สาเหตุของราคาน้ำมันที่สูงขึ้น
โพสต์แล้ว: จันทร์ ต.ค. 29, 2007 2:23 pm
14:17 29/10/2007
แฉ! เฮดจ์ฟันด์-แบงก์ เบื้องหลังกักตุนน้ำมันเก็งกำไร
--ผู้จัดการออนไลน์
ผู้ค้าน้ำมันแฉ! เฮดจ์ฟันด์-ธนาคาร แห่เข้าเก็งกำไรตลาดน้ำมันโลก เผยยอดกักตุนพุ่งสูงถึง 88 ล้านบาเรล ระบุ หากมีการเทขายพร้อมกัน อาจทำให้ตลาดน้ำมันโลกผันผวนอีกครั้ง ส่งผลกระทบต่อเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ แนวโน้มยังคงอ่อนค่าต่อเนื่อง
นายมนูญ ศิริวรรณ ผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำมัน อดีตผู้บริหาร บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด(มหาชน) กล่าวถึงภาวะราคาน้ำมันที่ปรับสูงจนทำให้น้ำมันดิบทะลุ 92 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ดีเซลในตลาดสิงคโปร์ทะลุ 100 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์นั้น นอกจากการปรับขึ้นจากปัจจัยพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันแล้ว ขณะนี้ ยังพบว่ากองทุนที่ไม่เกี่ยวข้องกับน้ำมัน(นอนคอมเมอร์ เชียลฟันด์) อาทิ กองทุนธนาคาร กองทุนเก็งกำไร(เฮดจ์ฟันด์) เข้ามากว้านซื้อน้ำมันเพื่อเก็งกำไรไว้รวมกันถึง 88 ล้านบาร์เรล
นายมนูญ กล่าวอีกว่า หากกลุ่มนอนคอมเมอร์เชียลฟันด์ เทขายน้ำมันในถือครองไว้ออกมาพร้อมกัน จะทำให้ราคาน้ำมันตลาดโลกลดลงจากระดับปัจจุบัน 5-10 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ทันที
ดังนั้น ตลาดจึงคาดการณ์ว่า หากไม่เกิดภาวะสงครามขึ้น หรือเกิดอุบัติเหตุในแหล่งขุดน้ำมัน ราคาน้ำมันดิบคงไม่พุ่งขึ้นไปสูงถึง 100 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลอย่าที่กลัวกัน
อย่างไรก็ตาม กรณีที่ปริมาณสำรองน้ำมันในสหรัฐลดลงจากที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น ประกอบกับกลุ่มผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ของโลก(โอเปก) ประกาศที่จะไม่เพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันที่ขณะนี้ผลิต 26.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน รวมถึงกรณี ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน และจากที่ตลาดการเงินคาดการณ์ว่าธนาคารกลางของสหรัฐ(เฟด) จะลดดอกเบี้ยลงในวันที่ 31 ต.ค.นี้ จะมีผลให้ค่าเงินสหรัฐอ่อนตัวลง
"กลุ่มประเทศผู้ขายน้ำมันพยายามดันราคาน้ำมันให้สูงขึ้นเพื่อชดเชยค่าเงินที่อ่อนลง ล้วนเป็นปัจจัยลบที่กระทบต่อตลาดน้ำมัน คาดว่าในช่วงเวลาที่เหลือของปีนี้ในอีก 2-3 เดือนราคาน้ำมันดิบจะยังสูงกว่าระดับ 80 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล"
ทั้งนี้ หากราคาน้ำมันดิบสูงขนาดนั้นคงจะส่งผลให้ราคาน้ำมันสำเร็จรูปในไทยเบนซินยืนอยู่ที่ 30-31 บาทต่อลิตร และดีเซล 28 บาทต่อลิตร แต่คงต้องติดตามว่ากลุ่มโอเปกจะทนแรงกดดันของนานาประเทศที่พยายามกดดันให้เพิ่มกำลังการผลิตอีก 1 ล้านบาร์เรลต่อวันหรือไม่ ซึ่งประเมินว่าหากเพิ่มกำลังการผลิตมากสุดน่าจะแค่ 5 แสนบาร์เรลต่อวัน คงไม่ช่วยทำให้ราคาน้ำมันตลาดโลกปรับลดลงมากนัก
นายมนูญ ชี้ว่า ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ความต้องการใช้น้ำมันของโลกเพิ่มในระดับ 3-4% ทุกปี แต่กลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมันไม่สามารถเพิ่มกำลังผลิตได้ทันกับความต้องการใช้ ขณะนี้ผู้ผลิตน้ำมันมีปริมาณสำรองเหลือยู่อีก 2-3 ล้านบาร์เรล/วัน ซึ่งเป็นของกลุ่มโอเปก ส่วนกลุ่มผู้ผลิตน้ำมันนอกโอเปกผลิตเต็มที่แล้ว รวมแล้วการผลิตน้ำมันของโลกขณะนี้อยู่ที่ 86 ล้านบาร์เรลต่อวัน
แฉ! เฮดจ์ฟันด์-แบงก์ เบื้องหลังกักตุนน้ำมันเก็งกำไร
--ผู้จัดการออนไลน์
ผู้ค้าน้ำมันแฉ! เฮดจ์ฟันด์-ธนาคาร แห่เข้าเก็งกำไรตลาดน้ำมันโลก เผยยอดกักตุนพุ่งสูงถึง 88 ล้านบาเรล ระบุ หากมีการเทขายพร้อมกัน อาจทำให้ตลาดน้ำมันโลกผันผวนอีกครั้ง ส่งผลกระทบต่อเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ แนวโน้มยังคงอ่อนค่าต่อเนื่อง
นายมนูญ ศิริวรรณ ผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำมัน อดีตผู้บริหาร บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด(มหาชน) กล่าวถึงภาวะราคาน้ำมันที่ปรับสูงจนทำให้น้ำมันดิบทะลุ 92 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ดีเซลในตลาดสิงคโปร์ทะลุ 100 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์นั้น นอกจากการปรับขึ้นจากปัจจัยพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันแล้ว ขณะนี้ ยังพบว่ากองทุนที่ไม่เกี่ยวข้องกับน้ำมัน(นอนคอมเมอร์ เชียลฟันด์) อาทิ กองทุนธนาคาร กองทุนเก็งกำไร(เฮดจ์ฟันด์) เข้ามากว้านซื้อน้ำมันเพื่อเก็งกำไรไว้รวมกันถึง 88 ล้านบาร์เรล
นายมนูญ กล่าวอีกว่า หากกลุ่มนอนคอมเมอร์เชียลฟันด์ เทขายน้ำมันในถือครองไว้ออกมาพร้อมกัน จะทำให้ราคาน้ำมันตลาดโลกลดลงจากระดับปัจจุบัน 5-10 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ทันที
ดังนั้น ตลาดจึงคาดการณ์ว่า หากไม่เกิดภาวะสงครามขึ้น หรือเกิดอุบัติเหตุในแหล่งขุดน้ำมัน ราคาน้ำมันดิบคงไม่พุ่งขึ้นไปสูงถึง 100 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลอย่าที่กลัวกัน
อย่างไรก็ตาม กรณีที่ปริมาณสำรองน้ำมันในสหรัฐลดลงจากที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น ประกอบกับกลุ่มผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ของโลก(โอเปก) ประกาศที่จะไม่เพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันที่ขณะนี้ผลิต 26.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน รวมถึงกรณี ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน และจากที่ตลาดการเงินคาดการณ์ว่าธนาคารกลางของสหรัฐ(เฟด) จะลดดอกเบี้ยลงในวันที่ 31 ต.ค.นี้ จะมีผลให้ค่าเงินสหรัฐอ่อนตัวลง
"กลุ่มประเทศผู้ขายน้ำมันพยายามดันราคาน้ำมันให้สูงขึ้นเพื่อชดเชยค่าเงินที่อ่อนลง ล้วนเป็นปัจจัยลบที่กระทบต่อตลาดน้ำมัน คาดว่าในช่วงเวลาที่เหลือของปีนี้ในอีก 2-3 เดือนราคาน้ำมันดิบจะยังสูงกว่าระดับ 80 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล"
ทั้งนี้ หากราคาน้ำมันดิบสูงขนาดนั้นคงจะส่งผลให้ราคาน้ำมันสำเร็จรูปในไทยเบนซินยืนอยู่ที่ 30-31 บาทต่อลิตร และดีเซล 28 บาทต่อลิตร แต่คงต้องติดตามว่ากลุ่มโอเปกจะทนแรงกดดันของนานาประเทศที่พยายามกดดันให้เพิ่มกำลังการผลิตอีก 1 ล้านบาร์เรลต่อวันหรือไม่ ซึ่งประเมินว่าหากเพิ่มกำลังการผลิตมากสุดน่าจะแค่ 5 แสนบาร์เรลต่อวัน คงไม่ช่วยทำให้ราคาน้ำมันตลาดโลกปรับลดลงมากนัก
นายมนูญ ชี้ว่า ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ความต้องการใช้น้ำมันของโลกเพิ่มในระดับ 3-4% ทุกปี แต่กลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมันไม่สามารถเพิ่มกำลังผลิตได้ทันกับความต้องการใช้ ขณะนี้ผู้ผลิตน้ำมันมีปริมาณสำรองเหลือยู่อีก 2-3 ล้านบาร์เรล/วัน ซึ่งเป็นของกลุ่มโอเปก ส่วนกลุ่มผู้ผลิตน้ำมันนอกโอเปกผลิตเต็มที่แล้ว รวมแล้วการผลิตน้ำมันของโลกขณะนี้อยู่ที่ 86 ล้านบาร์เรลต่อวัน