หน้า 1 จากทั้งหมด 1

HT คือบทเรียนที่ดีของ asset play

โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. ก.ย. 13, 2007 11:12 am
โดย nowkung
ผมเคยได้ซื้อ HT เมื่อเกือบ 2 ปีที่แล้ว ในด้านเหตุผลคือ เงินสดเยอะ + ฟื้นตัว

แต่ก็ต้องพบกับความผิดหวัง

ในปี 48 กำไร 36 บาท/หุ้น ไม่จ่ายเงินปันผล
ในปี 49 ยังมีกำไร และไม่จ่ายเงินปันผลอีก

และในปี 50 กำไรแย่ลง + พื้นฐานแย่ลง จึงได้ขายไปเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมานี่เอง

ตอนนี้มี tender offer ที่ 193 บาท มันเซ็งไหมครับ

สรุปปัญหาของ asset play ก็คือ
- ไม่รู้ว่าจะต้องรออีกนานเท่าไหร่
- ถ้าพื้นฐานแย่ลงๆ ขาดทุนบาน กำไรสะสมเป็นลบ เงินสดหมดล่ะ อาจจะทำให้มูลค่าของหุ้นนั้นลดลง

HT คือบทเรียนที่ดีของ asset play

โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. ก.ย. 13, 2007 11:45 am
โดย contrarian
ไม่น่าจะใช่ปัญหาของ asset play
แต่น่าจะเป็นปัญหาของ player มากกว่า

การจะเล่น asset play มีสิ่งที่จะต้องคำนึง หลายอย่าง เช่น
1.อะไรจะเป็นตัว catalyse ให้ unlock asset และมีความเป็นไปได้แค่ไหน
2.hidden asset มองให้ทะลุ
3.ระหว่างรอจะเอาอะไรกิน

HT คือบทเรียนที่ดีของ asset play

โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. ก.ย. 13, 2007 10:21 pm
โดย replace
อะไรคือ asset play ครับ  :oops:

HT คือบทเรียนที่ดีของ asset play

โพสต์แล้ว: เสาร์ ก.ย. 15, 2007 3:51 pm
โดย contrarian
เขียนโดยคุณ invisible_hand ในgreenbull.net

หุ้นประเภทที่มีทรัพย์สินมาก และมีมูลค่าหุ้นต่ำกว่าราคาตลาดของมูลค่าทรัพย์สินมากนั้นมีจำนวนไม่น้อยครับ

ถ้าเป็นตลาดหุ้นในประเทศที่พัฒนาแล้ว ซึ่งตลาดอย่างสหรัฐอเมริกานั้นหุ้นส่วนใหญ่จะมีสัดส่วนการถือหุ้นของรายย่อยหรือ free float สูง เพราะหลายบริษัทมีอายุยาวนานคือเป็นผู้บริหารรุ่นที่ 2-3 แล้วและมีอาจจะมีการเพิ่มทุนจนทำให้สัดส่วนการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นใหญ่ลดลงมาเรื่อยๆ หุ้นตัวไหนที่มีสินทรัพย์ที่มีคุณภาพสูงแต่มีการบริหารที่ไม่ดีและผลกำไรต่ำ จะมีกองทุนหรือบริษัทอื่นเข้าไป take over เพื่อบริหารกิจการแทน หรือเข้าไป take over แล้วชำแหละบริษัทนั้นๆ ออกขายแยกส่วนและได้กำไรในจำนวนมากกลับไป

อาจจะฟังดูเหมือนว่าไม่ดีว่าทำไมตลาดอย่างสหรัฐถึงปล่อยให้มีการ take over แบบที่เจ้าของหรือผู้บริหารบริษัทเดิมไม่เต็มใจ หรือที่เรียกว่า hostile takeover ซึ่งดูผิวเผินแล้วไม่น่าจะเป็นเรื่องที่ดี แต่จริงๆ มันส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจมากครับเพราะมันช่วยให้การจัดการในสินทรัพย์ที่เป็นปัจจัยการผลิตซึ่งเป็นทรัพยากรที่สำคัญในระบบเศรษฐกิจมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น กล่าวคือ สินทรัพย์ที่ดีจะถูกเปลี่ยนมือหากเจ้าของสินทรัพย์นั้นใช้มันอย่างด้อยประสิทธิภาพไปยังเจ้าของใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่า ซึ่งทำให้ประสิทธิภาพและ productivity ในระบบเศรษฐกิจสูงขึ้น ยกตัวอย่างเช่น มีที่ดินอยุ่แปลงหนึ่งมีสภาพที่ดินอุดมสมบูรณ์มาก แต่เจ้าของที่ดินกลับปล่อยให้รกร้างว่างเปล่าเพราะซื้อเก็งกำไร หากมีใครมาขอซื้อแล้วเปลี่ยนไปปลูกพืชที่ให้ผลตอบแทนและมีราคาสูง ผลตอบแทนที่เกิดขึ้นจากที่ดินพื้นนั้นก็สูงขึ้นและเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจของประเทศ ดังนั้นกฎหมายต่างๆ ของตลาดหุ้นในประเทศพัฒนาแล้วแม้จะไม่สนับสนุนการทำ hostile takeover แต่ก็ไม่ได้มีการห้ามหรือตั้งข้อจำกัดอะไรมากมาย

นอกจากนี้ ข้อดีของการปล่อยให้มีการทำ hostile takeover อีกอย่างก็คือเป็นการบังคับให้ผู้บริหารหรือเจ้าของกิจการให้ความสำคัญกับผู้ถือหุ้นรายย่อย รวมไปถึงราคาหุ้น กิจการที่ดีและปล่อยให้ราคาหุ้นต่ำกว่าพื้นฐานนานๆ ซึงอาจจะเกิดจากนโยบายบางอย่างที่ไม่เหมาะสม เช่น การมีกำไรสูงๆ แต่จ่ายปันผลต่ำและเก็บเงินสดในบริษัทไว้มากเกินความจำเป็น หรือการไม่ให้ความสำคัญกับการเปิดเผยข้อมูลกับนักลงทุนหรือสภาพคล่องการซื้อขายหุ้น หุ้นเหล่านี้จะเป็นเป้าหมายการ take over ซึ่งหากผู้บริหารไม่อยากให้ถูก take over โดยง่าย ก็จะต้องพยายามให้หุ้นตัวเองสะท้อนพื้นฐานที่แท้จริงในระดับหนึ่ง และเป็นมิตรกับผู้ถือหุ้นรายย่อยเพราะเมื่อมีการ ทำ hostile take over เกิดขึ้นแล้วต้องมีการโหวดแข่งกัน เจ้าของที่เป็นมิตรกับรายย่อยและมีประวัติการบริหารที่ดีจะได้รับการสนับสนุนจากผู้ถือหุ้นทั่วไปและทำให้การทำ hostile take over ไม่ประสบความสำเร็จได้

ตัวอย่างของลักษณะการ take over แล้วแยกสินทรัพย์ขายเป็นชิ้นๆ ผมแนะนำให้ดูหนังเรื่อง Pretty woman ครับเพราะบริษัทที่พระเอกคือ ริชาร์ด เกียร์ เป็นเจ้าของทำธุรกิจแบบนี้เลยครับ ในเรื่องเนื้อหาหลักคือพระเอกจะ take over บริษัทต่อเรือที่มีสินทรัพย์เป็นที่ดินจำนวนมากและกำลังจะได้ project ใหญ่จากรัฐบาลเพื่อแยกเป็นชิ้นส่วนขายครับ

แต่สำหรับเมืองไทย การเล่นหุ้นในลักษณะ asset play ก็มีความเสี่ยงมากพอสมควรเนื่องจากทางกฎระเบียบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนั้นไม่สนับสนุนการทำ hostile takeover มากนัก และหลายๆ บริษัทผู้บริหารถือหุ้นเกิน 51% รวมทั้งหากมีรายการไม่ชอบมาพากลเช่นการใช้เงินสดจำนวนมากในบริษัทไปในทางที่ไม่เหมาะสม เช่น ปล่อยกู้ในกับบริษัทในเครือ นำไปลงทุนในโครงการที่ให้ผลตอบแทนต่ำ หรือการขายสินทรัพย์ออกไปในราคาถูก ผู้ถือหุ้นรายย่อยมักจะไม่สามารถคัดค้านได้

บางครั้งการมีเงินสดหรือสินทรัพย์ที่มีมูลค่ามากๆ หากธุรกิจเข้าสู่ภาวะถดถอยหรือมีการบริหารที่ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ เงินสดหรือสินทรัพย์นั้นอาจจะลดลงหรือเสื่อมมูลค่าไปได้ภายในระยะเวลาไม่นานนัก อย่างในกรณีของหุ้น Singer ที่ต้องมีการตั้งสำรองจำนวนมาก หรือ SPSU ที่เคยมีเงินสดต่อหุ้นสูงกว่าราคาหุ้นในกระดานแต่ท้ายสุดแล้วเงินสดต่อหุ้นก็ค่อยๆ ลดลงไปเรื่อยๆ

ดังนั้น การลงทุนในหุ้นโดยมอง Asset play เป็นอย่างเดียวนั้นอาจจะไม่เพียงพอ คงจะต้องพิจารณาปัจจัยด้านอื่นๆ โดยเฉพาะจริยธรรม ความสามารถของผู้บริหารและแนวโน้มธุรกิจในอนาคตประกอบด้วยครับ

HT คือบทเรียนที่ดีของ asset play

โพสต์แล้ว: เสาร์ ก.ย. 15, 2007 4:12 pm
โดย contrarian
drnuntiya wrote:
มูลค่าจะเป็นยังไงครับ....
ถ้ายังไม่มี การunlock เช่น ทำการพัฒนา ,หรือมีคนมาขอซื้อ ,หรือปล่อยข่าวว่าจะมีคนมาซื้อ ที่ดินเหล่านั้น  ก็ยังคงมีมูลค่าตามบัญชี

แต่ถ้าจะเล่นกรณียังไม่ unlock  ก็ควรดูว่ามันเป็น hidden asset จริงๆ คือเราเป็นคนแรกๆ ที่รู้ว่ามีhidden asset ตัวนี้อยู่ และตลาดยังไม่ได้ให้value   หรือตลาดรู้แล้ว แต่ยังให้valueเดิมที่ต่ำกว่าความเป็นจริงมากๆ

HT คือบทเรียนที่ดีของ asset play

โพสต์แล้ว: อังคาร ก.ย. 18, 2007 4:21 pm
โดย Frankie
contrarian เขียน:ไม่น่าจะใช่ปัญหาของ asset play
แต่น่าจะเป็นปัญหาของ player มากกว่า

การจะเล่น asset play มีสิ่งที่จะต้องคำนึง หลายอย่าง เช่น
1.อะไรจะเป็นตัว catalyse ให้ unlock asset และมีความเป็นไปได้แค่ไหน
2.hidden asset มองให้ทะลุ
3.ระหว่างรอจะเอาอะไรกิน
ตัวอย่างคำถามตรงนี้ ตอนผมถือหุ้นตัวนี้อยู่ผมตอบไม่ได้เลยซักข้อแฮะ :?

แต่เหตุผลที่ผมขายก็เพราะ EPS มันแย่ลงเรื่อย ๆ และมันก็ไม่ปันผล

HT คือบทเรียนที่ดีของ asset play

โพสต์แล้ว: อังคาร ต.ค. 09, 2007 5:46 pm
โดย contrarian
มีหุ้นตัวหนึ่งในกลุ่มหลักทรัพย์   ที่ผมตั้งใจเล่นasset play    และคิดว่าสามารถตอบคำถาม ที่ผมตั้งไว้ได้ ลองเป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์นะครับ

หุ้นตัวนี้หลายคนในเวบนี้ ก็น่าจะมีติดพอร์ต
มีลักษณะดังนี้ครับ ราคาปิดวันนี้ 40 บาท (แน่นอน ต้นทุนผมต่ำกว่านี้) BV.อยู่ที่ 50 บาท ใน 50 บาท เป็นเงินสด 19 บ.,ที่เหลือก็ตีซะว่าเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ไม่ยาก แสดงให้เห็นว่าทรัพย์สินไม่มีการซ่อนเร้นมาก ทำให้เราเชื่อค่าของ BV.ได้
คำถามที่1 อะไรจะเป็นตัว catalyse ให้ unlock asset และมีความเป็นไปได้แค่ไหน
อ้างอิงบทวิจัย ของK research ซึ่งมีบทวิจัยเรื่องเดียวกันนี้ออกมาเมื่อตอนต้นปีครั้งหนึ่งแล้ว
5 ตุลาคม 2550
ธุรกิจหลักทรัพย์ไทย...เร่งปรับตัวหนักหลัง ครม.อนุมัติการเปิดเสรี (กระแสทรรศน์ ฉบับที่ 1995)

--------------------------------------------------------------------------------
            กล่าวโดยสรุปได้ว่า เมื่อวันที่ 25 กันยายน ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงว่าด้วยการอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ พ.ศ. .... ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา แล้วดำเนินการต่อไป ซึ่งการอนุมัติร่างกฎกระทรวงดังกล่าวถือเป็นก้าวสำคัญในการนำไปสู่การเปิดเสรีธุรกิจหลักทรัพย์ในอนาคต หลังจากที่ประชุมคณะกรรมการ ก.ล.ต.เมื่อต้นเดือน พฤศจิกายน 2549 ได้ลงมติให้มีการเปิดเสรีใบอนุญาตธุรกิจหลักทรัพย์ในเวลาอีก 5 ปีข้างหน้า (ปี 2555) เมื่อพิจารณาจากปลายปีที่ผ่านมานั้น จะเห็นได้ว่าหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะทาง ก.ล.ต.เองก็ได้มีเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆเพื่อสนับสนุนการปรับตัวของบริษัทหลักทรัพย์ในหลายๆด้าน โดยมีประเด็นสำคัญ เช่น การผ่อนคลายเกณฑ์การประกอบกิจการของบริษัทหลักทรัพย์ในด้านต่างๆ เช่นแนวคิดในการผ่อนคลายเกณฑ์การเปิดสาขา เช่น การเปิดสาขาในรูปแบบใดก็ได้ไม่ว่าจะเป็นสาขาเต็มรูปแบบหรือสาขาออนไลน์ การให้เปิดทำการนอกเวลาทำการปกติได้ การเพิ่มประเภทธุรกิจให้ดำเนินการ โดย ก.ล.ต. ได้อนุญาตให้บริษัทหลักทรัพย์ สามารถประกอบธุรกิจอื่นๆเพิ่มเติม อาทิเช่น ธุรกิจการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า   เป็นต้น การสนับสนุนแนวทางในการลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศ ซึ่งจะเป็นการช่วยเพิ่มรายได้ในการลงทุนให้กับบริษัทหลักทรัพย์ที่ประสงค์จะลงทุนเพื่อบัญชีของบริษัท (Proprietary Trading) การสนับสนุนบทบาทของบริษัทหลักทรัพย์ในการส่งเสริมการกำกับดูแลกิจการที่ดี และ การสนับสนุนให้มีผลิตภัณฑ์ทางการเงินในรูปแบบใหม่ๆในตลาดทุนไทยเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็น SET 50 Index Options หรือ ผลิตภัณฑ์อื่นๆที่คาดว่าจะทยอยเข้ามาทำการซื้อขายในลำดับถัดไป ซึ่งจะช่วยเป็นการเพิ่มรายได้ในการซื้อขาย
             ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาในส่วนของบริษัทหลักทรัพย์เองจะเห็นได้ว่าในช่วงที่ผ่านมา ได้มีความพยายามปรับการดำเนินธุรกิจเพื่อเตรียมรับมือการสภาพการแข่งขันที่จะรุนแรงมากขึ้นในอนาคตในหลายๆด้านมากขึ้น อาทิเช่น การเพิ่มรายได้จากช่องทางอื่นๆมากขึ้น ซึ่งจะเห็นได้ชัดว่าสัดส่วนรายได้จากค่าธรรมเนียมการซื้อขายหลักทรัพย์ได้ปรับตัวลดลงตามลำดับ ในขณะเดียวกัน บริษัทหลักทรัพย์ได้พยายามเพิ่มรายได้จากการลงทุนเพื่อพอร์ตของตนเองเพิ่มขึ้น นอกจากเพิ่มการลงทุนเพื่อพอร์ตของตนเองแล้ว บริษัทหลักทรัพย์หลายแห่งได้หันมารุกธุรกิจการให้บริการที่ปรึกษาการลงทุน (Wealth management) และ การเข้าสู่ธุรกิจหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวมมากขึ้น ตลอดจน  การแสวงหาพันธมิตรในการทำธุรกิจ ทั้ง พันธมิตรจากต่างประเทศ โดยเฉพาะการทำสัญญาการเป็นนายหน้าหรือตัวแทนซื้อขายหลักทรัพย์จดทะเบียนในลักษณะคู่ค้า (Exclusive Partner) ให้กับบริษัทหลักทรัพย์ต่างประเทศ และ การอาศัยจุดแข็งในการเป็นเครือข่ายธุรกิจการเงินกลุ่มเดียวกันมากขึ้น ในกรณีของบริษัทหลักทรัพย์ที่ถือหุ้นโดยธนาคารพาณิชย์
             เมื่อพิจารณาส่วนแบ่งการตลาดในช่วงที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่า กลุ่มบริษัทหลักทรัพย์ที่มีผู้ลงทุนรายย่อยเป็นผู้ถือหุ้นส่วนมากจะเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากการแข่งขันมากที่สุด ซึ่งคาดว่ามีแนวโน้มที่ส่วนแบ่งการตลาดของกลุ่มดังกล่าวนี้คงจะเริ่มปรับตัวลดลงมากขึ้นในอนาคต ทำให้บริษัทหลักทรัพย์รายย่อยที่เข้าข่ายดังกล่าวมีความจำเป็นที่จะต้องแสวงหาพันธมิตรในการทำธุรกิจ พัฒนาธุรกิจอื่นๆขึ้นมาเพิ่มเติม หรืออาจต้องควบรวมกิจการกันเองในที่สุด ทั้งนี้ คาดว่าแนวโน้มการควบรวมกิจการในธุรกิจหลักทรัพย์คงจะเริ่มปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจนขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ ทำให้จำนวนบริษัทหลักทรัพย์ที่มีอยู่ในปัจจุบันมีแนวโน้มที่จะลดจำนวนลง ขณะที่ผู้ประกอบการที่ยังคงอยู่ในตลาดจะมีขนาดใหญ่ขึ้น และมีการทำธุรกิจที่ครบวงจรมากขึ้น โดยได้แรงหนุนจากการที่ทางการได้เปิดโอกาสให้สามารถขอใบอนุญาตในส่วนที่ยังขาดอยู่ได้โดยสะดวกขึ้นหลังจากที่กฎกระทรวงมีผลบังคับใช้ และมีการอาศัยช่องทางการขายจากพันธมิตร หรือเครือข่ายทางธุรกิจมากขึ้น มิฉะนั้น บริษัทหลักทรัพย์เหล่านั้นจะต้องหันไปเสริมสร้างจุดขายเฉพาะด้านหรือสร้างความแตกต่างให้กับตนเอง
         ส่วนภาพรวมของธุรกิจหลักทรัพย์ในระยะยาวหลังการเปิดเสรีใบอนุญาตธุรกิจหลักทรัพย์นั้น การพิจารณาแนวโน้มการเเข่งขันของธุรกิจหลักทรัพย์คงจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยด้วยกัน นอกเหนือไปจากการเปิดเสรีใบอนุญาตของ ก.ล.ต. อาทิเช่น สภาพแวดล้อมในตลาดทุน การซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ขณะนั้น มาตรการต่างๆของรัฐบาล เช่น แนวโน้มการผ่อนคลายเกณฑ์การเปิดเสรีทางการเงิน โดยการอนุญาตให้มีการนำเงินไปลงทุนในต่างประเทศ หรือ การทำ Cross-border services เป็นต้น โดยมองว่าปัจจัยเหล่านี้จะเป็นส่วนหนึ่งที่จะเป็นตัวกำหนดการเข้ามาของผู้ประกอบการรายใหม่ในอนาคตว่าจะมีจำนวนมากน้อยเพียงใด อย่างไรก็ตาม ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า แม้การเปิดเสรีใบอนุญาตธุรกิจหลักทรัพย์จะช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าสู่ธุรกิจหลักทรัพย์ได้ง่ายขึ้น และทำให้ต้นทุนในการขอใบอนุญาตลดลงเทียบกันกับในปัจจุบัน ประกอบกับ การคลายเกณฑ์การลงทุนต่างๆที่น่าจะช่วยเอื้อหนุนการเติบโตของตลาดทุนไทยในระยะต่อไป เช่น ความเป็นไปได้ที่จะให้มีการยกเลิกมาตรการกันสำรองเงินทุนนำเข้าระยะสั้น การผ่อนคลายเกณฑ์การลงทุนในต่างประเทศเพิ่มขึ้นในอนาคต อาทิเช่น การอนุญาตให้บริษัทหลักทรัพย์สามารถลงทุนในต่างประเทศทั้งเพื่อตนเองและเพื่อบัญชีของลูกค้าเพิ่มขึ้น อาจจะเป็นการช่วยขยายช่องทางการทำธุรกิจของบริษัทหลักทรัพย์ ซึ่งอาจทำให้มีผู้ที่เล็งเห็นโอกาสทางธุรกิจที่เพิ่มขึ้นดังกล่าวเข้ามาจัดตั้งบริษัทหลักทรัพย์ในประเทศไทย โดยเฉพาะสถาบันการเงินต่างชาติ แต่เมื่อพิจารณาเงื่อนไขประการอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการเเข่งขันที่เพิ่มขึ้นของธุรกิจหลักทรัพย์ การที่ตลาดทุนไทยยังมีขนาดเล็กและมีสินค้าในตลาดไม่มากนัก ขณะที่การเปิดเสรีค่าธรรมเนียมการซื้อขายอาจจะส่งผลให้ผลกำไรที่ประกอบการจะได้รับลดลงได้ในระยะต่อไป ซึ่งจะกระทบต่อความน่าสนใจในการเข้ามาทำธุรกิจสำหรับผู้ประกอบการรายใหม่ ซึ่งท้ายที่สุดแล้วอาจจะทำให้มีความเป็นไปได้ที่จำนวนผู้ประกอบการอาจไม่เพิ่มขึ้นมากนัก นอกจากนั้นแล้ว บริษัทหลักทรัพย์ต่างชาติอาจจะต้องพิจารณาชั่งน้ำหนักระหว่างต้นทุนในการเข้ามาประกอบธุรกิจด้วยตนเองโดยตรงในประเทศไทยกับผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับ กับการเลือกที่จะเข้ามาทำธุรกิจในลักษณะของการเป็นพันธมิตรกับบริษัทหลักทรัพย์ของไทยแทน แต่ไม่ว่ารูปแบบการดำเนินธุรกิจจะออกมาในลักษณะใดการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในธุรกิจดังกล่าวคงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในอนาคต
http://www.kasikornresearch.com/kr/sear ... 9943&cid=9
ผมลองคิดเล่นๆว่า ถ้าผมเป็นผู้บริหารเจอสถานการณ์นี้ มีทางตัดสินใจอย่างไรบ้าง
-นำทรัพยากรที่มีอยู่ มาทุ่มเทปรับปรุงกิจการ
-ควบรวมกับคนอื่นเพื่อความแข็งแกร่ง ; ก่อนควบรวมแบ่งตังที่มีกันก่อน
-หนทางข้างหน้าลำบากเหลือเกิน ขายดีกว่า

ถ้าเป็น 2 อันหลัง ก็น่าจะ unlock asset

2.hidden asset มองให้ทะลุ
ตัวนี้ asset อ้าซ่าเลยครับ มีเพียงคดีความถูกฟ้องร้องอยู่ ซึ่งหากแพ้คดีความเสียหายจะอยู่ที่ประมาณ 2 บาท
3.ระหว่างรอจะเอาอะไรกิน
ตัวนี้ ปันผลทุก พ.ย. ปันผลประมาณ 80% ของกำไร
เนื่องจากเป็นหุ้นกลุ่มหลักทรัพย์ สภาพคล่องสูง beta สูง  เล่นตามearning หรือจะเล่นตามsentimentตลาดก็ได้ ปีนึงก็อย่างน้อยได้ 2 รอบ
จะเห็นได้ว่า จะเล่นasset play ก็ได้,trading ก็ดี  มีthemeให้เล่นได้เยอะ
ส่วนใครจะเล่นแบบไหน หรือช่วงไหนจะเล่นแบบไหน ก็อยู่ที่แต่ละบุคคลครับ

HT คือบทเรียนที่ดีของ asset play

โพสต์แล้ว: อังคาร ต.ค. 09, 2007 5:51 pm
โดย contrarian
แต่ถ้าจะเข้าที่ราคาวันนี้ ก็ต้องศึกษาตัวกิจการให้ลึกซึ้ง คำนึงถึงmargin of safety ให้ดีๆ