พายุกำลังจะมา
โพสต์แล้ว: จันทร์ ก.ย. 21, 2009 12:20 am
พายุกำลังจะมา
ช่วงที่ผมเขียนอยู่นี้ฝนตกบ่อยมากครับเพราะว่ามีพายุกำลังเข้ามา แน่นอนครับว่าเปียกไปตามๆกันและสำหรับชาวบ้านที่ทำไร่นาบางคนก็เป็นโชคดีที่มีน้ำไว้ใช้เพิ่มและบางคนก็น้ำท่วมไร่นาเสียหาย เรามักพอทราบคร่าวๆว่าพายุจะเข้ามาเมื่อไหร่และรุนแรงประมาณไหนแต่เราพบว่าต่อให้กรมอุตุฯมีเครื่องมือดีขนาดไหนก็ไม่เคยบอกได้ถึงขนาดที่แน่นอนของฝนที่ตกมาและไม่รู้ว่าจะผ่านหมู่บ้านไหนตำบลไหน สิ่งที่เราได้ยินประจำคือฝนตกหนักถึงหนักมากและพาดผ่านเขตภาคนี้ภาคนั้นเป็นต้นเท่านั้น เพราะที่เราทำได้คือการ ประมาณ เท่านั้นครับ
เช่นเดียวกันครับในช่วงนี้ตลาดหุ้นไทยขึ้นมาจาก300ปลายๆตอนต้นปีมาถึงระดับ700กว่าๆในตอนนี้หรือเกือบ100 % และเรามักจะได้ยินนักเล่นหุ้นถามกรมอุตุฯส่วนตัวของเขาว่าหุ้นจะตกเมื่อไหร่และตกมากขนาดไหน คำตอบก็คือว่า ตกประมาณเท่านั้นและในช่วงเดือนนั้นเดือนนี้ แต่ไม่มีใครหรอกครับที่จะบอกได้ว่าตกกี่จุดและตกนานขนาดไหนและในช่วงวันที่เท่าไหร่ เหตุผลก็เป็นเหตุผลเดียวกับพายุฝนที่เข้ามาคือเราคาดอะไรได้ไม่มากนัก สำหรับนักเล่นหุ้นบางคนจึงเลือกที่จะทิ้งบ้านเรือนของตนไปก่อนที่พายุจะเข้ามา และบางคนก็เพิ่งมาทำไร่นาหลังจากเห็นคนอื่นกำไรมากมายโดยไม่สนใจว่าที่นาที่ตนกำลังปลูกข้าวนั้นจะมีน้ำมากไปหรือไม่
แล้วสำหรับvi พวกเรากำลังทำอะไรกันบ้างครับ เรามาลองสมมุติว่าเราเป็นชาวนาล่ะกันนะครับ สำหรับvi แล้วอันดับแรกถ้าเราจะทำนาเราจะเลือกอะไรก่อนครับ เราจะเลือกทำเลที่ตั้งที่เราคิดว่าถ้าพายุเข้าไม่รุนแรงไปนักเราจะปลอดภัย น้ำท่าอุดมสมบูณ์สามารถเพาะปลูกได้ตลอดทั้งปี แต่ไม่พอครับอันดับต่อมาเราจะเลือกที่จะป้องกันการท่วมของน้ำด้วยการขุดบ่อพักน้ำและสร้างบ้านในแบบดั้งเดิมของไทยเราคือยกสูงเพื่อป้องกันน้ำท่วม และไม่พอครับเราจะเลือกที่จะตรวจตราบ้านและที่นาเราอยู่เป็นระยะว่ามีตรงไหนที่รั่วหรือบ่อที่ขุดไว้นั้นมากพอที่จะรับพายุฝนที่จะเข้ามาหรือไม่ เมื่อเราทำนาแบบนี้เราก็จะไม่กลัวและนอนได้อย่างสบายใจเพราะคาดได้ว่าปีนี้นาเราจะสมบูรณ์ได้ตามปกติโดยไม่ต้องกังวลต่อพายุฝนที่กำลังมา
เขียนแบบนี้ไปทำนากันดีไหมครับ แฮ่ะๆ จริงแล้วๆหลักการทำนาหรือเล่นหุ้นก็เหมือนๆกันครับ สำหรับVI การเลือกที่ตั้งของนาเราก็คือการเลือกบริษัทที่ดีที่เราคาดว่าต่อให้มีเหตุการณ์หุ้นตกในรอบนี้เราก็ไม่กลัว ราคาหุ้นอาจลงมาบ้างเมื่อตลาดหุ้นโดยรวมมีการขายทำกำไรกันมากๆ แต่นั้นเป็นเหตุการณ์ชั่วคราวเมื่อพายุผ่านไปเราก็ยังคงอยู่และกิจการของเราก็จะกลับมาเติบโตได้ตามปกติรวมทั้งราคาหุ้นก็จะกลับมาในจุดที่เขาควรจะเป็น และเราก็ขุดบ่อพักน้ำนั้นคือเรามักเลือกซื้อหุ้นในราคาที่ค่อนข้างถูกเมื่อเทียบกับความสามารถของบริษัทนั้นๆ ทำให้มีช่วงที่หุ้นจะตกลงมาได้โดยที่เรายังไม่ขาดทุน และที่สำคัญการตรวจตราว่ามีจุดไหนที่รั่วหรือว่าบ่อพักนั้นรับน้ำได้แค่ไหนก็คือการที่เราคอยตรวจสอบเป็นระยะว่าบริษัทเรานั้นยังมีกิจการที่ดีตามเราคาดหรือไม่และราคาที่เราซื้อนั้นเหมาะสมหรือไม่และสามารถทนทานต่อตลาดหุ้นตกได้มากแค่ไหน ดังนั้นถ้านักลงทุนหุ้นสามารถทำได้แบบนี้ตั้งแต่แรกที่เราเขาซื้อกิจการหรือหุ้นใดก็ตามเราก็จะไม่กังวลต่อการที่หุ้นจะตก ตรงกันข้ามด้วยซ้ำครับถ้าเรามีกำลังทรัพย์ที่มากพอนี่อาจเป็นโอกาสที่เราจะเลือกซื้อหุ้นเพิ่มเติมอีกต่างหากหากหุ้นนั้นลงมาแรงมากและคนอื่นรีบทิ้งที่นาที่ดีๆกันอย่างไม่คิดชีวิต สรุปแล้วสำหรับนักลงทุนแบบเน้นคุณค่านั้น ในช่วงที่พายุฝนเข้ามากันมากๆนั้นเราก็แค่อยู่ในบ้านหลบฝนและพักผ่อนกันตามปกติครับ ไม่จำเป็นต้องวิตกกังวลกันมากนักว่าหุ้นหรือฝนจะตกเมื่อไหร่ ตกนานแค่ไหนและจะตกแรงหรือไม่ ขอเพียงให้เรายังคงยึดมั่นในหลักการที่ถูกต้องเราก็จะหลับฝันดีครับ
ขอบคุณที่อ่านครับ
หยำฉ่า
20 กันยายน 2552
ป.ล. ถ้าชอบบทความของผมก็ติชมแนะนำกันมานะครับ
ช่วงที่ผมเขียนอยู่นี้ฝนตกบ่อยมากครับเพราะว่ามีพายุกำลังเข้ามา แน่นอนครับว่าเปียกไปตามๆกันและสำหรับชาวบ้านที่ทำไร่นาบางคนก็เป็นโชคดีที่มีน้ำไว้ใช้เพิ่มและบางคนก็น้ำท่วมไร่นาเสียหาย เรามักพอทราบคร่าวๆว่าพายุจะเข้ามาเมื่อไหร่และรุนแรงประมาณไหนแต่เราพบว่าต่อให้กรมอุตุฯมีเครื่องมือดีขนาดไหนก็ไม่เคยบอกได้ถึงขนาดที่แน่นอนของฝนที่ตกมาและไม่รู้ว่าจะผ่านหมู่บ้านไหนตำบลไหน สิ่งที่เราได้ยินประจำคือฝนตกหนักถึงหนักมากและพาดผ่านเขตภาคนี้ภาคนั้นเป็นต้นเท่านั้น เพราะที่เราทำได้คือการ ประมาณ เท่านั้นครับ
เช่นเดียวกันครับในช่วงนี้ตลาดหุ้นไทยขึ้นมาจาก300ปลายๆตอนต้นปีมาถึงระดับ700กว่าๆในตอนนี้หรือเกือบ100 % และเรามักจะได้ยินนักเล่นหุ้นถามกรมอุตุฯส่วนตัวของเขาว่าหุ้นจะตกเมื่อไหร่และตกมากขนาดไหน คำตอบก็คือว่า ตกประมาณเท่านั้นและในช่วงเดือนนั้นเดือนนี้ แต่ไม่มีใครหรอกครับที่จะบอกได้ว่าตกกี่จุดและตกนานขนาดไหนและในช่วงวันที่เท่าไหร่ เหตุผลก็เป็นเหตุผลเดียวกับพายุฝนที่เข้ามาคือเราคาดอะไรได้ไม่มากนัก สำหรับนักเล่นหุ้นบางคนจึงเลือกที่จะทิ้งบ้านเรือนของตนไปก่อนที่พายุจะเข้ามา และบางคนก็เพิ่งมาทำไร่นาหลังจากเห็นคนอื่นกำไรมากมายโดยไม่สนใจว่าที่นาที่ตนกำลังปลูกข้าวนั้นจะมีน้ำมากไปหรือไม่
แล้วสำหรับvi พวกเรากำลังทำอะไรกันบ้างครับ เรามาลองสมมุติว่าเราเป็นชาวนาล่ะกันนะครับ สำหรับvi แล้วอันดับแรกถ้าเราจะทำนาเราจะเลือกอะไรก่อนครับ เราจะเลือกทำเลที่ตั้งที่เราคิดว่าถ้าพายุเข้าไม่รุนแรงไปนักเราจะปลอดภัย น้ำท่าอุดมสมบูณ์สามารถเพาะปลูกได้ตลอดทั้งปี แต่ไม่พอครับอันดับต่อมาเราจะเลือกที่จะป้องกันการท่วมของน้ำด้วยการขุดบ่อพักน้ำและสร้างบ้านในแบบดั้งเดิมของไทยเราคือยกสูงเพื่อป้องกันน้ำท่วม และไม่พอครับเราจะเลือกที่จะตรวจตราบ้านและที่นาเราอยู่เป็นระยะว่ามีตรงไหนที่รั่วหรือบ่อที่ขุดไว้นั้นมากพอที่จะรับพายุฝนที่จะเข้ามาหรือไม่ เมื่อเราทำนาแบบนี้เราก็จะไม่กลัวและนอนได้อย่างสบายใจเพราะคาดได้ว่าปีนี้นาเราจะสมบูรณ์ได้ตามปกติโดยไม่ต้องกังวลต่อพายุฝนที่กำลังมา
เขียนแบบนี้ไปทำนากันดีไหมครับ แฮ่ะๆ จริงแล้วๆหลักการทำนาหรือเล่นหุ้นก็เหมือนๆกันครับ สำหรับVI การเลือกที่ตั้งของนาเราก็คือการเลือกบริษัทที่ดีที่เราคาดว่าต่อให้มีเหตุการณ์หุ้นตกในรอบนี้เราก็ไม่กลัว ราคาหุ้นอาจลงมาบ้างเมื่อตลาดหุ้นโดยรวมมีการขายทำกำไรกันมากๆ แต่นั้นเป็นเหตุการณ์ชั่วคราวเมื่อพายุผ่านไปเราก็ยังคงอยู่และกิจการของเราก็จะกลับมาเติบโตได้ตามปกติรวมทั้งราคาหุ้นก็จะกลับมาในจุดที่เขาควรจะเป็น และเราก็ขุดบ่อพักน้ำนั้นคือเรามักเลือกซื้อหุ้นในราคาที่ค่อนข้างถูกเมื่อเทียบกับความสามารถของบริษัทนั้นๆ ทำให้มีช่วงที่หุ้นจะตกลงมาได้โดยที่เรายังไม่ขาดทุน และที่สำคัญการตรวจตราว่ามีจุดไหนที่รั่วหรือว่าบ่อพักนั้นรับน้ำได้แค่ไหนก็คือการที่เราคอยตรวจสอบเป็นระยะว่าบริษัทเรานั้นยังมีกิจการที่ดีตามเราคาดหรือไม่และราคาที่เราซื้อนั้นเหมาะสมหรือไม่และสามารถทนทานต่อตลาดหุ้นตกได้มากแค่ไหน ดังนั้นถ้านักลงทุนหุ้นสามารถทำได้แบบนี้ตั้งแต่แรกที่เราเขาซื้อกิจการหรือหุ้นใดก็ตามเราก็จะไม่กังวลต่อการที่หุ้นจะตก ตรงกันข้ามด้วยซ้ำครับถ้าเรามีกำลังทรัพย์ที่มากพอนี่อาจเป็นโอกาสที่เราจะเลือกซื้อหุ้นเพิ่มเติมอีกต่างหากหากหุ้นนั้นลงมาแรงมากและคนอื่นรีบทิ้งที่นาที่ดีๆกันอย่างไม่คิดชีวิต สรุปแล้วสำหรับนักลงทุนแบบเน้นคุณค่านั้น ในช่วงที่พายุฝนเข้ามากันมากๆนั้นเราก็แค่อยู่ในบ้านหลบฝนและพักผ่อนกันตามปกติครับ ไม่จำเป็นต้องวิตกกังวลกันมากนักว่าหุ้นหรือฝนจะตกเมื่อไหร่ ตกนานแค่ไหนและจะตกแรงหรือไม่ ขอเพียงให้เรายังคงยึดมั่นในหลักการที่ถูกต้องเราก็จะหลับฝันดีครับ
ขอบคุณที่อ่านครับ
หยำฉ่า
20 กันยายน 2552
ป.ล. ถ้าชอบบทความของผมก็ติชมแนะนำกันมานะครับ