หน้า 1 จากทั้งหมด 1

เรียนรู้การลงทุน ผ่านการเข้าใจเรื่องระบบนิเวศน์

โพสต์แล้ว: อังคาร เม.ย. 29, 2008 11:29 am
โดย humdrum
รูปภาพ

ผมอยากจะเขียนเรื่อง ecosystem ของ อ. ดาวิน นี้มานานมากแล้ว แต่ก็หาเวลาเหมาะ ๆ นั่งคิดทบทวนที่ลงตัวไม่ได้สักที  ด้วยเรือง relativity ของ ท่าน อ.ไอไสตน์ ทีผมพึ่งเริมอ่านนั้น มันพันละตูละพันนัวอยู่ในหัว จนดูหมกหมุ่นไปหมด ภรiยาเข้ามาทักเมือนี้ว่า ตกลงจะแก้สมการ E = mc^2 ก่อน หรือจะไปถูบ้านข้างบนก่อน ดูเหมือน E ตัวนั้น จะสำคัญต่อมนุษยชาติมากขนาดไหน แต่ภาระกิจมันสำคัญพอๆ กันเลย ถ้าผมไม่ไปถูบ้านตอนนี้ เห็นที E ตัวนี้ อาจฆ่าผมได้....5555
 
  เอาเป้นว่า ผมต้องรีบสรุป ให้ท่านผู้อ่านที่เคารพ เก็บไปคิดเป้นการบ้านเอาเองก็แล้วกันครับ  

 ผมได้ไปอ่านบทความหนึ่งครับ เรืองเป้นอย่างนี้

 ..    เวลาพูดถึงทวีปแอนตาร์กติกาซึ่งอยู่ล้อมรอบขั้วโลกใต้นั้นก็มักกล่าวกันว่า เป็นอาณาบริเวณที่หนาวจัดมาก แต่นั่นไม่เป็นความจริงเลย ในอาณาบริเวณนั้น มีสิ่งที่มีชิวิคอาศัยอยู่มากมาย แต่ทว่าจะเป็นครั้งแรกในระยะหลายๆ ล้านปีมานี้ที่สิ่งที่มีชีวิตเหล่านั้นอาจเผชิญกับสัตว์ที่จับสัตว์อื่นเป็นอาหารพวกใหม่ที่โหดร้าย

นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่าการที่อุณหภูมิสูงขึ้นเนื่องจากภาวะที่โลกร้อนขึ้น จะทำให้ปูคิงแคร็บบุกเข้าไปในน่านน้ำของทวีปแอนตาร์กติกาและปลา ฉลามจะเป็นรายถัดไปที่อาจทำเช่นนั้น

ถ้าระบบนิเวศน์ของทวีปแอนตาร์กติกาอุ่นขึ้นกว่าเดิมย่อมหมายถึงว่าสิ่งมีชิวิตต่างๆ ที่อาศัยอยู่ในย่านนั้นอาจเปลี่ยนแปลงไปอย่างน่าตกตะลึง แต่สิ่งที่ทำให้นักวิจัย สเวน ทอตยาแห่งมหาวิทยาลัยเซ๊าท์แธมพ์ตัน ประเทศอังกฤษและนักวิจัยอื่นๆรู้สึกเป็นทุกข์ใจก็คือว่ากาซที่ทำให้เกิดสภาพแบบในเรือนกระจกปลูกพืชกำลังทำให้น่านน้ำตามขั้วโลกอุ่นขึ้น อย่างไร? ในช่วง 50 ปีที่ผ่านมา อุณหภูมิตามพื้นผิวนอกเขตคาบสมุทรแอนตาร์กติกสูงขึ้น 1 องศาเซลเซียสทำให้กลายเป็นเขตที่มหาสมุทรอุ่นขึ้นเร็วที่สุดแห่งหนึ่งในโลก คนเราอาจจะมองเห็นว่าการที่อุณหภูมิสูงขึ้น 1 องศา เซลเซียสไม่ใช่ เรื่องใหญ่โต แต่สำหรับสิ่งมีชีวิตหลายชนิดนั้น เรื่องดังกล่าวไม่ใช่เรื่อง ธรรมดา

นักวิจัยแห่งมหาวิทยาลัยโรดไอแลนด์ เชอเริ่ล วิลก้า กล่าวว่ามีเหตุผล ทางด้านสรีรวิทยาที่ทำให้สัตว์ที่จับสัตว์อื่นเป็นอาหารนั้นอาศัยอยู่ตามน่านน้ำที่เย็นจัดไม่ได้

การขบเปลือกหุ้มหรือกระดองของสิ่งที่มีชีวิตหลายชนิดที่อาศัยอยู่ในน่าน น้ำของทวีปแอนตาร์กติกาให้แตกได้นั้นต้องใช้พลังงาน แต่ทว่าถ้าอากาศ ร้อนขึ้นแค่2-3 องศา เซลเซียส สัตว์ที่จับสัตว์อื่นเป็นอาหารไม่จำเป็นต้อง แข็งแรงถึงขนาดนั้น อนึ่ง ถ้าอุณหภูมิสูงใกล้ถึงจุดเยือกแข็ง

สิ่งที่มีชีวิตโดยเฉพาะอย่างยิ่งปูที่สามารถขบกระดองแตกได้จะตายเนื่อง จากธาตุแมกนีเซียมเป็นพิษ นักวิจัย เชอเริ่ล วิลก้ากล่าวว่า ถ้าอากาศ อุ่นขึ้นอีกนิดหน่อย สิ่งที่มีชีวิตเหล่านั้นก็จะอยู่ได้อย่างสบาย นักวิจัยผู้ นั้นกล่าวด้วยว่าขณะนี้ปูคิงแคร็บมาชุมนุมกันอยู่ในบริเวณที่น้ำลึกนอกเขตชายฝั่งของทวีปแอนตาร์กติกาเพราะอุณหภูมิของน้ำสูงขึ้นกว่าเก่าราว 4 องศาเซลเซียส และว่าขณะที่อุณหภูมิของผิวน้ำในย่านนั้นสูงขึ้นต่อไป ปูคิงแคร็บจะย้ายเข้าไปอยู่ในบริเวณน่านน้ำที่ตื้นๆ รอบทวีปแอนตาร์ก ติกา นักวิจัยเชอเริ่ล วิลก้าคาดทายว่าอีก 20-30 ปีข้างหน้า ปลาฉลาม ก็อาจทำแบบนั้น

ที่มา ขอบคุณมากครับ http://128.11.143.121/thai/archive/2008 ... N=53517201

     รูปภาพ


Common stock investors can make money by predicting the outcomes of practice evolution. You cant derive this by fundamental analysis you must think biologically.

http://www.fool.com/BoringPort/2000/bor ... 051501.htm

  รูปภาพ   ถ้าเราเป้นนักลงทุนโดยวิเคราะห์ปัจัยพื้นฐานเป้นหลัก เราจะไม่สามารถมองเห็นสิ่งที่นักวิจัยเชอเริ่ลมองเห็นอีก 20-30 ปีข้างหน้า  เขามองเห็นเพราะเขาเข้าใจว่าปลาฉลามเป้นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศน์ หุ้นก็เหมือนกันครับ  คิดถึงระบบนิเวศน์เวลาท่านลงทุน ทุกอย่างมันเป้นระบบอย่างนี้ มันเกี่ยวพันธ์กันหมด

   
  ระบบนิเวศน์คืออะไร

       สิ่งแวดล้อม คือ สรรพสิ่งที่อยู่รอบตัวเรา แบ่งออกเป็น 2 องค์ประกอบใหญ่ คือ สิ่งแวดล้อมทางชีวภาพ ได้แก่ มนุษย์ สัตว์ พืช และสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก และอีกองค์ประกอบหนึ่ง คือสิ่งแวดล้อมทางกายภาพ ได้แก่สิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติ คือ ดิน น้ำ ป่าไม้ อากาศ แสง ฯลฯ และสิ่งแวดล้อมที่มนุษย์สร้างขึ้นได้แก่ สิ่งก่อสร้าง โบราณสถาน ศิลปกรรม ขนบธรรมเนียม ประเพณี และวัฒนธรรม เป็นต้น      

       สิ่งแวดล้อมแต่ละบริเวณจะมีความแตกต่างกันไปตามสภาพภูมิศาสตร์ และสภาพภูมิอากาศ ทำให้กลุ่มสิ่งมีชีวิต(community) อาศัยอยู่ในบริเวณแตกต่างกันไปด้วย ดังตัวอย่างในสระน้ำแห่งหนึ่งดังภาพ



       ในแหล่งน้ำนี้จะมีกลุ่มสิ่งมีชีวิตได้แก่สัตว์น้ำ ทั้งตัวเต็มวัย ตัวอ่อน และพืชน้ำนานาชนิด รวมทั้งสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก และจุลินทรีย์จำนวนมากอาศัยอยู่รวมกัน สิ่งมีชีวิตเหล่านี้จะมีความสัมพันธ์กันไปตามบทบาทหน้าที่ของสิ่งมีชีวิตแต่ละกลุ่ม กล่าวคือ พืชและสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่มีคลอโรฟีลล์ เป็นพวกที่สร้างอาหารได้เองโดยกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง จึงเป็นผู้ผลิตแหล่งอาหารที่สำคัญให้แก่สัตว์ ซึ่งจะกินต่อกันเป็นทอดๆ จากสัตว์กินพืช สัตว์กินสัตว์ และสัตว์ที่กินทั้งพืชและสัตว์เป็นอาหารต่อไป เมื่อสิ่งมีชีวิตทั้งหลายตายลง ก็จะถูกจุลินทรีย์กลุ่มสิ่งมีชีวิตย่อยสลายซากสิ่งมีชีวิตให้เป็นสารอนินทรีย์กลับคืนสู่แหล่งน้ำ

       ในแหล่งน้ำจะมีสารและแร่ธาตุต่างๆละลายปนอยู่ในน้ำ ซึ่งมีปริมาณมากบ้างน้อยบ้างตามฤดูกาล เนื่องจากในหน้าแล้งน้ำก็จะระเหยออกไป ส่วนในฤดูฝนก็จะมีน้ำและสารต่างๆถูกชะล้างจากบริเวณใกล้เคียงไหลลงสู่แหล่งน้ำ จึงทำให้ปริมาณน้ำและสารต่างๆเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

       สิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในแหล่งน้ำก็ได้ใช้สารและแร่ธาตุต่างๆในการดำรงชีวิต ได้แก่ การหายใจ การเจริญเติบโต การสังเคราะห์ด้วยแสง ฯลฯ จากกระบวนการเหล่านี้ที่เกิดขึ้นภายในร่างกายของสิ่งมีชีวิต รวมทั้งกระบวนการย่อยสลายของอินทรียสารของพวกจุลินทรีย์ จะมีการปล่อยสารบางอย่างออกสู่แหล่งน้ำ และสิ่งมีชีวิตในแหล่งน้ำก็จะใช้สารเหล่านั้นในกระบวนการต่างๆอีก

สารและแร่ธาตุต่างๆจึงหมุนเวียนเข้าสู่สิ่งมีชีวิต และปล่อยออกสู่แหล่งน้ำตลอดเวลาวนเวียนเป็น

วัฏจักร

       ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในแหล่งน้ำนี้ เช่น มีปริมาณธาตุไนโตรเจนมากเกินไปก็จะมีผลทำให้พืชน้ำหลายชนิดเจริญเติบโตขยายพันธุ์มากและรวดเร็ว ในระยะแรกๆ สัตว์น้ำที่กินพืชเป็นอาหารจะมีจำนวนเพิ่มขึ้น จนในที่สุดพืชที่เป็นแหล่งอาหารจะลดปริมาณลง ทำให้สัตว์กินพืชลดจำนวนลง และมีผลทำให้สัตว์กินสัตว์ลดจำนวนตามไปด้วย เนื่องจากอาหารไม่เพียงพอ

       ในขณะที่สัตว์และพืชเพิ่มจำนวนมากขึ้น ก็จะเกิดความแออัด จะมีของเสียถ่ายสู่แหล่งน้ำมากขึ้น ทำให้คุณภาพของแหล่งน้ำนั้นเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งอาจส่งผลดีต่อการดำรงชีพของสัตว์และพืชบางชนิด แต่ไม่เหมาะสมสำหรับสัตว์และพืชอีกหลายชนิด ในแหล่งน้ำจึงมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และจะพบว่ามีความสัมพันธ์กันภายในอย่างซับซ้อน ความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มสิ่งมีชีวิตกับปัจจัยต่างๆในแหล่งน้ำมีการควบคุมตามธรรมชาติที่ทำให้จำนวนและชนิดของสิ่งมีชีวิตอยู่ในภาวะสมดุลได้

       ความสัมพันธ์ในสระน้ำนั้นเป็นตัวอย่างของหน่วยหนึ่งในธรรมชาติ เรียกว่า ระบบนิเวศ

(ecosystem) ซึ่งเป็นระบบความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ร่วมกันในบริเวณนั้น และความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มสิ่งมีชีวิตกับสภาพแวดล้อมของแหล่งที่อยู่ ได้แก่ ดิน น้ำ แสง ในระบบนิเวศจะมีการถ่ายทอดพลังงานระหว่างกลุ่มสิ่งมีชีวิตกลุ่มต่างๆ และมีการหมุนเวียนสารต่างๆจากสิ่งแวดล้อมสู่สิ่งมีชีวิตและจากสิ่งมีชีวิตสู่สิ่งแวดล้อม

       ระบบนิเวศมีทั้งระบบใหญ่ เช่น โลกของเราจัดเป็นระบบนิเวศที่ใหญ่ที่สุด เรียกว่า โลกของสิ่งมีชีวิตหรือชีวภาค (biosphere) ซึ่งรวมระบบนิเวศหลากหลายระบบ และระบบนิเวศเล็กๆ เช่น ทุ่งหญ้า สระน้ำ ขอนไม้ผุ ระบบนิเวศ จำแนกได้เป็น ระบบนิเวศตามธรรมชาติ ได้แก่ ระบบนิเวศบนบก เช่น ป่าไม้ บึง ทุ่งหญ้า ทะเลทราย ระบบนิเวศน้ำ เช่น แม่น้ำลำคลอง ทะเล หนอง บึง มหาสมุทร ระบบนิเวศอีกประเภทหนึ่งคือ ระบบนิเวศที่มนุษย์สร้างขึ้น ได้แก่ ระบบนิเวศ ชุมชนเมือง แหล่งเกษตรกรรม อุตสาหกรรม เป็นต้น

 ที่มา ขอบคุณครับ http://www.thaigoodview.com/library/stu ... ystem.html

     

นิเวศวิทยา หมายถึง

การศึกษาทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อม

โดยประมวลความรู้จากศาสตร์หลาย ๆ สาขา นักวิทยาศาตร์ที่เน้นศึกษาทาง

นิเวศวิทยา จะเรียกว่านักนิเวศน์วิทยา (Ecologist) เพื่อทำคาวมเข้าใจด้าน

การดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตที่อาศัยในสิ่งแวดล้อมต่างๆ ตลอดจนการเปลี่ยน

แปลงประชากรของสิ่งมีชีวิต และการเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศ

 การศึกษาทางวิทยาศาสตร์โดยวิธีการหลักสามวิธีดังนี้



      เอาไปปรับใช้เวลา ทำความเข้าใจบริษัทครับ
 

 1.   วิธีที่หนึ่ง การสังเกตและจดบันทึก (Observe and record) เป็นการศึกษาที่ง่ายๆศึกษาชีวิตในธรรมชาติของมัน โดยการศึกษาจากธรรมชาติโดยตรง

2. วีธีที่สอง วิธีการทดลองในภาคสนาม เพื่อหาคำตอบเกี่ยวกับการตอบสนองของสิ่งมีชีวิตต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม

3.  วิธีที่สาม วิธีการทดลองในห้องปฏิบัติการ ภายใต้การควบคุมสภาพแวดล้อมเป็นการควบคุมตัวแปรหรือปัจจัยที่สนใจเป็นรายกรณีไป สภาพเงื่อนไข
ี้อาจแตกต่างจากธรรมชาติที่สิ่งมีชีวิตดำเนินอยู่


ส่วน ระบบนิเวศน์ (Ecosystem)

ระบบนิเวศน์ หมายถึง

สังคมของสิ่งมีชีวิตต่างๆ กับถิ่นอาศัยของมันซึ่งได้แก่สภาพแวดล้อมต่างๆที่เป็นสิ่งไม่มีชีวิตหรือปัจจัยทางกายภาพ
ระบบหนึ่งที่ประกอบด้วยสิ่งมีชีวิตและสิ่งไม่มีชีวิตในลักษณะค่อนข้างสมดุล และเป็นแบบเปิด มีชนิดและขนาดต่างๆ กัน คือ สิ่งที่ทำหน้าที่ทั้งระบบที่มีความสัมพันธ์กัน ประกอบด้วยสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่ง หรือมากกว่ากับสภาพแวดล้อมของมันซึ่งได้แก่ปัจจัยทางกายภาพเคมีและชีวภาพ

ระบบนิเวศน์วิทยาระบบนิเวศน์

ระบบนิเวศ(Ecosystem)ตามความหมายของ tansley(1935)หมายถึง ทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็น สัตว์ พืช และความสัมพันธ์ทางกายภาพในพื้นที่หนึ่ง

ระบบนิเวศ เป็น หน่วยพื้นฐานของธรรมชาติ ที่รวมเอาสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อมทางกายภาพ ภายใต้ขอบเขตเอาไว้ด้วยกัน มีปฏิสัมพันธ์ระหว่างองค์ประกอบที่มีชีวิตกับไม่มีชีวิต ระบบนิเวศจึงมีความซับซ้อนมีการไหล ถ่ายเทของพลังงาน ระหว่างสิ่งมีชีวิต กับสิ่งแวดล้อม

ดังนั้น การศึกษา นิเวศวิทยาระบบนิเวศจึงสนใจศึกษาถึงการไหลถ่ายเทของสารอาหารและพลังงานในระบบนิเวศ การไหลเวียนของธาตุอาหารเป็นวัฏจักร ผ่านสิ่งมีชีวิตและไม่มีชีวิต

ที่มา ขอบคุณครับ

http://student.nu.ac.th/u46410197/lesson%201.htm

เรียนรู้การลงทุน ผ่านการเข้าใจเรื่องระบบนิเวศน์

โพสต์แล้ว: อังคาร เม.ย. 29, 2008 7:52 pm
โดย cryptonian_man
นึกว่าจะพูดถึงระบบดร. นิเวศน์เสียอีกครับ

อิอิ แซวเล่นครับ


แต่ว่าตอนนี้อากาศมันปั่นปวนน่ากลัวจิงๆ ครับ แถวยุธยานี้แป้นบาสทั้งอันยังโดนลมพายุพัดจนหมุนติ้วได้เลยครับ แถมฝนตกหนักกะลมแรงเล่นเอาหลังคาบ้านหลายไปกระเด็นกระดอน แถมยังมีป้ายล้มทับคนตายอีก

น่ากลัวโคตรๆ เลยครับ

เรียนรู้การลงทุน ผ่านการเข้าใจเรื่องระบบนิเวศน์

โพสต์แล้ว: พุธ เม.ย. 30, 2008 4:11 pm
โดย phobenius
เรียกว่า ลองกล้าไปจับปลาที่ทวีปแอนตาร์กติกา ถ้าได้คงเหมือนถูกล็อตเตอรรี่เช่นกัน