หน้า 1 จากทั้งหมด 1

แนวรบด้านตะวันออก/ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

โพสต์แล้ว: อาทิตย์ เม.ย. 19, 2009 9:31 pm
โดย oatty
โลกในมุมมองของ Value Investor            19 เม.ย. 52

การลงทุนนั้น  ถ้าจะเปรียบเทียบก็เหมือนกับการทำสงคราม  เพียงแต่เป็นสงครามทางการเงินที่ไม่มีการเสียเลือดเนื้อและชีวิต   สิ่งที่จะเสียก็คือเงินถ้าเรา  “แพ้สงคราม”   ตรงกันข้าม  เราจะได้เงินถ้าเรา  “ชนะสงคราม”  เราในฐานะของนักลงทุน  ถ้าจะเปรียบก็คือ   “แม่ทัพ”  สิ่งที่เราต้องทำก็คือ  “การวางยุทธศาสตร์สงคราม”   นั่นก็คือ  การตัดสินใจในการ  “วางกำลัง”  ซึ่งก็คือการลงทุนในหุ้นแต่ละตัวและจัดเป็นพอร์ตโฟลิโอซึ่งก็จะคล้าย  ๆ  กับการจัดกองทัพเป็นหลาย ๆ  กองที่จะทำให้สามารถชนะสงครามได้

ผมคงไม่พูดถึงการจัด  “กองทัพหุ้น”  เพื่อเอาชนะสงครามในวันนี้   เหตุผลก็เพราะว่าคนที่ลงทุนในวันนี้ต่างก็กำลังอยู่ในภาวะที่กำลังจะ   “แพ้สงคราม”  คือขาดทุนกันมากมาย   ถ้าเปรียบไปก็เหมือนกับการที่ข้าศึกกำลังรุกรบเข้ามาด้วยพลังการยิงมหาศาล    เรากำลังจะพ่ายแพ้   ประเทศกำลังใกล้จะถูกยึดครอง  ทหารล้มตายกันมาก   เรามีทางเลือกสองทางคือ  หนึ่ง   ถอยเพื่อตั้งหลักใหม่   หรือ   สอง  สู้ต่อเพื่อรอให้สถานการณ์เปลี่ยนแล้วกลับมารบชนะในที่สุด  พูดง่าย  ๆ   ในสถานการณ์ที่เกิดวิกฤติเศรษฐกิจและหุ้นที่เราถืออยู่ตกลงมามากมายแบบนี้    เราควรล้างพอร์ตและเก็บเงินที่ยังพอเหลืออยู่ไว้เพื่อกลับมาลงทุนต่อในภายหลัง    หรือ   ยังคงถือหุ้นเกือบทั้งหมดไว้ในพอร์ตเพื่อหวังว่าราคาหุ้นจะตีกลับมาเมื่อสถานการณ์ตลาดหุ้นฟื้นตัว

ผมอยากจะยกบทเรียนจากสงครามโลกครั้งที่สองเพื่อให้ข้อคิดกับการที่เราจะสู้หรือจะถอยในการลงทุนเมื่อเราประสบกับการสูญเสียอย่างหนัก     มันเป็นศึกสองครั้งที่นักประวัติศาสตร์สงครามต้องจารึกว่าเป็นการตัดสินใจที่มีส่วนสำคัญในการเปลี่ยนแปลงวิถีของสงคราม   นั่นคือ  ทำให้ฝ่ายสัมพันธมิตรซึ่งกำลังจะแพ้   กลายเป็นผู้ชนะสงครามในท้ายที่สุด

ศึกแรกก็คือการถอยของกองทัพเคลื่อนที่เร็วของอังกฤษที่ส่งไปช่วยป้องกันฝรั่งเศษที่ชายหาดเมืองดังเคิร์ก  หรือที่เรียกว่า  “ปฎิบัติการไดนาโม”  นี่คือยุทธการที่เกิดขึ้นเมื่อกองทัพเยอรมันได้ใช้   “ปฏิบัติการสายฟ้าแลบ”  รุกรบจนสามารถยึดฝรั่งเศษได้อย่างรวดเร็วและตัดขาดกองกำลังของฝ่ายพันธมิตรออกเป็นส่วน ๆ   กองทัพเคลื่อนที่เร็วของอังกฤษตัดสินใจหนีจากการปิดล้อมและอพยพกำลังพลทั้งหมดออกทางชายหาดดังเคิร์ก    ภายในเวลาเพียงประมาณ  10 วัน  กองกำลังทหารกว่าสามแสนนายก็สามารถข้ามช่องแคบอังกฤษกลับสู่ประเทศได้โดยทิ้งสัมภาระและอาวุธยุทโธปกรณ์เกือบทั้งหมดรวมทั้งเครื่องบินและเรือที่ถูกทำลายเกือบสองร้อยลำ

ยุทธการไดนาโมนั้น  แน่นอน  เกิดการสูญเสียมหาศาล  อย่างไรก็ตาม   การถอยหนีอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นว่ากำลังพ่ายแพ้ก็ทำให้อังกฤษสามารถรักษาชีวิตทหารที่มีความสามารถและประสบการณ์ในการรบดีที่สุดเอาไว้ได้    กำลังทหารจำนวนกว่าห้าแสนนายที่หนีกลับอังกฤษได้ในยุทธการไดนาโมนั้น   ในช่วงต่อมาของสงคราม   ได้กลายเป็นกองกำลังหลักและเป็นนายทหารที่คุมกำลังทหารรุ่นใหม่ ๆ  เข้าสู้รบกับฝ่ายอักษะอย่างสามารถอาจหาญและเป็นฝ่ายชนะสงครามในที่สุด

ในการลงทุนนั้น   ถ้าเราวิเคราะห์ว่าสถานการณ์จะเลวร้ายมากและโอกาสที่จะฟื้นตัวยังยาวไกลหรือมองไม่เห็น    ทันทีที่เห็นสัญญาณ  สิ่งที่เราจะต้องทำก็คือ  รีบหนี   รักษาเงินที่ยังเหลืออยู่ค่อนข้างมากเอาไว้  อย่าปล่อยให้การลงทุน  “สลายไปต่อหน้า”
 
ศึกที่สองคือปฏิบัติการ  Barbarossa  ของเยอรมันที่รุกรบเข้าไปเพื่อยึดครองรัสเซียหลังจากยึดครองฝรั่งเศษและยุโรปตะวันตกส่วนใหญ่ไว้ได้แล้ว    และนี่คือสิ่งที่คนชอบเรียกกัน
ว่า “แนวรบด้านตะวันออก”    นี่คือการศึก  “แห่งศตวรรษ”  ที่มีการสู้รบที่รุนแรงและโหดร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์   ฝ่ายอักษะสามารถรุกไปประชิดเมืองหลวงคือมอสโกและเมืองหลักอีกสองเมืองคือ  เลนินกราดทางเหนือ   และสตาลินกราดทางใต้ได้อย่างรวดเร็ว   ว่ากันว่าทหารเยอรมันสามารถมองเห็นยอดปราสาทในเมืองแล้ว   ความพ่ายแพ้ของรัสเซียดูเหมือนจะ   “ไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้”

แต่รัสเซียไม่ถอย   สตาลินสั่งให้ทหารสู้ตาย   ไม่ใช่แค่นั้น  เขาประกาศว่า  ถ้าทหารคนไหนยอมแพ้เขาจะกลายเป็นคนทรยศต่อประเทศ   ลูกของเขาจะถูกลดปันส่วนอาหาร   และพ่อแม่จะถูกส่งไปเข้าค่ายกักกันในไซบีเรีย   และถ้าตัวเชลยสงครามหนีรอดกลับมาได้เขาก็จะถูกจับเข้าค่ายทำงานหนักหรือถูกยิงทิ้งทันที   ดังนั้น  การรบในแนวรบด้านตะวันออกโดยเฉพาะการรบในเมืองสตาลินกราดจึงดุเดือดและรุนแรงมากที่สุดและกลายเป็น   “การศึกแห่งศตวรรษ”

และแล้ว   ก่อนที่เมืองหลวงและเมืองหลักของรัสเซียจะแตกเพียงไม่กี่วัน   หิมะก็ตกลงมาอย่างหนัก   อาวุธหนักโดยเฉพาะรถถังและทหารเยอรมันต้องหยุดลง   กองทัพเยอรมันที่ไม่ได้เตรียมสำหรับอุณหภูมิที่ติดลบหลายสิบองศาของรัสเซียต้องต่อสู้กับความหนาวเหน็บอย่างทรมาน  ในเวลาเดียวกัน   รัสเซียมีเวลาเตรียมตัวและเสริมกำลังคนและอาวุธยุทโธปกรณ์เข้าไปรับมือกับกองทัพเยอรมันอย่างเต็มกำลัง   กองทัพทั้งสองฝ่ายยันกันเป็นเวลานานเป็นปี ๆ  โดยที่รัสเซียแข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ   และฝ่ายอักษะอ่อนแอลงเรื่อย ๆ  ทั้งจากการรบกับรัสเซียและฝ่ายสัมพันธมิตรที่รุกเข้ามาทางด้านตะวันตก   จนในที่สุดรัสเซียก็กลายเป็นฝ่ายรุกและเข้ายึดกรุงเบอร์ลินในที่สุด

การรบในแนวรบด้านตะวันออกสอนบทเรียนในการลงทุนให้เราว่า   ในสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด   แต่เราเห็นแล้วว่าสถานการณ์ในที่สุดจะต้องเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น  เราจะต้องยืนหยัดลงทุนต่อไป   การถอนตัวจากตลาดจะเป็นหายนะที่แท้จริง      เฉกเช่นกับการที่สตาลินรู้ว่าฤดูหนาวที่โหดร้ายกำลังมาและการยันกำลังของเยอรมันไม่ให้เข้าเมืองที่จะสามารถหลบหนาวในอาคารได้จะทำให้ทหารเยอรมันต้องติดกับหิมะในพื้นที่โล่ง   และนั่นจะทำให้สถานการณ์การรบเปลี่ยนแปลงไป    รัสเซียจะต้องเป็นฝ่ายชนะในท้ายที่สุด

ที่เขียนมาทั้งหมดนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าจะแนะนำให้นักลงทุนยืนหยัดลงทุนในหุ้นเต็มที่ในสภาวการณ์เศรษฐกิจวิกฤติในขณะนี้   แม้ผมเองจะเชื่อว่า  การรบรอบนี้เป็น   “แนวรบด้านตะวันออก”  ที่ผมจะยืนหยัดต่อสู้และหวังว่าจะชนะเมื่อเวลาผ่านไปอีกสองสามปี   การลงทุนนั้น  ทุกคนจะต้องเป็น   “แม่ทัพ”   เอง   ไม่มีใครทำแทนได้   ตัดสินใจถูกก็ชนะ   ตัดสินใจผิดก็พ่ายแพ้   ไม่ตัดสินใจก็คือการตัดสินใจ   ขอให้สนุกกับการทำสงครามที่ไม่มีการเสียเลือดเนื้อครับ

แนวรบด้านตะวันออก/ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

โพสต์แล้ว: อาทิตย์ เม.ย. 19, 2009 9:54 pm
โดย Alastor
แนวรบด้านตะวันออก น่าจะเห็นได้ในหนังเรื่อง Enermy at the gate นะ ถ้าผมจำไม่ผิด ที่มี sniper มาสู้กัน จำได้ว่า russia ตายเพียบกว่าจะได้ชัยชนะมาได้

แนวรบด้านตะวันออก/ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

โพสต์แล้ว: อาทิตย์ เม.ย. 19, 2009 10:27 pm
โดย SunShine@Night
:)

แนวรบด้านตะวันออก/ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

โพสต์แล้ว: อาทิตย์ เม.ย. 19, 2009 11:23 pm
โดย Diablo
โอ้ว ชอบครับ  :cheers:  :cool:  :bow:

แนวรบด้านตะวันออก/ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

โพสต์แล้ว: จันทร์ เม.ย. 20, 2009 1:38 pm
โดย beammy
บรรยายได้เห็นภาพจริงๆ ครับ  :8)

แนวรบด้านตะวันออก/ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

โพสต์แล้ว: จันทร์ เม.ย. 20, 2009 4:01 pm
โดย ศิษย์เซียน007
ขอขอบคุณท่านอาจารย์ครับ  :bow:  บรรยายได้ดีมากครับเหมือนนั่งดูหนังเลย เม็ดเงินลงทุนนั้นเปรียบเสมือนไพร่พลในการทำศึกสงครามเป็นความเห็นส่วนตัวครับ

แสดงว่าชาวvi น่าจะรบแบบเจ่งกีสขานให้เป็นใช่ไหมครับ จะได้ตรงกับชื่อบทความ

การวางกำลังนั้นผมจำได้ว่าอยู่ในคัมภีร์ของท่านซุนวูครับ น่าศึกษามากครับ

แนวรบด้านตะวันออก/ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

โพสต์แล้ว: จันทร์ เม.ย. 20, 2009 8:12 pm
โดย สามัญชน
บทเรียนนั้น.......
บ่อยครั้งที่มีสองทางเลือกจากอดีตเป็นเพื่อนคู่คิด
และทั้งสองทางล้วนแต่ดี  
ประสบผลสำเร็จมาแล้วในอดีตอย่างยอดเยี่ยม
เราเลือกไม่ยากถ้าทั้งสองทางนั้นชี้ไปทางเดียวกัน
แต่ถ้าขัดแย้งกันก็อาจจะเริ่มลังเล

เรามี "ช้าๆได้พร้าเล่มงาม"
แต่เราก็มี "น้ำขึ้นให้รีบตัก"
ตกลงว่าจะสอนให้เราช้าหรือเร็วกันแน่
คำตอบก็ขึ้นอยู่กับว่า เรากำลังจะตักน้ำ
หรือกำลังจะตีพร้า
ถ้าเราทำอย่างอื่นที่ไม่ใช่สองอย่างนี้
ก็ต้องเทียบเคียงกันเอาเองว่าคล้ายกับอะไรและเพราะอะไรถึงคล้าย

กรณีวิกฤติครั้งนี้
ผมมีเงินสดน้อยเต็มทีแค่พอใช้จ่าย
มีแต่หุ้น(เพราะติดหุ้น  :lol: )
เพราะผมก็คิดว่าศึกครั้งนี้ต้องใช้กลยุทธ์ของแนวรบด้านตะวันออก
ไม่ใช่  ปฎิบัติการไดนาโม

แนวรบด้านตะวันออก/ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

โพสต์แล้ว: จันทร์ เม.ย. 20, 2009 9:20 pm
โดย ส.สลึง
แต่ที่นี่เมืองไทย...
แนวรบด้านตะวันออกของไทย
น่าจะเป็นแถวๆ จันทบุรี
พระเจ้าตากฯ ก็เคยใช้วิธีคล้ายๆ กัน
คือสั่งให้ทหารทุบหม้อข้าวหม้อแกงด้วยน๊าคับ :D ฮิ...

แนวรบด้านตะวันออก/ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

โพสต์แล้ว: จันทร์ เม.ย. 20, 2009 10:09 pm
โดย Khun-Egg*
เหมือนเมืองไทยไหมครับ เสื้อเหลือง... กับเสื้อแดง...
ช่วยกันทุบหม้อข้าว (ประเทศไทย) จนอ่วมไปหมด

        :cry:

แนวรบด้านตะวันออก/ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

โพสต์แล้ว: จันทร์ เม.ย. 20, 2009 10:19 pm
โดย sorawut
ขอบคุณอาจารย์มากๆครับ  :bow:  :bow:  :bow:

ผมว่ามันสำคัญด้วยว่า เรากำลังยืนหยัดสู้เพื่ออะไร และหนีจากอะไร

ถ้าเราประเมินว่า กำลัง(เงิน)เราดีมาก เงินเย็นเจี๊ยบ แต่เราดันไปยืนหยัดสู้(ถือหุ้นและซื้อเพิ่ม)เพื่อบริษัทที่หนี้สูงมาก
ต่อให้สภาพเศรษฐกิจกำลังจะดีขึ้น เราก็มีโอกาสที่จะล้มทั้งยืนได้อยู่ดี เพราะบริษัทล้มละลายซะก่อน :lol:

แต่ถ้าเราหนีตายจาก CPALL ตอนที่ถูกเทขายจาก 10 กว่าบาทจนถึง 7 บาทกว่า ทั้งที่พื้นฐานกิจการยังแข็งแกร่งเหมือนเดิม ก็เป็นเรื่องน่าเสียดาย...

ฉะนั้นหันไปดูข้างหลังให้ดี(อีกที) ก่อนคิดจะสู้หรือหนีครับ :lol:

แนวรบด้านตะวันออก/ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

โพสต์แล้ว: อังคาร เม.ย. 21, 2009 8:27 am
โดย sonnesaint
จากบทความนี้ ผมมีความคิดว่า

นักลงทุนทุกๆคนในไทย
เหมือนหัวหน้ากองร้อย หัวหน้ากองพัน
คือมีกำลังพล เป็นของตัวเอง

บางกองพัน เก่งการรบ (ลงทุน)
บางกองพัน เก่งวางแผน
บางกองพัน เก่งหลบหลีก เก่งยุทธการณ์กองโจร

แต่สุดท้ายแล้ว แม่ทัพใหญ่ของเราจะพาพวกเราไปทางไหน
รัฐบาลซึ่งเป็นแม่ทัพใหญ่ จะพาพวกเราชนะศึกครั้งนี้หรือไม่

ยังสงสัยอยู่ครับ

แนวรบด้านตะวันออก/ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

โพสต์แล้ว: อังคาร เม.ย. 21, 2009 10:38 am
โดย gradius173
แผนการรบของผมคือตรึงกำลังรบไว้ประมาณ70-80%

อีกส่วนแบ่งกำลังจำนวนน้อยมารบแบบกองโจรเพื่อก่อกวนข้าศึกไม่ให้เสียโอกาส และจำนวนที่แบ่งมาไม่มากทำให้เข้าออกสะดวก ถึงพลาดก็ไม่เสียหายมาก

แนวรบด้านตะวันออก/ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

โพสต์แล้ว: อังคาร เม.ย. 21, 2009 11:38 am
โดย niyom_value
ว่าแต่การรบครั้งนี้
รู้เรา รู้สนามรบ

แล้ว ศัตรูของเราคือใครละครับ ???

แนวรบด้านตะวันออก/ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

โพสต์แล้ว: อังคาร เม.ย. 21, 2009 5:02 pm
โดย ส.สลึง
ในสงคราม กลยุทธ์กลายเป็น กลศึก
แต่ในตลาดหุ้น จะมองว่าเป็นเกมล่า...
หากัลยาณมิตรก็ไม่เห็นเสียหาย :wink:

ไร้ศัตรู ไร้สี ไร้กลิ่น มีแต่รอยยิ้ม :D

แนวรบด้านตะวันออก/ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

โพสต์แล้ว: อังคาร เม.ย. 21, 2009 6:46 pm
โดย Hughes
ตอนนี้กองทัพผมกำลังระส่ำระส่ายโดนโจมตีโดยไม่ทันตั้งตัวแต่ทหารผมแค่บาดเจ็บเล็กน้อยคาดว่าจะต้องทำการ counter attack เร็วๆนี้ครับ  :lol:

แนวรบด้านตะวันออก/ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

โพสต์แล้ว: อังคาร เม.ย. 21, 2009 8:19 pm
โดย SunShine@Night
[quote]แผนการรบของผมคือตรึงกำลังรบไว้ประมาณ70-80% [/quote]

ของผมนอกจากจะตรึงกำลังรบไว้ประมาณ100% เต็มแล้ว

ยังไปยืมทหารของบ้านพี่เมืองน้องมาก อีกเกือบครึ่ง

ไว้รุกคืบยึดดินแดนและได้เชลยศึกมาแล้ว ค่อยคืนทหารของบ้านพี่เมืองน้องครับ :)

แนวรบด้านตะวันออก/ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

โพสต์แล้ว: อังคาร เม.ย. 21, 2009 8:34 pm
โดย RONNAPUM
niyom_value เขียน:ว่าแต่การรบครั้งนี้
รู้เรา รู้สนามรบ

แล้ว ศัตรูของเราคือใครละครับ ???
ศัตรูของเราคือใคร ตัวเราไงครับ
ชนะใจตัวเองได้ ที่เหลือก็จบหมด  :)  :)  :)

แนวรบด้านตะวันออก/ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

โพสต์แล้ว: พุธ เม.ย. 22, 2009 9:18 am
โดย niyom_value
ผมก็คิดอย่างนั้น เหมือนกันครับ

แนวรบด้านตะวันออก/ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

โพสต์แล้ว: พุธ เม.ย. 22, 2009 4:07 pm
โดย kmphol
ปี่ทีแล้ว ผมโชคดีที่ตัดสินใจใช้ แนวรบตะวันออก ครับ

ปีที่แล้วติดลบไป 50% แต่ตอนนี้เหลือลบแค่ 30% โดยไม่ได้ทำอะไรเลย เท่ากับพอรตโตขึ้น40% จากปีที่แล้ว ด้วยการอยู่เฉยแบบอดทนและรอคอย

ช่วงปีที่แล้วที่ลบไป 50% มี่เพื่อนหลายคนแนะนำให้ cut loss แต่ผมคิดว่า too late too cut loss และคิดว่าถ้า cut ตอนนั้น น่าจะเป็น cut profit and let loss  happen มากกว่า

เพราะว่าตอนผมซื้อหุ้น PE ตลาดอยู่ 13-14 เท่า แต้ถ้าเรามา cut loss ตอน PE ตลาด 6-7 เท่า ก็เท่ากับว่าเราซื้อแพงมาเพื่อขายถูก เพราะความกลัว ขายถูกเพื่อลดความเครียด ซึ่งไม่ make any sense เลย คิดว่าตัวเองต้องทนให้ได้

ผมพลาดตรงที่ไปซื้อตอนช่วงตลาดแพง แล้วเราต้องไม่พลาดซ้ำสองไปขายตอนตลาดถูก ก็เลยรอจนกว่าตลาดจะขายของแพง PE ตลาดตอนนี้ก็เริ่มแพงขึ้นมาเกือบ 12 เท่า แล้ว
ช่วงนี้ผมเลยเริม cut loss หุ้นที่ติดมาปีที่แล้วออกไปบ้าง ได้เงินมากกว่าคัทตอนปลายปีที่แล้วตั้งหลายสิบเปอร์เซ็น

จริงจริงแล้วไม่มีใครรู้หรอกว่าหุ้นจะไปทางไหนในระยะสั้น
แต่ผมคิดว่านักลงทุนอย่างเราเลือกได้ที่จะซื้อถูกขายแพง หรือว่าซื้อแพงขายถูก(วัดจาก PEตลาด) โดยไม่ตองไปสนใจดัชนีราคาเลย

แนวรบด้านตะวันออก/ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

โพสต์แล้ว: พุธ เม.ย. 22, 2009 8:05 pm
โดย chavanakorn
การรบที่มีหนทางชนะ 70% จงรบอย่างสุดแรงเกิด
การรบที่มีหนทางแพ้ชนะ 50-50 จงรบอย่างเหลือทางถอย
การรบที่มีหนทางชนะริบหรี่ จงถอยอย่างมีชั้นเชิง
การรบที่มิอาจหาหนทางชนะ จงสงบอยู่ในที่ตั้ง

แนวรบด้านตะวันออก/ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

โพสต์แล้ว: พุธ เม.ย. 22, 2009 9:21 pm
โดย Hughes
หลังจากที่กองกำลังได้เสียเลือดเสียเนื้อไปเล็กน้อย
ตอนนี้กองทัพได้ระดมกำลังใหม่และได้ทำการ counter attack จากปีกขวากระหน่ำยิงด้วยเฮลิคอปเตอร์ Apache (เอ๊ะมันคนละยุคกันแล้วนิ)

จะรอดูไปซักปีครับว่าผลลัพย์ของสงครามครั้งนี้จะเป็นอย่างไร

คาดว่าน่าจะสามารถดันกองกำลังเสื้อม่วงออกไปได้ในที่สุด

แนวรบด้านตะวันออก/ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

โพสต์แล้ว: พุธ เม.ย. 22, 2009 11:00 pm
โดย sorawut
chavanakorn เขียน:การรบที่มิอาจหาหนทางชนะ จงสงบอยู่ในที่ตั้ง
ไม่ใช่รีบสวมหลวงพ่อโกยหรอครับ
ขนาดหนทางชนะริบหรี่ ยังให้ถอยอย่างมีชั้นเชิงเลย :lol:

ขอแซวหน่อยนะครับ :P