หน้า 1 จากทั้งหมด 1

ความรู้ในกรอบสี่เหลี่ยมไม่มีจุดสิ้นสุดจริงๆ ครับ

โพสต์แล้ว: อังคาร เม.ย. 01, 2008 4:48 pm
โดย humdrum
ก้าวช้า ...ช้า....ช้า    

           ก้าวแรกที่เดินเข้าไปอีกครั้ง เห็นหนังสือก่ายกอง มากมาย ต้องบอกตัวเอง อันตัวข้าพเจ้าความรู้น้อยนิด ประมาณยังมีหนังสือว่าอีกหลายล้านเล่ม ยังมีความรู้มากมายอีกหลายล้านเรื่องที่ไม่เคยสัมผัส ไม่เคยคิด เพราะคิดไม่ได้..5555    หนังสือมากมาย ไม่เคยเข้าใจมาก่อน ทุกเพศทุกวัยมาเรียนรู้สิ่งต่างๆ ไม่มีคำว่าแก่เกินเรียน
     
           ห้องสมุด ที่ผมยืนอยู่นี้ทำให้เข้าใจโลก ไม่มีใครเก่งทุกเรื่อง  ไม่มีใครเป็นศรีธนนชัยได้ทุกเรื่อง เพราะเหนือฟ้ายังมีไม้โท...5555
   
     ผมกะประมาณว่า 10 กว่าวัน เงินสะพัดราวๆ  500 ล้านบาท  
   
 

  ปู่บัพเฟทมาเดินแค่ 2 ชั่วโมง นั่นคือ GDP ของงานสัปดาห์หนังสือ
  65000 ล้าน us x 32 = 2,080,000 ล้านบาทไทย
 หาร  365 วัน  =  5,698  ล้านบาท/วัน
  หาร 24 ชม.  =  237 ล้านบาท/ชม.
    หาร 60 นาที  = 3.95  ล้านบาท/นาที
    หาร  60 วินาที  = .065 ล้านบาท/วินาที

          ถ้าบัพเฟตเจอแล้วแบงค์ 1000 ตกอยู่บนพื้นที่งานหนังสือ จะเก็บดีหรือไม่?

           ต้องใช้เวลากว่า 3 วินาที นั่นเสียค่าโอกาสไปกว่า  65000 x 3 = 195,000 บาท...555555

               500 บาท ตกเล่มละ 100 นั่นกว่า 5 ล้านเล่มที่มีในงาน ระยะเวลากว่าทศวรรษทำให้งานนี้เป้นตำนานไปแล้ว  เพราะห้องสมุดแห่งนี้มีชีวิตครับ และเสมือนต้นไม้ใหญ่ที่งอกเงยขึ้นทุกปี และยังคงเติบโต ออกดอกออกผลแห่งความรู้ ตกทอดก่ายกองทัยสู่รุ่นต่อๆ ไป
   
  ห้องสมุด แห่งนี้ สะท้อนให้เห็นการเติบโตอย่างต่อเนื่องของตลาดหนังสือได้เป็นอย่างดี
       
          คิดๆ ดู กว่า 5 ล้านเล่ม...เอ... ผมคิดว่าว่านี่คือห้องสมุดที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
       และถ้าจัดเป้นมหาลัยนะครับ หรืออาจจะเป็นอันดับต้นๆ ของโลก เพราะ  ที่ Harvard มี 15 ล้านเล่ม จัดว่าเป็นมหาลัยทีมีหนังสือมากทีสุดในโลก
     
     โห...คิดใหญ่ไปขนาดนั้น  ...ขุมทรัพย์ทางปัญญาที่ทรงคุณค่ายิ่งเลยครับ ผมเห็นเด็ก ๆ มางานกันแล้วดีใจแทนพ่อแม่ทุกท่า นเพราะนี่คือมรดกทางความรู้ที่คนรุ่นก่อนๆ มอบให้ไว้ทั้งนั้น และกำลังสืบต่อไปได้เพราะน้องๆ เหล่านี้ เห็นเด้กๆ คนหนึ่งบ่น  หนังสือจำนวนมากเก่าเกินไปจนไร้ประโยชน์ ผมต้องเข้าไปทักว่า
   
     ตรงกันข้ามนะไอ้น้อง ความเก่าแก่ของหนังสือบางเล่ม ยิ่งทำให้คุณค่าของมันเพิ่มสูงขึ้น ไม่อย่างนั้นหนังสือบางเล่มจะมีมูลค่าสูงขึ้นหรือ แพราะสามารถต่อยอดความรู้ไม่มีวันจบ
 
      มอง ๆเหมือนกัน กลัวเด็กด่ากลับ..............55555

   อย่าง....  Margin of Safety ทุกวันนี้ ราคาราว 3 หมื่นกว่าบาทแล้ว.........

       มรดกบางอย่างใช้แล้วหมดไป มีแต่จะเดินทางเข้าใกล้เลข 0  แต่มรดกความรู้ ยิ่งใช้ยิ่งแต่ละวิชายิ่งงอกเงยออกดอกออกผลเพราะความคิดคนไม่มีที่สิ้นสุด
 
           งานพัฒนากว่าแต่ก่อนทุกปี บริการไปรษรีย์ในงาน ผมเห้นแล้ว อดชมคนต้นคิดไม่ได้ ถ้าจะดีกว่านี้หน่อย ขอให้มี E-Library มีฐานข้อมูลเชื่อมโยงรายชื่อหนังสือของแต่ละร้านที่ออกวางขายในงาน ผู้ใช้บริการจะได้จะได้ค้นคว้าข้อมูลทางเนตเพื่อเอื้ออำนวยความสะดวกให้แก่ book shoppers ทั้งหลาย  ก่อนเข้ามาใช้บริการ

   ผมชอบที่จะเข้ามาอยู่ที่นี่ทุกวัน ถ้าเป็นไปได้ เหมือนได้ว่ายในมหาสมุทรแห่งความรู้ ตั้งแต่ความรู้เก่าแก่ของไทยจนถึงความรู้ที่ก้าวประชิดขอบพรหมแดนอย่างมองโกเลีย
 
             ความรู้ในกรอบสี่เหลี่ยมของ 0 ประชุมแห่งนี้ไม่มีจุดสิ้นสุดจริงๆครับ

ความรู้ในกรอบสี่เหลี่ยมไม่มีจุดสิ้นสุดจริงๆ ครับ

โพสต์แล้ว: อังคาร เม.ย. 01, 2008 8:07 pm
โดย naris
แต่ผม ก้าว เร็ว....เร็ว ไม่ใช่เพราะร่ำรวยแล้วจะเสียดายเวลาก้มเก็บสบู่.....เอ้ยเก็บเงิน

แต่เป็นเพราะมีเวลาให้ย่ำเดินทั้งงานไม่ถึงสามชั่วโมง หลังจากช่วงเช้าไปประชุมผู้ถือหุ้นเสร็จ มีเพลาแค่ประมาณชั่วยามในการหาขุมทรัพย์ทางปัญญา....เพราะต้องรีบตีตั๋วกลับ จ.เลย              
                      ถ้าขืดมัวช๊อบ.ตกเครื่อง กลับบ้านไม่ทัน
            มีหวัง วีซ่า มาประชุมกรุงเทพรอบหน้าคงไม่ผ่านเป็นแน่แท้

สรุปเดิน รีบเดิน รีบจ้ำอ้าว เหมือน ขี่ม้า ชมดอกไม้ยังไงยังยั้น ดีแต่ว่าทำการบ้านไปก่อนว่า จะซื้อเล่มไหน ของใคร ไม่งั้นเสร็จ

                       สรุปว่างานนี้ได้ค่าความรู้มาราวๆ6000ฟ่าๆ คงจะอิ่มสมองไปอีกสักสองสามเดือน......................... :P