"อังค์ถัด" ชี้ carry trade อาจจุดชนวนวิกฤตโลกครั้ง
โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. พ.ค. 06, 2010 6:11 pm
เอเอฟพี รายงานว่า นักเศรษฐศาสตร์ระดับหัวกะทิขององค์การสหประชาชาติออกมาเตือนว่า ธุรกรรม carry trade หรือการเก็งกำไรค่าเงินจากส่วนต่างระหว่างอัตราดอกเบี้ย อาจจะฉุดลากให้เศรษฐกิจโลกกลับสู่วิกฤตอีกครั้ง
"ไฮเนอร์ ฟลาสเบค" หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของที่ประชุมแห่งสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (อังค์ถัด) ระบุว่า หากมีคนถามว่าปัญหาที่รุนแรงที่สุดในขณะนี้คืออะไร ผมอยากจะตอบว่า ธุรกรรม carry trade
ทั้งนี้ ธุรกรรม carry trade คือ กู้ยืมเงินสกุลที่ดอกเบี้ยต่ำ เพื่อนำไปลงทุนในสกุลเงินอื่นที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า ทำให้นักลงทุนได้กำไรจากส่วนต่างระหว่างอัตราดอกเบี้ย ซึ่งขณะนี้เงินดอลลาร์ของสหรัฐ และเยนของญี่ปุ่น มีอัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ บรรดานักลงทุนจึงยืมเงิน 2 สกุลนี้ และนำไปลงทุนในเขตเศรษฐกิจเกิดใหม่ อาทิ อินเดีย ซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยสูงกว่า
ฟลาสเบค กล่าวในงานแถลงข่าวที่เจนีวา ว่า นี่จะสร้างความไม่มีเสถียรภาพของเศรษฐกิจ เพราะเงินทุนจะเคลื่อนย้ายจากประเทศที่อัตราดอกเบี้ยต่ำ ซึ่งมีอัตราเงินเฟ้อต่ำ หรืออยู่ในภาวะเงินฝืด ไปยังประเทศที่อัตราเงินเฟ้อสูง และค่าเงินแข็งค่าขึ้น โดยจะส่งผลกระทบต่อการค้าโลก และจะก่ออันตรายตามมาในภายหลัง
"นี่จะก่อให้เกิดอันตรายที่สำคัญ 2 อย่าง คือ ความไม่มีเสถียรภาพ และอาจจะทำให้เศรษฐกิจโลกย้อนกลับไปสู่วิกฤตทางการเงินได้อีกครั้ง"
ฟลาสเบค เรียกร้องให้รัฐบาลของประเทศต่างๆ ดำเนินมาตรการที่เข้มแข็ง เพื่อสกัดการเก็งกำไรในสกุลเงินยูโร ซึ่งอยู่ภายใต้แรงกดดันจากการเดิมพันของนักลงทุนที่คาดว่าค่าเงินยูโรจะอ่อนค่าลงอีกจากวิกฤตกรีซ และประเทศอื่นๆ ในยูโรโซนที่กำลังเผชิญกับปัญหาหนี้มหาศาล
ขณะที่การอ่อนค่าของยูโรจะส่งผลกระทบต่อเขตเศรษฐกิจอื่นๆ อาทิ สหรัฐ ซึ่งนโยบายเพิ่มการส่งออกอาจมีอุปสรรค หากเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นอย่างรุนแรง
"ไฮเนอร์ ฟลาสเบค" หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของที่ประชุมแห่งสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (อังค์ถัด) ระบุว่า หากมีคนถามว่าปัญหาที่รุนแรงที่สุดในขณะนี้คืออะไร ผมอยากจะตอบว่า ธุรกรรม carry trade
ทั้งนี้ ธุรกรรม carry trade คือ กู้ยืมเงินสกุลที่ดอกเบี้ยต่ำ เพื่อนำไปลงทุนในสกุลเงินอื่นที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า ทำให้นักลงทุนได้กำไรจากส่วนต่างระหว่างอัตราดอกเบี้ย ซึ่งขณะนี้เงินดอลลาร์ของสหรัฐ และเยนของญี่ปุ่น มีอัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ บรรดานักลงทุนจึงยืมเงิน 2 สกุลนี้ และนำไปลงทุนในเขตเศรษฐกิจเกิดใหม่ อาทิ อินเดีย ซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยสูงกว่า
ฟลาสเบค กล่าวในงานแถลงข่าวที่เจนีวา ว่า นี่จะสร้างความไม่มีเสถียรภาพของเศรษฐกิจ เพราะเงินทุนจะเคลื่อนย้ายจากประเทศที่อัตราดอกเบี้ยต่ำ ซึ่งมีอัตราเงินเฟ้อต่ำ หรืออยู่ในภาวะเงินฝืด ไปยังประเทศที่อัตราเงินเฟ้อสูง และค่าเงินแข็งค่าขึ้น โดยจะส่งผลกระทบต่อการค้าโลก และจะก่ออันตรายตามมาในภายหลัง
"นี่จะก่อให้เกิดอันตรายที่สำคัญ 2 อย่าง คือ ความไม่มีเสถียรภาพ และอาจจะทำให้เศรษฐกิจโลกย้อนกลับไปสู่วิกฤตทางการเงินได้อีกครั้ง"
ฟลาสเบค เรียกร้องให้รัฐบาลของประเทศต่างๆ ดำเนินมาตรการที่เข้มแข็ง เพื่อสกัดการเก็งกำไรในสกุลเงินยูโร ซึ่งอยู่ภายใต้แรงกดดันจากการเดิมพันของนักลงทุนที่คาดว่าค่าเงินยูโรจะอ่อนค่าลงอีกจากวิกฤตกรีซ และประเทศอื่นๆ ในยูโรโซนที่กำลังเผชิญกับปัญหาหนี้มหาศาล
ขณะที่การอ่อนค่าของยูโรจะส่งผลกระทบต่อเขตเศรษฐกิจอื่นๆ อาทิ สหรัฐ ซึ่งนโยบายเพิ่มการส่งออกอาจมีอุปสรรค หากเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นอย่างรุนแรง