เศรษฐีนีข้างบ้าน (Millionaire Women Next Door)
โพสต์แล้ว: อังคาร ต.ค. 23, 2007 7:57 am
รบกวน MOD ช่วย Move ด้วยครับ ไปตั้งเองไม่ได้
ไปช่วยหม่าม้าท่านหนึ่งโพสนิยายที่อีกเวปหนึ่ง เนื้อหาตอนหลังมีพูดถึงหนังสือเล่มนี้ เลยสกัดสาระสำคัญมาให้อ่านกัน เพราะในเวปมีคุณผู้หญิงหลายคนอยู่ คุณผู้ชายจะอ่านก็ได้ไม่มีข้อห้ามหรือจะแง้มให้เธออ่านก็ยินดี
คลับคลายคลับคลาว่าเคยมีผู้กล่าวMillionaire Next Door มาแล้ว แต่หาไม่เจอ เอา Millionaire Women มาก่อนแล้วกัน
ตัวหนังสือ พิมพ์และวางขายมานานพอสมควร หากสนใจอ่านฉบับเต็ม น่าจะยังมีเหลือ
Millionaire Women Next Door : The Many Journeys of Successful American Businesswomen
เขียนโดย Dr. Thomas J. Stanley ผู้มีผลงานวิจัยค้นคว้าเกี่ยวกับการสะสมความมั่งคั่งในวิถีชีวิตชาวอเมริกัน
ผลงานที่เลื่องชื่ออื่นๆคือ The Millionaire Mind, Millionaire Women Next Door, Marketing to the Affluent
อ่านบทนำ เลยรู้ว่าเป็นภาควิจัยที่ต่อเนื่องโดยศึกษาเจาะจงในกลุ่มวิถีเศรษฐีนีชาวอเมริกัน
ภายหลังที่ Millionnaire Next Door หนังสือเล่มแรกได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ยอดขายถล่มทลาย
เพื่อเป็นการแบ่งปันความรู้จากหนังสือเล่มนี้ เลยขอถือโอกาสเขียนแนะนำและสรุปความสั้นๆให้ได้รับทราบกัน ทำไมผู้หญิงข้างบ้านที่ใช้ชีวิตอย่างสมถะ เรียบง่าย จึงกลายเป็นเศรษฐีนีได้
เศรษฐีนีข้างบ้าน เป็นอีกผลงานการวิจัยที่ได้มาจากการรวบรวมคำสัมภาษณ์และความคิดเห็นของผู้หญิงชาวอเมริกัน 20 ราย ในอาชีพ ภูมิหลังที่แตกต่างกัน พวกเธอไม่ใช่ทายาทรับมรดกจากมหาเศรษฐีน้ำมัน ไม่ใช่นักเล่นหุ้นในวอลล์สตรีท หรือแม้แต่จะเป็นนักธุรกิจสาวไฮเทคในซิลิคอนวัลเลย์ (ชุมชนอุตสาหกรรมไฮเทคในแคลิฟอร์เนีย)
พวกเธอเป็นผู้หญิงคนทำงานที่แสนจะธรรมดา เป็นนักบัญชีบ้าง เป็นครูบ้าง เป็นพนักงานออฟฟิค เป็นเจ้าของกิจการขนาดเล็ก ส่วนที่เหลือก็เป็นแม่บ้านและทำงานพาร์ทไทม์ แต่ละคนคือเศรษฐีนีที่ปราศจากบุคลิกท่วงท่ามาดคนรวย แถมบางครั้งก็เชย...จนบรรดานายแบงก์มักมองผ่านเลย แต่ภายใต้กิริยาที่สงบนิ่งนั้นแฝงความมุ่งมาด เข้มแข็งอยู่ในที พวกเธอรู้ว่าเป้าหมายของชีวิตต้องการอะไรและตระหนักถึง การใช้ชีวิตที่มีคุณภาพโดยไม่ต้องพึ่งพาใครได้อย่างไร
ลองเข้าไปสัมผัสพวกเธออีกสักนิด แล้วจะพบวิถีชีวิตที่คล้ายคลึงกันดังต่อไปนี้
อายุบรรดาเศรษฐีนีเฉลี่ยส่วนใหญ่ประมาณ 49 ปี แต่งงาน มีบุตร- ธิดา และบางคนก็ผ่านการหย่าร้าง
ชีวิตประจำวัน ตื่นแต่เช้าประมาณ 5:58 นาฬิกา และเข้านอน 10:32 นาฬิกา โดยเฉลี่ย พักผ่อนเพียงพอคืนละ 7 ชั่วโมงครึ่ง ทำงานโดยเฉลี่ยสัปดาห์ละ 49 ชั่วโมง 18 นาที ต่อสัปดาห์ 1 ใน 10 ของพวกเธอทำงานมากกว่า 69 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ออกกำลังกาย 3 ชั่วโมงครึ่งต่อสัปดาห์ ไม่นิยมร่วมงานเลี้ยงปาร์ตี้สังสรรค์ยามค่ำคืน
เศรษฐีนีเหล่านี้ล้วนเป็นคนเอาการเอางานทั้งสิ้น ไม่มีใครอยู่เฉยๆรอมรดก หลายคนทำงานรับเงินเดือนประจำ
(ไม่มีข้อกีดกั้นระหว่างคนทำงานอิสระหรือลูกจ้าง ในการเขยิบฐานะขึ้นเป็นเศรษฐีนี) รายได้ครัวเรือนต่อปีหลังหักภาษีแล้วตกเฉลี่ย $240,217 ดอลล่าร์ ก่อนหักภาษี $ 413,960 ดอลล่าร์ (โอ้โฮ ภาษีหนักจัง) บางคนสามารถทำเงินได้ถึง $ 500,000 900,000 ดอลล่าร์ (จำนวน 14%) และ $ 1,000,000 ดอลล่าร์หรือมากกว่า (11%) โดยสรุป เศรษฐีนีแสนธรรมดาทำเงินได้ประมาณ 71% จากรายได้ทั้งหมดของครัวเรือน
มีรายได้และทรัพย์สินครัวเรือนสุทธิประมาณ $ 2.9 ล้านดอลล่าร์ หรือ 40 เท่าของครัวเรือนชาวอเมริกันทั่วไป โดยเฉลี่ยเศรษฐีนีข้างบ้านเหล่านี้มีรายได้และทรัพย์สินครัวเรือนสุทธิ $ 4.75 ล้านดอลล่าร์ และประมาณ 8% มีมากสูงถึง $ 10 ล้านดอลล่าร์
ข้อสำคัญสุด ทุกคนไม่มีหนี้
แทบทุกคนผ่านสถานภาพการสมรสมาแล้วทั้งสิ้น มีเพียง 1-2 รายที่ยังดำรงความเป็นโสดอยู่ 18% ผ่านการ หย่าร้าง เนื่องจากทนพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่แตกต่างกันของสามีไม่ได้
จบการศึกษาในระดับวิทยาลัย 1 ใน 4 จบสูงกว่าระดับนี้ และ 1 ใน 4 เคยเข้าเรียนระดับวิทยาลัยแต่ไม่จบ ครึ่งหนึ่งของพวกที่ผ่านการศึกษาระดับวิทยาลัยใช้เงินตัวเองจ่ายค่าการศึกษาจนจบสมบูรณ์
1 ใน 5 หรือน้อยกว่า ไม่เคยเข้าเรียนโรงเรียนเอกชนค่าเรียนแพงลิ่ว แต่ 54% ยินดีที่จะสนับสนุน เงินบำรุงการศึกษานั้นให้กับบุตร หลาน เพราะเชื่อมั่นว่าการลงทุนด้านการศึกษาเป็นการให้ที่ยาวนาน
เกือบทั้งหมด 98% มีบ้านของตัวเอง เป็นบ้านเล็กๆธรรมดาที่ไม่ต้องมีการอวดแต่งประชันกัน เพราะไม่มีแม็กกาซีนหรือรายการโทรทัศน์ช่องใดจะมาถ่ายรูปไปเผยแพร่ ทุกคนชอบทำงานบ้าน ทำสวนด้วยตัวเอง ถือเป็นการออกกำลังกายชั้นดี
พวกเธอมักถูกตั้งฉายาว่าเป็น คุณนายละเอียดประจำบ้าน สำรวจถี่ถ้วน ตั้งแต่ค่าใช้จ่ายในบ้านสารพัด มีการจดและทำบัญชีสม่ำเสมอ เศรษฐีนีแทบทุกคนทำรายการช้อปปิ้งก่อนออกจากบ้านทุกครั้ง การตัดคูปองส่วนลดของห้างร้านในหน้าหนังสือพิมพ์รายวันเป็นเรื่องที่ปกติมาก
เป็นนักลงทุนที่อนุรักษ์นิยม ไม่ชอบความเสี่ยง หมั่นพินิจพิเคราะห์เปรียบเทียบหุ้นและหน่วยลงทุนในพอร์ตการลงทุนของตนเป็นระยะๆ เน้นการถือหุ้นระยะยาว ใช้บริการที่ปรึกษาวางแผนการเงิน โดยยอมเสียค่าตอบแทนให้ได้คำปรึกษาที่เป็นประโยชน์มากสุด เศรษฐีนี 1ใน 20 ที่แต่งงานแล้ว ตัดสินใจวางแผนการเงินและเลือกที่ปรึกษาเองโดยไม่ปรึกษาหรือฟังสามี ขณะที่เศรษฐีนีคนอื่นๆตัดสินใจร่วมกันกับสามี
ถึงแม้พวกเธอจะมีทรัพย์สินเงินทองเหลือเฟือ แต่ทั้งหมดปฏิเสธชีวิตที่ฟุ่มเฟือยโดยสิ้นเชิง พวกเธอเลือกซื้อทรัพย์สินในยามที่ราคาต่ำกว่าตลาด เช่น อสังหาริมทรัพย์ หรือเมื่อเฟอร์นิเจอร์ เครื่องเรือนชำรุดก็เลือกที่จะซ่อมแซมแทนที่จะรุดทิ้งหรือซื้อใหม่ ซ่อมแซมเสื้อผ้าและดัดแปลงแทนที่จะซื้อตัวใหม่ ใช้จ่ายในการซื้อสูทอย่างมากที่สุดเพียงปีละ $400 ดอลล่าร์ (เทียบกับคนที่ไม่ใช่เศรษฐีที่ใช้จ่ายกับเงินค่าสูทไปถึง $1000 -1500 ดอลล่าร์และรองเท้าคู่ล่ะ $139 ดอลล่าร์ ( $ 300 ดอลลาร์ขึ้นไป สำหรับคนที่ตัวเสมือนเศรษฐี) เปลี่ยนบริการโทรศัพท์ทางไกลหลายแห่งเพื่อเลือกข้อเสนอที่ประหยัดค่าโทรมากที่สุด
ไม่เคยคิดที่จะสมัครสมาชิกเมมเบอร์คลับหรือคันทรีคลับหรูๆแม้แต่สักนิด เพราะฉะนั้นไม่จำเป็นต้องพูดชักชวนให้ซื้อผลิตภัณฑ์แบรนด์ดังๆราคาแพงทั้งหลาย บรรดาเซลส์บัตรเครดิตทั้งหลายมักจะผิดหวังและเสียเวลาในการหว่านล้อมที่ไม่สัมฤทธิ์ผล
แต่ยินดีบริจาคเพื่อช่วยเหลือชุมชนและมูลนิธีเพื่อสาธารณะกุศลโดยเฉลี่ย 7% ต่อรายได้ทั้งปี ซึ่งนั่นมากกว่า 3.5 เท่าของชาวอเมริกันทั่วไปที่บริจาค ยิ่งกว่านั้น เศรษฐีนีหลายคนได้เตรียมพินัยกรรม มอบทรัพย์สมบัติส่วนตัวทั้งหมดให้กับองค์กรสาธารณะกุศลภายหลังสิ้นชีวิตไปแล้ว
ใช้ชีวิตต่ำกว่ามาตรฐานที่พึงเป็นหนึ่งหรือสองระดับ ถ้าอุปมาอุปมัยง่ายๆในสายตาบ้านเราก็คือ สถานะการเงินสามารถเอื้อให้ซื้อรถยุโรปขับโก้หรูบนท้องถนนอย่างสบายๆ แต่เต็มใจเลือกขับรถญี่ปุ่นคันเล็ก ประหยัดน้ำมันและค่าดูแลรักษาโดยไม่รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจหรือเป็นปมด้อย
พวกเธออยู่อย่างมีเป้าหมาย พอใจ....รู้ว่าชีวิตต้องการอะไรและเชื่อมั่นในวิถีดำรงแบบนี้ โดยไม่เดือดเนื้อร้อนใจกับภาพภายนอกที่ถูกมองว่า เป็นคนที่แสนจะเชย น่าเบื่อและธรรมดา
เห็นมั้ยเอ่ย วิถีเศรษฐีนีเหล่านี้ ไม่ใช่เรื่องยากเย็นแสนเข็ญที่จะปฏิบัติตาม เชื่อว่าเศรษฐีนี(ตัวจริง)ในบ้านเรา หลายคนก็มีแนวทางปฏิบัติไม่แตกต่างกันนักหรอก ใครจะไปรู้ผู้หญิงที่แสนจะเชย แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าซื้อจากข้างถนน เดินกระทบไหล่ที่ป้ายรถเมล์ทุกวัน คือผู้สะสมความมั่งคั่งแห่งชีวิต พร้อมจะขึ้นทำเนียบเศรษฐีนี(ที่ไม่มีใครเห็น)ได้อย่างสบายๆ
ไปช่วยหม่าม้าท่านหนึ่งโพสนิยายที่อีกเวปหนึ่ง เนื้อหาตอนหลังมีพูดถึงหนังสือเล่มนี้ เลยสกัดสาระสำคัญมาให้อ่านกัน เพราะในเวปมีคุณผู้หญิงหลายคนอยู่ คุณผู้ชายจะอ่านก็ได้ไม่มีข้อห้ามหรือจะแง้มให้เธออ่านก็ยินดี
คลับคลายคลับคลาว่าเคยมีผู้กล่าวMillionaire Next Door มาแล้ว แต่หาไม่เจอ เอา Millionaire Women มาก่อนแล้วกัน
ตัวหนังสือ พิมพ์และวางขายมานานพอสมควร หากสนใจอ่านฉบับเต็ม น่าจะยังมีเหลือ
Millionaire Women Next Door : The Many Journeys of Successful American Businesswomen
เขียนโดย Dr. Thomas J. Stanley ผู้มีผลงานวิจัยค้นคว้าเกี่ยวกับการสะสมความมั่งคั่งในวิถีชีวิตชาวอเมริกัน
ผลงานที่เลื่องชื่ออื่นๆคือ The Millionaire Mind, Millionaire Women Next Door, Marketing to the Affluent
อ่านบทนำ เลยรู้ว่าเป็นภาควิจัยที่ต่อเนื่องโดยศึกษาเจาะจงในกลุ่มวิถีเศรษฐีนีชาวอเมริกัน
ภายหลังที่ Millionnaire Next Door หนังสือเล่มแรกได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ยอดขายถล่มทลาย
เพื่อเป็นการแบ่งปันความรู้จากหนังสือเล่มนี้ เลยขอถือโอกาสเขียนแนะนำและสรุปความสั้นๆให้ได้รับทราบกัน ทำไมผู้หญิงข้างบ้านที่ใช้ชีวิตอย่างสมถะ เรียบง่าย จึงกลายเป็นเศรษฐีนีได้
เศรษฐีนีข้างบ้าน เป็นอีกผลงานการวิจัยที่ได้มาจากการรวบรวมคำสัมภาษณ์และความคิดเห็นของผู้หญิงชาวอเมริกัน 20 ราย ในอาชีพ ภูมิหลังที่แตกต่างกัน พวกเธอไม่ใช่ทายาทรับมรดกจากมหาเศรษฐีน้ำมัน ไม่ใช่นักเล่นหุ้นในวอลล์สตรีท หรือแม้แต่จะเป็นนักธุรกิจสาวไฮเทคในซิลิคอนวัลเลย์ (ชุมชนอุตสาหกรรมไฮเทคในแคลิฟอร์เนีย)
พวกเธอเป็นผู้หญิงคนทำงานที่แสนจะธรรมดา เป็นนักบัญชีบ้าง เป็นครูบ้าง เป็นพนักงานออฟฟิค เป็นเจ้าของกิจการขนาดเล็ก ส่วนที่เหลือก็เป็นแม่บ้านและทำงานพาร์ทไทม์ แต่ละคนคือเศรษฐีนีที่ปราศจากบุคลิกท่วงท่ามาดคนรวย แถมบางครั้งก็เชย...จนบรรดานายแบงก์มักมองผ่านเลย แต่ภายใต้กิริยาที่สงบนิ่งนั้นแฝงความมุ่งมาด เข้มแข็งอยู่ในที พวกเธอรู้ว่าเป้าหมายของชีวิตต้องการอะไรและตระหนักถึง การใช้ชีวิตที่มีคุณภาพโดยไม่ต้องพึ่งพาใครได้อย่างไร
ลองเข้าไปสัมผัสพวกเธออีกสักนิด แล้วจะพบวิถีชีวิตที่คล้ายคลึงกันดังต่อไปนี้
อายุบรรดาเศรษฐีนีเฉลี่ยส่วนใหญ่ประมาณ 49 ปี แต่งงาน มีบุตร- ธิดา และบางคนก็ผ่านการหย่าร้าง
ชีวิตประจำวัน ตื่นแต่เช้าประมาณ 5:58 นาฬิกา และเข้านอน 10:32 นาฬิกา โดยเฉลี่ย พักผ่อนเพียงพอคืนละ 7 ชั่วโมงครึ่ง ทำงานโดยเฉลี่ยสัปดาห์ละ 49 ชั่วโมง 18 นาที ต่อสัปดาห์ 1 ใน 10 ของพวกเธอทำงานมากกว่า 69 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ออกกำลังกาย 3 ชั่วโมงครึ่งต่อสัปดาห์ ไม่นิยมร่วมงานเลี้ยงปาร์ตี้สังสรรค์ยามค่ำคืน
เศรษฐีนีเหล่านี้ล้วนเป็นคนเอาการเอางานทั้งสิ้น ไม่มีใครอยู่เฉยๆรอมรดก หลายคนทำงานรับเงินเดือนประจำ
(ไม่มีข้อกีดกั้นระหว่างคนทำงานอิสระหรือลูกจ้าง ในการเขยิบฐานะขึ้นเป็นเศรษฐีนี) รายได้ครัวเรือนต่อปีหลังหักภาษีแล้วตกเฉลี่ย $240,217 ดอลล่าร์ ก่อนหักภาษี $ 413,960 ดอลล่าร์ (โอ้โฮ ภาษีหนักจัง) บางคนสามารถทำเงินได้ถึง $ 500,000 900,000 ดอลล่าร์ (จำนวน 14%) และ $ 1,000,000 ดอลล่าร์หรือมากกว่า (11%) โดยสรุป เศรษฐีนีแสนธรรมดาทำเงินได้ประมาณ 71% จากรายได้ทั้งหมดของครัวเรือน
มีรายได้และทรัพย์สินครัวเรือนสุทธิประมาณ $ 2.9 ล้านดอลล่าร์ หรือ 40 เท่าของครัวเรือนชาวอเมริกันทั่วไป โดยเฉลี่ยเศรษฐีนีข้างบ้านเหล่านี้มีรายได้และทรัพย์สินครัวเรือนสุทธิ $ 4.75 ล้านดอลล่าร์ และประมาณ 8% มีมากสูงถึง $ 10 ล้านดอลล่าร์
ข้อสำคัญสุด ทุกคนไม่มีหนี้
แทบทุกคนผ่านสถานภาพการสมรสมาแล้วทั้งสิ้น มีเพียง 1-2 รายที่ยังดำรงความเป็นโสดอยู่ 18% ผ่านการ หย่าร้าง เนื่องจากทนพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่แตกต่างกันของสามีไม่ได้
จบการศึกษาในระดับวิทยาลัย 1 ใน 4 จบสูงกว่าระดับนี้ และ 1 ใน 4 เคยเข้าเรียนระดับวิทยาลัยแต่ไม่จบ ครึ่งหนึ่งของพวกที่ผ่านการศึกษาระดับวิทยาลัยใช้เงินตัวเองจ่ายค่าการศึกษาจนจบสมบูรณ์
1 ใน 5 หรือน้อยกว่า ไม่เคยเข้าเรียนโรงเรียนเอกชนค่าเรียนแพงลิ่ว แต่ 54% ยินดีที่จะสนับสนุน เงินบำรุงการศึกษานั้นให้กับบุตร หลาน เพราะเชื่อมั่นว่าการลงทุนด้านการศึกษาเป็นการให้ที่ยาวนาน
เกือบทั้งหมด 98% มีบ้านของตัวเอง เป็นบ้านเล็กๆธรรมดาที่ไม่ต้องมีการอวดแต่งประชันกัน เพราะไม่มีแม็กกาซีนหรือรายการโทรทัศน์ช่องใดจะมาถ่ายรูปไปเผยแพร่ ทุกคนชอบทำงานบ้าน ทำสวนด้วยตัวเอง ถือเป็นการออกกำลังกายชั้นดี
พวกเธอมักถูกตั้งฉายาว่าเป็น คุณนายละเอียดประจำบ้าน สำรวจถี่ถ้วน ตั้งแต่ค่าใช้จ่ายในบ้านสารพัด มีการจดและทำบัญชีสม่ำเสมอ เศรษฐีนีแทบทุกคนทำรายการช้อปปิ้งก่อนออกจากบ้านทุกครั้ง การตัดคูปองส่วนลดของห้างร้านในหน้าหนังสือพิมพ์รายวันเป็นเรื่องที่ปกติมาก
เป็นนักลงทุนที่อนุรักษ์นิยม ไม่ชอบความเสี่ยง หมั่นพินิจพิเคราะห์เปรียบเทียบหุ้นและหน่วยลงทุนในพอร์ตการลงทุนของตนเป็นระยะๆ เน้นการถือหุ้นระยะยาว ใช้บริการที่ปรึกษาวางแผนการเงิน โดยยอมเสียค่าตอบแทนให้ได้คำปรึกษาที่เป็นประโยชน์มากสุด เศรษฐีนี 1ใน 20 ที่แต่งงานแล้ว ตัดสินใจวางแผนการเงินและเลือกที่ปรึกษาเองโดยไม่ปรึกษาหรือฟังสามี ขณะที่เศรษฐีนีคนอื่นๆตัดสินใจร่วมกันกับสามี
ถึงแม้พวกเธอจะมีทรัพย์สินเงินทองเหลือเฟือ แต่ทั้งหมดปฏิเสธชีวิตที่ฟุ่มเฟือยโดยสิ้นเชิง พวกเธอเลือกซื้อทรัพย์สินในยามที่ราคาต่ำกว่าตลาด เช่น อสังหาริมทรัพย์ หรือเมื่อเฟอร์นิเจอร์ เครื่องเรือนชำรุดก็เลือกที่จะซ่อมแซมแทนที่จะรุดทิ้งหรือซื้อใหม่ ซ่อมแซมเสื้อผ้าและดัดแปลงแทนที่จะซื้อตัวใหม่ ใช้จ่ายในการซื้อสูทอย่างมากที่สุดเพียงปีละ $400 ดอลล่าร์ (เทียบกับคนที่ไม่ใช่เศรษฐีที่ใช้จ่ายกับเงินค่าสูทไปถึง $1000 -1500 ดอลล่าร์และรองเท้าคู่ล่ะ $139 ดอลล่าร์ ( $ 300 ดอลลาร์ขึ้นไป สำหรับคนที่ตัวเสมือนเศรษฐี) เปลี่ยนบริการโทรศัพท์ทางไกลหลายแห่งเพื่อเลือกข้อเสนอที่ประหยัดค่าโทรมากที่สุด
ไม่เคยคิดที่จะสมัครสมาชิกเมมเบอร์คลับหรือคันทรีคลับหรูๆแม้แต่สักนิด เพราะฉะนั้นไม่จำเป็นต้องพูดชักชวนให้ซื้อผลิตภัณฑ์แบรนด์ดังๆราคาแพงทั้งหลาย บรรดาเซลส์บัตรเครดิตทั้งหลายมักจะผิดหวังและเสียเวลาในการหว่านล้อมที่ไม่สัมฤทธิ์ผล
แต่ยินดีบริจาคเพื่อช่วยเหลือชุมชนและมูลนิธีเพื่อสาธารณะกุศลโดยเฉลี่ย 7% ต่อรายได้ทั้งปี ซึ่งนั่นมากกว่า 3.5 เท่าของชาวอเมริกันทั่วไปที่บริจาค ยิ่งกว่านั้น เศรษฐีนีหลายคนได้เตรียมพินัยกรรม มอบทรัพย์สมบัติส่วนตัวทั้งหมดให้กับองค์กรสาธารณะกุศลภายหลังสิ้นชีวิตไปแล้ว
ใช้ชีวิตต่ำกว่ามาตรฐานที่พึงเป็นหนึ่งหรือสองระดับ ถ้าอุปมาอุปมัยง่ายๆในสายตาบ้านเราก็คือ สถานะการเงินสามารถเอื้อให้ซื้อรถยุโรปขับโก้หรูบนท้องถนนอย่างสบายๆ แต่เต็มใจเลือกขับรถญี่ปุ่นคันเล็ก ประหยัดน้ำมันและค่าดูแลรักษาโดยไม่รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจหรือเป็นปมด้อย
พวกเธออยู่อย่างมีเป้าหมาย พอใจ....รู้ว่าชีวิตต้องการอะไรและเชื่อมั่นในวิถีดำรงแบบนี้ โดยไม่เดือดเนื้อร้อนใจกับภาพภายนอกที่ถูกมองว่า เป็นคนที่แสนจะเชย น่าเบื่อและธรรมดา
เห็นมั้ยเอ่ย วิถีเศรษฐีนีเหล่านี้ ไม่ใช่เรื่องยากเย็นแสนเข็ญที่จะปฏิบัติตาม เชื่อว่าเศรษฐีนี(ตัวจริง)ในบ้านเรา หลายคนก็มีแนวทางปฏิบัติไม่แตกต่างกันนักหรอก ใครจะไปรู้ผู้หญิงที่แสนจะเชย แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าซื้อจากข้างถนน เดินกระทบไหล่ที่ป้ายรถเมล์ทุกวัน คือผู้สะสมความมั่งคั่งแห่งชีวิต พร้อมจะขึ้นทำเนียบเศรษฐีนี(ที่ไม่มีใครเห็น)ได้อย่างสบายๆ