กองทุนต่างชาติ 43 แห่งพร้อมลุยหุ้นไทย
โพสต์แล้ว: อังคาร เม.ย. 29, 2008 9:11 am
ตลาดหุ้น กองทุนต่างชาติ 43 แห่งพร้อมลุยหุ้นไทย หลังเจพี มอร์แกน ให้น้ำหนักลงทุนในไทยมั่นใจเศรษฐกิจฟื้นตัวดีขึ้น และปีนี้บจ.
แววดีกำไรโต 14% รับอานิสงส์รัฐบาลใหม่เร่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เผยเริ่มเข้าซื้อช่วงวันที่ 2 พ.ค.นี้ โยนเงินเข้าไม่ต่ำกว่า 2 พันล้านบาท
เน้นกลุ่มเมกะโปรเจกต์ แถมคลังเดินสายโรดโชว์นอก กล่อมต่างชาติเข้าลงทุนมากขึ้น ชี้หลังสงกรานต์เริ่มมีทุนนอกไหลเข้าตลาดหุ้น (ข่าว
หุ้น/ทันหุ้น)
29 เมษายน 2008
เจพีมอร์แกนเพิ่มน้ำหนักหุ้นไทย บริโภค-ลงทุนฟื้นจีดีพีQ1โต6%
--------------------------------------------------------------------------------
ทันหุ้น-กลุ่มเจพี มอร์แกนให้น้ำหนักลงทุนในไทย มั่นใจเศรษฐกิจฟื้นตัวดีขึ้น และปีนี้บจ.แววดี
กำไรโต 14% รับอานิสงส์รัฐบาลใหม่เร่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แถมคลังเดินสายโรดโชว์นอก กล่อมต่างชาติ
เข้าลงทุนมากขึ้น ชี้หลังสงกรานต์เริ่มทุนนอกไหลเข้าตลาดหุ้น ด้านคลังเผยเศรษฐกิจไตรมาสแรกปีนี้ยังเติบ
โต 6%เพราะบริโภคและการลงทุนฟื้นตัวชัดเจน
นายวรภัค ธันยาวงษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธนาคารเจพี มอร์แกน เชส และบริษัทหลัก
ทรัพย์เจพี มอร์แกน(ประเทศไทย) กล่าวบรรยายข้อมูลเกี่ยวกับตลาดทุนไทยว่า กลุ่มเจพี มอร์แกนยังให้
น้ำหนักลงทุนoverweightในประเทศไทยเนื่องจากมองว่าอัตราการเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียนในตลาด
หลักทรัพย์ปีนี้จะสูงถึง 14% และเศรษฐกิจน่าจะปรับตัวดีขึ้น หลังจากที่มีการเลือกตั้ง และมีรัฐบาลที่มาจาก
การเลือกตั้ง ซึ่งจะเข้ามาขับเคลื่อนเศรษฐกิจแล้ว
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่นายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โรดโชว์ใน
ต่างประเทศ และตอบข้อซักถามจากนักลงทุนต่างชาติแล้ว เชื่อว่าจะทำให้ต่างชาติเกิดความเข้าใจมากขึ้น
แต่ยังคาดการได้ยากว่าจะมีเม็ดเงินไหลเข้ามามากน้อยอย่างไร
ทั้งนี้ตั้งแต่ช่วงสงกรานต์เป็นต้นมา นักลงทุนต่างชาติเริ่มเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทย ซึ่งส่วน
ใหญ่มองว่าไทยยังเป็นประเทศที่ดีต่อการลงทุน โดยในส่วนของนักลงทุนระยะยาวที่มีเงินทุนจากเบี้ยประกัน
และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพยังสามารถเข้าลงทุนได้อยู่
สำหรับหุ้นที่แนะนำลงทุน ได้แก่ หุ้นกลุ่มธนาคาร ,อสังหาริมทรัพย์ และวัสดุก่อสร้าง ขณะที่กลุ่ม
พลังงานแนะนำให้เข้าซื้อ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด(มหาชน) PTTEP และบริษัท บ้านปู
จำกัด(มหาชน)BANPU ส่วนบล.เจพี มอร์แกนคาดว่าจะมีมาร์เก็ตแชร์ประมาณ 3-4% ใกล้เคียงกับปีก่อน
โดยบริษัทยังมีอัตราการเติบโตหลักๆจากธุรกิจตราสารหนี้
ด้านนางพรรณี สถาวโรดม ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.)กล่าวว่า อัตราการ
เจริญเติบโตของเศรษฐกิจไทยในไตรมาส1/2551(ม.ค.-มี.ค.51) จะขยายตัวได้ถึง 6% เนื่องจากมีสัญญาณที่ดี
จากการบริโภคในประเทศและการลงทุนภาคเอกชนฟื้นตัวชัดเจน
ขณะที่เงินเฟ้อเดือนมีนาคม 2551 อยู่ที่ 5.3% และมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น ส่วนในไตรมาส 1/2551
มีอัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 5% แต่ยังไม่ส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจเพราะมีอัตราต่ำกว่าประเทศอื่นๆ
และทั้งปีคาดว่าอัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 4.5% โดยมีปัจจัยหลักจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง
"เศรษฐกิจไตรมาส 1 เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น ตัวเลขดัชนีชี้วัดเศรษฐกิจหลายตัวปรับตัวดีขึ้น"นางพร
รณี กล่าว
ส่วนการบริโภคเดือนมีนาคม โดยวัดจากอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มขยายตัว 10.2% ส่วนไตรมาส 1/2551 ขยาย
ตัว 11.5% ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนขยายตัว 18.3% โดยวัดจากปริมาณนำเข้าสินค้าทุน ส่วนไตรมาส
1/2551 ขยายตัว 31.3% ส่วนมูลค่าการส่งออกเดือนมีนาคมขยายตัวเพิ่ม 14.8% ไตรมาส 1/2551 คิดเป็น
20.8% แต่ปริมาณส่งออกมีแนวโน้มลดลงในเดือนมีนาคม 2551 เนื่องจากความต้องการซื้อสินค้าในตลาดโลก
เริ่มชะลอลง แต่การส่งออกสินค้าเกษตรมีอัตราเร่งขึ้น
ทั้งนี้ สศค.คาดว่า อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจทั้งปีคาดว่าจะขยายตัวต่ำกว่าที่เคยประมาณ
การไว้ที่ 5.6% ส่วนกรณีที่มีข่าวการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำและเงินเดือนข้าราชการนั้นจะช่วยให้ประชาชนมีราย
ได้มากขึ้นเพื่อชดเชยกับรายจ่ายที่เพิ่มขึ้น แต่ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนในเรื่องดังกล่าว
http://www.thunhoon.com/home/
--------------------------------------------------------------------------------
แววดีกำไรโต 14% รับอานิสงส์รัฐบาลใหม่เร่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เผยเริ่มเข้าซื้อช่วงวันที่ 2 พ.ค.นี้ โยนเงินเข้าไม่ต่ำกว่า 2 พันล้านบาท
เน้นกลุ่มเมกะโปรเจกต์ แถมคลังเดินสายโรดโชว์นอก กล่อมต่างชาติเข้าลงทุนมากขึ้น ชี้หลังสงกรานต์เริ่มมีทุนนอกไหลเข้าตลาดหุ้น (ข่าว
หุ้น/ทันหุ้น)
29 เมษายน 2008
เจพีมอร์แกนเพิ่มน้ำหนักหุ้นไทย บริโภค-ลงทุนฟื้นจีดีพีQ1โต6%
--------------------------------------------------------------------------------
ทันหุ้น-กลุ่มเจพี มอร์แกนให้น้ำหนักลงทุนในไทย มั่นใจเศรษฐกิจฟื้นตัวดีขึ้น และปีนี้บจ.แววดี
กำไรโต 14% รับอานิสงส์รัฐบาลใหม่เร่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แถมคลังเดินสายโรดโชว์นอก กล่อมต่างชาติ
เข้าลงทุนมากขึ้น ชี้หลังสงกรานต์เริ่มทุนนอกไหลเข้าตลาดหุ้น ด้านคลังเผยเศรษฐกิจไตรมาสแรกปีนี้ยังเติบ
โต 6%เพราะบริโภคและการลงทุนฟื้นตัวชัดเจน
นายวรภัค ธันยาวงษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธนาคารเจพี มอร์แกน เชส และบริษัทหลัก
ทรัพย์เจพี มอร์แกน(ประเทศไทย) กล่าวบรรยายข้อมูลเกี่ยวกับตลาดทุนไทยว่า กลุ่มเจพี มอร์แกนยังให้
น้ำหนักลงทุนoverweightในประเทศไทยเนื่องจากมองว่าอัตราการเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียนในตลาด
หลักทรัพย์ปีนี้จะสูงถึง 14% และเศรษฐกิจน่าจะปรับตัวดีขึ้น หลังจากที่มีการเลือกตั้ง และมีรัฐบาลที่มาจาก
การเลือกตั้ง ซึ่งจะเข้ามาขับเคลื่อนเศรษฐกิจแล้ว
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่นายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โรดโชว์ใน
ต่างประเทศ และตอบข้อซักถามจากนักลงทุนต่างชาติแล้ว เชื่อว่าจะทำให้ต่างชาติเกิดความเข้าใจมากขึ้น
แต่ยังคาดการได้ยากว่าจะมีเม็ดเงินไหลเข้ามามากน้อยอย่างไร
ทั้งนี้ตั้งแต่ช่วงสงกรานต์เป็นต้นมา นักลงทุนต่างชาติเริ่มเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทย ซึ่งส่วน
ใหญ่มองว่าไทยยังเป็นประเทศที่ดีต่อการลงทุน โดยในส่วนของนักลงทุนระยะยาวที่มีเงินทุนจากเบี้ยประกัน
และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพยังสามารถเข้าลงทุนได้อยู่
สำหรับหุ้นที่แนะนำลงทุน ได้แก่ หุ้นกลุ่มธนาคาร ,อสังหาริมทรัพย์ และวัสดุก่อสร้าง ขณะที่กลุ่ม
พลังงานแนะนำให้เข้าซื้อ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด(มหาชน) PTTEP และบริษัท บ้านปู
จำกัด(มหาชน)BANPU ส่วนบล.เจพี มอร์แกนคาดว่าจะมีมาร์เก็ตแชร์ประมาณ 3-4% ใกล้เคียงกับปีก่อน
โดยบริษัทยังมีอัตราการเติบโตหลักๆจากธุรกิจตราสารหนี้
ด้านนางพรรณี สถาวโรดม ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.)กล่าวว่า อัตราการ
เจริญเติบโตของเศรษฐกิจไทยในไตรมาส1/2551(ม.ค.-มี.ค.51) จะขยายตัวได้ถึง 6% เนื่องจากมีสัญญาณที่ดี
จากการบริโภคในประเทศและการลงทุนภาคเอกชนฟื้นตัวชัดเจน
ขณะที่เงินเฟ้อเดือนมีนาคม 2551 อยู่ที่ 5.3% และมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น ส่วนในไตรมาส 1/2551
มีอัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 5% แต่ยังไม่ส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจเพราะมีอัตราต่ำกว่าประเทศอื่นๆ
และทั้งปีคาดว่าอัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 4.5% โดยมีปัจจัยหลักจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง
"เศรษฐกิจไตรมาส 1 เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น ตัวเลขดัชนีชี้วัดเศรษฐกิจหลายตัวปรับตัวดีขึ้น"นางพร
รณี กล่าว
ส่วนการบริโภคเดือนมีนาคม โดยวัดจากอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มขยายตัว 10.2% ส่วนไตรมาส 1/2551 ขยาย
ตัว 11.5% ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนขยายตัว 18.3% โดยวัดจากปริมาณนำเข้าสินค้าทุน ส่วนไตรมาส
1/2551 ขยายตัว 31.3% ส่วนมูลค่าการส่งออกเดือนมีนาคมขยายตัวเพิ่ม 14.8% ไตรมาส 1/2551 คิดเป็น
20.8% แต่ปริมาณส่งออกมีแนวโน้มลดลงในเดือนมีนาคม 2551 เนื่องจากความต้องการซื้อสินค้าในตลาดโลก
เริ่มชะลอลง แต่การส่งออกสินค้าเกษตรมีอัตราเร่งขึ้น
ทั้งนี้ สศค.คาดว่า อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจทั้งปีคาดว่าจะขยายตัวต่ำกว่าที่เคยประมาณ
การไว้ที่ 5.6% ส่วนกรณีที่มีข่าวการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำและเงินเดือนข้าราชการนั้นจะช่วยให้ประชาชนมีราย
ได้มากขึ้นเพื่อชดเชยกับรายจ่ายที่เพิ่มขึ้น แต่ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนในเรื่องดังกล่าว
http://www.thunhoon.com/home/
--------------------------------------------------------------------------------