หน้า 1 จากทั้งหมด 1

ย้อนยุทธ์ตอนที่ 8 หยุดนิ่ง = ถอยหลัง

โพสต์แล้ว: อังคาร ส.ค. 28, 2007 7:21 am
โดย กูรูขอบสนาม
อรุณสวัสดิ์ครับ เพื่อน VI
ย้อนยุทธ์วันนี้มาเช้าหน่อย ให้เพื่อนๆมีโอกาสรำลึกถึงความหลังก่อนตลาดจะเปิด  วันนี้เป็นเรื่องของเครื่องดื่มบำรุงร่างกายใกล้ๆตัว  ใครอยากจะแชร์ประสบการณ์เครื่องดื่มทั้ง 2 แบรนด์นี้ก็เชิญได้ตามสะดวกนะคร้าบ

ย้อนยุคตอนที่ 8   หยุดนิ่ง  =  ถอยหลัง

ใครหนอช่างกล่าวไว้เป็นคำพูดสัจธรรม  เพียงแค่หยุดนิ่งอยู่กับที่เท่ากับถอยหลังไปหนึ่งก้าว

อารัมภบทย้อนยุทธ์ฉบับนี้ฟังดูแก่ปรัชญาคารมไปเสียหน่อยนะครับ  กูรูขอบสนามกำลังจะนำหลักสัจธรรมมาอธิบายกลเม็ดเด็ดพรายของสมรภูมิการตลาดในอดีต  ทีพลั้งทีเผลอของคู่ฟัดคู่เหวี่ยงตลอดกาล

สมรภูมิเที่ยวนี้ขอย้อนไปถึงเครื่องดื่มบำรุงสุขภาพหรือเรียกศัพท์เป็นทางการว่า Tonic Drink  มีมวยคู่เอกต่อกรแลกหมัดกันมายาวนานก็คือ ยักษ์สีส้มผู้มีพลังสดใสจากดวงอาทิตย์และยักษ์สีเขียวเสริม...เพิ่มพลังจากธรรมชาติ เดิมทีทั้งสองยักษ์ก็มีต้นกำเนิดจากประเทศแม่เดียวกัน หากปัจจุบันยักษ์สีส้มถูกเปลี่ยนมือบริหารไปหลายทอดแล้วครับ   ยักษ์สีเขียวก็เคยได้ข่าวแว่วมาเหมือนกันครับ

ถ้าพูดถึงผู้อยู่ในสมรภูมิมาก่อน ยักษ์สีส้มจะได้เปรียบกว่าด้วยแบรนด์ที่รู้จักกันยาวนานสมัยคุณปู่คุณย่ารุ่นเก่าๆ อากง อาม่าจะเรียกเครื่องดื่มนี้ด้วยชื่อที่เพี้ยนไปนิดหนึ่ง ฟังดูก็โก้ดีเหมือนโรงแรมหรูแถวท่าน้ำสี่พระยา เวลาใครไม่สบายหรือไม่ค่อยอยากอาหาร ก็จะมีผู้หวังดีชงมาให้ดื่มรองท้องเสมอ   พูดไปแล้วก็ขอขยายความขี้เท่อของตัวเอง  สมัยเด็กๆชอบนะเชียวกับผงสีน้ำตาลกินเปล่าๆ ทั้งเข้มข้น  กลมกล่อม อร่อยลิ้น  วันดีคืนดีก็ตักผงสีน้ำตาลเม็ดละเอียดจากขวดโหลที่ผู้ใหญ่วางไว้ เอาเข้าปากเต็มคำ โอ๊ย..โย๋ ทำไมขมปี๋อย่างนี้ล่ะ รสชาติเหยเกเต็มที  มารู้ทีหลังว่า เจ้าผงอันหลังมันคือ กาแฟที่ผู้ใหญ่เขาดื่มกัน  นั่นคือประสบการณ์กาแฟอันฝาดเฝื่อนครั้งแรกของกูผู้ไม่รู้ (และตะกละ)

การวางตำแหน่งทางการตลาดของ 2 ยักษ์แม้จะมุ่งไปที่เด็กเหมือนกัน  แต่มีจุดยืนที่เบี่ยงแตกต่างกันเห็นได้เลาๆ ขณะที่ยักษ์สีสัมจะมุ่งไปทางเด็กเล็กในวัยสนุกสนาน สดใสช่างคิด (ห้ามมีสนามหญ้าสีเขียวโผล่เข้ามาในจอเด็ดขาด)   ยักษ์สีเขียวจะพุ่งเป้าไปยังเด็กนักกีฬาที่ใช้พละกำลังในการแข่งขัน (สนามแข่งขันก็ต้องเป็นสีเขียวอย่างเดียว แม้แต่ลู่วิ่ง)  อย่างไรก็ตามผู้บริโภคทั่วไปคงไม่สามารถแยกแยะได้ชัดเจนรู้แต่ว่าดื่มอร่อยทั้ง  2 แบรนด์  ยักษ์เขียวจะมีรสชาติติดไปทาช็อคโกแล็ตเข้มข้นกว่า  ยักษ์ใหญ่สีส้มจึงออกสูตร Choco ออกมาแก้เกมส์ภายหลัง จึงทำให้ โรงแรมโอเล็งเต็ง  ของ อากง อาม่าสมัยนั้น มีให้เลือกถึง 3 สูตร คือสูตรสวิสพรีเมียม สูตรสแตนดาร์ดและ Choco

นวัตกรรมของเครื่องดื่มบำรุงสุขภาพไม่ค่อยมีอะไรหวือหวา ต่างฝ่ายเล่นหนักด้านโปรโมชั่นและผลัดกันเป็นสปอนเซอร์กีฬานัดสำคัญๆระดับชาติ    กระทั่งมาถึงวันหนึ่งที่ยักษ์สีเขียวเปิดเกมส์รุกก่อนด้วยบรรจุภัณฑ์แบบใหม่   กล่องกระดาษ เพื่อเติมใส่กระป๋องอีกที  ลดการใช้กระป๋องไปในตัว  

ขณะนั้นกระแสรณรงค์เรื่องการลดขยะบรรจุภัณฑ์เริ่มเข้าในบ้านเรา  ผลิตภัณฑ์เครื่องใข้ในครัวเรือนหลายตัวหันมาพัฒนาบรรจุภัณฑ์ประเภทเติม ( Refill  Pack) เพื่อชักจูงให้ผู้บริโภคลดจำนวนบรรจุภัณฑ์ที่ไม่จำเป็น  ราคาก็ประหยัดกว่า แถมไม่เป็นสนิมเหมือนบรรจุภัณฑ์แบบกระป๋องดั้งเดิม กอปรกับเทคโนโลยีด้านการพิมพ์ที่สามารถพิมพ์บนพลาสติกได้สวยงามกว่าเดิม  กลยุทธ P Package แบบ Refill Pack จึงประเดิมกระแสรณรงค์ลดขยะบรรจุภัณฑ์โดยเริ่มที่หมวดผลิตภัณฑ์ชำระล้าง เครื่องใช้ส่วนตัว  แล้วก็มาถึงอาหาร  

ทันทีที่เห็นความเคลื่อนไหวของคู่แข่ง  ผู้บริหารยักษ์สีส้มยังคงสงบนิ่งใจเย็นอยู่ พร้อมกับเปรยเหมือนชั่งใจว่า ผลิตภัณฑ์อาหารสมควรจะบรรจุในกล่องกระดาษหรือไม่  มิดชิดดีพอหรือเปล่า อีกทั้งป้องกันแมลงได้มากน้อยเพียงใด เพราะร้านค้าส่วนใหญ่ในบ้านเรามักจะมีเหล่าสัตว์ที่ไม่ได้รับเชิญ เช่น น้อง Ben   น้อง Peter มาเดินพาเหรดอยู่เนืองๆ  กระป๋องคลาสสิคพร้อมฝาซีลปิดหนาแน่นแบบดั้งเดิมนั้น ให้มั่นใจได้ดีว่าจะไม่มีตัวแปลกปลอมใดๆเข้าไปกัดแทะ   ฉะนั้นเกมส์นี้อาจจะแค่เป็นการทดลองตลาดเล็กๆ   เราขอแค่อยู่นิ่งๆก่อน  หันไปสนุกสนานกับการโปรโมทรส Choco ใหม่ที่เพิ่งวางตลาดดีกว่า

ถ้าศึกครั้งนี้จบแค่การเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์จากกระป๋องเป็นกล่อง ก็คงไม่มีการเปิดแนวรบต่อเนื่อง  แต่เหตุการณ์หาเป็นเช่นนั้นไม่  เมื่อยักษ์สีเขียวออกบรรจุภัณฑ์อีกตัวคือขวดแก้ว ใช้กลยุทธการขายเป็นคู่ Bundle Pack คู่กับกล่องในราคาพิเศษ  พร้อมๆกับประกาศกำจัดกระป๋องเก่าเทอะทะออกไป ขอเป็นผู้นำด้าน Green Marketing ( เพราะโลโกก็เขียวอยู่แล้ว) ร้านค้าชอบใจเพราะมีสินค้ารูปโฉมใหม่มาวางโชว์  อีกทั้งกระป๋องทรงกลมแบบเก่าก็เปลืองเนื้อที่จัดเก็บ  เริ่มเห็นความเทอะทะน่าเกลียดหลังจากขายมาได้นับสิบๆปี  (เห็นมั้ยครับ อิทธิพลของการเปรียบเทียบเกิดขึ้น)

ผลตอบรับจากผู้บริโภคเริ่มเห็นชัดจากตัวเลขยอดขายที่พุ่งรับ  ถึงตอนนี้ยักษ์สีส้มชักเริ่มร้อนตัว แต่อีกนั่นแหละ คงเป็นเรื่องของความเห่อในบรรจุภัณฑ์ใหม่ระยะสั้น  หากเราจะออกขวดแก้วตามก็ดูเหมือนจะเสียเหลี่ยมสักหน่อย  สู้หาอะไรอื่นๆเกทับดีกว่า เช่น หาทางโปรโมทสูตรสวิสที่มีรสชาติอร่อยเข้มข้นเหนือเครื่องดื่มประเภทเดียวกัน

อะหา เมื่อเห็นคู่แข่งยังไม่ขยับเขยื้อน  ยักษ์เขียวยิ่งได้ใจ  จากกล่องกระดาษมาขวดแก้ว คราวนี้ออกแบบถุงที่เรียกว่า ( Pouch)  ประหยัดเนื้อที่ตั้งวาง และถูกลงกว่าเดิมอีก  แล้วก็ออกประเภทซองเล็ก (Sachet) สำหรับเทชงดื่มครั้งเดียว  และทิ้งไม้สุดท้ายที่แท่งช็อคโกแล็ต (Bar) สำหรับขบเคี้ยว ตูมเดียว  จบครับ  


ยักษ์ใหญ่สีเขียว
ปัดไม้ปัดมือขอพักเหนื่อยนั่งดูผลงานบ้าง   ตัวเลขยอดขายที่เพิ่มขึ้นอย่างน่าพอใจ   การตอบรับบรรจุภัณฑ์ใหม่ที่ประหยัดกว่าเดิม  (ไม่เป็นสนิม) ของร้านค้า  ความหลากหลายของชนิดและขนาดผลิต ภัณฑ์ซึ่งเมื่อวางบนชั้นโชว์แล้ว เขียวพรึ่บ....   ภาพยนตร์โฆษณาที่ถี่ยิบพร้อมโปรโมชั่นเป็นระลอก ทั้งหมดเป็นสูตรผสมที่ครบสำหรับการล้มทับยักษ์ส้มที่ขับเคี่ยวมาตลอด

ถึงตอนนี้ยักษ์ส้มนั่งอยู่ไม่ติดแล้ว  หันไปทางหน้าก็เจอแต่กระแสธงเขียวโบกรับรัฐธรรมนูญเอ๊ย...บรรจุภัณฑ์ใหม่ อา...ผู้บริหารประชุมหน้าหดเล็กทันที  เพราะยอมเสียหน้าดีกว่าเสียส่วนแบ่ง    ระดมเร่งพัฒนาบรรจุภัณฑ์ชนิดเติมอย่างด่วนจี๋   แทนที่จะออกมาเพียงถุงเดี่ยวๆในกล่องเดียว ก็ทำเป็น 2 ถุงเล็กทะยอยเติมสะดวก  เอ้า..อย่างน้อยก็มีอะไรแตกต่างบ้างล่ะ ไม่ลืมพัฒนารุ่นขวดแก้วและประเภทถุงเติมแบบ Pouch รวมทั้งซองดื่มครั้งเดียว    

ยักษ์ใหญ่สีส้มก้าวรอยตามหมดทุกฝีเท้ายกเว้นไม่ได้ออกประเภทแท่งเท่านั้น

สมรภูมิเดือดหนนี้ แม้จะพลาดพลั้งเพราะประมาท และคาดการณ์คู่ต่อสู้ต่ำไป  ก็ยังดีที่กลับตัวทัน  แล้วตะลุยไล่จนประชิดได้ในที่สุด  เป็นบทเรียนสำคัญที่ไม่ควรละเลยการเคลื่อนไหวของคู่แข่งทุกจังหวะ  เพราะแค่นั่งดูอยู่เฉยๆก็ถูกทิ้งห่างไปเรียบร้อยแล้ว  

พอยักษ์สีส้มเริ่มตั้งตัวติด  ก็หันไปสรุปเหตุการณ์ที่ผ่านมาซึ่งเอาตัวรอดหวุดหวิด   เป็นเพราะชะล่าใจไม่นึกว่ายักษ์สีเขียวจะมีแผนบุกทะลวงเป็นละลอกขนาดนี้  เอาล่ะ...เมื่อทบทวนบทเรียนชิงแพ็คเกจได้แล้ว   คราวนี้ขอเปิดฉากบุกบ้างครับกับผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่ ไม่ว่าจะเป็น 3 in 1 เครื่องสำเร็จรูปปรุงเสร็จพร้อมดื่มเพียงเติมน้ำร้อน    One to Go  ( ชื่อโปรเจ็คท์ครับ ไม่ใช่สายการบิน) แพ็คเกจยูเอชทีที่กำลังมาแรง พร้อมกับแคมเปญ PR เกทับคู่แข่ง ในฐานะที่ได้รับเลือกเป็นเครื่องดื่มบนสายการบินแห่งชาติ  ถึงกับจัดทำบิลบอร์ดทรงสูงบนตึกโชคชัย  ถนนสุขุมวิท มีรูปแอร์โอสเตสคนสวยถือถาดวางแก้วเครื่องดื่ม  เพื่อประกาศว่า   เราเสริฟ์(ชื่อเครื่องดื่ม).........บนความสูง 30,000 ฟิต เออ... อย่างน้อย  ก็พอจะมีอะไรอวดอ้างได้นะว่าเรา(เท่านั้น)เป็นเครื่องดื่มลอยฟ้า

นั่นเป็นเพียงฉากหนึ่งของสงคราม Packaging ไล่รุกตีรับของ 2 ยักษ์เครื่องดื่มบำรุงร่างกายในบ้านเรา   ถึงวันนี้เกมรุก เกมไล่ของ 2 ยักษ์ยังไม่จบง่ายๆ   เช่นเดียวกับสมรภูมิอื่นที่มีคู่แข่งยักษ์ใหญ่ร่วมประลองกันอยู่   ไว้โอกาสหน้า  ค่อยมาย้อนยุทธ์ให้ฟังกัน  

ส่วนกระป๋องส้ม กระป๋องเขียวของเครื่องดื่มทั้ง 2 ยักษ์ ทุกวันนี้กลายเป็น Display ย้อนยุคตามร้านกาแฟโบราณ และบ้านพิพิธภัณฑ์ไปหมดแล้วครับ

ย้อนยุทธ์ตอนที่ 8 หยุดนิ่ง = ถอยหลัง

โพสต์แล้ว: อังคาร ส.ค. 28, 2007 11:51 am
โดย Raphin Phraiwal
ขอบคุณมากครับ

พี่กูรูเคยอยู่แวดวงโฆษณามาก่อนหรือครับ  :?:

ย้อนยุทธ์ตอนที่ 8 หยุดนิ่ง = ถอยหลัง

โพสต์แล้ว: อังคาร ส.ค. 28, 2007 12:36 pm
โดย กูรูขอบสนาม
ขอบคุณมากครับ

พี่กูรูเคยอยู่แวดวงโฆษณามาก่อนหรือครับ  
:lol:  :lol:  :lol:  :lol:  :lol:  :lol:  :lol:  :lol:

ย้อนยุทธ์ตอนที่ 8 หยุดนิ่ง = ถอยหลัง

โพสต์แล้ว: อาทิตย์ ก.พ. 17, 2008 9:34 am
โดย Dech
[quote="กูรูขอบสนาม"][quote]ขอบคุณมากครับ

พี่กูรูเคยอยู่แวดวงโฆษณามาก่อนหรือครับ

ย้อนยุทธ์ตอนที่ 8 หยุดนิ่ง = ถอยหลัง

โพสต์แล้ว: อาทิตย์ ก.พ. 17, 2008 12:06 pm
โดย กูรูขอบสนาม
ว่าแต่ทำไมตลาดนี้ ไม่มี brand ที่ ๓ เข้ามาขอแข่งเลยละครับ หรือว่าสินค้าทดแทนมันมากเกินไปครับ
เป็นเรื่องน่าแปลกใจเหมือนกันสำหรับผลิตภัณฑ์มวลชน
ประเภท FMCG จะมี Key Players ครองส่วนแบ่งตลาดอีกไม่เกิน 3 ราย
และหลายประเภทก็แข่งกันรุกแข่งกันรับแค่ 2 ยักษ์ใหญ่
อันนี้ไม่ใช่แค่ในเมืองไทย ทั่วโลกก็เป็น

อาจจะเป็นเพราะเป็นเรื่องการทุ่มทุนสร้างมหาศาล
กว่าจะครองตลาดได้ถึงทุกวันนี้
เพระฉะนั้นค่ายเล็กๆ ที่เงินไม่ถึงคงหมดสิทธิ์ก็ต้องดิ้นรนหาตลาดอื่นไป
อย่างเครื่องดื่มพวกโกโก้ ซึ่งนิยมดื่มกันก่อนนอนในต่างประเทศ
ก็เคยพยายามจะเข้ามาทำตลาดในไทย แต่ไปไม่ถึงดวงดาว ล้มพับก่อน

และอย่างที่คุณ Copy วิเคราะห์ไว้
ในตลาดก็มีตัวเลือกใกล้เคียงเยอะ
พวกนม ( โดยเฉพาะกับเด็กๆ นมช็อคโกแลตขายดีมาก )
นมถั่วเหลือง  นมข้าวโอ๊ต เป็นต้น

Case นี้จะอธิบายถึงปรากฏการณ์ของบะหมี่ 4 me ได้
ปีหนึ่งๆบะหมี่สำเร็จรูปต้องทุ่มทุนมหาศาล
เพื่อขายบะหมี่สำเร็จรรูปซองละ 5-6บาท เป็นเวลา 10ๆปี
บริษัทผู้ผลิตก็มาจาก บริษัทอาหารยักษ์ใหญ่ทั้งน้าน
จู่ๆจะให้บะหมี่หน้าใหม่เข้ามาทุ่มขนาดนั้น คงต้องหมดเงินอีกเยอะ

เจ้าของแบรนด์จึงถอนตัวเสียก่อน
รู้มั้ยเอ่ย...เจ้าของแบรนด์คนเดียวกันนี้แหละเป็นปั้นบะหมี่เบอร์หนึ่ง
จนติดปากว่า "....อร่อย"เมื่อหลายสิบๆปีก่อน
เช่นนี้แล้ว คงเข้าใจในวัฎจักรและความเป็นไปของการแข่งขันอย่างช่ำชอง

ที่มาทำบะหมี่แบรนด์ใหม่
ก็คงอยากทดสอบอะไรมันๆในตัวเอง
ตามประสาคนเงินเยอะ
เสียเงินไปกับบทเรียนครั้งนี้ นิดเดียวเอง
เมื่อเทียบกับถังเงินที่มีอยู่ :o

ย้อนยุทธ์ตอนที่ 8 หยุดนิ่ง = ถอยหลัง

โพสต์แล้ว: พุธ เม.ย. 23, 2008 2:40 pm
โดย ...
FMCG คืออะไรครับ  :oops:

ส่วนตัวผมรู้สึกว่ายักษ์เขียวดูทันสมัยกว่ายักษ์ส้ม อาจเป็นเพราะปรากฏการณ์น้องเดียว บวกกับเวลาไปเยี่ยมคุณย่าที่ต่างจังหวัดทีไรได้จิบยักษ์ส้มทู๊กที  :roll:

ย้อนยุทธ์ตอนที่ 8 หยุดนิ่ง = ถอยหลัง

โพสต์แล้ว: พุธ เม.ย. 23, 2008 10:33 pm
โดย กูรูขอบสนาม
FMCG ย่อมาจาก  Fast  Moving Consumer Good
เป็นศัพท์ที่ใช้พูดกันในวงการค้าปลีก

หมายถึงสินค้าอุปโภค บริโภคที่ใช้ในชีวิตประจำวัน  
ซื้อมาใช้ หมดเร็ว ก็ต้องซื่อใหม่ สินค้าใน Shelf จึงหมุนเร็ว
เช่น สินค้าของใช้ส่วนตัว ยาสีฟัน แปรงสีฟัน สบู่ แชมพู
สินค้าของกินเช่น นม น้ำอัดลม ไอติม โยเกิร์ต ขนมขบเคี้ยว สแน็ค เป็นต้น
แต่วินาทีนี้คงต้องรวม ข้าวสาร น้ำมันพืช  น้ำตาล  :shock:

คุณสามจุด แวะไปร้านสะดวกซื้อใกล้ๆ จะเห็นสินค้าพวกนี้เต็มร้านไปหมด
ร้านสะดวกซื้อคือตัวอย่างที่ดีของ FMCG Shop
เพียงแต่อาจจะมีเฉพาะแบรนด์อันดับ 1 และ 2
Packing ก็มีขนาดเดียวเพราะความจำกัดของเนื้อที่ :wink:

ยักษ์สีเขียว โหนกระแสใช้ น้องเดียว เป็น Presenter
คงพอจะสู้ได้กับ น้องพลับ ของยักษ์สีส้มได้
แม้จะหลุดคอนเซปท์ของแบรนด์ไปหน่อย
คือ เด็กของยักษ์สีเขียวจะต้องเก่งด้านกีฬา
ที่ต้องใช้สติและความแข็งแกร่งของร่างกาย ( Physical Smart)
สวนเด็กยักษ์สีส้ม จะฉลาดด้วยไหวพริบทางปัญญา ( Talented Smart)

แต่ใครจะแคร์ ตราบใดที่สามารถสร้างความจดจำ
และเกิดพฤติกรรมเลียนแบบแห่ดื่มตามได้ จริงมั้ยเอ่ย