บริษัทที่น่าลงทุน
โพสต์แล้ว: ศุกร์ ก.ย. 04, 2009 10:40 am
บริษัทที่น่าลงทุน
คิดไปเรื่อยๆ ครับ ผมคิดได้ 8 ข้อ ทยอยเขียนไปเรื่อย ๆ ครับ
ใครมีอะไรมาแจมกันบ้างครับ
1. มีระบบเศรษฐกิจที่ถูกต้อง
ในสังคมนักลงทุน มองด้านระบบเศรษฐกิจทางตัวเลขที่ถูกต้องของบริษัท คือ มองในเชิงตัวเลขมาก่อนมาก่อนเป็นอันดับแรก เรื่องตัวเลขสำคัญอย่างมาก เราแถบเป็นนักเกร็งตัวเลขกันหมด เพราะมันมีอิทธิพลมากที่สุด แต่ก่อนที่จะออกดอกออกผลตามที่เราคาดหวัง มันต้องมีระบบเศรษฐกิจทางจิตวิญญาณมาก่อน สมัยผมเป้นนักวิเคราะห เคยพูดอย่างนี้มาแล้ว โดยโห่ทั้งชั้นเลย ผมโตมากับคนงาน มานั่งกินข้าวคลุกกับคนงานมาตลอดตั้งแต่ 4-5 ขวบ ผมสนใจตัวเลข แต่มันมีสิ่งอื่นที่มาก่อนตัวเลข คิดย้อนกลับตัวเลข สุดท้ายมันจะมาเริ่มจากคนงานทั้งนั้น บริษัทต้องเทรนพนักงานที่จบใหม่ ๆ ที่ไม่มีค่าเปนแค่ก้อนหินเหล่านั้นให้มีค่าเหมือนเพชร เขายึดหลักบริหารมองคนเป็นก่อนที่คนคนนั้นจะกลายเป้นคนที่เก่งกล้า หลักการลงทุนแบบ VI แต่เขาเอาไปดัดแปลงเป้นหลักการบริหารแบบ VI นี่สิครับ แจ่มมาก เหมือนแวงเกอร์ ชอบหานักเตะราคาถูก แต่ขายราคาแพง พี่ท่านจบเศรษศาสตร์ เข้าใจเรื่องซื้อถูก ขายแพง เป้นอย่างดีเลิศ ไม่ต้องไปดึงพนักงานที่ไหนมา เทรนคนชองตัวเองให้มีความรักองค์กรและมุ่งมั่นที่จะเติบโตไปกับบริษัท มีความรักบริษัทและพร้อมทุ่มเทควาสามาถของตนในการพัฒนาบริษัทให้ก้าวหน้าอย่างเต็มความสามารถ วันนี้บริษัทเลี้ยงพวกเขา แต่วันหนึ่งพวกเขาจะเลี้ยงบริษัท นี่คือบริษัทที่ผมเรียกว่ามีระบบเศรษฐกิจที่ถูกต้อง มันต้องมาจากระบบเศรษฐกิจทางจิตวิญญาณก่อนอื่นใด ผมเจอผู้บริหารอย่างนี้ ต้องยกนิ้วให้ ว่าเป็นยอดนักเศรษศาสตร์ชั้นยอด คือ ทำสิ่งที่ไม่มีค่าให้เป็นของมีค่าสูงสุดขึ้นมาได้ บรีษัทชั้นเลิศมีระบบเศรษฐกิจชนิดที่ไม่ทำลายแห่งประโยชน์ทรัพยากรที่สำตัญที่สุดของบริษัท แต่กลับทะนุบำรุงส่งเสริมอย่างเต็มที่ นี่สิครับน่าสนใจอย่างมาก
คำถาม : บริษัทไหนในตลาดที่มี employee turnover น้อยที่สุด
upnaB
คิดไปเรื่อยๆ ครับ ผมคิดได้ 8 ข้อ ทยอยเขียนไปเรื่อย ๆ ครับ
ใครมีอะไรมาแจมกันบ้างครับ
1. มีระบบเศรษฐกิจที่ถูกต้อง
ในสังคมนักลงทุน มองด้านระบบเศรษฐกิจทางตัวเลขที่ถูกต้องของบริษัท คือ มองในเชิงตัวเลขมาก่อนมาก่อนเป็นอันดับแรก เรื่องตัวเลขสำคัญอย่างมาก เราแถบเป็นนักเกร็งตัวเลขกันหมด เพราะมันมีอิทธิพลมากที่สุด แต่ก่อนที่จะออกดอกออกผลตามที่เราคาดหวัง มันต้องมีระบบเศรษฐกิจทางจิตวิญญาณมาก่อน สมัยผมเป้นนักวิเคราะห เคยพูดอย่างนี้มาแล้ว โดยโห่ทั้งชั้นเลย ผมโตมากับคนงาน มานั่งกินข้าวคลุกกับคนงานมาตลอดตั้งแต่ 4-5 ขวบ ผมสนใจตัวเลข แต่มันมีสิ่งอื่นที่มาก่อนตัวเลข คิดย้อนกลับตัวเลข สุดท้ายมันจะมาเริ่มจากคนงานทั้งนั้น บริษัทต้องเทรนพนักงานที่จบใหม่ ๆ ที่ไม่มีค่าเปนแค่ก้อนหินเหล่านั้นให้มีค่าเหมือนเพชร เขายึดหลักบริหารมองคนเป็นก่อนที่คนคนนั้นจะกลายเป้นคนที่เก่งกล้า หลักการลงทุนแบบ VI แต่เขาเอาไปดัดแปลงเป้นหลักการบริหารแบบ VI นี่สิครับ แจ่มมาก เหมือนแวงเกอร์ ชอบหานักเตะราคาถูก แต่ขายราคาแพง พี่ท่านจบเศรษศาสตร์ เข้าใจเรื่องซื้อถูก ขายแพง เป้นอย่างดีเลิศ ไม่ต้องไปดึงพนักงานที่ไหนมา เทรนคนชองตัวเองให้มีความรักองค์กรและมุ่งมั่นที่จะเติบโตไปกับบริษัท มีความรักบริษัทและพร้อมทุ่มเทควาสามาถของตนในการพัฒนาบริษัทให้ก้าวหน้าอย่างเต็มความสามารถ วันนี้บริษัทเลี้ยงพวกเขา แต่วันหนึ่งพวกเขาจะเลี้ยงบริษัท นี่คือบริษัทที่ผมเรียกว่ามีระบบเศรษฐกิจที่ถูกต้อง มันต้องมาจากระบบเศรษฐกิจทางจิตวิญญาณก่อนอื่นใด ผมเจอผู้บริหารอย่างนี้ ต้องยกนิ้วให้ ว่าเป็นยอดนักเศรษศาสตร์ชั้นยอด คือ ทำสิ่งที่ไม่มีค่าให้เป็นของมีค่าสูงสุดขึ้นมาได้ บรีษัทชั้นเลิศมีระบบเศรษฐกิจชนิดที่ไม่ทำลายแห่งประโยชน์ทรัพยากรที่สำตัญที่สุดของบริษัท แต่กลับทะนุบำรุงส่งเสริมอย่างเต็มที่ นี่สิครับน่าสนใจอย่างมาก
คำถาม : บริษัทไหนในตลาดที่มี employee turnover น้อยที่สุด
upnaB