หน้า 1 จากทั้งหมด 1

Cash Is King / ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

โพสต์แล้ว: อาทิตย์ ม.ค. 25, 2009 10:09 pm
โดย oatty
โลกในมุมมองของ Value Investor                            27 มกราคม 2552


ทุกครั้งที่เกิดวิกฤติเศรษฐกิจ   คำว่า  Cash Is King  หรือ  “เงินสดคือพระราชา”  จะได้รับการกล่าวถึงเสมอ   เพราะในยามวิกฤตินั้น  บริษัทธุรกิจและผู้คนในสังคมมักจะ  “ขาดเงินสด”   กันมากมาย   หรือในภาษาทางการเงินเรียกว่า   “ขาดสภาพคล่อง”   เนื่องจากกำไรมักจะหดหายหรือขาดทุน    หนี้ก็มากและการขอกู้เงินใหม่มักถูกปฏิเสธ   ผลจากการขาดสภาพคล่องทำให้คนต้องขายทรัพย์สินเพื่อนำเงินสดมาใช้ในการดำเนินงานของกิจการหรือเพื่อการชำระหนี้เพื่อหลีกเลี่ยงการล้มละลาย    นั่นทำให้ทรัพย์สินต่าง ๆ  มีราคาลดลงมากอย่างไม่น่าเชื่อ   ดังนั้น  ในยามวิกฤติจึงเป็นโอกาสที่สำคัญของคนที่มีเงินสดอยู่ในมือมาก ๆ  และนั่นคือที่มาของคำว่า  “เงินสดคือพระราชาหรือพระเจ้า”   มาดูกันว่าเงินสดทำอะไรได้ในยามวิกฤติ

ข้อแรกก็คือ  บริษัทที่มีเงินสดมากมักจะไม่เจ๊งในยามที่ธุรกิจซบเซาอย่างหนัก   ในเวลาเดียวกัน  คู่แข่งในอุตสาหกรรมหลายรายอาจต้องปิดตัวลง   หลายบริษัทอาจต้องลดระดับการผลิตลง    นี่ทำให้บริษัทที่มีเงินสดมากสามารถขยายตัวหรือกินส่วนแบ่งการตลาดมากขึ้นและแข็งแกร่งขึ้นเมื่อเทียบกับคู่แข่ง   ผมยังจำได้ว่า  ในช่วงวิกฤติรอบก่อนในปี 2540   บริษัทแลนด์แอนด์เฮ้าส์ซึ่งได้รับการเพิ่มทุนจากหุ้นส่วนที่มาจากต่างประเทศทำให้มีเงินสดมาก   ได้เสนอกลยุทธ์  “สร้างบ้านเสร็จก่อนขาย”  ในขณะที่บริษัทจัดสรรส่วนใหญ่ไม่มีแม้กระทั่งเงินที่จะมาสร้างบ้านที่มีคนจองแล้ว    นั่นทำให้แลนด์แอนด์เฮ้าส์สามารถขยายตัวอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นผู้นำอันดับหนึ่งจนถึงทุกวันนี้

ข้อสอง  การมีเงินสดมากทำให้บริษัทสามารถซื้อของถูกที่มีคนเสนอขายกันเต็มไปหมด    ของถูกที่ว่านั้นอาจรวมไปถึง   ที่ดิน  สิ่งปลูกสร้าง   โรงงาน  หรือแม้แต่หุ้นของกิจการต่าง ๆ   ทั้งในและนอกตลาดหลักทรัพย์    ทรัพย์สินหรือของนั้น   อาจเป็นได้ทั้งทรัพย์สินที่บริษัทต้องใช้หรือสามารถนำมาใช้ในการดำเนินการหรือขยายงานหรือทรัพย์สินที่บริษัทซื้อมาเพื่อการลงทุนเฉย ๆ  ก็ได้   ผลจากการซื้อนั้น  ถ้าทำได้ดี   บริษัทก็จะมีความได้เปรียบในระยะต่อไป   เพราะต้นทุนที่ได้มานั้นมักจะต่ำกว่าปกติ   ทำให้สามารถทำกำไรได้มากกว่าปกติในอนาคตเมื่อวิกฤติผ่านพ้นไปแล้ว

ข้อสาม  บริษัทที่มีเงินสดเหลือเฟือนั้น   สามารถจ่ายปันผลได้ตามปกติหรือมากกว่าปกติถ้าบริษัทลดการขยายตัว   ในขณะที่บริษัทอื่นนั้นมักจะต้องลดการจ่ายปันผลลง   ดังนั้น  หุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีเงินสดดีก็จะสามารถรักษาระดับราคาหุ้นได้ดีกว่าหุ้นของบริษัทที่มีหนี้มากและมีเงินสดน้อย   เพราะในยามวิกฤตินั้น   นักลงทุนมักจะมองหาหุ้นที่สามารถจ่ายปันผลและจ่ายได้ในอัตราที่สูงเมื่อเทียบกับราคาหุ้น

ข้อสี่   บริษัทจดทะเบียนที่มีเงินสดมาก  สามารถที่จะ  “ซื้อหุ้นคืน”   เมื่อหุ้นของบริษัทมีราคาลดต่ำลงมากเกินกว่าพื้นฐาน    การซื้อหุ้นคืนช่วยพยุงราคาหุ้นไม่ให้ตกต่ำลงรุนแรงเกินไปโดยเฉพาะในยามที่หุ้นของบริษัทไม่เป็นที่สนใจของนักลงทุนเนื่องจากไม่เห็นข่าวดีเลยในช่วงเวลาที่มองไปข้างหน้า    ในอีกด้านหนึ่ง   การซื้อหุ้นคืนในยามที่หุ้นมีราคาต่ำมากจะทำให้จำนวนหุ้นของบริษัทน้อยลงไปมาก    ซึ่งจะทำให้กำไรต่อหุ้นในงวดการเงินต่อ ๆ  ไปสูงขึ้นและจะส่งผลต่อราคาหุ้นของบริษัทที่จะสูงขึ้นในอนาคต

แต่ก็เหมือนกับอีกหลายสิ่ง   เงินนั้นคือพระเจ้าก็ต่อเมื่อมันถูกใช้อย่างชาญฉลาด   ถ้าบริษัทมีเงินสดมากแต่ไม่ได้นำไปใช้ให้เกิดประโยชน์แต่เก็บรักษาเอาไว้เฉย ๆ  ในบัญชีเงินฝากหรือหลักทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนต่ำ   สิ่งเดียวที่บริษัทจะได้ก็คือ  ความมั่นคงที่บริษัทจะไม่ล้มละลาย   ประโยชน์ที่ได้รับก็จะน้อย    ที่แย่ยิ่งกว่านั้นก็คือ  บริษัทนำไปใช้ในทางที่ผิดหรือซื้อทรัพย์สินที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์แต่กลับเป็นภาระซึ่งทำให้เงินสดลดลงจนบริษัทเองก็อาจจะประสบปัญหาได้เหมือนกัน

และนี่ก็ทำให้ผมนึกถึงการซื้อหุ้นคืนของบริษัทจดทะเบียนหลายแห่งในช่วงนี้ที่ผมดูว่าอาจจะเป็นการใช้เงินที่ไม่คุ้มค่า   ประการหนึ่งก็คือ  บริษัทบางแห่งนั้นไม่ได้มีเงินสดมากมายอาจจะเนื่องจากธุรกิจเองไม่ใช่ธุรกิจที่สร้างกระแสเงินสดได้ดีเพียงแต่ในช่วงเวลาขณะนั้นมีเงินสดเหลืออยู่    ลักษณะแบบนี้   ถ้าในอนาคตธุรกิจย่ำแย่ลง  การเงินของบริษัทก็จะมีปัญหา   อีกประการหนึ่งก็คือ  หุ้นของบริษัทอาจจะไม่ได้มีราคาถูกจริงแม้ว่าราคาจะตกลงมามาก   ผู้บริหารอาจจะลืมคิดไปว่าวิกฤติกำลังจะเกิดขึ้นและพื้นฐานของบริษัทกำลังเปลี่ยนไปและราคาหุ้นที่ตกลงมานั้นเหมาะสมแล้ว     ผมเองคิดว่า  บริษัทที่สมควรจะซื้อหุ้นคืนนั้น  ต้องมีความมั่นใจว่าธุรกิจของตนนั้นมี  “ธรรมชาติ”  ที่เป็นธุรกิจที่มีกระแสเงินสดดี   เช่น   เป็นธุรกิจที่ขายเงินสดแต่จ่ายค่าสินค้าเป็นเงินเชื่อ    หรือเป็นธุรกิจที่มีกำไรต่อยอดขายสูงมาก   เป็นต้น   นอกจากนั้น  จะต้องดูว่าราคาหุ้นที่ซื้อคืนนั้นมีราคาต่ำกว่าพื้นฐานมากจริง ๆ  โดยคิดรวมปัจจัยเรื่องวิกฤติเศรษฐกิจเข้าไปแล้ว

ไม่ว่าจะเป็นกรณีใด   ดูเหมือนว่าหุ้นของบริษัทที่มีเงินสดมากและบริษัทที่มีกระแสเงินสดดีจะสามารถรักษาระดับราคาดีกว่าบริษัทที่มีหนี้สูงหรือบริษัทที่มีสภาพคล่องทางการเงินต่ำ   นี่ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นเฉพาะกับตลาดหุ้นไทย   ตลาดหุ้นทั่วโลกและบทเรียนจากตลาดหุ้นไทยในช่วงวิกฤติคราวที่แล้วแสดงให้เห็นว่า   ในยามวิกฤติ  บริษัทที่มีเงินสดและกระแสเงินสดมากมักจะเป็น  “ผู้ชนะ”  และบริษัทที่ผู้บริหารสามารถที่จะใช้เงินสดให้เกิดประโยชน์ได้สูงสุดก็จะยิ่งเป็นผู้ชนะที่สมบูรณ์แบบ    พูดถึงเรื่องนี้ทำให้ผมนึกถึง  เบิร์กไชร์แฮทธาเวย์  บริษัทของ วอเร็น บัฟเฟตต์   วิกฤติรอบนี้ของสหรัฐเกิดขึ้นในช่วงที่เบิร์กไชร์มีเงินสดเต็มกระเป๋า   และสิ่งที่เรารู้และยอมรับกันก็คือ  บัฟเฟตต์  นั้นคือ  “สุดยอดฝีมือของการใช้เงินสด”   เราคงต้องรอดูกันต่อไปว่าหลังจากวิกฤติแล้ว    บริษัทและหุ้นเบิร์กไชร์ จะเป็นอย่างไร    ในระหว่างนี้   ก็ลองมามองดูว่า  บริษัทจดทะเบียนไหนในตลาดหุ้นไทยมีเงินสดและกระแสเงินสดมากและพวกเขาใช้มันอย่างไร   บางทีเราอาจจะได้หุ้นที่ทำเงินในยามที่เศรษฐกิจกำลังประสบกับความยากลำบากก็ได้

Cash Is King / ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

โพสต์แล้ว: อาทิตย์ ม.ค. 25, 2009 10:17 pm
โดย sai
ขอบคุณมากครับ

Cash Is King / ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

โพสต์แล้ว: จันทร์ ม.ค. 26, 2009 12:02 am
โดย dome@perth
อ่านแล้วหัวผมวิ่งติ้วเลยครับ พยายามหา  ว่าอาจารย์ใบ้หู้นตัวไหนอีกอาทิตย์นี้ :lol:

Cash Is King / ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

โพสต์แล้ว: จันทร์ ม.ค. 26, 2009 9:35 am
โดย miracle
เรื่องของเงินสดของกิจการ
หากขาดเงินสด(สภาพคล่อง) กิจการดำเนินการได้ยากลำบาก
หากมีเงินสดเหลือเฟ้อ เอาไปทำอะไรดี
บ้างทีบริษัทก็เอาไปซื้อหุ้นของบริษัทเอง เพื่อพยุงราคาไม่ให้ต่ำไป
แต่มันได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าหรือไม่
บ้างที่ก็เอาไปซื้อกิจการอื่นๆ เช่น บริษัท เบิร์กไชร์แฮทธาเวย์ เป็นต้น

มุมมองของดร.นิเวศน์ ยังเฉียบคมเหมือนเดิม

Cash Is King / ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

โพสต์แล้ว: จันทร์ ม.ค. 26, 2009 10:09 am
โดย MO101
อ. ใบ้ตัวเดิมละครับ  คือไม่พูดนั่นแหละ  :D

Cash Is King / ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

โพสต์แล้ว: จันทร์ ม.ค. 26, 2009 11:21 am
โดย oatty
[quote="MO101"]อ. ใบ้ตัวเดิมละครับ

Cash Is King / ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

โพสต์แล้ว: จันทร์ ม.ค. 26, 2009 1:28 pm
โดย nuaythebest
ใบ้ตัวไหนเนี่ย ใครพอให้ hint ผมได้บ้างไหมครับ

Cash Is King / ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

โพสต์แล้ว: จันทร์ ม.ค. 26, 2009 1:55 pm
โดย dome@perth
หลายบริษัทเหมือนกันนะครับที่มีเงินสดในมือเยอะ แต่ว่า "
ข้อสาม  บริษัทที่มีเงินสดเหลือเฟือนั้น   สามารถจ่ายปันผลได้ตามปกติหรือมากกว่าปกติถ้าบริษัทลดการขยายตัว
อันนี้ไม่มั่นใจ อะครับ มีบริษัทไหนบ้าง

น้อง UMS เข้าข่ายข้อนี้ไหมครับ :?:
ข้อสอง  การมีเงินสดมากทำให้บริษัทสามารถซื้อของถูกที่มีคนเสนอขายกันเต็มไปหมด    ของถูกที่ว่านั้นอาจรวมไปถึง   ที่ดิน  สิ่งปลูกสร้าง   โรงงาน  หรือแม้แต่หุ้นของกิจการต่าง ๆ   ทั้งในและนอกตลาดหลักทรัพย์    ทรัพย์สินหรือของนั้น   อาจเป็นได้ทั้งทรัพย์สินที่บริษัทต้องใช้หรือสามารถนำมาใช้ในการดำเนินการหรือขยายงานหรือทรัพย์สินที่บริษัทซื้อมาเพื่อการลงทุนเฉย ๆ  ก็ได้   ผลจากการซื้อนั้น  ถ้าทำได้ดี   บริษัทก็จะมีความได้เปรียบในระยะต่อไป   เพราะต้นทุนที่ได้มานั้นมักจะต่ำกว่าปกติ   ทำให้สามารถทำกำไรได้มากกว่าปกติในอนาคตเมื่อวิกฤติผ่านพ้นไปแล้ว
:lol:  :lol:

Cash Is King / ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

โพสต์แล้ว: อังคาร ม.ค. 27, 2009 4:18 pm
โดย Invisible_heart
ใครที่ถือเงินสดอยู่ตอนนี้ก็อาจเป็น Cash Is King  นะ  :D

Cash Is King / ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

โพสต์แล้ว: อังคาร ม.ค. 27, 2009 7:19 pm
โดย AuI_a VI
[quote="Invisible_heart"]ใครที่ถือเงินสดอยู่ตอนนี้ก็อาจเป็น Cash Is King

Cash Is King / ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

โพสต์แล้ว: อังคาร ม.ค. 27, 2009 7:51 pm
โดย atsu
[quote="dome@perth"]น้อง UMS เข้าข่ายข้อนี้ไหมครับ :?:
[quote]ข้อสอง

Cash Is King / ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

โพสต์แล้ว: อังคาร ม.ค. 27, 2009 8:23 pm
โดย Linsu_th
เป็นธุรกิจที่ขายเงินสดแต่จ่ายค่าสินค้าเป็นเงินเชื่อ    หรือเป็นธุรกิจที่มีกำไรต่อยอดขายสูงมาก  
:?:
ผมว่าน่าจะตรงนี้นะ ลองค้นหาดู. :lol:  :lol: :D

Cash Is King / ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

โพสต์แล้ว: อังคาร ม.ค. 27, 2009 8:50 pm
โดย sorawut
ส่ง SE-ED เข้าประกวดครับ :lol:

Cash Is King / ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

โพสต์แล้ว: อังคาร ม.ค. 27, 2009 9:06 pm
โดย Isamu
จะเป็นตัวไหนได้ ก็ตัวเดิมล่ะครับ ว่าแต่จะรับซาลาเปาทานเพิ่มหรือปล่าวครับ

Cash Is King / ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. ม.ค. 29, 2009 2:07 am
โดย kin
ว่าแต่ค้าปลีกมันกำไรต่อยอดขายต่ำนิ

Cash Is King / ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. ม.ค. 29, 2009 8:05 pm
โดย AuI_a VI
kin เขียน:ว่าแต่ค้าปลีกมันกำไรต่อยอดขายต่ำนิ
แต่ว่าเค้าขายได้หลายรอบต่อปีนะครับ เงินหมุนหลายรอบ เงินก้อนนึงสร้างกำไรเดือนละ2% ปีนึงก้อ20%สบายๆ

ผมคิดเองง่ายๆอ่ะนะครับ เหมือนแม่ค้าเวลาขายของใกล้จะหมด จะลดราคาหรือแถมฟรี เพราะอยากได้เงินต้นไปซื้อสินค้าใหม่มาหมุนขายใหม่อีกรอบ


เอ๊ะ มาดูอีกที พี่ kin หมายถึงประโยคอันนี้แน่เลย..

เป็นธุรกิจที่ขายเงินสดแต่จ่ายค่าสินค้าเป็นเงินเชื่อ    หรือเป็นธุรกิจที่มีกำไรต่อยอดขายสูงมาก

อันนี้ผมว่า อ. หมายถึง สอง ธุรกิจมั๊งครับ 1.ขายเงินสด...หรือ...2.กำไรต่อยอดขายสูง

Cash Is King / ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

โพสต์แล้ว: เสาร์ ม.ค. 31, 2009 12:49 pm
โดย ศิษย์เซียน007
ถ้าเพิ่มเติมอีกหัวข้ออีกนิดอ่านแล้วรู้สึกยิ่งใหญ่จะดีไหมครับเช่น

"Cash Is KingKong"  :lol:

Cash Is King / ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

โพสต์แล้ว: จันทร์ ต.ค. 05, 2009 10:45 am
โดย holidaytours
ผมว่าปัญหาของวีไอบางคนคือเราไม่รู้ว่าหุ้นจะขึ้นหรือลง
ส่วนมากเราจะดูกิจการถ้าพบราคาที่ถูกใจก็จะซื้อ
เวลาหุ้นตกหนักจิง ๆ ก็น่าจะไม่ค่อยมีเงินกันนะคับ  

ผมถึงคิดว่าบัฟเฟต์แกสุดยอดจิง ๆ
มีเงินซื้อหุ้นเวลาหุ้นลงหนัก ๆ ได้ตลอดเลย
สุดยอดไปเลยคับ

:lol:  :lol:

Cash Is King / ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

โพสต์แล้ว: ศุกร์ ต.ค. 09, 2009 5:34 pm
โดย อะไรดีละ
ผมว่าบ.ต่างๆ ที่ซื้อหุ้นตัวเองตอนหุ้นตกนะคิดถูกแล้ว
เรื่องนี้ผมก็คิดต่างกับ ดร.นิเวศน์อีกครั้ง  

ตอน ศก.แย่ๆ ดบ.ต่ำมากๆ แค่ 1-2 เปอร์เซนต์ต่อปี  
เอาไปซื้อหุ้นตัวเอง...ก็ได้ผลตอบแทนเข้าบริษัทเท่ากับเงินปันผลจ่ายแล้ว
อย่างน้อยๆ ก็ 5 เปอร์เซนต์ขึ้นไป  (สำหรับบ.ดีๆ )

ซึ่งบริษัทแต่ละแห่ง  เขาก็รู้ตัวเองดีอยู่แล้ว ว่ามีสภาพคล่องเพียงพอไหม
ดูอย่าง SPALI, LPN ที่เข้าซื้อหุ้นตัวเองสิครับ...กำไรกันไปกี่เท่าแล้ว
:)