หน้า 1 จากทั้งหมด 1

จดหมายผิดซอง

โพสต์แล้ว: ศุกร์ เม.ย. 04, 2008 1:20 pm
โดย humdrum
Shoppping days???  



     แม่บ้านเกิดสนใจปกติไปงานที่ 0 ประชุม ไม่เคยถามผมไปทำอะไรที่ตลาด  พอทราบว่าผมไปงาน opp day จึงเอ๋ยปากถามเรื่อง opp day คืออะไร และ มีผู้หญิงไปมากน้อยแค่ไหน ผมจึงตอบกลับไปดังนี้...
   
      24 มี.ค.  2551  


    ถึงน้ำหวานจ๊ะ.......เขียนที่กลางหัวใจ



    พี่ดีใจที่น้องถามคำถามนี้นะ   นึกว่าสนใจเรื่อง shopping อย่างเดียวหลังพี่จะพอเล่าให้ฟังนะจ๊ะ

       งาน oppday ก็เหมือน งาน shopping ของน้องนี่ละจ๊ะคนสวย

         ในช่วงเดือนมีนาคมของทุกปี..หลังจากทั้งที่เต็มใจและไม่เต็มใจประกาศงบกันเสร็จสรรแล้ว  สำหรับนักลงทุนที่กำลังอยู่ในช่วงตัดสินใจจะลงทุน วันนี้จะเป็นช่วงที่นักลงทุนจะได้รู้จักกับบริษัทที่ตนจะลงทุนมากยิ่งขึ้น ใครอยากลงทุนในบริษทไหนเข้าไปฟังดูก่อน เพือ่การตัดสิจใจที่ถูกต้องว่า สิ่งที่ได้ยินกันมา เห้นในรายการประจำปี จากข่าวหนังสือพิมพ์เกียวกับบริษัทนี้และผู้บริหารที่จะได้สัมผัสแบบตัวต่อตัวเป้นจริงอยางที่คิดหรือไม่ และจะได้สอบถามคำถามต่าง ที่ค้างคาใจได้เต็มที่ไปเลยไงจ๊ะ

   ฟังแล้วจะได้อะไรหรือค่ะ.      

     ผู้บริหารท่านจะมาเล่าให้ฟังเรื่องต่างๆ ..เช่น  บริษัทของตนนั้น ทำธุรกิจครอบคลุมอะไรบ้าง มีวัตถุประสงค์ที่จะทำอะไรในปีหน้า   พื้นเพภาพรวมการเปลี่ยนแปลงในปีที่ผ่านมาเป็นอยางไร  สินค้าเหมาะกับตลาดกลุ่มไหน เป้นต้น  เพื่อนักลงทุนจะได้คิดทบทวนอย่างรอบครอบก่อนตัดสินใจ เมื่อตัดสินแล้วจะได้ไม่ผิดหวัง เหมือนกับที่พี่ไม่เคนทำให้น้องผิดหวังไงละ  

       แต่......ดูๆไป ๆ  ผู้บริหารในวันนี้ ทำหน้าที่คล้านเป็นเซลแมน ต้องพยามให้ข้อมูลโปรโมตบริษัทว่าดีอย่างไร เพื่อให้นักลงทุนสนใจมาลงทุนในบริษัทตนเอง แต่ถ้าน้องไปเจอบางท่านที่อยากจะให้สาวๆ สวย อย่างนำหวานไปสนใจละก็ ต้องระวังให้ดีละ  

     ขณะเดียวกัน.

      บริษัทจะแจกรายการประจำปี รวมรวมรายละเอียดเกียวกับงบทั้งหมดในปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ชื่อผู้ถือหุ้น ที่อยู่บริษัท วัตุประสงค์และวิศัยทัศน์ของบริษัท นอกจากนี้ยังมีรายละเอียดของบริษัทนี้ตลอดทั้งปีก่อน  เช่นว่า

  ..สารจากประธานบริษัท

  ภาพรวมการดำเนินงานของกลุ่ม

ปัจจัยความเสียง

โครงสร้างผู้ถือหุ้น

  .โครงสร้างผู้บริหาร

..สรุปผลการดำเนินงาน

ลํกษณะการประกอบธุรกิจบริษัท

..โครงสร้างรายได้

รายงานคณะกรรมการตรวจสอบ

คำอธิบายวิเคราะห์งบ

งบการเงิน พร้อมรายงานผู้สอบบัญชีและหมายเหตุ

รายงานการพัฒนาเพื่อความยั่งยืน

       
  เหมือนกับ โบชัวของห้างไงละจ๊ะ ที่น้องน้ำหวานมักจะติดตามตู้เย็นไปหมด จนบางครั้งพี่คิดว่าเป็นตู้หนังสือ

    เรียกว่าวันนี้เป็นวันแห่งการเตรียมความพร้อมให้กับนักลงทุน ผู้ที่ต้องการลงทุนจะทราบล่วงหน้าอยางชัดเจนว่า ตั้งแต่เริ่มต้นยังจบในปีที่แล้ว บริษัทเป้นอย่างไรบ้าง ผ่านอะไรมาบ้าง  และเมื่ออ่านจบแล้วทำให้เราได้รู้อะไรบ้าง

    ที่สำคัญจะได้เอาไปเปรียบเทียบกับบริษัทอื่นๆ ที่ต้องการลงทุนเพื่อประโยชนืในการวางแผนการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ บริษัทไหนเป็นอยางไรบ้าง

  หลังจากตัดสินใจลงทุนในบริษัทแล้ว ขั้นต่อไป จะจัดทำเอกสารที่ต้องอ่านประกอบในบริษัทนั้น  เรียกว่า company package  ที่ไม่มีใครจัดหาให้เราหรอก นอกจากตัวเราเอง   และไปหาซื้อหนังสือและตำราต่างๆ ที่เกี่ยวกับอุตสาหกรรมนั้นๆ ที่บริษัทนั้นทำธุรกิจอยู่  หรือ ข่าวสารต่างๆ เมื่อได้รับเอกสารและหนังสือต่างๆ ที่หามาได้ ก็เริ่มอ่านทำความเข้าใจก่อนจะไปลงทุนในบริษัท

     เรีกว่าใครเข้าใจและเตรียมพร้อมได้ล่วงหน้าก่อนลงทุนย่อมได้เปรียบ  เพราะเมื่อถึงเวลาลงทุนจริง ถ้าไม่ได้เตรียมตัววางแผนมาอยางดี หรือเข้าใจบริษัท โอกาสผิดพลาดก็มีสูงเช่นกัน.

               การลงทุนเริ่มต้นจากวันที่  shopping เลยก็ว่าได้ค่ะ!!!!!!
            ถ้าไม่เข้าใจ คืนนี้ถามพี่ต่อได้นะค่ะ
           
                        รักจากใจ

                        พี่โหน่ง
                 
                   น้ำหวานคือ ทุกสิ่งของพี่

......................................

ประมูล????  


    เม้งเป็นเพื่อนที่สนิทของผม เขาพึ่งสอบเข้าเป็นสมาชิกของชมรมได้ไม่นาน ( ปี 2554 เนื่องจากสมาชิกมีมาก จนต้องสอบเข้า ) ถามเรื่อง comvisit  กับผม ผมจึงเขียนจดหมายตอบไปดังนี้  

         
 20 เม.ย. 2554..........เขียนที่ห้องน้ำวะ ปวดขี่อยู่


       ถึงเม้งเพื่อนรัก

      ถ้าเพื่อนต้องการไป company visit เพื่อนต้องประมูลด้วยคะแนนมากกว่านี้นะ ไม่อย่างนั้นไมได้ไปหรอก เพราะสมาชิกประมูลกันเยอะ

     ประมูลเท่าไรดีหรือ..

     ประมูล bidding ใช้เพือจำกัดสมาชิกนักลงทุนให้มีจำนวนเหมาะสำหรับทริป ๆ หนึ่ง ที่มีคนสมัครอยากไปกันมากกว่าที่บริษัทเจ้าของอยากจะรับและเพื่อมิให้จำนวนมากเกินไปด้วนเกรงว่าอาจจะทำให้การตอบขัอสักถามต่างๆ ไมมีประสิทธิภาพ

  ที่ชมรม  Thaivi สมาชิกทุกคนจะได้รับคะแนนประมูลจากทางคณะกรรมการของชมรมตั้งแต่ต้นปี ซึ่งทางชมรมจะให้คะแนนสมาชิกเท่ากัน

 วิธีประมูลจะใช้ไมได้กับทุกบริษัท แต่จะใช้เฉพาะกับบริษัทที่จำกัดจำนวน แต่ปรากฎว่ามีสมาชิดลงทะเบียนกันมากกว่าที่รับได้ จึงต้องใช้วิธีประมูล  ผู้ที่ประมูลด้วยคะแนสูงก้จะได้สิทธิไปตามที่กำหนดไว้ เช่น บริษัท 7-11 รับได้ 30 คน แต่มีสมาชิกต้องการไปถึง 50 คน สมาชิกเหล่านี้ก็ต้องประมูลกัน คนไหนประมูลคะแนนสูงกว่าก็จะได้ที่นั่งไป ไล่ลงมาจนถึง 30 clearing point อยู่ที่คะแนนตรงไหน  ใครประมุลต่ำกว่านี้ก็อดไป

          เราคิดว่านะเม้งการประมูลมีความยุติธรรมดี นอกจากจะทำให้การไป visit มีประสิทธิภาพแล้ว สัดส่วนผู้พูดกับผ้ฟังที่เหมาะสม ยังเป็นวิธีช่วยคัดกรองคนที่จะไปได้จริงๆ เมื่อต้องการไปมากก็ย่อมประมูลมากด้วยคะแนนสูง เทียบกับสมาชิกคนอื่นๆ ที่อาจไม่อยากไปมากเท่า

      แต่คะแนนเกล่านี้ ก็มีค่าเสียโอกาสนะเม้ง

    สมาชิกต้องประเมินให้ดี ต้องคิดอย่างรอบครอบ อยากไปจริงหรือ หากประมูลด้วยใส่คะแนนมาก ๆ เท่กับตัดโอกาสที่จะไปประมูลบริทอื่นๆ ด้วยนะ

       ยกตัวอย่างหรือ?

         อย่างเช่น.สมมุติมีเท่ากัน 1000 แต้ม ตอนต้อนปีเท่ากันทุกคน  เม้งประมูลบริษัท PS ไป  500 แต้ม เหลือแค่ 500 เพือนำไปประมูลบริษัทอื่นๆที่ต้องการไปเช่นกัน ย่อมทำให้เสียฌอกาสเป็นอย่างมาก คงต้องคิดรอบครอบก่อนดี ๆ เพือ่เกบคะแนนไว้ประมูลที่อื่นต่อด้วย

     สมาชิกที่คิดเชิงกลยุทธ์และวางแผนการไป com visit ล่วงหน้าอยางดี ก็ย่อมประสบความสำเร็จในบริษัที่ตรเองต้อการอย่างครบถ้วน เมื่อเปรียบเทียบกับคนที่ไม่ได้คิดเรื่องนี้มากนักก่อนตัดสินประมูล

  หวังว่าเม้งคงจะชนะการประมูล และได้ไปบริษัทื้เพื่อนต้องการจริงๆ ตามแผนที่ได้วางไว้นะเพื่อน

                       
                            คิดถึงมึงเสมอ
                               
                                 โหน่ง        

                                เพื่อนกินทุกเวลา

จดหมายผิดซอง

โพสต์แล้ว: ศุกร์ เม.ย. 04, 2008 2:18 pm
โดย humdrum
สมาชิก?????


      รุ่นน้องฮิปฮอป ชื่อ ป๊ด เป้นเด็กที่เรียนเก่งมาก ผมเห้นป๊ดตั้งแต่เด็ก สนใจสอบเข้าป็นสมาชิก Thaivi แต่กลัวไม่มีเวลาศึกษาด้านนี้ เพราะต้องทำงานประจำไปด้วย ผมจึงเขียนจดหมายตอบไปดังนี้    

      วอดซับ ปื๊ด..

                หวัดดี โย่วๆ0000   เป้นไงบ้างน้องรัก

      ซับ..แมนนนน  พี่ดีใจนะ ที่ปื๊ดสนใจการลงทุนนะ แต่ปื๊ดต้องถามตัวเองก่อนว่า

           .00 ไม่ต้องกลัวเลยสมาชิกที่นี่มีโอกาสแสวงหาความรู้อย่างเต็มที่ ไม่ต้องเสียเวลาทำสิ่งเล็ก ๆน้อย ๆ ทางชมรมเอื้ออำนวยความสะดวกให้

            คนที่สอบเข้ามา Thaivi ได้ย่อมคาดหวังจะได้เก็บเกี่ยวความรู้ประสบการณ์ต่างๆทีมีคุณค่าให้มากที่สุด  แต่สมาชิกทำเช่นนั้นได้ยากลำบากยิ่ง หากทางชมรมไมได้สนับสนุนให้สมาชิกได้มีเวลาเรียนรู้อย่างเต็มที่

     ขณะที่เป้นสมาชิกที่นี่ ปื๊ดจะได้รับการดูแลอย่างดีเยี่ยม สมาชิกมีหน้าที่แสวงหาความรู้ได้อย่างเต็มที่ไปเลย โดยไม่ต้องเสียเวลาไปกับเรื่องที่ไม่จำเป็น พี่ว่า หากางเกงที่ยาวหลุดตูดเหมือนกับที่ปืดใส่ยังยากกว่าซะอีก  เพราะทางชมรมเขาได้จัดสรรและจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกด้านข้อมูลต่างๆ ไว้อย่าพร้อมสรรพเลย เหมือนถุงยาง แกะปู้ป ใช้ได้เลย.

       ตั้งแต่เป้นสมาชิก จะมี com package ให้ 1 ชุดสำหรับแต่ละคน แต่จะขอได้ไม่เกิน 5 ชุดต่อไตรมาสปี  เป้นเอกสารประกอบการลงทุนที่ทางชมรมได้จัดทำขึ้น เป้นการรวบรวมบทความจากแหล่งต่างๆ เก่ยวข้องกับบริษัทนั้นๆ ให้สมาชิกได้อ่าน เพื่อช่วยลดเวลาสมาชิกไม่ต้องไปถ่ายเอกสารหรือค้นคว้าด้วยตนเอง

        เยี่ยมไปเลยใช่ไหมละ ถ้าปื๊ดมีข้อมูลอย่างนี้ก่อนจีบสาวก็คงดี อย่าลืมเผื่อพี่ด้วย

       การเลือกบทความให้อ่านนั้น จะเลือกแต่ที่ดีที่สุดที่เกี่ยวข้องกับบริษัทนั้นจริงๆ เท่ากับเป้นการช่วยรวบรวมองคืความรู้เกี่ยวกับบริษัทที่ปื๊ดจะลงทุน โดยไม่ต้องเสียเวลาไปค้นคว้าเลย  ปื๊ดยังเก็บเวลาไว้ลงแรงกับสาวๆ ได้สบาย ถ้าปื๊ดไหว

 ส่วนเรื่องอื่นๆ ที่อ่านออนไลน์ได้ ก็จะมีรายชื่อเว็บไวด์ให้สมาชิกได้เปิดอ่านกัน ไม่ต้องเสียเวลาไปค้นหาใน google อีก วิธีนี้จะทำให้สมาชิกมีเวลาเพื่อศึกษาบริษัทได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    เมื่อเข้ามาเป้นสมาชิก ทุกคนที่นี่ถูกคาดหวังว่า จะเป็นผูที่มีความรู้ ความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับการลงทุนเน้นคุณค่าทั้งภาคทฤาฎีและปฎิบัติ ไม่เพียงเข้ามาเพื่อหากิ๊กเท่านั้น พี่ไม่ได้ว่าปื๊ดนะ

     ทางชมรมจึงสนับสนุนเต็มที่..    แต่ละบริษัท  ทางชมรมเตรียม Buddy assistant ให้กับสมาชิกไว้  โดยมีการแบ่งสัดส่วนจำนวน  Buddy กับ จำนวนสมาชิกที่สนใจในบริษัทนั้น ๆ อย่างเหมาะสม

      โย่ว.ทาง Buddy จะจัดให้มีการทบทวนขึ้นทุกสัปดาห์ ผู้ช่วยเหล่านี้ จะทำหน้าที่ช่วยทบทวนและตอบคำถามต่างๆ  ปื๊ดสามารถถามอย่างเจาะจงตัวต่อตัวได้ ทำให้ความเข้าใจเกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ

   u know what i mean!!

     ทางชมรมช่วยขนาดแล้ว คงมีแต่สมาชิกที่เกียจคร้าน ไม่ตั้งใจค้นคว้าหาข้อมูลที่ ที่จะไม่ประสบความสำเร็จได้

      แต่แม้ความสำเร็จได้มาอยากเพียงไหน สิ่งที่ยากกว่าคือการรักษามันไว้

      พี่ยืมเขามา จำไม่ได้ใครพูด

        ฝากไว้..ไม่ต้องคืน..โย่ว

                                       Later mannnn

                                         พี่โหน่ง

                                      ฮิปฮอปรุ่นใหญ่

จดหมายผิดซอง

โพสต์แล้ว: เสาร์ เม.ย. 05, 2008 1:51 pm
โดย humdrum
การเรียนรู้????

  ผมไม่ได้เจอน้องคนหนึ่งที่เป็นสมาชิกในชมรมนาน  เจอกันอีกที เมื่อซักทามเรื่องต่าง ๆ พบว่าไม่มีความกระตือรื่อร้นที่จะขวนขวายหาความรู้ ได้แต่ลอกหุ้นจากคนอื่นๆ  ด้วยความเป็นห่วง จึงเขียนจดหมายอีก.    


 24 สิงหาคม 2551..

          ป๊าดน้องรัก

     พี่แปลกใจมากที่น้องป๊าดไม่มีความกระตือรือร้นมากเท่าที่ควร พี่เสียดายแทนน้องคนนี้ ถ้าเป็นนักลงทุนท่านอื่น ๆ คงรีบตะครุบโอกาสต่างๆ ที่หยิบหยื่นมาให้ ถือว่าเป็นเรื่องน่าเสียดาย เพราะคนจำนวนมากไม่สามารถเข้าเป้นสมาชิกชมรมเราได้ เพราะผลการสอบคะแนนไม่ถึง    

    คนส่วนมากที่เข้ามาในชมรมใหม่ ๆ ชอบคิดว่าที่นี่ คือ คำตอบ ของความสำเร็จ  ชมรมนี้เป้นที่ เริ่มต้น ของการเรียนรู้เรื่องการลงทุนเน้นคุณค่าต่างหาก

    สมาชิกที่นี่ต่างรักความก้าวหน้า เป้นคนเก่งกันทั้งนั้นจบจากมหาลัยที่มีชื่อเสียง  แต่ที่สมาชิกหลายๆ ท่านประสบความสำเร็จ แต่ความสำเร็จของพวกเขามาจากสิ่งเดียวกัน พวกเขาล้วนเคร่งครัดในระเบียบวินัยที่ตนเองวางไว้ทั้งสิ้น

     การมีวินัยต่างหากที่เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการแยกนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จออกจากนักลงทุนที่ล้มเหลว  การได้อยู่รอบๆ คนเก่งๆ นับเป้นเรื่องที่ได้เป้น competive advantage ในสถานะการที่เหมาะสมทั้งเวลาและสถานที่ สิ่งแวดล้อมที่ดีนี้เป้นแรงผลักดันเพียงภายนอกเท่านั้น เพราะแรงผลักดันทีแท้จริงมาจากภายใน มีทั้งสองอย่าง ก็เพียงพอที่จะให้ป๊าดเจริญรุดหน้าไม่ยากนัก

     พี่ได้ฟังป๊าดมัวนินทาวุ่นวายกับสมาชิกท่านอื่นและคณะกรรมการของชมรมเรื่องไม่พอใจ Buddy assistant บางท่าน และ บ่นเรื่อง ระบบ ของชมรม จนไม่สนใจในบริษัทต่างๆ เท่าที่ควร  ทั้งๆ ที่เรื่องสำคัญเหนืออื่นใด คือ เรื่องต้องสนใจและใส่ใจกับบริษัทต่างๆ เท่านั้น   ระบบในชมรมเป็นอย่างไรก็คงจะเป็นอย่างนั้นอีกนาน และคงเปลี่ยนได้ไม่ง่ายนัก แทนที่จะเสียเวลากับเรื่อง คน  พี่ว่าป๊าดควรไปสนใจกับบริษัทต่างๆ  ดีกว่า

     พี่ได้ข่าวว่าป๊าดขับรถโก้หรู้ราคาแพง กินอาหารตามโรงแรมชั้นยอด เรื่องของป๊าดไม่เกี่ยวกับพี่

     โลกการลงทุน เราต้องลงทุนกับบริษัทต่างๆ ซึงโลกธุกิจนั้น เป้นโลกที่กว้างใหญ่หยุ่งเหยิงมาก เป็นโลกของคนล้มละลายมากกว่าคนประสบความสำเร็จ บางคนหมดเนื่อหมดตัว คนที่ตายก่อนวัยอันควรก้มี เนื่องจากความกดดันที่มีมาก   ด้วยเหตุนี้ ป๊าดควรต้องเตรียมตัวให้พร้อมที่สุด เพื่อเลี่ยงปัญหาต่างๆ และเพื่อให้พ้นหลุมพรางกับดักของความล้มเหลวซึ่งธุรกิจในบริษัทอาจเปลี่ยนแปลงเมื่อไหรก็ได้ จงวางแผนสำหรับฝึกตัวเองในตลอดระยะเวลาของป๊าดอีก 20-30 ปี ข้างหน้าตั้งแต่บัดนี้เถิดนะน้อง ก่อนที่จะเสียใจในภายหลัง

     ในการเลือกบริษัทที่จะลงทุนนั้น อย่าพึ่งสนใจห้อง value investing หรือ ห้อง ร้อยคนร้อยหุ้นหรือ สนใจบริษัทใดบริษัทหนึ่งจนมากเกินไป คนที่มีความรูรอบตัวนั้นเป้นคนที่มีคุณค่าและหายาก ฉะนั้นจึงควรเข้าแวะเวียนหลายๆ ห้อง  อย่างเช่น ห้อง นั่งเล่น นั้น มีทั้ง รัฐศาสตร์ ประวัติศาสตร์ โหราศาสตร์ ปรัชญาและอีกมากมาย    

     ในการเข้าใจธุรกิจต่างๆ ต้องอาศัยความรู้จากหลากหลายศาสตร์ต่างๆ ซึ่งล้วนให้ทัศนะกว้างไกลในโลกของเรา เพื่อให้เกิดทัศนะกว้างไกล มองชีวิตด้วยสายตาที่แปลกกว่าเดิม ป๊าดไม่มีทางรู้หรอกว่า ต่อไปจะลงลงทุนในบริษัทไหน ความรู้ในกระทู้ต่างๆ แม้เพียงเล็กน้อย อาจมีค่ามหาศาลเมื่อนำไปใช้ ทั้งอาจจะช่วยให้ป๊าดเป้นนักลงทุนที่ดีขึ้นในวันข้างหน้า

   ไม่เพียงเท่านี้ การตอบสนองจากการ post ใน web ของห้องต่างๆ ที่ป๊าด ไม่ถนัด ทำให้เพื่อนสมาชิกท่านอื่น ๆ ทราบว่า  ปื๊ดตอบสนองต่อสิ่งที่อ่านอย่างไร  ให้คนอื่นได้เป้นผู้ประเมินความคิดเห้นของป๊าดบ้าง จะทำให้ป๊าดได้รับมุมมองใหม่ ๆ จากทัศนะหรือความคิดเห็นจากเพื่อนสมาชิกคนอื่นๆ ซึ่งเท่ากับว่าเป็นการเรียนรู้จากกันและกัน  โดยเฉพาะจากนักลงทุนสาว ๆ

             พี่รู้ว่าป๊าดเรียนเก่ง แต่โลกของการลงทุนแล้ว ไม่ได้ยืนยันเลยว่าจะประสบความสำเร็จ เพราะนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จได้ต้องมีความขยันขันแข็ง มีวินัย และบริหารเวลาอย่างดี ทั้งนี้ เพราะผู้บริหารบริษัทต่างๆ ที่ดี ๆ นั้นก็มีลักษณะเช่นนี้ ผู้นำของบริษัทต่างๆ ชั้นนำ นอกจากท่านเหล่านี้จะมีคุณธรรมในการทำธุรกิจแล้ว ยังเป้นคนที่เก่งและมีความกระตือรือร้นที่จะกระตุ้นลูกน้องให้ทำงานไปสู่เป้าหมายได้อย่างสัมฤทธิผลด้วยความขยัน และความมีวินัย ทำให้พี่ไม่แปลกใจเลยว่า เหตุใดบริษัทแห่งนั้นจึงมีชือเสียงอย่างมากในประเทศ ส่วนหนึ่งเกิดจากคุณภาพของผู้บริหารนั่นเอง

     ลงทุนในบริษัทชั้นยอดแล้ว ก็ควรเรียนรู้ด้วยว่าเขาทำงานกันอย่างไร เพื่อจะได้เป้น คน ที่ดีและเก่งแบบเขาได้บ้าง ดีกว่าสนใจแต่ตัวเลขกันอย่างเดียว

     เรื่องการเข้ากลุ่ม บริษัท ในแต่ละสัปดาห์ ป๊าดก็ไม่ควรพลาด  พี่รู้ว่าป๊าดชอบเรียนรู้คนเดียว แต่บางครั้งปื๊ดควรเข้ากลุ่มมีโอกาสอภิปายถกเถียงกับนักลงทุนท่านอื่นๆ บ้าง พี่รู้ว่าปื๊ดไม่ใช่คนขึ้อายเลย ออกจะหน้าหนาด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นไปเข้ากิจกรรมกันดีกว่า

          อย่างในกลุ่ม APRINT  สมาชิกมีการผลัดกันให้สมาชิกแต่ละท่านทำหน้าที่ได้เป็นผู้นำกลุ่มระหว่างสัปดาห์  โดยจะมีผลัดเปลี่ยนบทบาทของแต่ละคนวิเคราะห์กิจการบริษัทในด้านต่างๆ หมุนเวียนกันนำเสนอกรณีศึกษาของตนเอง และ ให้เพื่อนคนอื่นช่วยวิเคราะห์ในวันนั้น ดังนั้นนอกจากเรียนร้เรื่องการลงทุนแล้ว ยังเข้าใจการเป้นผู้นำในบริษัทต่างๆ ได้ดีขึ้นอีกด้วย เพราะจะต้องบริหารความเป้นผู้นำในกลุ่ม ผ่านการควบคลุมสถานการณ์ต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น  จัดวาระการประชุมแต่ละสัปดาห์ เป้นต้น

         ยังมีอีกนะ

     เพื่อให้เรียนรู้สถานการณ์จริง  ในกลุ่มของ APRINT นั้น จะมีการให้ทุกคนวิเคราะห์สถานการณ์จริงๆ โดยการเล่นบทเป้นผู้บริหาร วิเคราะห์ว่าจะปฎิบัติอย่างไร เกิดผลอะไรตามมา ประสบความสำเร็จหรือล้มเหลวเน่องจากอะไร หากป๊าดเป้นผู้บริหารจะแก้ปัญหาอย่างไรจึงประสบความสำเร็จ หลังจากนั้น Assistant ของกลุ่มจะช่วยเก็บประเด็นต่าง ๆ มารวบรวมว่าภาพรวมเป้นอย่างไร  

                การเรียนแบบ case study อย่างนี้ยังกระตุ้นให้ผป๊าดเกิดความกระตือรือร้นในการแสวงหาความรูจากภายในเว็บและนอกเว็บ  กลายเป้นวัฒนธรรมที่ก่อร่างให้คนที่เข้ามาสัมผัสวิธีดังกล่าวได้รับการพัฒนาทักษะต่างๆ อย่างเต็มที่ เพื่อให้ไปถึงพรมแดรการลงทุนเน้นคุณค่าอย่างลึกซึ้ง  

        เป้นไง ฟังพี่บ่นมานาน

       ลองคิดดูว่า.ถ้าป๊าดไม่ขยัน ไม่มีวินัย ไม่จัดระเบียบชีวิตดีๆ ไม่วางแผนบริหารเวลา แม้จะเป้นคนเก่ง แต่พี่คิดว่าคงประสบความสำเร็จได้ยากนะ

            พี่เชื่อในตัวป๊าดเสมอว่าป๊าดทำได้ และ พี่ก็มองคนไม่เคยผิดด้วย

                                                รัก

                                              พี่โหน่ง

                                            คนหัวขี้เลื่อย

จดหมายผิดซอง

โพสต์แล้ว: จันทร์ เม.ย. 07, 2008 6:06 pm
โดย humdrum
สังสรรค์????  


 ผมไปงานปาร์ตี้ของชมรม ไปเจอเพื่อนสมาชิกที่ไม่เคยเจอ แต่รู้จักผ่านชื่อล๊อคอิน ผมเสียดายที่นานๆ เจอเขา เขาบอกคงไม่มาอีกแล้ว เพราะเข้าสังคมไม่เก่ง แย้เป็นคนที่นิสัยดี ไม่ค่อยพูดมากนัก แต่เป็นคนมีน้ำใจคอยช่วยเหลือเพื่อนๆ เรื่องข้อมูลทาง IT อยู่เสมอ

    6  ตุลาคม 2551

  สวัสดีแย้.......        

          เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เรายังคุยค้างกันอยู่เลย พี่เสียดายต้องรีบกลับก่อน ชีวิตคน 30 กว่าก็อย่างนี้ละ จะวุ่นกับลุกกับเมีย จนไม่เหลือเวลาให้เพื่อนฝูง พีอิจฉาแย้จริงๆ ช่วงอายุ 20-30 นั้นเป็นช่วงที่สำคัญที่สุดในการใฝ่หาความรู้ ถ้าแย้ไม่ใช้ช่วงอายุนี้ในการศึกษาให้สำเร็จ ก็อาจมีเวลาน้อยลงในวันข้างหน้าอย่างพี่  และโดยเฉพาะผู้หญิงนี่ เข้าใจยากอะไรชะมัด นี่เดียวพี่ก็ต้องไปซักผ้าให้ดูอีก

        เป็นไงบ้าง งานสังสรรค์.

        งานจัดเลี้ยงสังสรรค์ของที่นี้ทุกไตรมาส เรียกได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตนักลงทุนที่นี่เลยทีเดียว หากเรามุ่งเพียงแต่ลงทุนหรือศึกษาเรื่องการลงทุนอยู่คนเดียวโดยไม่สนใจใช้เวลาสร้างมิตรกับเพื่อนๆ อาจโอกาสดีๆ ในชีวิตไป ทั้งๆ ที่ไม่ใช่เป็นการยากอะไรที่จะทำ    พี่เห็นว่าเรื่องนี้มีความสำคัญทีเดียว จึงพยายามจัดเวลาไปร่วมงานต่างๆ ที่เพื่อนฝูงเชื่อเชิญกันไปเท่าที่จะทำได้

        คนของชมรมที่นี่มักจะรวมกลุ่มเพื่อตั้งชมรมเพือการ พบปะสังสรรค์ กันโดยแท้ เพื่อนๆ ตั้งกันเองตามความสนใจที่ต่างกันไป  การเลี้ยงสังสรรค์อย่างนี้ แท้จริงมีปรtโยชน์มากกว่าทีคิดนัก เพราะเป้นช่วงแห่งการสะสมมิตรภาพและแลกเปลี่ยนความคิดเห้นต่างๆ เนเวลาที่จะได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ จากประสบการชีวิตของแต่ละคนซึ่งในชีวิตนี้เราอาจจะหาไม่ได้เลยทั้งชีวิต

       นอกจากนี้.

         การร่วมทำกิจกรรมต่างๆ ของชมรมเหล่านี้ เปรียบเหมือน ห้องเรียน อีกห้องหนึ่งที่เรียนไม่รู้จบที่แย้ควรเข้าไปสังสรรค์บ้างขณะได้มีโอกาสใช้ชีวิตในรู้จักสังคมของนักลงทุนเน้นคุณค่า

        ที่แย้บอกพี่ว่าแย้เข้าสังคมไม่เก่งนั้น แย้ลองมองอีกแง่หนึ่ง

         หากพิจาณราอย่างลึกซึ้งแล้ว ทุกคนทำอะไรเพื่อสิ่งที่ต้องการล้วนเกี่ยวโยงกับเรื่องแรงจูงใจทั้งนั้น ตลอดชีวิตของทุกคนตั้งแต่เล้กจนโต พวกเราทุกคนล้วนเรียนรู้ที่จะตอบสนองต่อแรงจูงใจในรูปแบบต่างๆ ทั้งในด้านดี และ ด้านลบ
       
          แรงจูงใจนั้นเป้นเรื่องง่ายๆ ที่กระตุ้นให้พวกเราลงทุน แรงจูงใจส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดเองธรรมชาติ ยกตัวอย่าง Warren Buffett  แรงจูงใจที่เด่นชัดไม่ใช่ตัวของ Warren Buffett แต่เป็นเงินที่เขามี เพราะคนส่วนใหญ่ไม่สนใจในสิ่งที่เขาเป็น เพียงแต่สนใจในสิ่งที่เขาทำ  อย่างนี้เรียกว่าแรงจูงใจทางเศรษฐกิจ เพื่ออิสรภาพทางการเงิน

   ส่วนแรงจูงใจทางสังคมนั้น ลองนึกถึงการรณรงค์ต่อต้านการเชียร์หุ้นอย่างเปิดเผยทั้งหลายที่มีการโพสในเว็บ การเสียค่าปรับ 10000 บาทนั้นเป็นแรงกระตุ้นทางเศรษฐกิจอันทรงพลังที่ทำให้ยอดการเชียร์หุ้นอย่างเปิดเผยนั้นลดลง   การห้ามสมาชิกโพสหุ้นเชียร์หุ้นถือเป็นแรงจูงใจทางสังคม และเมื่อคณะกรรมการประกาศว่า ผู้ก่อการร้าย ได้ซื้อหุ้นก่อน แล้วตัวเองค่อยเชียร์ในเว็บให้คนอื่นซื้อตาม ถึงเวลานั้นก็ขายหุ้นออกมา  ก็เป้นเสมือนแรงจูงใจทางศีลธรรม

     ที่ผ่านมา  มีการนำเสนอแรงจูงใจมากมายเพื่อออกใช้ในการป้องกันการโพสเชียร์หุ้นจนมากเกินไป เมื่อพิจารณาจากข้อเท้จจริงต่างๆ แล้ว คำถามที่น่าสนใจและคุ้นเคยก้ผุดขึ้น ว่าทำไมยังมีคนบางคนก่อพฤติกรรมอย่างเดมซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่ว่าจะผ่านไปนานกี่ยุคกี่สมัย พร้อมคำถามที่ว่าทำไมคนโพสเชียร์หุ้นจึงไม่มากไปกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

        อาจเป้นเพราะคนส่วนใหญ่ยังต้องคำนึงถึงแรงจูงใจทางศีลธรรม เพราะเราไม่อยากให้คนอื่นคิดว่าเราทำผิด อีกทั้งสิ่งนี้เป็นแรงจูงใจทางสังคมอย่างมากต่อการกระทำที่ไม่เป็นที่ยอมรับของสังคมส่วนใหญ่ ถ้าเราใข้วิธีประจาน ด้วยการประกาศชื่อและติดรูปของคนที่ชอบโพสเชียร์หุ้น ลองดูซิว่าอะไรจะได้ผลกว่ากันระหว่างการโดนปรับเงิน 10000 บาท กับการที่เพื่อนและครอบครัวของเขาอาจมาพบรุปในเว็บ

           นี่คือธรรมชาติอันแปลกประหลาดแต่ทรงพลังของแรงจูงใจ การเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขเพียงเล้กน้อย อาจทำให้พบการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่  

      การเข้าสังคมก็เช่นกัน ล้วนเกิดจากด้วยการผสมผสานของแรงจูงใจทั้งเศรษฐกิจ สังคม และ ศีลธรรมนั่นเอง  หาแรงจูงใจนั้นให้เจอ  พยายามหาคนที่พกแรงจูงใจทางศีลธรรมให้เจอ  และเรียนรู้จากเขา เพราะคนอย่างนั้นเป็นคนที่น่าสนใจที่สุด

                                      รัก

                                  พี่โหน่ง  

                           คนไม่ชอบออกงาน

จดหมายผิดซอง

โพสต์แล้ว: อังคาร เม.ย. 08, 2008 1:13 am
โดย dino
:8) แหะ แหะ ดีครับ :wink:

จดหมายผิดซอง

โพสต์แล้ว: จันทร์ เม.ย. 14, 2008 6:01 pm
โดย Sittipan.tvi
:bow:  :bow:  :bow:

จดหมายผิดซอง

โพสต์แล้ว: พุธ เม.ย. 16, 2008 2:03 pm
โดย humdrum
อีกแล้ว???????  

วิภาเป็นรุ่นน้องที่สวยมากครับ  แถมยังไม่มีแฟนด้วย  น้องคนนี้รู้จักกันเพราะไปเที่ยวที่ประเทศจีนด้วยกันและยังบังเอิญเป็นสมาชิกชมรมด้วยกันอีก ผมเจอเธออีกครั้งที่งานสมมนา ดูเธอไม่สบายใจที่บริษัท M ที่เธอลงทุนอยู่ ปีนี้แตกแขนงธุรกิจออกไปอีก 1  ประเภท  ผมจึงทำหน้าที่พระเอกโดยตอบจดหมาย


        26 ธ.ค 2551.....


     น้องวิภาค่ะ พี่เข้าใจที่น้องกังวลเรื่อง บริษัท M ต้องการขยายธุรกิจออกไปเรื่อยๆ ซึ่งตอนนี้ก็ 3 ประเภทแล้ว พี่รู้ว่าน้องเชื่อว่าการทำหลายๆอย่างอาจให้ทำให้เกิดปัญหาเรื่องหาคนเรื่องคู่แข่งต่างๆ พี่ไม่เถียงนะ ว่าเวลาบริษัททำอะไรใหม่ๆ เราก็มีความเสี่ยงเสมอ การยึดมั่นในธุรกิจดั้งเดิมอย่างเหนียวแน่นจนเกิดความชำนาญเป็นทีหนึ่งในธุรกิจนั้นๆ ล้วนทำให้เกิด competive advantage ที่แข๋งแกร็ง และมั่นคงในขอบเขต circle of cpmpetence เดียว
 
    พี่เชื่อว่าความคิดน้องวิภาดีนะ แหม...หน้าก็สวย แถมยังฉลาดและมีความคิดดีๆ อีก  ผู้ชายคนไหนนะจะโชคดี แต่พี่ขอเสริมอะไรนิดหนึ่งนะจ๊ะ เพื่อจะได้มุมอื่นบ้างไง
 
    น้องวิภาเคยได้ยินมอตตโตนี้ใช่ไหมละ ที่บอกว่า ในหฃการลงทุนนั้น....
   
        อย่าจับไข่ทั้งหมดในมือเดียว
     
        เออ.....พี่หมายถึง
   
      อย่าใส่ไข่ทั้งหมดลงในโจ๊กชามเดียว ..........
 
          55555555
       
        มุขพี่ฟืดไปหน่อยนะคะ..... เอาใหม่นะ  
       
    อย่าใสไข่ทั้งหมดในคตะกร้าใบเดียว
   
         นั่นละคะ...

         ผู้บริหารบริษัท M ก็คิดเช่นนี้เหมือนกัน  เขามีเงินพอที่จะลงทุน มีคนที่มีความชำนาญพอที่ทำธุกิจได้  ยพี่พอได้ยินมาบ้างว่า MD ท่านนี้เก่งพอตัวเลย เพราะท่านมีความคิดเรื่องการสร้างบริษัทด้วยคน ไม่ใช้สร้างคนด้วยบริษัท
 
     การแตกลายด้วยความชำนาญในธุรกิจอื่นๆ  เหมือนเป็นภูมิคุมกันที่ดีในช่วงเสรษฐกิจโลก downturn อย่างนี้ และพี่เชื่อว่าจะลงอย่างนี้อีกเป็นสิบปีทีเดียวเพราะ aging economy เป็นตัวแปรหลักนั่นเองค่ะ
ไม่เหมือน้องวิภาเนอะ ยิงนานวันยิ่งดูสวยขึ้นนะ พี่ไม่ได้ชมเล่นๆ นะ ออกมาจากใจพี่จริง ๆ ค่ะ
 
         การสำรองแตกลาย ดีกว่ามีธุรกิจเดียว แล้วไปไม่รอดค่ะ
 
       ผู้บริหาร M   ทำธุกิจเดิมมานาน ในหนึ่งวันทำงาน 8 9 10 ชั่วโมง ท่านอาจใช้เวลาให้เกิดประโยชน์ไม่เต็มที่ เมื่องานของท่านเริ่มจำเจมากขึ้น ท่านก็ให้คนอื่นมาทำแทน แล้วท่านไปทำอย่างอื่นที่  value มากกว่า
   
   ในกลุ่มธุรกิจของ M จะต้องมีบ้างที่  ชัยชนะของธุรกิจนั้นเปลี่ยนหมุนเวียนไปตลอด ไปบริษัทโน้น บริษัทลูกโน้นบ้าง   การมีหลายธุรกิจมากกว่า 1 ประเภท โอกาสที่จะชนะทุกปีก็มีมาก กำไรอีกบริษัทมาเสริมบริษัทที่แพ้บ้าง  บริษัทไม่ว่าใหญ่หรือเล้ก  ไม่อาจเป้นผู้ชนะตลอดกาล  หมุนไปอย่างนี้ตาม demand และ supply ตามภาวะเงินเฟ้อ ตามสถานการร์การเมืองที่ไม่มีใครรู้ล่วงหน้าขึ้นๆ ลงอย่างที่น้องวิภาเห็น ถ้ามีใครมีญาณวิเศษเรื่องอนาคตจริง เขาคงไปทำธุรกิจเองแล้ว ไม่มานั่งตามต้นมะขาม    เพราะเหตุผลนี้ละคะ  เพราะวงจรแต่ละธุรกิจก็ไม่เหมือนกัน จะเป็นผู้ชนะทุกปี บริษัทต้องสร้างความหลากหลายนั่นเองไงค่ะ

     แต่ถ้าน้องวิภา ไปเจอ MD บางท่าน ท่านทำอะไรก็สำเร็จไปหมด จนคิดวว่าตัวเองเป็น ซุปเปอร์แมน จนลืมตัวกระโดมาจากตึกสูงๆ  อย่างนี้ก็อันตรายนะค่ะ เพราะพี่คิดว่าไม่มีใครเก่งไปหมดทุกอย่าง      
         
      แต่การขยายไปลายอื่นนั้น วิภาคอยสังเกตในงบกำไรขาดทุน  ว่าบริษัท M เริ่มตัดรายจ่ายทุกอย่างในบริษัทลูกลงบ้างหรือปล่าว  หรือตัดรายจ่ายจนหยุบหยิบไปหมดแล้ว ยังมีผลขาดทุนอยู่ อย่างนี้เป็นไปได้ที่กิจการใหม่จะไปไม่รอด และอาจถึงขึ้นเพลี่ยงพล้ำปิดกิจการในที่สุด  

       MD ที่ใจร้อนเพราะโลภมากและชอบขยายธุรกิจมากเหลือเกิน อย่างนี้น้องวิภาควรหนีให้ห่างไกล สิ่งที่ควรค่าแก่ความสำเร็จต้องประกอบด้วยพื้นฐานที่มั่นคง การเติบโตของบริษัทและใจคนก็เช่นเดียวกัน ต้องหนักแน่นเสมอ

       เหมือนใจพี่ไงค่ะ          
                     
       ด้วยความเป้นห่วงเสมอ

             
                 พี่โหน่ง

           ไม่หล่อแต่รักจริง