เจาะลึก FundFlow!!!!! ถามมาตอบไปโดยพี่ๆชาวTVI
โพสต์แล้ว: ศุกร์ ม.ค. 22, 2010 9:58 am
สวัสดีครับพี่ๆน้องๆและเพื่อนๆชาวTVIทุกท่าน....เนื่องจากเคยได้ยินเรื่องFundFlowจากน้องคนหนึ่งที่เป็นสุดยอดนักลงทุนในTVIนี้ ว่าเขาสามารถฝ่าวิกฤติปี51มาแบบไม่เจ็บตัวแม้นแต่น้อยด้วยFundFlowนี้ ดังนั้นผมจึงอยากที่จะเปิดกระทู้ซักอันที่เจาะลึกและให้พี่ๆช่วยสอนเรื่อนี้...ขอบคุณครับ
ขออนุญาติปูพื้นฐานโดยบทความของคุณhongvalueนะครับ
http://hongvalue.wordpress.com
ฟันโฟลเป็นศาสตร์อย่างนึงที่ base on ความเชื่อว่ามุมมองในการโยกย้ายสินทรัพย์จะส่งผลต่อราคาสินทรัพย์ การก่อเกิดสภาพคล่อง และการหายไปของสภาพคล่องก็จะส่งผลต่อราคาของสินทรัพย์ และสะท้อนมุมมองของนักลงทุนผ่านราคาสินทรัพย์ คอนเซ็บจากตัวอย่างจริงคร่าวๆในการใช้เครื่องมือ
1.อัตราดอกเบี้ย ถ้าต่ำจะทำให้ต้นทุนบริษัทถูกลงและทำให้คนมีแรงจูงใจในการฝากเงินน้อยลงโดยปกติจะส่งผลดีต่อตลาดหุ้น โดยปกติพีอีของหุ้นจะผกผันกับอัตราดอกเบี้ยในแง่ของ multiple ที่สูงขึ้นและต่ำลง
2.การโยกย้ายเงินอย่างเช่นการสูงขึ้นของผลตอบแทนพันธบัตรจะส่งผลดีต่อตลาดหุ้นเพราะหมายถึงมีการไหลของเงินออกจากตลาดพันธบัตรและปกติตลาดพันธบัตรจะใหญ่กว่าตลาดหุ้นอยู่แล้ว
3.การชันขึ้นของเส้นผลตอบแทนพันธบัตรถ้ามาจากระยะยาวสูงขึ้นแต่ระยะสั้นไม่ค่อยสูงขึ้นจะแสดงถึงมุมมองที่ต่อภาวะเศรษฐกิจเช่น 2-10 us ในช่วงไตรมาส 2 ของปี
4.การที่ส่วนต่างของพันธบัตรเอกชนกับรัฐบาลสูงขึ้นเป็นภาวะที่คนมีมุมมองไม่ดีต่อภาวะเศรษฐกิจ เพราะคนต้องการผลตอบแทนจากเอกชนสูงขึ้น
5.การเปรียบเทียบผลตอบแทนระหว่างตลาดหุ้นกับพันธบัตรเพื่อดูว่าคนมีแรงจูงใจในการโยกย้ายเงินมาที่ตลาดใด เราสามารถดูค่าเฉลี่ยย้อนหลังได้ว่าปกติแต่ละประเทศมีแก๊บเท่าไหร่ภาวะที่น่าลงทุนคือ แก๊บสูงกว่า average เป็นต้น
6.ถ้าดอกเบี้ย interbank สูงขึ้นแสดงว่าเกิดภาวะเงินตึงเพราะคนมองเศรษฐกิจไม่ดีทำให้ไม่กล้าปล่อยกู้ระหว่างกันโดยปกติจะเทียบกับ พันธบัตรระยะสั้น 3 เดือนรัฐบาล
7.การพิมพ์เงินช่วยให้ราคาสินทรัพย์เฟ้อขึ้นได้อย่างมาตรการ qe ในเดือนมีนา 2009 เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้หุ้นทั่วโลกขึ้นมาได้เยอะเหมือนกัน
ขออนุญาติปูพื้นฐานโดยบทความของคุณhongvalueนะครับ
http://hongvalue.wordpress.com
ฟันโฟลเป็นศาสตร์อย่างนึงที่ base on ความเชื่อว่ามุมมองในการโยกย้ายสินทรัพย์จะส่งผลต่อราคาสินทรัพย์ การก่อเกิดสภาพคล่อง และการหายไปของสภาพคล่องก็จะส่งผลต่อราคาของสินทรัพย์ และสะท้อนมุมมองของนักลงทุนผ่านราคาสินทรัพย์ คอนเซ็บจากตัวอย่างจริงคร่าวๆในการใช้เครื่องมือ
1.อัตราดอกเบี้ย ถ้าต่ำจะทำให้ต้นทุนบริษัทถูกลงและทำให้คนมีแรงจูงใจในการฝากเงินน้อยลงโดยปกติจะส่งผลดีต่อตลาดหุ้น โดยปกติพีอีของหุ้นจะผกผันกับอัตราดอกเบี้ยในแง่ของ multiple ที่สูงขึ้นและต่ำลง
2.การโยกย้ายเงินอย่างเช่นการสูงขึ้นของผลตอบแทนพันธบัตรจะส่งผลดีต่อตลาดหุ้นเพราะหมายถึงมีการไหลของเงินออกจากตลาดพันธบัตรและปกติตลาดพันธบัตรจะใหญ่กว่าตลาดหุ้นอยู่แล้ว
3.การชันขึ้นของเส้นผลตอบแทนพันธบัตรถ้ามาจากระยะยาวสูงขึ้นแต่ระยะสั้นไม่ค่อยสูงขึ้นจะแสดงถึงมุมมองที่ต่อภาวะเศรษฐกิจเช่น 2-10 us ในช่วงไตรมาส 2 ของปี
4.การที่ส่วนต่างของพันธบัตรเอกชนกับรัฐบาลสูงขึ้นเป็นภาวะที่คนมีมุมมองไม่ดีต่อภาวะเศรษฐกิจ เพราะคนต้องการผลตอบแทนจากเอกชนสูงขึ้น
5.การเปรียบเทียบผลตอบแทนระหว่างตลาดหุ้นกับพันธบัตรเพื่อดูว่าคนมีแรงจูงใจในการโยกย้ายเงินมาที่ตลาดใด เราสามารถดูค่าเฉลี่ยย้อนหลังได้ว่าปกติแต่ละประเทศมีแก๊บเท่าไหร่ภาวะที่น่าลงทุนคือ แก๊บสูงกว่า average เป็นต้น
6.ถ้าดอกเบี้ย interbank สูงขึ้นแสดงว่าเกิดภาวะเงินตึงเพราะคนมองเศรษฐกิจไม่ดีทำให้ไม่กล้าปล่อยกู้ระหว่างกันโดยปกติจะเทียบกับ พันธบัตรระยะสั้น 3 เดือนรัฐบาล
7.การพิมพ์เงินช่วยให้ราคาสินทรัพย์เฟ้อขึ้นได้อย่างมาตรการ qe ในเดือนมีนา 2009 เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้หุ้นทั่วโลกขึ้นมาได้เยอะเหมือนกัน