หน้า 1 จากทั้งหมด 1

นักลงทุนวีไอ ต้องดูภาวะตลาดก่อนซื๋อหุ้นหรือไม่

โพสต์แล้ว: อังคาร ก.ค. 28, 2009 2:59 pm
โดย leopard
คุณลูกอิสาน หรือคุณฉัตรชัย  หรือเซียนวีไอ  เวลาซื้อหุ้นดูภาวะตลาด หรือไม่ครับ  เช่น  ต้องเป็นภาวะหมีที่ราคาหุ้นตกมาก ๆ จึงเข้าซื้อหุ้นที่เล็งไว้  หรือ ไม่จำเป็นโดยถ้าเป็นกระทิงดุ  ก็ซื้อหุ้นเลย ถ้าคำนวนแล้วราคาตลาดยังต่ำกว่ามูลค่าครับ

ขอบคุณครับ

นักลงทุนวีไอ ต้องดูภาวะตลาดก่อนซื๋อหุ้นหรือไม่

โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. ก.ค. 30, 2009 9:04 am
โดย sattaya
ไม่ใช่เซียนแต่อยากตอบครับ

เท่าที่เคยพูดคุยกับผู้อาวุโสหลายท่านพอสรุปได้อย่างนี้ครับ

ซื้อหุ้นในช่วงตลาดหมี หรือช่วงภาวะที่หุ้นตกลงมากๆ
1. ในความเป็นจริงทำ(ใจ)ได้ยากมากที่จะซื้อหุ้นตอนราคาลง
2. พี่พอใจเคยบอกว่าอย่ายื่นมือไปรับมีดที่ตกยังไม่ถึงพื้น(ไม่มีใครรู้ว่ามันตกถึงพื้นเมื่อไรจนกว่าเวลาผ่านไปแล้ว)
3. ถ้าทำได้และถือได้จะได้ผลตอบแทนค่อนข้างดี

นักลงทุนวีไอ ต้องดูภาวะตลาดก่อนซื๋อหุ้นหรือไม่

โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. ก.ค. 30, 2009 2:26 pm
โดย chavanakorn
สภาพตลาด บางทีก็ไม่ได้เกี่ยวกับตัวหุ้นเลยนะครับ เราดูเป็นตัวๆดีกว่าครับ ตัวนี้ถูกไป แพงไป เราก็คำนวณออกมาได้ ถ้าถูกเราก็ซื้อ แพงเราก็เฝ้า เป็นประมาณนี้แหละครับ ภาวะตลาดดูประกอบไป แต่อย่าเอามาเป็นสาระสำคัญในการตัดสินใจครับ

นักลงทุนวีไอ ต้องดูภาวะตลาดก่อนซื๋อหุ้นหรือไม่

โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. ก.ค. 30, 2009 9:12 pm
โดย ส.สลึง
ไม่ใช่เซียนครับ
ส่วนตัวผมแค่เกาะสถานการณ์พองาม จะได้ไม่ตกเทรนด์

แต่เรื่องการลงทุน ผมทำตัวเป็นตาชั่งครับ
ใช้ Value ล้วนๆ เรื่องการเคลื่อนไหวของตลาด
ไม่มีผลในการตัดสินใจ

พอร์ตหุ้นของผมจึง 100% ตลอดเวลา
ตัวไหนให้ Value มากกว่า ผมก็ย้ายตัวไป
พอเกิดอาหารรักพี่เสียดายน้อง ก็แบ่งพอร์ตไป
เลือกทั้งคู่ :lol:

ปีที่แล้วพอร์ตของผมลดลงจากจุดสูงสุด -60%
ตอนนี้บวกกลับขึ้นมา 46%
ไม่ถึงกับสวยงาม แต่ก็ได้บทเรียนอะไรๆ เยอะครับ

คือ อย่าไปซื้อหุ้นเกรด B ในราคาเกรด C
แต่ต้องหาหุ้นเกรด A ในราคาเกรด B
หรืออย่างน้อยๆ ก็ B+ :wink: ...

และท้ายที่สุด หลักการย่อมเป็นหลักการเสมอ
การลงทุนแบบเน้นคุณค่าทำให้ผม
รอดพ้นจากการขาดทุนมาตลอดครับ
ขนาดพอร์ต -60% ผมยังแค่ขาดทุนจากกำไรสะสมเอง :D

ปล.
ไว้อ่านแก้ขัดก่อนที่พี่ลูกอีสาน หรือว่าพี่ฉัตรฯ
หรือคนที่ยอมรับว่าตัวเองเป็นเซียนมาตอบละกันครับ
แฮม :wink: ...

นักลงทุนวีไอ ต้องดูภาวะตลาดก่อนซื๋อหุ้นหรือไม่

โพสต์แล้ว: จันทร์ ส.ค. 10, 2009 10:22 am
โดย leopard
ปีเตอร์ ลินซ์ บอกว่าไม่สามารถคาดภาวะตลาดได้  แต่ให้ดูราคาที่ p/e ต่ำกว่า อัตราการเจริญเติบโต   แปลว่าหุ้นถูก ให้ซื้อลงทุนได้
แต่บัฟเฟตต์ จะรอซื้อเมื่อหุ้นถูกเทขายทิ้ง เนื่องจากนักลงทุนตื่นกลัว เราก็จะได้หุ้นที่มีส่วนลด
โดยทั้งสองท่านอยู่ภายใต้สมมติฐานว่าหุ้นที่จะซื้อเป็นหุ้นพื้นฐานดีเท่านั้น

เลยไม่แน่ใจว่าในภาวะตลาดหุ้นไทยจะทำแบบปีเตอร์ ลินซ์ได้หรือ  เพราะกลัวว่าหุ้นบางตัวอาจทำ new high  โดยที่ p/e ก็อาจต่ำกว่าอัตราการเติบโตได้  และราคาก็อาจไม่ขึ้นไปมากกว่านี้เลย เป็นหลาย ๆ ปีก็ได้  และถ้าเวลาผ่านไปนาน ๆ แล้ว อัตราการเจริญเติบโตของกำไรลดลง ก็เสี่ยงที่จะติดดอยได้  

แต่ถ้าเป็นแบบ บัฟเฟตต์ ดูจะปลอดภัยกว่า  แต่ต้องอดทนรอนานเหมือนกันนะครับ  

ใครมีประสบการณ์ หรือ แนวคิดอย่างไรรบกวนช่วยแชร์ด้วยนะครับ  ขอบคุณครับ

นักลงทุนวีไอ ต้องดูภาวะตลาดก่อนซื๋อหุ้นหรือไม่

โพสต์แล้ว: จันทร์ ส.ค. 10, 2009 8:45 pm
โดย bossaway
เท่าที่ผมรู้นะครับ หุ้นคุณค่าดูจังหวะตลาดตอนหุ้นราคาถูกครับ เเล้วซื้อหุ้นที่มีราคาต่ำกว่าปัจจัยพื้นฐาน

นักลงทุนวีไอ ต้องดูภาวะตลาดก่อนซื๋อหุ้นหรือไม่

โพสต์แล้ว: จันทร์ ส.ค. 10, 2009 11:48 pm
โดย miracle
ไม่ได้ดูสภาพตลาด
แต่ดูสภาพแวดล้อมของธุรกิจในอุตสาหกรรมนั้น
หรือ ดูสภาพแวดล้อมของบริษัทนั้นมากกว่า
ต้องเอาภาพใหญ่มากก่อนภาพเล็ก
:)

นักลงทุนวีไอ ต้องดูภาวะตลาดก่อนซื๋อหุ้นหรือไม่

โพสต์แล้ว: อังคาร ส.ค. 11, 2009 3:56 pm
โดย sonnesaint
ในภาวะกระทิง ทำให้หุ้นมีมูลค่าตลาดสูงเกินจริง อยู่แล้ว
ทำให้ไม่เข้าหลักเกณฑ์ของนักลงทุนแนว VI

ซึ่งก็เป็นไปได้ว่าในภาวะกระทิงจะมีหุ้นราคาถูกอยู่ แต่ก็ค่อนข้างน้อย และหากซื้อในภาวะหมี จะได้ราคาที่มีส่วนลดมากกว่า

จึงสรุปได้ว่า

ภาวะตลาด ไม่มีผลกับ VI

แต่ภาวะตลาด มีผลกับ ราคา
ซึ่งราคา มีผลกับ VI

คิดอย่างนี้ถูกหรือเปล่าครับ

นักลงทุนวีไอ ต้องดูภาวะตลาดก่อนซื๋อหุ้นหรือไม่

โพสต์แล้ว: อังคาร ส.ค. 11, 2009 4:16 pm
โดย DevilCupid
อย่างนั้นก็น่าจะสรุปได้ว่า ภาวะตลาด มีผลต่อ VI แหละครับ

ตัวผมเองเพิ่งเริ่มๆเองครับ แต่คิดว่าตัวเองจะใช้หลักการซื้อหุ้นประมาณว่า
ช่วงจังหวะตลาดหมี เก็บหุ้นที่มีพื้นฐานดี ราคาต่ำมากๆ ไม่เน้นปันผล
พอช่วงตลาดกระทิง ราคาสูงเกินกว่าที่ควรจะเป็นก็เทขาย แล้วไปซื้อหุ้นปันผลที่ราคาไม่ค่อยแกว่งน่าจะดีกว่า

ตอนนี้สำหรับผมจึงเป็นช่วงที่ตามเก็บหุ้นที่ยังมีมูลค่าต่ำกว่าที่ควรจะเป็น
หรือมีส่วนต่างกับราคาก่อนวิกฤติมากๆ โดยมีสมมติฐานว่าอีก 5 ปีข้างหน้าราคาจะกลับไปสู่ราคาเดิม
ซึ่งสิ่งสำคัญคือหุ้นต้องมีปัจจัยพื้นฐานที่ดี มีความเป็นไปได้สูงที่จะกลับไปสู่ราคาเดิมเป็นหลัก

Re: นักลงทุนวีไอ ต้องดูภาวะตลาดก่อนซื๋อหุ้นหรือไม่

โพสต์แล้ว: อังคาร ส.ค. 11, 2009 7:00 pm
โดย thammathit
ดูสิครับพี่น้อง....โง่เท่านั้นที่ไม่ดู
เดินแบบไม่ดูทาง...เดี๋ยวก็เจอตอสิครับ
อย่าเสือกโง่ไปซื้อ ptt ตอนราคา 440 หล่ะ ใครซื้อคราวก่อนโน้นก็ตายเรียบ

-*-

โพสต์แล้ว: เสาร์ ส.ค. 22, 2009 9:31 am
โดย support
แล้วถ้าเป็นตลาดกระทิงแต่เราเล่นหุ้น  trunaround ละครับ เอาตามสเตป แบงค์ฟื้น  พลังงานฟื้น  เทคโนโลยี่ฟื้น  อสังหาฟื้น ยานยนต์ฟื้น อุตสหกรรมฟื้น บริการและสุขภาพฟื้น เล่นเป็นรอบแล้วเข้าเก็บหุ้นตามลำดับ (เก็บก่อนที่คนอื่นจะเก็บจะได้ราคาถูก)   แล้วขายตอนรอบมีนกำลังจะหมดถ้าเล่นแบบนี้ตอนตลาดกระทิงจะเป็น vi ได้หรือเปล่าครับ อิอิ :lol:

นักลงทุนวีไอ ต้องดูภาวะตลาดก่อนซื๋อหุ้นหรือไม่

โพสต์แล้ว: จันทร์ ส.ค. 24, 2009 4:37 pm
โดย ipenema
ผมดูราคาของหุ้นเเต่ละตัวอย่างเดียว ถ้าต่ำว่ามูลค่า ซื้อเลย

นักลงทุนวีไอ ต้องดูภาวะตลาดก่อนซื๋อหุ้นหรือไม่

โพสต์แล้ว: จันทร์ ส.ค. 24, 2009 8:53 pm
โดย InnoVI
bossaway เขียน:เท่าที่ผมรู้นะครับ หุ้นคุณค่าดูจังหวะตลาดตอนหุ้นราคาถูกครับ เเล้วซื้อหุ้นที่มีราคาต่ำกว่าปัจจัยพื้นฐาน
ไม่ทราบว่าพอจะบอกวิธีคำนวนราคาที่ต่ำกว่าปัจจัยพื้นฐานได้ยังไงบ้างครับ

นักลงทุนวีไอ ต้องดูภาวะตลาดก่อนซื๋อหุ้นหรือไม่

โพสต์แล้ว: จันทร์ ส.ค. 24, 2009 8:54 pm
โดย InnoVI
ipenema เขียน:ผมดูราคาของหุ้นเเต่ละตัวอย่างเดียว ถ้าต่ำว่ามูลค่า ซื้อเลย
พี่คำนวนยังไงครับ มือยังใหม่มั่กๆ  :oops:

นักลงทุนวีไอ ต้องดูภาวะตลาดก่อนซื๋อหุ้นหรือไม่

โพสต์แล้ว: อังคาร ส.ค. 25, 2009 3:38 pm
โดย slowseaa
เเล้วเเต่สมมุติฐานของเเต่ละคนนะผมว่า ในการดูว่าหุ้นไหนต่ำกว่าพื้นฐาน

นักลงทุนวีไอ ต้องดูภาวะตลาดก่อนซื๋อหุ้นหรือไม่

โพสต์แล้ว: จันทร์ ต.ค. 05, 2009 2:55 pm
โดย holidaytours
InnoVI เขียน:
พี่คำนวนยังไงครับ มือยังใหม่มั่กๆ

นักลงทุนวีไอ ต้องดูภาวะตลาดก่อนซื๋อหุ้นหรือไม่

โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. ต.ค. 08, 2009 3:45 pm
โดย noooon010
ผมดูเหมือนกันครับ
เพราะหลายครั้ง ระยะเวลาลงทุนของเรายาวกว่าเค้า

เรามองยาวกว่า เราเห็นศักยภาพบริษัทที่ไกลกว่า คนที่มองสั้นๆ และใช้อารมณ์ ครับ

มีความสุขกับการลงทุนหุ้นคุณค่านะครับผม :D

นักลงทุนวีไอ ต้องดูภาวะตลาดก่อนซื๋อหุ้นหรือไม่

โพสต์แล้ว: ศุกร์ ต.ค. 09, 2009 5:18 pm
โดย Mastermind
คือ อย่าไปซื้อหุ้นเกรด B ในราคาเกรด C
แต่ต้องหาหุ้นเกรด A ในราคาเกรด B
หรืออย่างน้อยๆ ก็ B+



เกรด A หมายถึง SET50 รึป่าวครับ ไม่ค่อยเข้าใจ พอดียังมือใหม่อยู่นะครับ

ช่วยอธิบายให้หน่อยนะครับ

ขอบคุณครับ

นักลงทุนวีไอ ต้องดูภาวะตลาดก่อนซื๋อหุ้นหรือไม่

โพสต์แล้ว: ศุกร์ ต.ค. 09, 2009 11:07 pm
โดย ส.สลึง
Mastermind เขียน:คือ อย่าไปซื้อหุ้นเกรด B ในราคาเกรด C
แต่ต้องหาหุ้นเกรด A ในราคาเกรด B
หรืออย่างน้อยๆ ก็ B+

เกรด A หมายถึง SET50 รึป่าวครับ ไม่ค่อยเข้าใจ พอดียังมือใหม่อยู่นะครับ
ช่วยอธิบายให้หน่อยนะครับ
ขอบคุณครับ
หุ้นเกรด A ที่ติดปากเท่ของผม หมายถึง พวกกิจการที่ยิ่งใหญ่ แต่อาจจะไม่ใช่กิจการที่ใหญ่โตจนไปติดอยู่ใน List หุ้นกลุ่ม SET50 ก็ได้ครับ
เช่น เจอวิกฤตก็ไม่เดือดร้อน หรือถ้าเดือดร้อน ก็เดือดร้อนชั่วคราว หรือเดือดร้อนไม่มาก แต่คู่แข่งตายไปเลย,
กำไรค่อนข้างแน่นอน, กิจการเติบโตไปได้เรื่อยๆ, สินค้าหรือบริการเป็นที่นิยม หรือเป็นเจ้าตลาด หรือผูกขาดได้ก็ยิ่งดี คู่แข่งเข้ามาแข่งได้ยากมาก ฯลฯ

ซึ่งกิจการพวกนี้ ซื้อขายกันราคาถูกๆ มีน้อย หรือแทบจะหาซื้อโอกาสไม่ได้ครับ
แต่เราอาจจะหาโอกาสซื้อในราคาที่เหมาะสมหน่อย ราคาไม่แพงจนเกินไป ก็สามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีได้
ในระยะยาว...........................................................................................ว :lol:

นักลงทุนวีไอ ต้องดูภาวะตลาดก่อนซื๋อหุ้นหรือไม่

โพสต์แล้ว: ศุกร์ ต.ค. 09, 2009 11:46 pm
โดย Mastermind
ส.สลึง เขียน: หุ้นเกรด A ที่ติดปากเท่ของผม หมายถึง พวกกิจการที่ยิ่งใหญ่ แต่อาจจะไม่ใช่กิจการที่ใหญ่โตจนไปติดอยู่ใน List หุ้นกลุ่ม SET50 ก็ได้ครับ
เช่น เจอวิกฤตก็ไม่เดือดร้อน หรือถ้าเดือดร้อน ก็เดือดร้อนชั่วคราว หรือเดือดร้อนไม่มาก แต่คู่แข่งตายไปเลย,
กำไรค่อนข้างแน่นอน, กิจการเติบโตไปได้เรื่อยๆ, สินค้าหรือบริการเป็นที่นิยม หรือเป็นเจ้าตลาด หรือผูกขาดได้ก็ยิ่งดี คู่แข่งเข้ามาแข่งได้ยากมาก ฯลฯ

ซึ่งกิจการพวกนี้ ซื้อขายกันราคาถูกๆ มีน้อย หรือแทบจะหาซื้อโอกาสไม่ได้ครับ
แต่เราอาจจะหาโอกาสซื้อในราคาที่เหมาะสมหน่อย ราคาไม่แพงจนเกินไป ก็สามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีได้
ในระยะยาว...........................................................................................ว :lol:
ท่าทางจะยาวมากเลยครับ  ขอบคุณพี่มากๆเลยนะครับ ที่ช่วยอธิบายให้ผมฟัง