หน้า 1 จากทั้งหมด 1
การอ่านบทวิเคราะห์ของโบรคเกอร์ต่างๆ
โพสต์แล้ว: อาทิตย์ ก.พ. 15, 2004 8:24 pm
โดย chatchai
เวลาอ่านบทวิเคราะห์จากนักวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์ต่างๆนั้น เราจะเห็นถึงตัวเลขในปีก่อน ปีปัจจบัน และอนาคต แล้วก็นำตัวเลขในอนาคตที่คำนวณโดยการประมาณการนั้นมาหาราคาที่เหมาะสมอีกที่หนึ่ง
มีใครเคยสงสัยเหมือนผมไหมว่าตัวเลขประมาณในอนาคตเหล่านั้น นักวิเคราะห์ใช้สมมติฐาน ตัวแปรอะไรบ้าง อย่างไรบ้าง จึงคำนวณมาเป็นตัวเลขเหล่านั้นได้
และอีกประการนั้นการหาราคาที่เหมาะสมนั้น จึงๆแล้วก็มีหลายตัวเลข เช่นคำนวณจาก P/E Yield EV/EBITDA DCF หรืออื่นอีกมากมาย แต่ทำไมบริษัท A จึงใช้ P/E ที่ 10 เท่า พอตลาดขึ้นก็เปลี่ยนเป็น 12 เท่าบ้างละ หรือบริษัท B จึงใช้ DCF บริษัท C ใช้ EV/EBITDA
มีใครเคยโทรศัพท์ไปถามข้อสงสัยของผมเหล่านี้ไหมครับ หรือว่าคณเพียงอ่านตัวเลขราคาเป้าหมายเท่านั้นพอ
การอ่านบทวิเคราะห์ของโบรคเกอร์ต่างๆ
โพสต์แล้ว: อาทิตย์ ก.พ. 15, 2004 8:39 pm
โดย kotaro
สงสัยมากครับ
แต่ไม่เคยโทรไปถามเลยครับ
หุ้นตัวเดียวกัน โบรกแต่ละที ให้ราคาเป้าหมายไม่เท่ากัน บางที PE ก็ยังไม่เท่ากันเลยครับ ใช้วิธีคำนวณกันคนละแบบบ
ตอนนี้ก็พยายามหาว่า แต่ละวิธีเขาคำนวณกันยังไง แล้วเอามาคำนวณเองดีกว่าครับ
เคยอ่านที่ไหนไม่รู้ครับ ว่าโบรกเมืองไทยเก่งมากครับ ออกบทวิเคราะห์ได้ทุกวันเลย วันละหลายตัวด้วยครับ เมืองนอกเป็นงง...
การอ่านบทวิเคราะห์ของโบรคเกอร์ต่างๆ
โพสต์แล้ว: อาทิตย์ ก.พ. 15, 2004 9:38 pm
โดย ปรัชญา

คุณหมอพูดถูกครับ
ให้เป้าหมายไม่เหมือนกันไม่ว่า...
นั่งดูนักวิเคราะห์ออกทีวีเช้าบอกให้ซื้อ
พอบ่ายบอกให้ขาย คุณทิพยวรรณเป็นผู้จัดรายการเลยว่าทำไมเช้าให้ซื้อบ่ายให้ขาย
นักวิเคราะห์ก็ตอบหน้าตาเฉย ต้องเปลี่ยนมุมมอง
(ผมเดาว่านักวิเคราะห์พูดตอนเช้าแล้วบ่ายลืม
เลยไปคนละทางกันแก้ตัวแบบหน้าตาย
สงสัยเน็คไทที่ผูกคอ คงมีรายใหญ่คอยกระตุกเตือน 555)
การอ่านบทวิเคราะห์ของโบรคเกอร์ต่างๆ
โพสต์แล้ว: อาทิตย์ ก.พ. 15, 2004 9:45 pm
โดย นักดูดาว
แปลว่าหุ้นตัวนั้นให้เล่นเน็ต ห้ามเอากลับบ้านหรือเปล่าครับพี่ปรัชญา หุๆๆๆๆ :lol:
การอ่านบทวิเคราะห์ของโบรคเกอร์ต่างๆ
โพสต์แล้ว: อาทิตย์ ก.พ. 15, 2004 10:11 pm
โดย Jeng
งั้นขอถามคุณฉัตรชัยเลย
1. PE
2. EV/EBITDA
3. DCF
แต่ละวิธี เหมาะกับหุ้นแบบไหนบ้างครับ
การอ่านบทวิเคราะห์ของโบรคเกอร์ต่างๆ
โพสต์แล้ว: อาทิตย์ ก.พ. 15, 2004 10:14 pm
โดย chatchai
ผมใช้วิธีเดียวครับ FCF
การอ่านบทวิเคราะห์ของโบรคเกอร์ต่างๆ
โพสต์แล้ว: อาทิตย์ ก.พ. 15, 2004 10:22 pm
โดย Minesweeper
บางทีนักวิเคราะห์เขาก็มีตัวเลขในใจของเขาเหมือนกันครับ
บางครั้งเขาก็ไม่อยากให้เสียโอกาส
ราคาเป้าหมายจึงต้องถูกปรับขึ้นตามสภาพแวดล้อมในตลาดหุ้น หุ้นมันมีน้อยกว่าเงินที่ถาโถมเข้ามา รวมทั้งอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง (ในช่วย มิ.ย.) ก็ทำให้จำต้องปรับ discount rate เช่นกัน
แต่ปี 2004 อาจเป็นในทางตรงกันข้าม
หุ้นจะเพิ่มขึ้นมากมาย (รัฐวิสาหกิจ) แต่จำนวนเงินจะเพิ่มขึ้นทันกันหรือไม่ยังเป็นที่สงสัยอยู่ อัตราดอกเบี้ยก็มีแนวโน้มจะปรับขึ้นด้วย
หวังว่านักวิเคราะห์จะไหวตัวทัน และไม่เพลินจนเกินไป
ข้อมูลเพิ่มเติม
+ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปี ณ 31 ธค 46 อยู่ที่ประมาณ 5%
+ ดร. นิเวศน์ คำนวณ PE ตลาดได้ 20 ถ้าคิดเป็น EP ก็ 5% เท่ากัน
(ปล. ขอเหน็บ ดร. หน่อยเหอะ ไม่รู้แกคิดอย่างไงถึงได้ต่างกับ ชาวบ้านทั่วไปที่เขาคิดกันเหลือเกิน)
การอ่านบทวิเคราะห์ของโบรคเกอร์ต่างๆ
โพสต์แล้ว: อาทิตย์ ก.พ. 15, 2004 10:26 pm
โดย ปรัชญา
นักดูดาว เขียน:แปลว่าหุ้นตัวนั้นให้เล่นเน็ต ห้ามเอากลับบ้านหรือเปล่าครับพี่ปรัชญา หุๆๆๆๆ :lol:
รายใหญ่เล่นแล้วอยากได้ของคืนเลยกระตุกให้นักวิเคราะห์กลับคำพูดครับ
และก็จริงอย่างคุณนักดูดาว ว่า..ให้เล่นเน็ทอย่าเอาหุ้นกลับบ้าน
เพราะไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะมีอะไรเกิดขึ้น
เลยทำให้รายย่อย
1) ขาดทุน
2) เชื่อมาร์-นักวิเคราะห์มากกว่าเชื่อตัวเอง
3) จะได้ค่าคอมฯเยอะๆ
4)หมุนรอบให้เร็วขึ้นตามไปสร้างกราฟ
และแล้วรายย่อยที่เชื่อนักวิเคราะห์ก็วิ่งไล่จับเงาทุกวัน
และก็จะมีให้เห็นกันตลอดไป จากนักลงทุนหน้าเดิมๆก็มีรายใหม่ๆหลงเข้ามาในเส้นทางสายนี้ตลอดมาและตลอดไป
ตราบใดที่ความโลภคอยชี้นำ
(ผมได้ผ่านระยะเวลาที่ว่า.มาแล้ว
ก็โง่มาก่อนฉลาด และ
ก.ไก่ยังนำหน้าข.ไข่นี่ครับ)
การอ่านบทวิเคราะห์ของโบรคเกอร์ต่างๆ
โพสต์แล้ว: จันทร์ ก.พ. 16, 2004 7:25 pm
โดย another guest
หลักง่ายๆๆ P/E ใช้กับธุรกิจที่ โตเต็มที่ อยู่ในช่วงออกดอกออกผล หรือ พวก Mature ครับ ดังนั้นจะมี dividend ที่สม่ำเสมอ
ส่วน DCF ใช้กับพวกธุรกิจที่อยู่ในช่วงเริ่มลงทุน รายได้ในช่วงแรกจะมีไม่มาก แต่หลังจากนั้นหากธุรกิจไปได้ดี ก็จะมี cash flow ที่เพิ่มขึ้น จึงเหมาะกับพวกหุ้นที่เริ่มลงทุนโครงการใหม่ๆๆ
วิธีอื่น ผมไม่ชอบเลย พวก ev/ebit หรือ pb ratio เพราะนักวิเคราะห์บางคนไม่อยากจะว่าบัดซบก็ต้องว่าครับ ให้ ev/ebit ของ ms 20 เท่า ผมเห็นแล้วแทบจะโทรไปด่าเลย แต่นึกได้ว่าเรามิได้เป็นลูกค้าของโบรคนั้น
เท่าที่ผมอ่านดู นักวิเคราะห์ของ kimeng conservative ที่สุดครับ ของ natsec นี่สุดเวอร์จริงๆๆ ส่วน tisco นักวิเคราะห์ในกลุ่มหลักทรัพยื สงสัย bias มากไม่เคยเชียร์ซื้อเลย ให้ pe zmico 8 เท่า ส่วน pe ast cns kgi ให้ 15 เท่า ให้target price ต่ำแบบเห็นแล้วช๊อค zmico ตอน 40 มันให้ target ประมาณ book คือ 20 บาท เห็นแล้วอยากจะเตะสักที ใครเป็นลูกค้า tisco คงเคยผ่านตา จะเห็นได้ว่าไม่มีบทวิเคราะห์หุ้นหลักทรัพย์ออกมากว่า 6 เดือนแล้วจาก tisco เนื่องจากนักวิเคราะห์มันคงไม่หายติ้งต๊อง
การอ่านบทวิเคราะห์ของโบรคเกอร์ต่างๆ
โพสต์แล้ว: อังคาร ก.พ. 17, 2004 6:34 pm
โดย one more guest
ha ha ha,,, i like that ... ting tong Tisco

การอ่านบทวิเคราะห์ของโบรคเกอร์ต่างๆ
โพสต์แล้ว: อังคาร ก.พ. 17, 2004 7:08 pm
โดย Jeng
จริงๆแล้ว โบรกต่างๆ น่าจะมีเว็บบอร์ดให้ถามกลับนะ ว่าที่คิดแบบนั้นเอาตรงไหนมาคิด และมีวิธีการคิดอย่างไร
โบรกไหนทำก่อน โบรกนั้นน่าจะดังมากๆ เลย เพราะทำให้ เอกสารที่โบรกวิเคราะห์ไว้ คนอ่าน จะได้อ่านรู้เรื่อง
ชาวบ้านธรรมดา ใครจะรู้เรื่อง เช่น EV/EBITDA
ขนาดผมเคยเรียนบัญชีมาบ้าง ยังไม่เคยเห็นเลย
การอ่านบทวิเคราะห์ของโบรคเกอร์ต่างๆ
โพสต์แล้ว: อังคาร ก.พ. 17, 2004 10:41 pm
โดย wpong
ผมขอยกตัวอย่างครับ LST มี
โบรกเกอร์ วันออกบทวิเคราะห์ EPS 2003E
ZMICO 1/10/46 3.08
KGI 7/11/46 2.25
SYSLUS 11/11/46 2.66
ข้อมูลจริง q3 ออก 11/11/46
ข้อมูลจริง 2HEPS ของ lst = 1.63 ผมดูแล้วงงการประมาณการEPSของ KGI มากครับ ไม่แน่ใจว่าคิดยังไง
ใครรู้ช่วยบอกด้วย

การอ่านบทวิเคราะห์ของโบรคเกอร์ต่างๆ
โพสต์แล้ว: อังคาร ก.พ. 17, 2004 10:44 pm
โดย wpong
พิมพ์ผิดครับ 1H46 =1.63
การอ่านบทวิเคราะห์ของโบรคเกอร์ต่างๆ
โพสต์แล้ว: อังคาร ก.พ. 17, 2004 11:32 pm
โดย คนเรือ VI
ไม่ได้มาตั้งนาน ครับ ไปดู friends season 4-5 จบค่อยมาเข้าเวบครับ - อ้อ ต้องไปตอบ ในกระทู้งานอดิเรกซักหน่อย ว่าสะสม friends ครับ ทั้ง friends จริงๆ และ sit com
ปกติผมใช้ DCF ครับ แต่ว่าจำนวนปีที่ใช้คำนวน แตกต่างกันครับ ตามกฎ 1-5-7-10 ครับ 1กับ boring stock 5 decent companies 7 good companies และ 10 กับ great companies แต่ขึ้นอยู่กับ ระยะที่ผมคิดว่าจะถือด้วยครับ (อันนี้ตามตลาดบ้างครับ)
ผมไม่ได้เรียน financeครับ อาศัยอ่านเอง -แฮ่ๆ และก็ไมได้อ่านมากเท่าไหร่ครับ เลยยึด streetsmart guide to valuing a stock เป็นแม่บทครับ
การอ่านบทวิเคราะห์ของโบรคเกอร์ต่างๆ
โพสต์แล้ว: พุธ ก.พ. 18, 2004 1:28 am
โดย แม่นยำ
ส่วนใหญ่คนทั่วไปมักจะไปอ่านบทวิเคราะห์ของเขาในจุดใดจุดหนึ่งครับ
สำหรับผมถ้าผมเป็นลูกค้าที่โบรกไหนก็โทรไปเลยคุยกับคนที่เขา
เคยวิเคราะตัวนั้นๆ ว่าทำไมใช้วิธีนี้หรือวิธีนั้น
ผมคิดว่าคนส่วนใหญ่ไม่ค่อยติดตามบทวิเคราะห์ในระยะยาวครับ
สำหรับผมอย่างช่วงที่ผ่านมาผมยอมรับว่าวิเคราะไม่ค่อยทันเพราะมัน
รีบาวน์กันแรงเหลือ เลยใช้วิธีนี้ครับ ได้มาจาก fire your stock analyst
คือคอยดูบทวิเคราะห์ที่เขาติดตามมา เช่น sales, eps , target price
ถ้าปรับไปเรื่อยๆ ก็แนวโน้มไปทางนั้นครับ
ยกตัวอย่าง ของ CCP (เอาแค่ประมาณการปี 2546 นะครับขี้เกียจพิมพ์)
กิมเอ็ง
16-12-2003 net profit 130 target price 28
23-12-2003 151 ไม่บอกไว้คงจะข้ามปีแล้ว
26-01-2004 160 ไม่บอกไว้คงจะข้ามปีแล้ว
เสร็จแล้วก็ไปลองดูราคาหุ้น ccp ตอนนี้สิครับ
การอ่านบทวิเคราะห์ของโบรคเกอร์ต่างๆ
โพสต์แล้ว: พุธ ก.พ. 18, 2004 5:38 pm
โดย CEO
ผมนึกว่าคนห้องนี้ไม่อ่านบทวิเคราะห์ของโบรคกอร์แล้วเสียอีก
ผมคิดว่าหุ้นแต่ละตัวนี่ก็ยังใช้วิธีไม่เหมือนกันนะครับ ผมว่ามันมีแฟคเตอร์มาก
แต่เนื่องจากต้องมีการอ้างอิงตัวเลขจากวิธีการใดวิธีหนึ่งไว้ เราจึงเห็นต่างๆกัน
ผมเองเนื่องจากไม่มีความรู้ ก็เลยต้องใช้วิธีแบบงูๆปลาๆเป็นมวยวัดประเภทนั้น แต่ถ้าจะให้ตามอ่านบทวิเคราะห์หลายๆเจ้าเอามาเปรียบเทียบ ผมว่าคงเลิกเล่นหุ้นละครับ ไม่อดทนขนาดนั้น
การอ่านบทวิเคราะห์ของโบรคเกอร์ต่างๆ
โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. ก.พ. 19, 2004 1:54 pm
โดย pae2020
ผมยอมรับว่าใช้บทวิเคราะห์ของหลายๆโบรกเป็นไกด์นำทางครับ โดยเฉพาะบทวิเคราะห์รายเดือน ผมเห็นว่าเป็นเครื่องมือในการกรองหุ้นเบื้องต้นที่ง่ายและรวดเร็วดี
ผมไม่ได้เชื่อตัวเลขเชิงปริมาณที่เกิดจากการประมาณการเองมากนักของบทวิเคราะห์ของแต่ละโบรก แต่เนื่องจากนักวิเคราะห์สามารถหาข้อมูลของแต่ละบริษัทได้ง่ายกว่า (แม้ว่าข้อมูลอาจจะเชื่อถือได้ไม่ 100%) ผมจึงยังเชื่อข้อมูลในเชิงคุณภาพอยู่ครับ
ดังนั้นราคาเป้าหมายที่อิงกับค่า PE ที่มีการขยับกัน ผมว่าไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะเขาใช้ค่าเฉลี่ยของอุตสหากรรมเป็นตัวตั้งต้น เมื่อมีการซื้อขายที่ราคาเฉลี่ยทั้งอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น ราคาเป้าหมายตาม PE ก็ขยับตาม (ก็มันเป็นตัวเลขเชิงปริมาณนี่ครับ...)
DFC กับ FCF ผมหาไม่เป็นครับ เข้าใจว่าต้องแกะงบย้อนหลังและทำประมาณการรายได้ไปข้างหน้า สำหรับผมคงทำเองไม่ไหว (แกะงบย้อนหลังพอทน แต่ประมาณการไปข้างหน้านี่ยอมรับว่า -ขาดความสามารถ-ถึงขั้นรุนแรง)
สรุปคือ ยังใช้บทวิเคราะห์ของโบรกครับ แต่ใช้สติ+ปัญญา(ที่มีน้อยๆ)กำกับลงไปด้วยก่อนตัดสินใจ...
การอ่านบทวิเคราะห์ของโบรคเกอร์ต่างๆ
โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. ก.พ. 19, 2004 9:30 pm
โดย Wasan
ถ้าดูตามบทวิเคราะห์ ผมก็คงไม่ได้เล่นหุ้นเหมือนกันครับ
เพราะผมยังไม่เคยเห็นโบรคเกอร์ไหนพูดถึงหุ้นทีผมซื้อ/ถือเลยครับ
ผมมีหุ้นปันผลตัวเดียวเองครับ
การอ่านบทวิเคราะห์ของโบรคเกอร์ต่างๆ
โพสต์แล้ว: ศุกร์ ก.พ. 20, 2004 4:37 pm
โดย Wvix
chatchai เขียน:เวลาอ่านบทวิเคราะห์จากนักวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์ต่างๆนั้น เราจะเห็นถึงตัวเลขในปีก่อน ปีปัจจบัน และอนาคต แล้วก็นำตัวเลขในอนาคตที่คำนวณโดยการประมาณการนั้นมาหาราคาที่เหมาะสมอีกที่หนึ่ง
มีใครเคยสงสัยเหมือนผมไหมว่าตัวเลขประมาณในอนาคตเหล่านั้น นักวิเคราะห์ใช้สมมติฐาน ตัวแปรอะไรบ้าง อย่างไรบ้าง จึงคำนวณมาเป็นตัวเลขเหล่านั้นได้
ยังไม่มีใครตอบข้อสงสัยตรงนี้เลยครับ
ที่ผมเรียนมานะครับเค้าประมาณการจากยอดขายก่อนเลยครับ เช่น
สมมุติว่ายอดขาย ปีนี้เท่ากับ 1,000 บาท ปีต่อไปยอดขายโตขึ้น 10% ก็เป็น 1,100 บาท
ต่อไปเค้าก็ใช้รายการต่างๆไปเทียบกับยอดขายทำเป็นอัตราส่วนต่างๆไปเทียบกับยอดขายครับ
แล้วก็ประมาณการด้วยอัตราส่วนต่างๆที่เท่ากันกับปีที่แล้วครับ
อาจมีการปรับปรุงตัวเลขบางประการเช่นถ้าผู้บริหารต้องการลด Accounts Receivable, Inventory
หรืออื่นๆ ก็ต้องปรับตัวเลขกันไปครับ
การอ่านบทวิเคราะห์ของโบรคเกอร์ต่างๆ
โพสต์แล้ว: เสาร์ ก.พ. 21, 2004 10:20 pm
โดย Invisible hand
คุณ Wvix ได้ post ถามคำถามที่เกี่ยวข้องกับกระทู้นี้ในกระทิงเขียว ผมจึงขออนุญาต มา post ในที่นี่ด้วยนะครับ
valuation ทีใช้มีได้หลายแบบครับ
ตัวอย่างที่จะยกมาเป็นวัตถุนิยมนะครับ ไม่ควรใช้ในชีวิตจริง แต่ก็เห็นภาพได้ค่อนข้างชัดเจน
หากเรามีลูกสาว และมีคนมาจีบลูกสาวหลายคน
ผู้ชายคนแรก ร่ำรวยมีสินทรัพย์มาก แต่ไม่ทำมาหากิน เล่นการพนัน หากเรายกลูกสาวให้ผู้ชายคนนี้โดยมองที่สินทรัพย์ แสดงว่าเราจะเลือกหุ้นโดยดู P/BV เป็นหลัก
หากผู้ชายคนที่ 2 มีรายได้ต่อเดือนสูงมาก แต่มีอาชีพที่เสี่ยงและมีรายได้ในอนาคตไม่แน่นอน และมีหนี้สินทางบ้านสูงมาก หากเรายกลูกสาวให้ แสดงว่าเราดูที่ P/E อย่างเดียว
หากผู้ชายคนที่ 3 เราพิจารณาทั้งสินทรัพย์ของเขาว่าไม่มีหนี้มากเกินไป มีรายได้สูงในระดับหนึ่ง อาชีพการงานมีความมั่นคงในระดับหนึ่งและมีโอกาสก้าวหน้า แสดงว่าเราเลื่อกหุ้นโดยวิธี DCF
สรุปก็คือ P/BV บอกอดีต
P/E บอกปัจจุบัน
DCF บอกอดีต ปัจจุบัน อนาคต ครับ
EV/EBITDA คล้าย P/E แต่ต่างตรงที่ EV/EBITDA ขจัดความแตกต่างหรือความบกพร่องของการตัดค่าเสื่อมราคาออก และใช้กรณีที่ P/E หาไม่ได้เพราะกำไรติดลบ หุ้นที่ earning เป็นบวกก็อาจจะมี EBITDA เป็นบวกได้ครับ
ประมาณการในอนาคตจะดูถึง แนวโน้มการเติบโตของอุตสาหกรรมครับ และดูถืงความสามารถของบริษัทในการแข่งขันในธุรกิจนั้น เช่น หากเราคาดว่า
ธุรกิจจะโต 10% หากบริษัท A มีการบริหารที่ดี อาจจะมียอดขายโต 15% ต่อปีหรือมากกว่าได้ แสดงว่า A มี market share เพิ่มขึ้น
ดังนั้นการประมาณการกำไรในอนาคตเป็น art ครับ เพราะทุกคนสามารถประมาณได้แตกต่างกันได้มากจากการประมาณ sale growth gross margin SG&A to sale ที่ต่างกัน นักวิเคราะห์ต่างก็มี financial model ที่มี assumption เยอะมากหุ้นบางตัวอาจจะมี 10 assumption ซึ่งเป็นการประมาณในสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้นในอนาคต ดังนั้นโอกาสที่แตกต่างกันมีสูงมาก บางทีการทำ model หรือการหาราคาปัจจัยพื้นฐานตัวเลขก็มีส่วนสำคัญแต่เรื่อง gutt feeling หรือเรียกง่ายๆ ว่า sense ก็สำคัญไม่น้อยครับ
ความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้บริหารบริษัทที่จะให้ข้อมูลนักวิเคราะห์ก็มีผลครับ นักวิเคราะห์ที่ดีควรจะถามคำถามที่สร้างสรรค์ และให้คำแนะนำบริษัทได้บ้างตามอัถภาพ ทำการบ้านมาก่อน visit อย่างนี้จะมีโอกาสที่จะได้ข้อมูลดีๆ ในอนาคตได้ครับ วิธี check เราก็ลองโทรไปคุยกับนักวิเคราะห์ของ broker ถามเกี่ยวกับหุ้นที่เขาวิเคราะห์ ( เราก็ควรทำการบ้านมาก่อนเช่นกัน ) หากคำตอบของเขาทำให้เรารู้สึก convince ซึ่งจะเกิดจาก logic การตอบที่ชัดเจน นักวิเคราะห์คนนั้นก็มีแนวโน้มสูงที่จะทำให้เราไม่ขาดทุนหากซื้อหุ้นตามเขา แต่หากรู้สึกตรงกันข้าม คุณภาพคำตอบที่เขาตอบเราก็คือคุณภาพการถามคำถามเวลา visit และคุณภาพการทำงานของเขานั่นแหละครับ
การอ่านบทวิเคราะห์ของโบรคเกอร์ต่างๆ
โพสต์แล้ว: เสาร์ ก.พ. 21, 2004 11:42 pm
โดย Stock Broker
ผมมองว่า ข้อมูลที่โบรกเกอร์วิเคราะห์ มีประโยชน์มากนะครับ (แต่ต้องใช้ให้เป็น)
ข้อมูลในอดีต ที่นักวิเคราะห์นำมาเสนอในรูปแบบของอัตราส่วนทางการเงินแบบต่างๆ ผมเห็นว่าเชื่อถือได้เกือบ 100% เพราะมันตรวจสอบได้ และคงไม่มีโบรกไหนอยาก "หลุด" ในส่วนของข้อมูลอดีตนี้หรอกครับ เพราะมันแสดงให้เห็นถึงความบกพร่องอย่างไม่น่าให้อภัยของมืออาชีพ
ข้อมูลคาดการณ์ในอนาคต อันนี้แล้วแต่กึ๋นของนักวิเคราะห์ครับ ผมมองว่าเราต้องอ่านเพื่อศึกษามุมมองตามที่นักวิเคราะห์เขียน แล้วนำมาพิจารณาว่าจะเห็นด้วยหรือไม่ เพียงไร
หากเพื่อนๆ อ่านบทวิเคราะห์ของหลายๆ โบรกดู ก็จะทราบว่า "กึ๋น" ของนักวิเคราะห์นั้น มันก็อยู่ตรงการคาดการณ์นี่แหละครับ ที่จะทำให้เราทราบว่าคนไหน "รู้จริง"
การอ่านบทวิเคราะห์ของโบรคเกอร์ต่างๆ
โพสต์แล้ว: เสาร์ ก.พ. 21, 2004 11:45 pm
โดย Stock Broker
อีกอย่างที่ผมใช้เป็นประโยชน์อย่างมากคือ บทวิเคราะห์หลังจากรายงานผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน
เพราะทำให้เราประหยัดเวลา ไม่ต้องไปทำการคำนวณอัตราส่วนทางการเงินเองให้ยุ่งยาก (อันนี้ต้องเลือกบทวิจัยของโบรกที่ทำออกมาได้รูปแบบข้อมูลตรงตามความต้องการของเราด้วยนะครับ)