atsu เขียน:
จำได้ว่าช่วงเล่นหุ้นใหม่ๆไปอ่านเจอกระทู้ประมาณว่า
"ถ้าเช้าวันหนึ่งตื่นมาแล้วคุณจำราคาต้นทุนหุ้นที่ซื้อมาไม่ได้เลย รู้แต่ชื่อหุ้นและจำนวนที่มี คุณจะทำยังไง"
เป็นกระทู้ที่เฮียตั้งในสินธร อ่านจบผมรู้สึกปิ๊งๆๆๆในหัวเลย :lol:
การที่ผม(พยายาม)ไม่สนใจต้นทุน ช่วยให้ผมลดความเอนเอียงในการประเมินราคาหุ้นได้มากจริงๆครับ
สมัยก่อนจุดตายของผมเลยคือการยึดติดกับต้นทุนมากเกินไป
พอขาดทุนก็ทำใจขายไม่ได้ ทั้งที่บางทีเริ่มรู้แล้วว่าเราประเมินพื้นฐานหุ้นผิดไป
ส่วนอีกด้านก็แย่พอกันคือ ต้นทุนต่ำ ปัจจุบันราคากำไรหลายเด้งแล้วทำให้ประมาทว่าต้นทุนเราต่ำ
ทั้งที่ราคาปัจจุบันเมื่อเทียบกับมูลค่าแล้ว อาจจะน่าขายแล้วก็ได้
ดังนั้นการลืมต้นทุนและคอยเทียบ"มูลค่า"กับ"ราคาปัจจุบัน"
ช่วยให้ผมค่อยๆกำจัดจุดอ่อนด้าน"ความเอนเอียงจากต้นทุน"ได้มากจริงๆครับ

คุณ etsu
ผมได้แนวคิดมาจากหนังเรื่อง "memento" ครับ
พระเอกมีความจำสั้นมากๆน่าจะไม่เกินหนึ่งชั่วโมง
เพราะถูกตีศีรษะอย่างแรง
พระเอกจึงตัดสินใจ ไปตามสถานการณ์ปัจจุบัน
และตามข้อความช่วยจำ ที่จดไว้ตามตัวและบนรูปภาพที่ถ่ายไว้
http://images.google.co.th/images?hl=th ... a=N&tab=wi
ปัญหาที่ผมคิดตามมาหลังจากสมมติว่า
เราไม่รู้ว่าต้นทุนราคาหุ้นในอดีตของหุ้นตัวนั้นคือเท่าไร
เราจะใช้เครื่องมือแบบไหน ในการบริหารจัดการกับราคาหุ้นตัวนั้น
ที่่แล้วมาผมใช้วิธีดูว่า
ปัจจัยพื้นฐานของบริษัท ได้เปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญหรือไม่
ถ้าคิดว่ามี ยอมขายทิ้งทุกราคา
ตัวที่ผมใช้วิธีนี้แล้วได้ผลในระยะยาว
แต่อาจจะไม่ได้ผลในระยะสั้นๆ
เพราะมีคนที่ติดหุ้นไว้เยอะ
จะพยายามยันราคาหุ้นตัวนั้นไว้ก็คือ
nc ขายทุกราคาตั้งแต่ ๗ บาทลงไปถึง ๓ บาทขาดทุนไปสามแสนกว่าบาท
sawang เคยซื้อ ๙ บาท ขึ้นไป ๒๔ ยังถือต่อ
สุดท้ายกลับมาขายทิ้งที่ ๑๔ บาท ขาดุทุนกำไรไปสามแสนบาท ???
sun ขายทิ้งทุกราคา จาก ๑๕ ถึง ๗ บาท
ไม่ขาดทุนเพราะเป็นหุ้นเหลือจากคลายเครียดเรโชจุลภาค
ยอมขายทิ้ง sun ทุกราคาที่มีเสนอซื้อ
หลังจากดูแล้ว บริษัทมีหนี้สินรุงรัง
ไม่มีกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน
ซึ่งเรื่่องกระแสเงินสดการการดำเนินงาน
ต้องขอบคุณคุณฉัตรชัยที่ได้นำมาเผยแพร่ในเวบ
ยอมรับว่ามีส่วนช่วยในการตัดสินใจถือหุ้นหรือทิ้งหุ้นได้มากๆเลย
:lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: