TPIPL ดีจริงหรือ
โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. มี.ค. 04, 2004 5:59 am
โดย อ-ริน
มาช่วยเชียร์ค่ะ
ดีหรือไม่
...น่าจะดี ในแง่ที่เป็นผู้ผลิตสินค้าที่มีความต้องการแท้จริง
ปี2546 มีปูน คอนกรีตผสมเสร็จ เม็ดพลาสติก
ถ้ายังก่อสร้างกันอยู่มันก้ต้องปูนนี่แหละ ไม่ว่าจะบ้านหรือทาง
เสียดายแต่โรงงานเม็ดพลาสติกจะต้องยกให้TPI ใช่มั้ยคะพี่เจ๋ง(ไม่รู้เมื่อไหร่)
แต่ยังเหลืออีกสองเรือธง ด้วยราคานี้ก็น่าจะโอเคค่ะ
หรืออยากได้ถูกๆใจเย็นๆก็อาจไปรอที่แนวรับถัดไป
กำไรปี2547 คงต้องลดลง
1.เพราะขาดรายได้จากเม็ดพลาสติก
2.กำไรต่อหุ้นก็ลดลงจากไดลูท300 ล้านหุ้น(เดิมมี500+300=800)
แต่ถึงจะลดลง ก็เชื่อว่ายังน่าสนใจอยู่
ความเห็นนี้อาจไม่เป็นกลาง เพราะคนเขียนก็ซื้อเข้าไปแล้วค่ะ

TPIPL ดีจริงหรือ
โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. มี.ค. 04, 2004 10:14 am
โดย Jeng
บริษัททีพีโอ โพลีน(TPIPL) ผู้ผลิตปูนซิเมนต์รายใหญ่อันดับ 3 ของไทย ตั้งเป้า
ยอดขายปีนี้ทะลุ 2 หมื่นล้าน เพิ่มขึ้น 15% หวังกำไร 7 พันล้าน ขณะที่ฐานะการเงินแข็ง
แกร่งขึ้นหลังเพิ่มทุนได้กว่า 11,000 ล้าน ซื้อหนี้คืนตัดยอดลงเหลือ 32,000 ล้าน
นายประเสริฐ อิทธิเมฆินทร์ รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ฝ่ายบัญชีการเงิน TPIPL กล่าวว่า
บริษัทตั้งเป้ายอดขายปีนี้จะโตขึ้นไม่ต่ำกว่า 15% จากยอดขายปี 2546 ที่ทำได้ราว 19,000 ล้าน
ส่วนกำไรก่อนหักภาษี,ดอกเบี้ยและค่าเสื่อม(EBITDA) คาดจะได้ 7 พันล้าน บาท เพิ่มขึ้นจาก
ระดับ 6 พันล้านของปีก่อน
โดยรายได้ยอดขายที่เพิ่มขึ้น เป็นเพราะราคาปูนซิเมนต์และเม็ดพลาสติกปีนี้มีแนวโน้ม
ปรับเพิ่ม 10-15% จากความต้องการใช้สูงขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจที่ขยายตัวมาก ทำให้ TPIPL
ปรับสัดส่วนหันมาเน้นผลิตขายในประเทศ 80% เหลือส่งออกแค่ 20% หรือราว 1 ล้านตัน จากปี
ก่อนที่เคยส่งออกถึง 5 ล้านตัน ซึ่ง TPIPL มีการผลิตปูนซิเมนต์ปีละ 9 ล้านตัน
ส่วนการปรับโครงสร้างหนี้นั้น หลังจากที่ประสบความสำเร็จในการระดมเพิ่มทุน 300
ล้านหุ้นที่ราคาหุ้นละ 37 บาท ได้เงินมากว่า 11,100 ล้านบาท ได้นำไปซื้อหนี้คืน 142 ล้าน
ดอลลาร์ จากเจ้าหนี้ในราคาส่วนลดตามแผนฟื้นฟูกิจการแล้ว ทำให้ยอดหนี้จาก 38,000 ล้าน
เหลือราว 32,000 ล้านบาท และมีเงินเหลือจากการระดมทุน 7,000 ล้านบาท สามารถจะรับซื้อ
หนี้คืนได้อีก ถ้าเจ้าหนี้ยินยอม อันจะทำให้ยอดหนี้เหลือแค่ 24,000-25,000 ล้านบาท ลดภาระ
ดอกเบี้ยไปได้อย่างมาก
'TPIPL มีขีดความสามารถที่จะชำระหนี้คืนได้ จึงเชื่อว่าจะได้รับการปรับอันดับเครดิต
เป็นบริษัทที่น่าลงทุน (อินเวสเม้นท์เกรด) ระดับ BBB+ หรือ BBB-'
ส่วนนายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TPIPL เผยว่า กำลังเจรจากับ
แบงก์กรุงไทย เพื่อขอกู้เงินมาใช้รีไฟแนนซ์หนี้ที่เหลืออยู่ เพื่อลดภาระดอกเบี้ยลงอีก โดยเรื่องนี้
จะนำเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยหนี้ในศาลล้มละลายกลาง 26 เมษายนนี้
ที่มา : น.ส.พ.แนวหน้า
TPIPL ดีจริงหรือ
โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. มี.ค. 04, 2004 2:33 pm
โดย man
ช่วยดูนี่กันหน่อยครับ
แล้วอธิบายที ผมดูมะเข้าใจ
UTL : จดหมายขอผ่อนผันผลขาดทุนจากการปริวรรตเงินตราต่างประเทศสำหรับประจำปี 2546
เลขที่ บช.บช (น) 011/47
27 กุมภาพันธ์ 2547
เรื่อง การขอผ่อนผันการนับผลขาดทุนที่เกิดจากการปริวรรตเงินตราต่างประเทศ ส่วนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงตาม
เกณฑ์ที่อาจถูกเพิกถอนหลักทรัพย์จากตลาดหลักทรัพย์
เรียน ผู้อำนวยการ - ฝ่ายบริษัทจดทะเบียนตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
อ้างถึง หนังสือตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ที่ บจ./ม (ว)55/2540 ลงวันที่ 3 พฤศจิกายน 2540
สิ่งที่ส่งมาด้วย รายงานข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลกระทบจากการปริวรรตเงินตราต่างประเทศของบริษัท
บริษัทย่อยและบริษัทร่วมตามสัดส่วนการถือหุ้น ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2546
ตามหนังสือที่อ้างถึงตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้แจ้งแนวทางปฏิบัติแก่บริษัทจดทะเบียนที่
ประสงค์จะใช้สิทธิผ่อนผันไม่นับผลขาดทุนที่เกิดจากการปริวรรตเงินตราต่างประเทศที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงในการ
พิจารณาการเข้าเกณฑ์อาจถูกเพิกถอนจากตลาดหลักทรัพย์ตามรายละเอียดที่แจ้งแล้วนั้น
บริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) มีความประสงค์จะใช้สิทธิผ่อนผันดังกล่าว โดยได้จัดทำรายงานข้อ
มูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลกระทบจากการปริวรรตเงินตราต่างประเทศ ตามรายละเอียดที่ส่งมาด้วย
จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา
(นายประชัย เลี่ยวไพรัตน์)
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
รายงานผลขาดทุนสะสมจากอัตราแลกเปลี่ยน
เสนอ คณะกรรมการ(ผู้บริหารแผน)ของบริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน)
ข้าพเจ้าได้สอบทานรายงานข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลขาดทุนสะสมจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ
ของบริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2546 ซึ่งจัดทำโดย
ผู้บริหารของบริษัทตามหนังสือของบริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) ลงวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2547 เรื่อง
การขอผ่อนผันการนับผลขาดทุนที่เกิดจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศส่วนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงตาม
เกณฑ์ที่อาจถูกเพิกถอนหลักทรัพย์จากตลาดหลักทรัพย์ที่แนบมานี้ โดยผลกำไร(ขาดทุน)จากอัตราแลกเปลี่ยน
สำหรับปี 2546 ของบริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อยตรงกับสมุดบัญชีของบริษัทและ
บริษัทย่อย และเป็นไปตามนโยบายการบัญชีของบริษัทและบริษัทย่อย ส่วนผลกำไร(ขาดทุน)จากอัตราแลก
เปลี่ยนของบริษัทร่วมในปี 2546 ที่บริษัทรับรู้ตามวิธีส่วนได้เสีย ใช้ข้อมูลจากงบการเงินของบริษัทร่วมซึ่งยัง
ไม่ได้ตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชี
(นายนิรันดร์ ลีลาเมธวัฒน์)
ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต
เลขทะเบียน 2316
บริษัท เคพีเอ็มจี ภูมิไชย สอบบัญชี จำกัด
กรุงเทพมหานคร
27 กุมภาพันธ์ 2547
รายงานข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลขาดทุนสะสมของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศของบริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน)
บริษัทย่อยและบริษัทร่วมตามสัดส่วนการถือหุ้น สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2546
1. ผลขาดทุนสะสมจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ สำหรับส่วนของหนี้สินที่เกิดขึ้นก่อนวันที่ 2 กรกฎาคม 2540
บริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย
ผลขาดทุนสะสมจากอัตราแลกเปลี่ยน
สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2546
(หน่วย:
บาท)
งบการเงินรวม งบการเงินเฉพาะของบริษัท
ผลขาดทุนสะสมจากอัตราแลกเปลี่ยน
ที่เกิดขึ้นจริง (Realized)
ขาดทุนสะสมต้นปี (8,363,027,024) (8,363,027,024)
โอนจากส่วนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง (482,437,655) (482,437,655)
กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 33,011,081 31,596,060
ส่วนได้เสียในกำไรสุทธิ
ที่ยังไม่ได้แบ่งของบริษัทย่อย - 1,415,021
ส่วนได้เสียในขาดทุนสุทธิ
ที่ยังไม่ได้แบ่งของบริษัทร่วม (7,017,845) (7,017,845)
รวม (8,819,471,443) (8,819,471,443)
ที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง (Unrealized)
ขาดทุนสะสมต้นปี (9,186,431,737) (9,186,431,737)
โอนเป็นส่วนที่เกิดขึ้นจริง 482,437,655 482,437,655
กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 966,245,717 927,627,905
ส่วนได้เสียในกำไรสุทธิ
ที่ยังไม่ได้แบ่งของบริษัทย่อย - 38,617,812
ส่วนได้เสียในขาดทุนสุทธิ
ที่ยังไม่ได้แบ่งของบริษัทร่วม (43,422,839) (43,422,839)
รวม (7,781,171,204) (7,781,171,204)
ผลขาดทุนสะสมจากอัตราแลกเปลี่ยนรวม
ขาดทุนสะสมต้นปี (17,549,458,761) (17,549,458,761)
กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 999,256,798 959,223,965
ส่วนได้เสียในกำไรสุทธิ
ที่ยังไม่ได้แบ่งของบริษัทย่อย - 40,032,833
ส่วนได้เสียในขาดทุนสุทธิ
ที่ยังไม่ได้แบ่งของบริษัทร่วม (50,440,684) (50,440,684)
ขาดทุนสะสมสิ้นปี บาท (16,600,642,647) (16,600,642,647)
2. ข้อมูลเกี่ยวกับหนี้สินที่เป็นเงินตราต่างประเทศ
2.1 นโยบายบัญชี
รายการที่เป็นเงินตราต่างประเทศที่เกิดขึ้นระหว่างปีแปลงค่าเป็นเงินบาทโดยใช้อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่เกิดรายการ
ยอดคงเหลือของสินทรัพย์ หนี้สินที่เป็นเงินตราต่างประเทศ ณ วันสิ้นปีแปลงค่าเป็นเงินบาทโดยใช้อัตราอ้างอิงที่
กำหนดโดยธนาคารแห่งประเทศไทย ณ วันนั้น
กำไรหรือขาดทุนจากการแปลงค่าเงินตราแสดงเป็นรายได้หรือค่าใช้จ่ายในงบกำไรขาดทุน
2.2 มูลค่าหนี้สินที่เป็นเงินตราต่างประเทศของบริษัทและบริษัทย่อย ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2546 ที่ครบกำหนดชำระภายใน
รอบบัญชีปี 2547 และหลังปี 2547 มีดังนี้
หนี้สินที่เป็นเงินตราต่างประเทศ เงินตราต่างประเทศ
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2546
สกุลเงิน เงินตรา เงินบาท ครบกำหนด ครบกำหนด
ต่าง ประเทศ ชำระ ชำระ
ปี 2547 หลังปี
2547
USD 560,817,711 22,285,662,318 118,901,692 441,916,019
EUR 143,188,811 7,173,759,402 29,180,169 114,008,642
YEN 2,956,116,510 1,102,864,992 338,761,532 2,617,354,978
AUD 5,688 170,377 5,688 -
ยอดรวม 30,562,457,089
หมายเหตุ
- หนี้สินที่เป็นเงินตราต่างประเทศ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2546 ซึ่งได้รวมหนี้สินที่เกิดขึ้นหลังวันที่ 2 กรกฎาคม 2540
ประกอบด้วย
บาท
ครบกำหนดชำระ ครบกำหนดชำระ
ปี 2547 หลังป
ี 2547
เงินกู้ยืม 25,634,917,377 1,385,833,598 24,249,083,779
เจ้าหนี้การค้า 252,978,352 252,978,352 -
ดอกเบี้ยค้างจ่ายและดอกเบี้ย
ผิดนัดชำระค้างจ่าย 4,674,561,360 4,674,561,360 -
รวม 30,562,457,089 6,313,373,310 24,249,083,779
2.3 ข้อมูลสำคัญของเงินกู้ยืมของบริษัท และบริษัทย่อย เกี่ยวกับอายุหนี้ เงื่อนไขการชำระเงินต้นและดอกเบี้ยตามเงื่อนไข
สัญญาเงินกู้และสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2546 มีรายละเอียดดังนี้
หนี้สินเงินตราต่างประเทศ
ภายใต้สัญญาเงินกู้และสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ เงินตราต่างประเทศ บาท
ตารางการชำระคืน อัตราดอกเบี้ยร้อยละต่อปี
สัญญาเงินกู้ 7.35 ถึง 8.30 EUR 24,718,962 1,238,419,996
ชำระทุกครึ่งปี ระหว่าง 7.1416 ถึง 7.85 USD 61,891,025 2,459,413,185
พ.ศ. 2541-2550
สัญญาปรับโครงสร้างหนี้ LIBOR+2.00 ในปี 2546-2547 EUR 95,805,266 4,799,843,829
ชำระทุกครึ่งปี ระหว่าง LIBOR+3.00 ในปี 2548-2550 USD 405,280,467 16,104,954,408
พ.ศ. 2545-2550 JPY 2,766,936,652 1,032,285,959
รวมเงินกู้ยืม 25,634,917,377
หมายเหตุ
เนื่องจากบริษัทและบริษัทย่อยได้ผิดสัญญาเงินกู้เดิมเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งเจ้าหนี้สามารถใช้สิทธิเรียกคืนเงินต้นพร้อมดอกเบี้ย
ได้ทันที โดยบริษัทและบริษัทย่อยอยู่ในระหว่างการปฏิบัติตามแผนฟื้นฟูกิจการและสัญญาหลักในการปรับโครงสร้างหนี้
ซึ่งได้ระบุข้อกำหนดและเงื่อนไขในการชำระหนี้ตามที่ศาลล้มละลายกลางได้มีคำสั่งเห็นชอบแล้วเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2544
ภายใต้สัญญาปรับโครงสร้างหนี้ บริษัทและบริษัทย่อยได้จ่ายชำระดอกเบี้ยทุกสิ้นไตรมาสด้วยอัตราดอกเบี้ยตามที่ได้ระบุไว้
ในสัญญา
ในปี 2544 บริษัทฯได้แปลงหนี้สินสกุลเงินตราต่างประเทศบางส่วน จากเงินตราต่างประเทศสกุลดอยซ์มาร์ก จำนวน
260,702,392 ดอยซ์มาร์ก เป็นเงินตราต่างประเทศสกุลยูโร จำนวน 133,295,016 ยูโร ณ อัตราแลกเปลี่ยน 1 ยูโร
ต่อ 1.95583 ดอยซ์มาร์ก