สภาพคล่องต่ำหลายตัว โดนลากขึ้นไปหลายเท่าตัว (หลายคนนึกว่าตัวเองเก่งที่วิเคราะห์ถูก ดูมูลค่าหุ้นได้ตรง แต่ที่จริงเปล่าหรอก เพราะเม็ดเงินใหม่มันเยอะ นักวิเคราะห์โบรกเกอร์เลยต้องไปขุดหุ้นสภาพคล่องต่ำที่พอจะหาสตอรี่ได้มาเชียร์ สินค้าจะได้หลากหลายหน่อย)
พอมาปีนี้ หุ้นแกว่งไปแกว่งมา ขึ้นๆ ลงๆ หลายคนที่เคยถือยาวมาก่อน หรือตั้งใจจะถือยาว เลยเริ่มหนาว กำไรที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง (unrealised) มันก็เลยร่อยหรอลงเรื่อยๆ จนบางที่กลายเป็นขาดทุนไปเลย
เชื่อผมมั้ย ปีนี้ต้องมีหลายคนที่อยากผละจาก VI มาเป็น VS
โพสต์แล้ว: ศุกร์ เม.ย. 23, 2004 10:06 pm
โดย Jeng
ไม่เชื่อ
เชื่อผมมั้ย ปีนี้ต้องมีหลายคนที่อยากผละจาก VI มาเป็น VS
โพสต์แล้ว: ศุกร์ เม.ย. 23, 2004 10:26 pm
โดย สวนเด่ะ
ไม่เชื่อ
เชื่อผมมั้ย ปีนี้ต้องมีหลายคนที่อยากผละจาก VI มาเป็น VS
โพสต์แล้ว: เสาร์ เม.ย. 24, 2004 12:08 am
โดย คนเรือ VI
ไม่เชื่อครับ
การถือในระยะยาวกว่าในช่วงตลาดsidewayไปมา ง่ายกว่าการเข้าออกๆครับ
ในขณะที่การเข้าๆออกๆ ในหุ้นหลายๆตัว จะง่ายกว่าถ้ามันขึ้นทั้งกระดานม้วนเดียว
เชื่อผมมั้ย ปีนี้ต้องมีหลายคนที่อยากผละจาก VI มาเป็น VS
โพสต์แล้ว: เสาร์ เม.ย. 24, 2004 1:17 am
โดย bigshow
สงสัยกองทุนต่างชาติเล่นรอบ
เชื่อผมมั้ย ปีนี้ต้องมีหลายคนที่อยากผละจาก VI มาเป็น VS
โพสต์แล้ว: เสาร์ เม.ย. 24, 2004 1:29 am
โดย บุคคลทั่วไป
Financial Engineer พูดมาก็มีเหตุผลครับ
เพราะคนที่เป็นเริ่มเป็น VI ปีที่แล้วจะเริ่มสับสน
ว่าสิ่งที่ทำไปเมื่อก่อนมันเป็นฝีมือหรือโชค
เชื่อผมมั้ย ปีนี้ต้องมีหลายคนที่อยากผละจาก VI มาเป็น VS
โพสต์แล้ว: เสาร์ เม.ย. 24, 2004 2:31 am
โดย นักดูดาว
ไม่เชื่อ
ผมไม่อยากเชื่อว่านี่เป็นคุณ FE ตัวจริงมาโพสต์ ไม่เฉียบเหมือนเคยเลยนะ
เชื่อผมมั้ย ปีนี้ต้องมีหลายคนที่อยากผละจาก VI มาเป็น VS
โพสต์แล้ว: เสาร์ เม.ย. 24, 2004 9:38 am
โดย ayethebing
ผมเชื่อว่ามีคนสนใจอยากรู้ แต่ผมว่ามีน้อยคนทีจะทำ หรือทำแล้วประสพความสำเร็จ
ผมเองคนนึงที่อยากรู้แต่คงไม่ทำครับ
เชื่อผมมั้ย ปีนี้ต้องมีหลายคนที่อยากผละจาก VI มาเป็น VS
โพสต์แล้ว: เสาร์ เม.ย. 24, 2004 9:18 pm
โดย Stock Broker
ที่ผมมาโพสต์กระทู้แบบนี้ ก็เพราะอยากให้เพื่อนๆ ที่อยากยึดแนวทาง VI ลองทบทวนดูว่า เห็นหุ้นขึ้นๆ ลงๆ แล้วเสียดายมั้ย ที่ไม่ได้ขายทำกำไรเลย (โดยเฉพาะเพื่อนๆ ที่เพิ่งลงทุนได้ไม่เกิน 1 ปี)
และเมื่อเห็นหุ้นที่ตนมั่นใจว่าเป็นกิจการที่ดี แต่ราคาถอยลงๆ ยังมั่นใจอยู่มั้ย (ถ้าเป็น VI จริง ต้องดีใจนะที่หุ้นราคาถูกผิดปกติในระยะสั้น)
**สำหรับตัวผมเองไม่เคยบอกว่าเป็น VI อยู่แล้วครับ ทางไหนทำกำไรได้ผมก็สนหมดแหละ (อ้อ.. แต่ต้องถูกกฎหมายและคุณธรรมด้วยครับ)**
เชื่อผมมั้ย ปีนี้ต้องมีหลายคนที่อยากผละจาก VI มาเป็น VS
โพสต์แล้ว: เสาร์ เม.ย. 24, 2004 9:22 pm
โดย Stock Broker
..
เชื่อผมมั้ย ปีนี้ต้องมีหลายคนที่อยากผละจาก VI มาเป็น VS
โพสต์แล้ว: เสาร์ เม.ย. 24, 2004 9:33 pm
โดย นักดูดาว
Financial Engineer เขียน:ที่ผมมาโพสต์กระทู้แบบนี้ ก็เพราะอยากให้เพื่อนๆ ที่อยากยึดแนวทาง VI ลองทบทวนดูว่า เห็นหุ้นขึ้นๆ ลงๆ แล้วเสียดายมั้ย ที่ไม่ได้ขายทำกำไรเลย (โดยเฉพาะเพื่อนๆ ที่เพิ่งลงทุนได้ไม่เกิน 1 ปี)
และเมื่อเห็นหุ้นที่ตนมั่นใจว่าเป็นกิจการที่ดี แต่ราคาถอยลงๆ ยังมั่นใจอยู่มั้ย (ถ้าเป็น VI จริง ต้องดีใจนะที่หุ้นราคาถูกผิดปกติในระยะสั้น)
**สำหรับตัวผมเองไม่เคยบอกว่าเป็น VI อยู่แล้วครับ ทางไหนทำกำไรได้ผมก็สนหมดแหละ (อ้อ.. แต่ต้องถูกกฎหมายและคุณธรรมด้วยครับ)**
เรื่องเล่นรอบให้แม่นๆ ผมเชื่อว่าเป็นความฝันของทุกๆคนนะ แต่ประสบการณ์หลายๆท่านคงจะเจออาการขายหมูบ้าง มีดบาดบ้าง สารพัดปัญหาซื้อๆขายๆ คงจะเบื่อเหมือนกันเลยคิดเป็น VI นี่แหละ ....ก็เลยถือหุ้นกันไม่ยอมขายก็เพราะคิดว่าราคามันยังไปได้ไม่ถึงราคาเหมาะสม ถึงจังหวะหุ้นลงหากขายก็กลัวหมูอะไรทำนองนั้น ถามว่าเสียดายมั้ย เสียดาย (ดีกว่าเสียใจจ้ะ) อิๆๆๆๆ
หุ้นที่รู้ชัวร์ๆ ว่าเกินไปแล้ว ผมก็ขายนะ อย่าง TPI 16 บาทก็ขายเกลี้ยงปอดแล้ว แต่ก็เสียดายไม่น่าโดดออกจากเรือไปเลย โดดแล้วมันวิ่งต่อไปอีกหลายหุๆๆๆๆ
และเมื่อเห็นหุ้นที่ตนมั่นใจว่าเป็นกิจการที่ดี แต่ราคาถอยลงๆ ยังมั่นใจอยู่มั้ย (ถ้าเป็น VI จริง ต้องดีใจนะที่หุ้นราคาถูกผิดปกติในระยะสั้น)
มั่นใจดิ เจ้ายังกดเก็บของอยู่ด้วย เห็นลีลาจะจะด้วยล่ะ กร๊ากกๆๆๆๆๆ
เชื่อผมมั้ย ปีนี้ต้องมีหลายคนที่อยากผละจาก VI มาเป็น VS
โพสต์แล้ว: เสาร์ เม.ย. 24, 2004 10:13 pm
โดย sirivajj
ผมคิดว่า ขึ้นกับเป้าหมาย และ วิธีการวัดผลตอบแทนการลงทุนของแต่ละคน
ถ้าคุณตั้งเป้าหมายให้การลงทุนมีผลตอบแทนแค่มากกว่า ดบ.แบงค์
เป้าหมายที่ตั้งไว้ก็อาจบรรลุได้ด้วยการไปถือหุ้นที่มีราคามั่นคง และให้ปันผลแน่นอน
แต่ถ้าคุณตั้งเป้าหมายให้การลงทุนให้ผลตอบแทนที่ สมมติ 10% หรือมากกว่า อย่างนี้ต้องใช้ฝีมือมากหน่อย โดยเฉพาะถ้าสภาพตลาดเป็นขาลง
อย่างปัจจุบัน การจะถือหุ้นรอปันผลอย่างเดียวอาจไม่พอ ต้องหวังให้มี Capital Gain ในระดับหนึ่งด้วย
มองด้านวิธีการวัด
ถ้าบอกว่า ซื้อหุ้น XX ไว้ ที่ 30 บาท เมื่อ 3 ปีที่แล้วตอนนี้ 105 บาท กำไรหลายร้อยเปอร์เซนต์ (เมื่อสิ้นปีที่ผ่านมาสมมติราคา 115 บาท)
คำถามคือ ที่ว่า กำไรหลายร้อยเปอร์เซนต์นั้นเป็น Performance ของเมื่อไหร่
ในข้อเท็จจริงก็คือ อาจเป็นความสามารถในการตัดสินใจเลือกลงทุนและไม่ขายออกจนถึงเมื่อสิ้นปีที่แล้วที่ราคา 115 บาท
ส่วนผลการดำเนินงานหรือการลงทุนของคุณในปีนี้ จนถึงวันนี้ คือ -10 บาท
ที่ไม่ตัดสินใจเปลี่ยนแปลงการลงทุนปล่อยให้เกิดการตกต่ำหรือขาดทุน ดังกล่าวขึ้นในปีนี้
ผมว่า เป้าหมายและวิธีการเป็นตัวกำหนดพฤติกรรมการลงทุนเพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่ต้องการครับ ถ้า VI ไม่สามารถทำให้บรรลุเป้าหมายได้ การผสมผสานแนวทางอื่นอย่าง VS ก็น่าจะเกิดขึ้นครับ
อย่างไรก็ดี ผมไม่คิดว่า เพื่อนๆ ที่เริ่มต้นที่ VI หากจะเปลี่ยน ก็จะหันไปสู่ Day Trade เลยนะครับ ที่น่าจะเป็นก็คงเป็นแค่ Mediem Term หรือ Short Term VS มากกว่านะครับ
เชื่อผมมั้ย ปีนี้ต้องมีหลายคนที่อยากผละจาก VI มาเป็น VS
โพสต์แล้ว: อาทิตย์ เม.ย. 25, 2004 5:53 pm
โดย XXyyZZ
...ตลาดอย่างนี้ก็มีบางตัวแอบขึ้นนะครับ ลองหาดู :lol: ...
เชื่อผมมั้ย ปีนี้ต้องมีหลายคนที่อยากผละจาก VI มาเป็น VS
โพสต์แล้ว: อาทิตย์ พ.ค. 02, 2004 7:11 pm
โดย Stock Broker
..
เชื่อผมมั้ย ปีนี้ต้องมีหลายคนที่อยากผละจาก VI มาเป็น VS
โพสต์แล้ว: อาทิตย์ พ.ค. 02, 2004 7:49 pm
โดย นักดูดาว
เพียงแต่อยากให้เพื่อนๆ ที่ตั้งใจยึดแนว VI ลองทบทวนใหม่อีกทีว่า ที่ตลาดหุ้น (รวมทั้งราคาหุ้นที่เพื่อนๆ ถืออยู่) กำลังลดลงอยู่ในช่วงนี้ มันมีเหตุผลสมควรที่จะทำให้พื้นฐานและกำไรของบริษัทลดลงตามราคาหุ้นหรือไม่
ถ้ายึดตามหลัก Efficient Market Theory ก็แปลว่าตลาดไม่เคยพลาด ตลาดถูกต้องเสมอ ลงทุนแบบนี้ใช้เทคนิคสถานเดียว เช่นพวก commodities ต่างๆ
แต่เหตุการณ์ กำไรเพิ่ม ราคาลด ..น่าจะแปลว่าตลาดทำพลาดครับ เช่นกัน เราอาจจะ "เดา" ใจตลาดด้วยเทคนิคได้บ้าง แต่ผู้ที่ยึดหลักการลงทุนในคุณค่า ไม่ใช่ราคา ก็ไม่น่าเดือดเนื้อร้อนใจอะไรเกินไปนัก
ที่ว่ามาเป็น VS หรือเปล่าไม่รู้นะ ผมก็ไม่ค่อยรู้อะไรหรอก ผมเลือกๆหุ้นเอาไว้ รอจนเห็นอัตราปันผลดีๆ ผมก็ซื้อแล้วครับ จะซื้อขายกันถูกกว่าที่ผมเคยดีลไว้ก็ไม่เดือดร้อนหรอก หากใครทำใจไม่ได้ .. ต้องเล่นตามเทคนิคเสมอ ผมบอกได้เลยว่าจะไม่สามารถลงทุนนอกตลาดในดีลดีๆได้เลย อย่างพวกอสังหา ห้างหุ้นส่วน หรือบริษัทจำกัด ...กิจการบางแห่งกำไรเนื้อๆ ผมขอซื้อหุ้นแพงกว่าต้นทุนเค้าเป็นเท่าๆตัวยังไม่ยอมขายเลย
เชื่อผมมั้ย ปีนี้ต้องมีหลายคนที่อยากผละจาก VI มาเป็น VS
โพสต์แล้ว: อาทิตย์ พ.ค. 02, 2004 9:13 pm
โดย thanwa
ผมไม่แน่ใจว่าตัวเองเป็นแบบไหน
แต่รู้ว่าการลงทุนแบบ VI เหมาะกับตัวเองมากกว่า
บทเรียนได้รับในการลงทุนของตัวเองที่ผ่านมาก็คือ
ต้องรู้และปฎิบัติเรื่อง when to sell ให้มากขึ้น
ราคาหุ้นบางตัวราคาสูงมากเกินสิ่งที่ควรจะเป็น
เช่น PE > 24 ก็ยังถืออยู่เพราะต้องการลงทุนระยะยาวมากๆ
เมื่อกลับมาทบทวนดูก็รู้สึกกว่า ควรจะขายออกไปก่อน
ถึงตอนนี้ก็เลยขาดทุนกำไรไปเยอะเลยละครับ
บทเรียนนี้ทำให้มีความมั่นใจเรื่องการลงทุนเยอะขึ้นอีกครับ
อยากให้เพื่อนๆ หาแนวทางการลงทุนที่เหมาะสมกับตนเอง
เรียนรู้และก็ปรับปรุงในการลงทุนอย่างสม่ำเสมอ
โดยที่ไม่ต้องจำกัดตัวเองว่าจะต้องเป็น VI หรือ VS
อย่างไหนเหมาะ และได้ผลตอบแทนที่รับได้ ก็ทำเถอะครับ
ผมคิดอย่างนี้นะ...
เชื่อผมมั้ย ปีนี้ต้องมีหลายคนที่อยากผละจาก VI มาเป็น VS
โพสต์แล้ว: อาทิตย์ พ.ค. 02, 2004 10:23 pm
โดย ลูกอิสาน
จากปีก่อนที่อยากเป็น VI ดูงบการเงิน กระแสเงินสด แนวโน้มธุรกิจ เป็นหลัก
มาปีนี้ต้องมีหลายคนที่อยากกลายร่างเป็น VS ไม่รักหุ้นตัวไหนจริง ดูกราฟเทคนิคเพื่อหาจังหวะเข้าๆ ออกๆ
สาเหตุเพราะ ปีก่อนหุ้นขึ้นม้วนเดียว หลายคนก็จะรู้สึกว่าถือยาวดีกว่าเก็งกำไร เพราะได้เป็นกอบเป็นกำ แถมหุ้น VI ที่สภาพคล่องต่ำหลายตัว โดนลากขึ้นไปหลายเท่าตัว (หลายคนนึกว่าตัวเองเก่งที่วิเคราะห์ถูก ดูมูลค่าหุ้นได้ตรง แต่ที่จริงเปล่าหรอก เพราะเม็ดเงินใหม่มันเยอะ นักวิเคราะห์โบรกเกอร์เลยต้องไปขุดหุ้นสภาพคล่องต่ำที่พอจะหาสตอรี่ได้มาเชียร์ สินค้าจะได้หลากหลายหน่อย)
พอมาปีนี้ หุ้นแกว่งไปแกว่งมา ขึ้นๆ ลงๆ หลายคนที่เคยถือยาวมาก่อน หรือตั้งใจจะถือยาว เลยเริ่มหนาว กำไรที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง (unrealised) มันก็เลยร่อยหรอลงเรื่อยๆ จนบางที่กลายเป็นขาดทุนไปเลย
นี่ถ้าผมแม่นกราฟเมื่อไหร่ จะมาเปิดคอร์สสอนเก็บตังค์ซะหน่อยดีกว่า
ท่าน FE เจตนาดีครับ ผมเข้าใจ
ก็อาจจะเป็นจริงอย่างที่คุณ FE ว่ามาบางส่วนครับ
แต่ตลาด sideway down อย่างนี้ผมว่าทั้ง VIหรือVS หรือวีอะไีรก็คงขาดทุนหมดละครับ แต่ผมก็ยังคิดว่า ถือหุ้นพื้นฐานดี ราคาต่ำกว่าพื้นฐานน่าจะขาดทุนน้อยกว่าการถือหุ้นตลาด ที่มีการเก็งกำไรจนราคาขึ้นไปรับกับกำไรในอนาคต ที่ไม่รู้จะเกิดขึ้้นจริงหรือเปล่าครับ อ่านหัวกระทู้ครั้งแรกแล่วเข้าใจผิดคิดว่า VS ชักอยากเป็น VI..

เชื่อผมมั้ย ปีนี้ต้องมีหลายคนที่อยากผละจาก VI มาเป็น VS
โพสต์แล้ว: อาทิตย์ พ.ค. 02, 2004 11:41 pm
โดย dikdik
ผมเห็นด้วยครับว่ามีVI หลายคนกลายเป็นVS แต่ผมก็เชื่อว่ามี VS หลายคนอยากมาเป็นVI หรือเป็นVI จำเป็นเพราะติดดอย ส่วนตัวผมเองตอนแรกตั้งใจจะเป็นVI เพราะอ่านหนังสือของ ดร. นิเวศน์มา แต่หุ้นกระชากปีที่แล้วก็ทำให้กลายเป็นVSไป แต่ปีนี้ตั้งใจอย่างแน่วแน่แล้วว่าจะเป็นVI เชียร์หุ้นให้ลงตลอด แต่เชียร์ผลประกอบการบริษัททุกบริษัทให้ดีขึ้น ชอบข่าวร้ายที่เวอร์ๆ อย่างเช่นไข้หวัดนก คนตายไม่ถึงร้อยคน ก็ทำให้คนทั่วไปกลัวยิ่งกว่าโรคเอดส์ ไม่กล้ากินไก่ แต่กล้าสูบบุหรี่และกล้าเที่ยวผู้หญิง
เชื่อผมมั้ย ปีนี้ต้องมีหลายคนที่อยากผละจาก VI มาเป็น VS
โพสต์แล้ว: จันทร์ พ.ค. 03, 2004 12:00 am
โดย Stock Broker
dikdik เขียน:แต่ปีนี้ตั้งใจอย่างแน่วแน่แล้วว่าจะเป็นVI เชียร์หุ้นให้ลงตลอด แต่เชียร์ผลประกอบการบริษัททุกบริษัทให้ดีขึ้น
โอ้.. อ่านเจอข้อความนี้แล้วโดนใจเลยแหละ นี่คือหัวใจของคนที่ตั้งใจเป็น VI โดยแท้เลยครับ
"เชียร์หุ้นให้ลงตลอด แต่เชียร์ผลประกอบการบริษัททุกบริษัทให้ดีขึ้น"
เชื่อผมมั้ย ปีนี้ต้องมีหลายคนที่อยากผละจาก VI มาเป็น VS
โพสต์แล้ว: จันทร์ พ.ค. 03, 2004 3:25 pm
โดย บุคคลทั่วไป
แนวโน้มตลาด SIDEWAY นั้น
VI หน้าใหม่หากหนักแน่นพอ น่าจะขาดทุนน้อยกว่า(เป็นแค่ขาดทุนทางตัวเลขทางบัญชี)
VSหน้าใหม่ที่เข้าถูกจังหวะของรอบ น่าจะกำไรนิดหน่อยหลังจากหักค่าคอม
VSหน้าใหม่ที่เข้าผิดจังหวะ(ซึ่งน่าจะเป็นส่วนใหญ่)จะขาดทุนหลายรอบจนเข็ด
TAที่ใช้เครื่องมือวัดรอบ เช่น STO แบบ รอบต่ำ น่าจะได้กำไรดี และชอบตลาดแบบนี้(แต่พอตลาดเปลี่ยนทิศชัดเจน เช่นเป็นขึ้นหรือเป็นลงเลย TA แบบนี้มักหลุดรอบหรือตกรถ)
เชื่อผมมั้ย ปีนี้ต้องมีหลายคนที่อยากผละจาก VI มาเป็น VS
โพสต์แล้ว: พุธ พ.ค. 05, 2004 1:05 pm
โดย /bin/vi
ผมยังใช้ vi ของแท้อยู่ครับ แต่ส่วนมากเค้าลง vim แทน
เชื่อผมมั้ย ปีนี้ต้องมีหลายคนที่อยากผละจาก VI มาเป็น VS
โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. พ.ค. 06, 2004 10:11 am
โดย ayethebing
แหม ยังมีใครใช้ unix vi อยู่อีกหรือเนี่ย สู้เค้าต่อไปนะ UNIX
เชื่อผมมั้ย ปีนี้ต้องมีหลายคนที่อยากผละจาก VI มาเป็น VS
โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. พ.ค. 06, 2004 11:49 am
โดย Mon money
ผมเชื่อคุณFEครับ
หลายท่านโทรมาคุยกับผม ถามถึงเรื่องหุ้นที่เขาถืออยู่ว่าเอาไงดี
ผมตอบกลับไปว่าถ้าเขาเป็นเจ้าของหุ้นใหญ่เขาจะเลิกทำธุรกิจไหม
เขาต้องคิดให้ตกในข้อนี้
แต่หุ้นที่ถืออยู่เขาขายได้นี่นา ต้องแล้วแต่เขา ผมไม่เกี่ยว
ส่วนธุรกิจของผมเอง ขาขึ้นผมรีบโกย และเตรียมพร้อมเวลาเกิดมีขาลง
ธุรกิจมีขึ้นมีลงครับ หุ้นก็เช่นกัน
ตอนนี้สถานการณ์ที่จีนลดความร้อนแรงของเศรษฐกิจลง น่าจะเป็นเรื่องดีต่อภาพรวมนะครับ
เพราะถ้าจีนยังปล่อยต่อไป สินค้าหลายๆอย่างจะมีราคาพุ่งมากและยังขาดแคลนอีกด้วย เช่นเหล็กเช่นปูน อยากให้เขาทำให้นุ่มนวลที่สุดทุกอย่างจะปรับคืนสถาพปกติได้เอง
เชื่อผมมั้ย ปีนี้ต้องมีหลายคนที่อยากผละจาก VI มาเป็น VS
โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. พ.ค. 06, 2004 12:24 pm
โดย มือใหม่
สนับสนุนให้เล่นแนว vi ต่อครับ
การซื้อ-ขาย เปลี่ยนหุ้นเพื่อปรับพอร์ต ถือว่าเป็น vi หรือเปล่า?
เชื่อผมมั้ย ปีนี้ต้องมีหลายคนที่อยากผละจาก VI มาเป็น VS
โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. พ.ค. 06, 2004 1:11 pm
โดย คัดท้าย
ผมอาจได้เป็น VI นะครับ ถ้าหุ้นลงหนักรอบนี้ อิอิ 8)
แต่ถ้าไม่ก็คงต้องเป็น VS ต่อไป .....
เชื่อผมมั้ย ปีนี้ต้องมีหลายคนที่อยากผละจาก VI มาเป็น VS
โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. พ.ค. 06, 2004 6:12 pm
โดย คัดท้าย
ba_2l เขียน:มีใครรู้จัก VS ที่ประสบความสำเร็จอย่าง Warren บ้างมั้ยครับ?
เก็งกำไรแร่ นี่เป็น VS หรือ VI ครับ

เชื่อผมมั้ย ปีนี้ต้องมีหลายคนที่อยากผละจาก VI มาเป็น VS
โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. พ.ค. 06, 2004 9:39 pm
โดย Stock Broker
Mon money เขียน:
ตอนนี้สถานการณ์ที่จีนลดความร้อนแรงของเศรษฐกิจลง น่าจะเป็นเรื่องดีต่อภาพรวมนะครับ
เพราะถ้าจีนยังปล่อยต่อไป สินค้าหลายๆอย่างจะมีราคาพุ่งมากและยังขาดแคลนอีกด้วย เช่นเหล็กเช่นปูน อยากให้เขาทำให้นุ่มนวลที่สุดทุกอย่างจะปรับคืนสถาพปกติได้เอง
ประการนี้ เห็นด้วยครับ