มาบตาพุด
โพสต์แล้ว: พุธ ก.ย. 30, 2009 8:03 pm
มาบตาพุด ศาลปกครองกลาง มีคำสั่งให้ระงับการดำเนินกิจกรรมของโรงงานอุตสาหกรรม 76 โครงการ มูลค่าราว 3.3 แสนล้านบาท
ในบริเวณพื้นที่ตำบลมาบตาพุด อ.บ้านฉาง จ.ระยอง และพื้นที่ใกล้เคียงจ.ระยอง เป็นการชั่วคราว ระหว่างรอคำพิพากษาคดีกรณีที่มีผู้
ฟ้องหน่วยงานรัฐออกคำสั่งไม่ถูกต้องตามขั้นตอน หลังมีการอนุมัติให้โครงการเหล่านั้นดำเนินกิจกรรมได้ ด้านการนิคมอุตสาหกรรมแห่ง
ประเทศไทย(กนอ.)ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ถูกฟ้อง เตรียมพิจารณาว่าจะมีการยื่นอุทธรณ์ในเรื่องดังกล่าวหรือไม่ ขณะที่กลุ่มบมจ.ปตท.(PTT) และ
กลุ่มบมจ.ปูนซิเมนต์ไทย(SCC)มีการลงทุนในพื้นที่ดังกล่าวมากที่สุด "ส.อ.ท." ชี้นักลงทุนสับสน เตรียมนำเรื่องถกในที่ประชุม กกร.12 ต.ค.
ทั้งนี้การระงับโครงการดังกล่าว ให้ยกเว้นโครงการหรือกิจกรรมที่ได้รับใบอนุญาตก่อนวันประกาศใช้บังคับรัฐธรรมนูญปี 50 โครงการ
หรือกิจกรรมที่ไม่ได้กำหนดให้เป็นประเภทโครงการหรือกิจกรรมที่ต้องจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม(EIA)
สำหรับ 76 โครงการที่ได้รับผลกระทบนอกเหนือจากกลุ่ม PTT และ SCC ยังมีผู้ประกอบการอย่างกลุ่มอินโดรามา ,โรงไฟฟ้าของ
บริษัท โกลว์ เหมราช พลังงาน จำกัด และบมจ.วีนิไทย (VNT) (รอยเตอร์/ผู้จัดการรายวัน)
ความเห็น เราได้รวบรวมบริษัทในตลาดที่น่าจะรวมอยู่ใน 76 โครงการ ที่ได้รับ EIA หลังจากที่รัฐธรรมนูญปี 2550 มีผลบังคับ
ใช้ในวันที่ 24 ส.ค.2550 ก.พ. 2552 แต่จะถูกชะลอการก่อสร้างหรือการผลิต ประกอบด้วย GLOW , PTT , INOX ,
TYCN , PTTCH , SCC , PTTAR, TPC, AMATA, VNT, PTL, GSTEEL , EGCO
ทั้งนี้จำนวนโครงการของบริษัทที่จะถูกระงับการก่อสร้างและการผลิตมากที่สุดที่ 3 บริษัทคือ PTT , PTTCH และ PTTAR
แ ละจะถูกกระทบมากที่สุด
สำหรับโครงการที่มีขนาดใหญ่ในจำนวน 76 โครงการนี้ อาทิเช่น
PTT โรงแยกก๊าซ #6
PTTCH โครงการขยายกำลังการผลิต Poly-Ethylene 5 หมื่นตัน/ปี
PTTAR โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตโรงงานอะโรเมติกส์ หน่วยที่ 1 ระยะที่ 3 และโครงการควบคุมไอ
น้ำมันเชื้อเพลิงและเพิ่มประสิทธิภาพไบโอดีเซล
GLOW โครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม
ผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อโครงการทั้ง 76 โครงการ ที่จะมีการชะลอออกไปจนกว่าจะมีการผ่าน EIA ตามกฎหมายที่
กำหนดไว้นั้นถือว่ากระทบกับภาครวมของเศรษฐกิจและตลาดหุ้นค่อนข้างรุนแรง
แต่ถ้าลงไปในรายบริษัทแล้ว PTT น่าจะถูกกระทบมากที่สุด เพราะมีโครงการของ PTT เองและบริษัทในเครือที่ถูกสั่ง
ให้ชะลอโครงการ ผลกระทบต่อ PTTCH และ PTTAR นั้น ถือว่ารุนแรงไม่น้อยไปกว่า PTT เพราะการที่โรงแยกก๊าซ #6 ถูก
เลื่อนออกไป นั่นหมายความว่า PTTCH ซึ่งเป็นผู้ใช้ผลิตจากโรงแยกก๊าซแห่งนี้จะไม่มีวัตถุดิบในการผลิตสำหรับ Ethane
Cracker ที่กำลังจะทำการ Test run ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า
นอกจากนี้ ผลกระทบยังมีไปถึงแผนควบรวม 4 บริษัทในกลุ่ม PTT คือ TOP, PTTCH , IRPC และ PTTAR เนื่องจาก
PTT อาจต้องกลับมาประเมินกันใหม่ว่า ถ้ารวมแล้วไม่สามารถลงทุนเพิ่มได้จะต้องทำอย่างไร และจะทำให้แผนที่ PTT ระบุว่า
จะประกาศการควบรวมให้ได้ภายในปีนี้ ถูกเลื่อนออกไป
สำหรับผลกระทบต่อ GLOW นั้น ถึงจะถูกกระทบในระดับที่ไม่รุนแรงเท่า PTT ,PTTCH และ PTTAR แต่เราคาดว่ามี
ความเสี่ยงที่จะถูกขายด้วยเช่นกัน
โครงการระดับ Mega Project ที่มีการอนุมัติไปก่อนหน้าเดือน ส.ค.50 และจะไม่ถูกระงับการก่อสร้างหรือผลิต มี 2
โครงการ คือ การขยายกำลังการผลิตโอเลฟินส์ของ บ.ระยอง โอเลฟินส์ (SCC) และโครงการ Ethane Cracker ของ PTTCH
ในวันนี้ เราจึงแนะนำให้หลีกเลี่ยงหุ้นที่ถูกกระทบจากคำตัดสินของศาลปกครองกลางในครั้งนี้ เพราะยังไม่มีการระบุ
เวลาที่ชัดเจนว่า การประเมินคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ นั้น จะเสร็จสิ้นเมื่อใด แต่น่าจะไม่ต่ำกวา่ 6 เดือน
http://www.cgsec.co.th/resources/resear ... f?broker=1
ในบริเวณพื้นที่ตำบลมาบตาพุด อ.บ้านฉาง จ.ระยอง และพื้นที่ใกล้เคียงจ.ระยอง เป็นการชั่วคราว ระหว่างรอคำพิพากษาคดีกรณีที่มีผู้
ฟ้องหน่วยงานรัฐออกคำสั่งไม่ถูกต้องตามขั้นตอน หลังมีการอนุมัติให้โครงการเหล่านั้นดำเนินกิจกรรมได้ ด้านการนิคมอุตสาหกรรมแห่ง
ประเทศไทย(กนอ.)ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ถูกฟ้อง เตรียมพิจารณาว่าจะมีการยื่นอุทธรณ์ในเรื่องดังกล่าวหรือไม่ ขณะที่กลุ่มบมจ.ปตท.(PTT) และ
กลุ่มบมจ.ปูนซิเมนต์ไทย(SCC)มีการลงทุนในพื้นที่ดังกล่าวมากที่สุด "ส.อ.ท." ชี้นักลงทุนสับสน เตรียมนำเรื่องถกในที่ประชุม กกร.12 ต.ค.
ทั้งนี้การระงับโครงการดังกล่าว ให้ยกเว้นโครงการหรือกิจกรรมที่ได้รับใบอนุญาตก่อนวันประกาศใช้บังคับรัฐธรรมนูญปี 50 โครงการ
หรือกิจกรรมที่ไม่ได้กำหนดให้เป็นประเภทโครงการหรือกิจกรรมที่ต้องจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม(EIA)
สำหรับ 76 โครงการที่ได้รับผลกระทบนอกเหนือจากกลุ่ม PTT และ SCC ยังมีผู้ประกอบการอย่างกลุ่มอินโดรามา ,โรงไฟฟ้าของ
บริษัท โกลว์ เหมราช พลังงาน จำกัด และบมจ.วีนิไทย (VNT) (รอยเตอร์/ผู้จัดการรายวัน)
ความเห็น เราได้รวบรวมบริษัทในตลาดที่น่าจะรวมอยู่ใน 76 โครงการ ที่ได้รับ EIA หลังจากที่รัฐธรรมนูญปี 2550 มีผลบังคับ
ใช้ในวันที่ 24 ส.ค.2550 ก.พ. 2552 แต่จะถูกชะลอการก่อสร้างหรือการผลิต ประกอบด้วย GLOW , PTT , INOX ,
TYCN , PTTCH , SCC , PTTAR, TPC, AMATA, VNT, PTL, GSTEEL , EGCO
ทั้งนี้จำนวนโครงการของบริษัทที่จะถูกระงับการก่อสร้างและการผลิตมากที่สุดที่ 3 บริษัทคือ PTT , PTTCH และ PTTAR
แ ละจะถูกกระทบมากที่สุด
สำหรับโครงการที่มีขนาดใหญ่ในจำนวน 76 โครงการนี้ อาทิเช่น
PTT โรงแยกก๊าซ #6
PTTCH โครงการขยายกำลังการผลิต Poly-Ethylene 5 หมื่นตัน/ปี
PTTAR โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตโรงงานอะโรเมติกส์ หน่วยที่ 1 ระยะที่ 3 และโครงการควบคุมไอ
น้ำมันเชื้อเพลิงและเพิ่มประสิทธิภาพไบโอดีเซล
GLOW โครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม
ผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อโครงการทั้ง 76 โครงการ ที่จะมีการชะลอออกไปจนกว่าจะมีการผ่าน EIA ตามกฎหมายที่
กำหนดไว้นั้นถือว่ากระทบกับภาครวมของเศรษฐกิจและตลาดหุ้นค่อนข้างรุนแรง
แต่ถ้าลงไปในรายบริษัทแล้ว PTT น่าจะถูกกระทบมากที่สุด เพราะมีโครงการของ PTT เองและบริษัทในเครือที่ถูกสั่ง
ให้ชะลอโครงการ ผลกระทบต่อ PTTCH และ PTTAR นั้น ถือว่ารุนแรงไม่น้อยไปกว่า PTT เพราะการที่โรงแยกก๊าซ #6 ถูก
เลื่อนออกไป นั่นหมายความว่า PTTCH ซึ่งเป็นผู้ใช้ผลิตจากโรงแยกก๊าซแห่งนี้จะไม่มีวัตถุดิบในการผลิตสำหรับ Ethane
Cracker ที่กำลังจะทำการ Test run ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า
นอกจากนี้ ผลกระทบยังมีไปถึงแผนควบรวม 4 บริษัทในกลุ่ม PTT คือ TOP, PTTCH , IRPC และ PTTAR เนื่องจาก
PTT อาจต้องกลับมาประเมินกันใหม่ว่า ถ้ารวมแล้วไม่สามารถลงทุนเพิ่มได้จะต้องทำอย่างไร และจะทำให้แผนที่ PTT ระบุว่า
จะประกาศการควบรวมให้ได้ภายในปีนี้ ถูกเลื่อนออกไป
สำหรับผลกระทบต่อ GLOW นั้น ถึงจะถูกกระทบในระดับที่ไม่รุนแรงเท่า PTT ,PTTCH และ PTTAR แต่เราคาดว่ามี
ความเสี่ยงที่จะถูกขายด้วยเช่นกัน
โครงการระดับ Mega Project ที่มีการอนุมัติไปก่อนหน้าเดือน ส.ค.50 และจะไม่ถูกระงับการก่อสร้างหรือผลิต มี 2
โครงการ คือ การขยายกำลังการผลิตโอเลฟินส์ของ บ.ระยอง โอเลฟินส์ (SCC) และโครงการ Ethane Cracker ของ PTTCH
ในวันนี้ เราจึงแนะนำให้หลีกเลี่ยงหุ้นที่ถูกกระทบจากคำตัดสินของศาลปกครองกลางในครั้งนี้ เพราะยังไม่มีการระบุ
เวลาที่ชัดเจนว่า การประเมินคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ นั้น จะเสร็จสิ้นเมื่อใด แต่น่าจะไม่ต่ำกวา่ 6 เดือน
http://www.cgsec.co.th/resources/resear ... f?broker=1