บางทีแปลกใจ ทำไม offerหนา แต่หุ้นไปต่อ
โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. พ.ค. 01, 2008 11:58 am
ออฟหนา บางครั้ง(หรือหลายครั้ง) เป็นการส่งสัญญานของผู้คุม(ไม่ได้หมายถึงใครเสมอไป แต่หมายถึงเสียงส่วนใหญ่ก็ย่อมได้) ส่งสัญญานว่า อยากไปต่อ(ขึ้น)
บางครั้งเป็นการแสดงว่า แรงซื้อไล่ขึ้นมาที่ระดับบน (ทิศทางขึ้น)จนมาชนระดับเขตแนวต้าน จึงปรากฏ ออฟหนาให้เห็น
(ก็ทำไมจึงมีคนไล่เป็นทิศขึ้นล่ะ ถูกหลอก หรือของถูก ต้องไปคิดเอง)
หรือบางครั้ง ถ้าปรากฏออฟหนา ในเขตล่าง(ลงมาหลายวันแล้ว เริ่มนิ่ง จนกระทั่งสะสม สามารถเกิดออฟหนาได้ เพื่อรอระเบิดออฟ)
ถ้าเกิดตะกอนออฟหนาในเขตล่าง อาจหมายถึง ส่งสัญญานว่า ไม่อยากลงต่อ
อาจส่งสัญญานว่า ขณะนี้ ผู้คุม(ใครก็ตามที่รวมแล้วเรียกว่าเสียงส่วนใหญ่)เอาอยู่ หรือหมายถึง ...เสียงส่วนใหญ่ได้ของมาระดับนึงแล้ว ใครอยากได้จงเคาะมาเสียดีๆ อย่ารอให้ชั้นเทซ้ายเสียให้ยาก
สิ่งที่อาจต้องระวัง คือ เกิดการ ถอดใจของออฟหนา จะเห็นการถอดออฟมาปาซ้าย
:!: (ถ้าค้นหาเหตุอย่างไรก็ไม่พบ ก็ไม่จำเป็นต้องเครียดมาก บางครั้งแค่ว่า มีคนจำเป็นต้องโยกเงินไปตัวอื่นอย่างเร่งด่วน :lol: )
ผู้เล่นมีหลายสไตล์ แต่หลักๆ จะแบ่งเป็น พวกรุก กะพวกรับ(ชอบเคาะขวา หรือชอบรอรับซ้าย)
ทั้งนี้ทั้งนั้น การรู้และเข้าใจในแวยู่ของตัวหุ้น จะช่วยให้เกิดความมั่นใจมากที่สุด ไม่ว่ารุกหรือรับ ถ้ารู้ว่าเรายืนอยู่ตรงไหน(แพงหรือถูก) การจะเคาะที่ต้าน หรือ รอที่รับ ก็ไม่ต่างในแง่ผลตอบแทน(ถ้าการคิดแวยู่ทำได้ดีพอใช้) แต่อาจต่างในแง่จังหวะ(รอนาน ไม่นาน)
ที่เพ้อเจ้อไปมา ก็แค่อยากเสนอแนะว่า
การที่เห็นออฟเฟอร์หนาๆ ไม่ได้แปลว่าหุ้นแพงแล้วเสมอไป
และกลับกัน การที่เห็นบิดรับหนาๆ ก็ไม่อาจตีความได้ว่าหุ้นนี้ถูกพอแล้ว ก็เป็นได้
เหล่าแมงเม่า ที่ชอบเรียกกันจนติดปากว่า มีเจ้ามือ คิดให้ลึกซึ้งลงไปอีกหน่อย ไม่ได้แปลว่าใครคนใดคนหนึ่งเสมอไป
มองให้เข้าใจ คำว่า "เจ้า" ก็หมายถึงสุ้มเสียงของเสียงส่วนใหญ่ในหุ้นนั้นๆ ดังนั้นจึงย่อมบังคับทิศทางของมันให้เป็นไป
ถ้าเคยเห็น ออฟหนา ไปต่อ
ย่อมต้องเคยเห็น บิดหนา ยังคงลง(นั่นสิ ทำไมหนอ คิดเอา)
ทั้งนี้ ลักษณะเทรดที่เป็นที่นิยม ย่อมเปลี่ยนไปตามสมัย
สูตรใดที่เคยใช้ได้ ไม่แน่ว่าจะได้เสมอไป
อยู่ที่การสังเกตุ และการปรับมุมมอง ไปสู่จุดของความเป็นนั้นๆ
ดูหลายตัวที่บักสีดาชอบเล่น (เพราะมันเห็นได้ชัด)
เวลาเงินนอกมา จะเห็นชัดๆว่า พี่เขาชอบเคาะซื้อใต้ต้าน ใต้ออฟที่หนาๆนั่นแหละ จะไม่เคาะที่ออฟหนาโดยตรง เพราะเงินเยอะ ยังเก็บได้ไม่พอ ถ้ารีบระเบิดออฟ ก็จบกัน เล่นไม่มันส์ กำไรไม่ตามเป้า จำนวนหุ้นได้ไม่พอค่าขนม
ทั้งนี้...อีกครั้ง... :lol:
การมั่นใจเกิดจาก การรู้แวยู่ของมัน
:!:
ออฟหนา หรือ บิดหนา เป็นเพียงมายาภาพ หรือเพียงแค่ช่วงจังหวะหนึ่งๆเช่น ราคา 20บาท เดือนก่อนมันเป็นบิด เดือนถัดมา กลายเป็นออฟไปแล้ว
ถ้า 1 ปี มันไปที่ 30 บาท ผลตอบแทนไม่ต่างกันเลย จากการรับไว้ที่บิด หรือรอมาเคาะที่ออฟในเดือนถัดมา ...ต่างที่ในแง่ ระยะเวลา และห้วงหนึ่งของอารมณ์เท่านั้น
...........................
ปล.1 ก็ไม่รู้จะพูดทำไมเหมือนกัน แต่ก็อยากพูด :lol:
ปล.2 ตอนแรกจะพูดอีกห้องนึง แต่คิดว่าไม่เหมาะ เลยหาห้องเหมาะๆเพื่อพูด
ปล.3 เรามือใหม่พวกเดียวกัน น่าจะคอเดียวกัน :lol:
ปล.4 ห้องนี้ดูไม่ค่อยมีคนดี งั้นเลยมาพูดห้องนี้แล้วกัน
:lol: :lol: :lol: :lol:
บางครั้งเป็นการแสดงว่า แรงซื้อไล่ขึ้นมาที่ระดับบน (ทิศทางขึ้น)จนมาชนระดับเขตแนวต้าน จึงปรากฏ ออฟหนาให้เห็น
(ก็ทำไมจึงมีคนไล่เป็นทิศขึ้นล่ะ ถูกหลอก หรือของถูก ต้องไปคิดเอง)
หรือบางครั้ง ถ้าปรากฏออฟหนา ในเขตล่าง(ลงมาหลายวันแล้ว เริ่มนิ่ง จนกระทั่งสะสม สามารถเกิดออฟหนาได้ เพื่อรอระเบิดออฟ)
ถ้าเกิดตะกอนออฟหนาในเขตล่าง อาจหมายถึง ส่งสัญญานว่า ไม่อยากลงต่อ
อาจส่งสัญญานว่า ขณะนี้ ผู้คุม(ใครก็ตามที่รวมแล้วเรียกว่าเสียงส่วนใหญ่)เอาอยู่ หรือหมายถึง ...เสียงส่วนใหญ่ได้ของมาระดับนึงแล้ว ใครอยากได้จงเคาะมาเสียดีๆ อย่ารอให้ชั้นเทซ้ายเสียให้ยาก
สิ่งที่อาจต้องระวัง คือ เกิดการ ถอดใจของออฟหนา จะเห็นการถอดออฟมาปาซ้าย

ผู้เล่นมีหลายสไตล์ แต่หลักๆ จะแบ่งเป็น พวกรุก กะพวกรับ(ชอบเคาะขวา หรือชอบรอรับซ้าย)
ทั้งนี้ทั้งนั้น การรู้และเข้าใจในแวยู่ของตัวหุ้น จะช่วยให้เกิดความมั่นใจมากที่สุด ไม่ว่ารุกหรือรับ ถ้ารู้ว่าเรายืนอยู่ตรงไหน(แพงหรือถูก) การจะเคาะที่ต้าน หรือ รอที่รับ ก็ไม่ต่างในแง่ผลตอบแทน(ถ้าการคิดแวยู่ทำได้ดีพอใช้) แต่อาจต่างในแง่จังหวะ(รอนาน ไม่นาน)
ที่เพ้อเจ้อไปมา ก็แค่อยากเสนอแนะว่า
การที่เห็นออฟเฟอร์หนาๆ ไม่ได้แปลว่าหุ้นแพงแล้วเสมอไป
และกลับกัน การที่เห็นบิดรับหนาๆ ก็ไม่อาจตีความได้ว่าหุ้นนี้ถูกพอแล้ว ก็เป็นได้
เหล่าแมงเม่า ที่ชอบเรียกกันจนติดปากว่า มีเจ้ามือ คิดให้ลึกซึ้งลงไปอีกหน่อย ไม่ได้แปลว่าใครคนใดคนหนึ่งเสมอไป
มองให้เข้าใจ คำว่า "เจ้า" ก็หมายถึงสุ้มเสียงของเสียงส่วนใหญ่ในหุ้นนั้นๆ ดังนั้นจึงย่อมบังคับทิศทางของมันให้เป็นไป
ถ้าเคยเห็น ออฟหนา ไปต่อ
ย่อมต้องเคยเห็น บิดหนา ยังคงลง(นั่นสิ ทำไมหนอ คิดเอา)
ทั้งนี้ ลักษณะเทรดที่เป็นที่นิยม ย่อมเปลี่ยนไปตามสมัย
สูตรใดที่เคยใช้ได้ ไม่แน่ว่าจะได้เสมอไป
อยู่ที่การสังเกตุ และการปรับมุมมอง ไปสู่จุดของความเป็นนั้นๆ
ดูหลายตัวที่บักสีดาชอบเล่น (เพราะมันเห็นได้ชัด)
เวลาเงินนอกมา จะเห็นชัดๆว่า พี่เขาชอบเคาะซื้อใต้ต้าน ใต้ออฟที่หนาๆนั่นแหละ จะไม่เคาะที่ออฟหนาโดยตรง เพราะเงินเยอะ ยังเก็บได้ไม่พอ ถ้ารีบระเบิดออฟ ก็จบกัน เล่นไม่มันส์ กำไรไม่ตามเป้า จำนวนหุ้นได้ไม่พอค่าขนม
ทั้งนี้...อีกครั้ง... :lol:
การมั่นใจเกิดจาก การรู้แวยู่ของมัน

ออฟหนา หรือ บิดหนา เป็นเพียงมายาภาพ หรือเพียงแค่ช่วงจังหวะหนึ่งๆเช่น ราคา 20บาท เดือนก่อนมันเป็นบิด เดือนถัดมา กลายเป็นออฟไปแล้ว
ถ้า 1 ปี มันไปที่ 30 บาท ผลตอบแทนไม่ต่างกันเลย จากการรับไว้ที่บิด หรือรอมาเคาะที่ออฟในเดือนถัดมา ...ต่างที่ในแง่ ระยะเวลา และห้วงหนึ่งของอารมณ์เท่านั้น
...........................
ปล.1 ก็ไม่รู้จะพูดทำไมเหมือนกัน แต่ก็อยากพูด :lol:
ปล.2 ตอนแรกจะพูดอีกห้องนึง แต่คิดว่าไม่เหมาะ เลยหาห้องเหมาะๆเพื่อพูด
ปล.3 เรามือใหม่พวกเดียวกัน น่าจะคอเดียวกัน :lol:
ปล.4 ห้องนี้ดูไม่ค่อยมีคนดี งั้นเลยมาพูดห้องนี้แล้วกัน
:lol: :lol: :lol: :lol: