มีหุ้นตัวหนึ่งในกลุ่มหลักทรัพย์ ที่ผมตั้งใจเล่นasset play และคิดว่าสามารถตอบคำถาม ที่ผมตั้งไว้ได้ ลองเป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์นะครับ
หุ้นตัวนี้หลายคนในเวบนี้ ก็น่าจะมีติดพอร์ต
มีลักษณะดังนี้ครับ ราคาปิดวันนี้ 40 บาท (แน่นอน ต้นทุนผมต่ำกว่านี้) BV.อยู่ที่ 50 บาท ใน 50 บาท เป็นเงินสด 19 บ.,ที่เหลือก็ตีซะว่าเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ไม่ยาก แสดงให้เห็นว่าทรัพย์สินไม่มีการซ่อนเร้นมาก ทำให้เราเชื่อค่าของ BV.ได้
คำถามที่1 อะไรจะเป็นตัว catalyse ให้ unlock asset และมีความเป็นไปได้แค่ไหน
อ้างอิงบทวิจัย ของK research ซึ่งมีบทวิจัยเรื่องเดียวกันนี้ออกมาเมื่อตอนต้นปีครั้งหนึ่งแล้ว
5 ตุลาคม 2550
ธุรกิจหลักทรัพย์ไทย...เร่งปรับตัวหนักหลัง ครม.อนุมัติการเปิดเสรี (กระแสทรรศน์ ฉบับที่ 1995)
--------------------------------------------------------------------------------
กล่าวโดยสรุปได้ว่า เมื่อวันที่ 25 กันยายน ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงว่าด้วยการอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ พ.ศ. .... ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา แล้วดำเนินการต่อไป ซึ่งการอนุมัติร่างกฎกระทรวงดังกล่าวถือเป็นก้าวสำคัญในการนำไปสู่การเปิดเสรีธุรกิจหลักทรัพย์ในอนาคต หลังจากที่ประชุมคณะกรรมการ ก.ล.ต.เมื่อต้นเดือน พฤศจิกายน 2549 ได้ลงมติให้มีการเปิดเสรีใบอนุญาตธุรกิจหลักทรัพย์ในเวลาอีก 5 ปีข้างหน้า (ปี 2555) เมื่อพิจารณาจากปลายปีที่ผ่านมานั้น จะเห็นได้ว่าหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะทาง ก.ล.ต.เองก็ได้มีเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆเพื่อสนับสนุนการปรับตัวของบริษัทหลักทรัพย์ในหลายๆด้าน โดยมีประเด็นสำคัญ เช่น การผ่อนคลายเกณฑ์การประกอบกิจการของบริษัทหลักทรัพย์ในด้านต่างๆ เช่นแนวคิดในการผ่อนคลายเกณฑ์การเปิดสาขา เช่น การเปิดสาขาในรูปแบบใดก็ได้ไม่ว่าจะเป็นสาขาเต็มรูปแบบหรือสาขาออนไลน์ การให้เปิดทำการนอกเวลาทำการปกติได้ การเพิ่มประเภทธุรกิจให้ดำเนินการ โดย ก.ล.ต. ได้อนุญาตให้บริษัทหลักทรัพย์ สามารถประกอบธุรกิจอื่นๆเพิ่มเติม อาทิเช่น ธุรกิจการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า เป็นต้น การสนับสนุนแนวทางในการลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศ ซึ่งจะเป็นการช่วยเพิ่มรายได้ในการลงทุนให้กับบริษัทหลักทรัพย์ที่ประสงค์จะลงทุนเพื่อบัญชีของบริษัท (Proprietary Trading) การสนับสนุนบทบาทของบริษัทหลักทรัพย์ในการส่งเสริมการกำกับดูแลกิจการที่ดี และ การสนับสนุนให้มีผลิตภัณฑ์ทางการเงินในรูปแบบใหม่ๆในตลาดทุนไทยเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็น SET 50 Index Options หรือ ผลิตภัณฑ์อื่นๆที่คาดว่าจะทยอยเข้ามาทำการซื้อขายในลำดับถัดไป ซึ่งจะช่วยเป็นการเพิ่มรายได้ในการซื้อขาย
ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาในส่วนของบริษัทหลักทรัพย์เองจะเห็นได้ว่าในช่วงที่ผ่านมา ได้มีความพยายามปรับการดำเนินธุรกิจเพื่อเตรียมรับมือการสภาพการแข่งขันที่จะรุนแรงมากขึ้นในอนาคตในหลายๆด้านมากขึ้น อาทิเช่น การเพิ่มรายได้จากช่องทางอื่นๆมากขึ้น ซึ่งจะเห็นได้ชัดว่าสัดส่วนรายได้จากค่าธรรมเนียมการซื้อขายหลักทรัพย์ได้ปรับตัวลดลงตามลำดับ ในขณะเดียวกัน บริษัทหลักทรัพย์ได้พยายามเพิ่มรายได้จากการลงทุนเพื่อพอร์ตของตนเองเพิ่มขึ้น นอกจากเพิ่มการลงทุนเพื่อพอร์ตของตนเองแล้ว บริษัทหลักทรัพย์หลายแห่งได้หันมารุกธุรกิจการให้บริการที่ปรึกษาการลงทุน (Wealth management) และ การเข้าสู่ธุรกิจหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวมมากขึ้น ตลอดจน การแสวงหาพันธมิตรในการทำธุรกิจ ทั้ง พันธมิตรจากต่างประเทศ โดยเฉพาะการทำสัญญาการเป็นนายหน้าหรือตัวแทนซื้อขายหลักทรัพย์จดทะเบียนในลักษณะคู่ค้า (Exclusive Partner) ให้กับบริษัทหลักทรัพย์ต่างประเทศ และ การอาศัยจุดแข็งในการเป็นเครือข่ายธุรกิจการเงินกลุ่มเดียวกันมากขึ้น ในกรณีของบริษัทหลักทรัพย์ที่ถือหุ้นโดยธนาคารพาณิชย์
เมื่อพิจารณาส่วนแบ่งการตลาดในช่วงที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่า กลุ่มบริษัทหลักทรัพย์ที่มีผู้ลงทุนรายย่อยเป็นผู้ถือหุ้นส่วนมากจะเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากการแข่งขันมากที่สุด ซึ่งคาดว่ามีแนวโน้มที่ส่วนแบ่งการตลาดของกลุ่มดังกล่าวนี้คงจะเริ่มปรับตัวลดลงมากขึ้นในอนาคต ทำให้บริษัทหลักทรัพย์รายย่อยที่เข้าข่ายดังกล่าวมีความจำเป็นที่จะต้องแสวงหาพันธมิตรในการทำธุรกิจ พัฒนาธุรกิจอื่นๆขึ้นมาเพิ่มเติม หรืออาจต้องควบรวมกิจการกันเองในที่สุด ทั้งนี้ คาดว่าแนวโน้มการควบรวมกิจการในธุรกิจหลักทรัพย์คงจะเริ่มปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจนขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ ทำให้จำนวนบริษัทหลักทรัพย์ที่มีอยู่ในปัจจุบันมีแนวโน้มที่จะลดจำนวนลง ขณะที่ผู้ประกอบการที่ยังคงอยู่ในตลาดจะมีขนาดใหญ่ขึ้น และมีการทำธุรกิจที่ครบวงจรมากขึ้น โดยได้แรงหนุนจากการที่ทางการได้เปิดโอกาสให้สามารถขอใบอนุญาตในส่วนที่ยังขาดอยู่ได้โดยสะดวกขึ้นหลังจากที่กฎกระทรวงมีผลบังคับใช้ และมีการอาศัยช่องทางการขายจากพันธมิตร หรือเครือข่ายทางธุรกิจมากขึ้น มิฉะนั้น บริษัทหลักทรัพย์เหล่านั้นจะต้องหันไปเสริมสร้างจุดขายเฉพาะด้านหรือสร้างความแตกต่างให้กับตนเอง
ส่วนภาพรวมของธุรกิจหลักทรัพย์ในระยะยาวหลังการเปิดเสรีใบอนุญาตธุรกิจหลักทรัพย์นั้น การพิจารณาแนวโน้มการเเข่งขันของธุรกิจหลักทรัพย์คงจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยด้วยกัน นอกเหนือไปจากการเปิดเสรีใบอนุญาตของ ก.ล.ต. อาทิเช่น สภาพแวดล้อมในตลาดทุน การซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ขณะนั้น มาตรการต่างๆของรัฐบาล เช่น แนวโน้มการผ่อนคลายเกณฑ์การเปิดเสรีทางการเงิน โดยการอนุญาตให้มีการนำเงินไปลงทุนในต่างประเทศ หรือ การทำ Cross-border services เป็นต้น โดยมองว่าปัจจัยเหล่านี้จะเป็นส่วนหนึ่งที่จะเป็นตัวกำหนดการเข้ามาของผู้ประกอบการรายใหม่ในอนาคตว่าจะมีจำนวนมากน้อยเพียงใด อย่างไรก็ตาม ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า แม้การเปิดเสรีใบอนุญาตธุรกิจหลักทรัพย์จะช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าสู่ธุรกิจหลักทรัพย์ได้ง่ายขึ้น และทำให้ต้นทุนในการขอใบอนุญาตลดลงเทียบกันกับในปัจจุบัน ประกอบกับ การคลายเกณฑ์การลงทุนต่างๆที่น่าจะช่วยเอื้อหนุนการเติบโตของตลาดทุนไทยในระยะต่อไป เช่น ความเป็นไปได้ที่จะให้มีการยกเลิกมาตรการกันสำรองเงินทุนนำเข้าระยะสั้น การผ่อนคลายเกณฑ์การลงทุนในต่างประเทศเพิ่มขึ้นในอนาคต อาทิเช่น การอนุญาตให้บริษัทหลักทรัพย์สามารถลงทุนในต่างประเทศทั้งเพื่อตนเองและเพื่อบัญชีของลูกค้าเพิ่มขึ้น อาจจะเป็นการช่วยขยายช่องทางการทำธุรกิจของบริษัทหลักทรัพย์ ซึ่งอาจทำให้มีผู้ที่เล็งเห็นโอกาสทางธุรกิจที่เพิ่มขึ้นดังกล่าวเข้ามาจัดตั้งบริษัทหลักทรัพย์ในประเทศไทย โดยเฉพาะสถาบันการเงินต่างชาติ แต่เมื่อพิจารณาเงื่อนไขประการอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการเเข่งขันที่เพิ่มขึ้นของธุรกิจหลักทรัพย์ การที่ตลาดทุนไทยยังมีขนาดเล็กและมีสินค้าในตลาดไม่มากนัก ขณะที่การเปิดเสรีค่าธรรมเนียมการซื้อขายอาจจะส่งผลให้ผลกำไรที่ประกอบการจะได้รับลดลงได้ในระยะต่อไป ซึ่งจะกระทบต่อความน่าสนใจในการเข้ามาทำธุรกิจสำหรับผู้ประกอบการรายใหม่ ซึ่งท้ายที่สุดแล้วอาจจะทำให้มีความเป็นไปได้ที่จำนวนผู้ประกอบการอาจไม่เพิ่มขึ้นมากนัก นอกจากนั้นแล้ว บริษัทหลักทรัพย์ต่างชาติอาจจะต้องพิจารณาชั่งน้ำหนักระหว่างต้นทุนในการเข้ามาประกอบธุรกิจด้วยตนเองโดยตรงในประเทศไทยกับผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับ กับการเลือกที่จะเข้ามาทำธุรกิจในลักษณะของการเป็นพันธมิตรกับบริษัทหลักทรัพย์ของไทยแทน แต่ไม่ว่ารูปแบบการดำเนินธุรกิจจะออกมาในลักษณะใดการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในธุรกิจดังกล่าวคงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในอนาคต
http://www.kasikornresearch.com/kr/sear ... 9943&cid=9
ผมลองคิดเล่นๆว่า ถ้าผมเป็นผู้บริหารเจอสถานการณ์นี้ มีทางตัดสินใจอย่างไรบ้าง
-นำทรัพยากรที่มีอยู่ มาทุ่มเทปรับปรุงกิจการ
-ควบรวมกับคนอื่นเพื่อความแข็งแกร่ง ; ก่อนควบรวมแบ่งตังที่มีกันก่อน
-หนทางข้างหน้าลำบากเหลือเกิน ขายดีกว่า
ถ้าเป็น 2 อันหลัง ก็น่าจะ unlock asset
2.hidden asset มองให้ทะลุ
ตัวนี้ asset อ้าซ่าเลยครับ มีเพียงคดีความถูกฟ้องร้องอยู่ ซึ่งหากแพ้คดีความเสียหายจะอยู่ที่ประมาณ 2 บาท
3.ระหว่างรอจะเอาอะไรกิน
ตัวนี้ ปันผลทุก พ.ย. ปันผลประมาณ 80% ของกำไร
เนื่องจากเป็นหุ้นกลุ่มหลักทรัพย์ สภาพคล่องสูง beta สูง เล่นตามearning หรือจะเล่นตามsentimentตลาดก็ได้ ปีนึงก็อย่างน้อยได้ 2 รอบ
จะเห็นได้ว่า จะเล่นasset play ก็ได้,trading ก็ดี มีthemeให้เล่นได้เยอะ
ส่วนใครจะเล่นแบบไหน หรือช่วงไหนจะเล่นแบบไหน ก็อยู่ที่แต่ละบุคคลครับ