หน้า 1 จากทั้งหมด 1

ประเทศไทยจะเป็นอย่างไร ถ้าความสามารถในการแข่งขัน ลดลงเรื่อยๆ

โพสต์แล้ว: อาทิตย์ ม.ค. 25, 2004 4:29 pm
โดย คัดท้าย
ประเทศไทยจะเป็นอย่างไร ถ้าความสามารถในการแข่งขันของเรา ลดลงเรื่อยๆ เรื่อยๆ ...

สินค้าจีนเบียดไทย ครองตลาดลาว-เวียดนาม
http://www.manager.co.th/Local/viewNews ... 3327680825

Sunday, January 25, 2004
By MGR ONLINE


รูปภาพ
สินค้าจากจีน เข้ามามีบทบาทในตลาดอินโดจีน ตามแนวจังหวัดชายแดนภาคอีสานค่อนข้างมาก เนื่องจากมีราคาขายถูกกว่า

ศูนย์ข่าวภาคอีสาน-สินค้าจากจีนทุ่มตลาดสปป.ลาว-เวียดนามอย่างหนัก จนกระทบยอดส่งออกสินค้าไทย โดยเฉพาะสินค้าหมวดวัสดุก่อสร้างและจักรยานยนต์ เผยสินค้าจากจีนแม้คุณภาพสู้ของไทยไม่ได้ แต่ราคาต่ำกว่า โดยเฉพาะจักรยานยนต์กำลังเป็นที่นิยม ซื้อตัวเครื่องจากจีนแต่หาดัดแปลงใส่อะไหล่ของไทย

จากกรณีที่กระทรวงการเงิน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว(สปป.ลาว) ได้ออกประกาศเมื่อเร็วๆนี้ กำหนดให้มีการตรวจสอบสินค้า 18 รายการ ก่อนนำเข้าประเทศและต้องเสียค่าธรรมเนียมในการตรวจสอบ โดยให้ถือปฏิบัติในระยะแรก เฉพาะด่านศูลกากรกำแพงนครเวียงจันทน์-หนองคาย และด่านศุลกากรแขวงสะหวันนะเขต-จ.มุกดาหาร ส่งผลให้การชายแดนไทย-ลาวประสบปัญหายอดการส่งออกลดลง

แหล่งข่าวพ่อค้าชายแดน ด้านจังหวัดหนองคายรายหนึ่งกล่าวว่า สินค้า 18 รายการที่ทางการลาวตรวจสอบก่อนนำเข้า ส่วนใหญ่เป็นสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีมูลค่าการส่งออกสูงๆทั้งนั้น เช่น น้ำมันพืช เหล็กเส้น ปูนซีเมนต์ฯลฯ ผลกระทบที่ตามมาหลังการจำกัดการนำเข้าสินค้าจากไทย นอกจากจะทำให้ยอดการส่งออกไปลาวลดลงแล้ว ยังส่งผลให้สินค้าจากประเทศจีน เข้ามาครองตลาดในสปป.ลาวได้มากขึ้น

สำหรับสถานการณ์การค้าด้านด่านมุกดาหาร-สะหวันนะเขต สำนักงานพาณิชย์จังหวัดได้เปรียบเทียบมูลค่าการค้าชายแดนไทย-ลาว ช่วงปี 2545-2546 ว่า ในปี 2546 ที่ผ่านมามูลค่าการค้ารวมลดลงถึง 4,505.67 ล้านบาท หรือลดลงในอัตราร้อยละ 7.25 ในขณะที่ยอดการนำเข้ากลับเพิ่มขึ้น

สินค้าในหมวดส่งออกที่ลดลงมากที่สุด คือ หมวดยานพาหนะและชิ้นส่วนประกอบ โดยมากเป็นรถจักรยานยนต์ สาเหตุที่ลดลง มีมูลเหตุมาจากสินค้าหมวดยานพาหนะ และอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ผลิตจากประเทศจีน ได้เข้ามาตีตลาดในประเทศเวียดนามและสปป.ลาวจำนวนมาก แม้ว่าคุณภาพจะด้อยกว่าสินค้าที่ผลิตในประเทศไทย แต่ราคาขายถูกกว่า ตลาดซึ่งมีกำลังซื้อต่ำอยู่แล้ว จึงหันไปซื้อสินค้าในหมวดดังกล่าวจากประเทศจีนแทน

จากการสุ่มสอบถามผู้ซื้อรถจักรยานยนต์ชาวลาว ในกำแพงนครเวียงจันทน์หลายราย ที่เลือกซื้อรถจักรยานยนต์ที่ผลิตจากประเทศจีน โดยมีเอเย่นต์จำหน่ายอยู่หลายแห่งในเวียงจันทน์ ต่างให้เหตุผลสอดคล้องกันว่า รถจักรยานยนต์ที่นำเข้าจากจีน มีราคาต่ำกว่าจักรยานยนต์ที่ผลิตจากไทยกว่าเท่าตัว คือ ราคาขาย 2 หมื่นกว่าบาท ขณะที่ของไทยขายสูงกว่า 4-5 หมื่นบาท หากเก็บเงินเพื่อซื้อของไทยต้องใช้เวลานาน เพราะในลาวยังไม่มีระบบเงินผ่อน

แม้โดยภาพรวมคุณภาพความคงทนจะสู้ของไทยไม่ได้ แต่ก็แก้ปัญหาโดยหาซื้ออะไหล่แท้ที่ผลิตจากประเทศไทยมาเปลี่ยนในภายหลัง โดยจะมีพ่อค้าสั่งซื้อนำเข้าไปขายหรือไม่ก็หาโอกาสข้ามมาฝั่งไทยเพื่อเลือกซื้อหาเอง

ด้านนายองอาจ อนุศักดิ์เสถียร เลขาธิการหอการค้าจังหวัดมุกดาหาร แสดงความเห็นว่า หากดูตัวเลขมูลค่ารวมการส่งออกและนำเข้าปี 2546 ที่มีมูลค่าการค้าลดลงนั้น น่าจะมาจากมูลค่าการส่งออก สินค้าประเภทรถจักรยานยนต์ลดลงค่อนข้างมาก เห็นได้จากตัวเลขส่งออกรถจักรยานยนต์ฮอนด้าดรีม บริษัทเอเซียนฮอนด้า(ประเทศไทย)จำกัดที่แต่ละปียอดส่งออกหลายร้อยล้านบาท แต่ปี 2546 ที่ผ่านมายอดส่งออกได้ลดลงกว่า 50 % เนื่องจากมีรถจักรยานยนต์จากประเทศจีนเข้ามาตีตลาด แชร์ส่วนแบ่งไป

สำหรับการนำเข้าสินค้าประเภทการเกษตร ทั้งไม้แปรรูป ของป่า ถั่วลิสง ยอดการนำเข้าได้เพิ่มสูงขึ้นหลายเท่าตัว หากมองในแง่ที่สินค้าจากประเทศเพื่อนบ้านสามารถส่งออกได้เพิ่ม จะเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจภายในของเขา ส่งผลทางออกต่อกำลังซื้อที่จะเพิ่มสูงขึ้นในอนาคตนั้นก็ถือว่าเป็นนิมิตรหมายที่ดี แต่หากตัวเลขการนำเข้าไทยมีแต่สูงขึ้น แต่การส่งออกกลับถดถอย ก็เป็นประเด็นที่น่าคิด เพราะนั่นหมายความว่าสินค้าไทยไม่ว่าในสปป.ลาวหรือเวียดนามเอง กำลังถูกแทนที่ด้วยสินค้าที่มาจากจีน เป็นปัญหาที่ต้องติดตามและหาทางแก้ไขอย่างเร่งด่วน

อย่างไรก็ตามนายองอาจแสดงความเห็นว่า การที่สินค้าจากประเทศจีนได้เข้ามาตีตลาดในประเทศแถบอินโดจีนมากขึ้นเรื่อยๆ เป็นประเด็นปัญหาที่น่าวิตก ไม่ว่าจะเป็นตลาดในลาว กัมพูชา เวียดนามหรือแม้แต่จังหวัดแถบชายแดนของไทย สินค้าจากจีนเข้ามามีบทบาทในตลาดมากขึ้นในหลายรายการ บางรายการเป็นสินค้าประเภทต้องห้าม เช่นสินค้าที่ลอกเลียนสินค้าแบรนด์เนมยี่ห้อดัง เช่น กระเป๋า เสื้อชั้นใน เสื้อกันหนาว เครื่องสำอาง

ขณะที่สินค้ากลุ่มเกษตรกรรมเอง ก็มีการลักลอบนำเข้าเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ทั้งกระเทียมแห้ง ข้าวเปลือก ถั่วลิสง เส้นไหม โดยมีการลักลอบนำเข้ามาเป็นกระบวนการ แทรกซึมสินค้าเกษตรของไทย โดยเฉพาะสินค้าเกษตรเหล่านี้ ปฏิเสธไม่ได้ว่าส่งผลกระทบต่อตลาดสินค้าเกษตรของไทย ทำให้เกษตรกรไทยได้รับผลกระทบโดยตรง เนื่องจากสินค้าเกษตรที่ลักลอบเข้ามาขายได้ในราคาต่ำกว่ามาก

ปัญหาการค้าชายแดนที่เกิดขึ้นข้างต้น ทั้งการถูกทุ่มตลาดสินค้าจากจีนในลาวหรือเวียดนาม หรือสินค้าเกษตรลักลอบนำเข้าจังหวัดชายแดนเหล่านี้ ส่งผลกระทบทั้งการส่งออกของไทย และสินค้าภายในประเทศเป็นอย่างมาก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องภาครัฐต้องเร่งหาทางแก้ไขนายองอาจกล่าว

ประเทศไทยจะเป็นอย่างไร ถ้าความสามารถในการแข่งขัน ลดลงเรื่อยๆ

โพสต์แล้ว: อาทิตย์ ม.ค. 25, 2004 4:46 pm
โดย คัดท้าย
อยากให้พี่ๆเพื่อนๆลองวิเคราะห์กันครับ

ถ้าผมลองคิดตามหลักของ ปัฟเฟต โดยเปรียบเทียบไทยเป็น บริษัท ประเทศไทย

จุดแข็ง
1. บริษัท ประเทศไทยมีภูมิศาสตร์ที่ได้เปรียบ
2. สินค้าที่มีจุดเด่นได้แก่ อาหาร, การท่องเที่ยว และ การแพทย์ ซึ่งสามารถทำเงินได้ โดยไม่ต้องมีการลงทุนเพิ่มเติมมากมายนัก
3. ค่าครองชีพเมื่อเทียบกับทั่วโลก ยังถือว่าต่ำอยู่ แต่ก็ไม่ถือว่าเป็นปัจจัยที่ได้เปรียบในปัจจุบัน เนื่องจากมีคู่แข่งมากมาย
4. บริษัท ประเทศไทย อยู่ในเขตปลอดภัย ไม่มีภัยธรรมชาติมากนัก แต่ก็เริ่มประมาทไม่ได้ เพราะหลังๆเริ่มมีโรคระบาด ซึ่งมีผลกระทบต่อสินค้าหลักคือ อาหาร

จุดอ่อน
1. บุคคลากร ไม่มีการพัฒนาฝีมือ หรือมีแต่น้อยมาก สภาพสังคมแย่ลงทุกวัน บุคคลากรรุ่นใหม่(วัยรุ่น)ด้อยคุณภาพ โดยเฉพาะด้านสังคม ซึ่งอาจก่อให้เกิดปัญหาระยะยาว
อีกทั้ง CEO ไม่ให้ความสำคัญในการพัฒนาบุคลากร (ดูได้จากผลการปฏิรูปการศึกษา) และยังมุ่งเน้นไปทางด้านเงินเดือน(วัตถุ)เพียงอย่างเดียว
2. การส่งเสริมสินค้าที่เป็นจุดเด่นทางการแพทย์ทำได้ดี แต่การส่งเสริมจุดเด่นทางด้านการท่องเที่ยวเน้นระยะสั้น ซึ่งในระยะยาวเป็นการทำลายสภาพของแหล่งท่องเที่ยวให้แย่ลง ทำให้ความสามารถในการแข่งขันในอนาคตดูไม่ดีนัก
3. สินค้าที่ทำรายได้ให้กับประเทศที่มีศักยภาพที่ไม่ต้องการการแข่งขันทางด้านราคาแทบจะไม่มี การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีสิทธิบัตร หรือ ลิขสิทธิ์ทางปัญญาที่สามารถนำรายได้เข้าประเทศแทบไม่มี ไม่มีการพัฒนาแบรนด์ของตนเอง เป็นการจ้างผลิตเสียส่วนใหญ่ ยังไม่พัฒนาตัวเองให้หลุดพ้นยุคของการแข่งกัน"จน"
5. พนักงาน (ประชาชน และ ผู้ประกอบการ ) ต่างถูกฝึกมาให้ขอมือขอเท้า เฝ้ารอแต่ CEO หวังว่า CEO จะเป็น Hero ช่วยให้ทุกสิ่งทุกอย่างดีขึ้นมาได้ ส่วน CEO ก็ให้ความหวังลมๆแล้งๆว่าตัวเองเป็น Hero สามารถพลิกสถานะการทุกอย่างให้ดีขึ้นได้ ด้วยตนเองเพียงคนเดียว
6. หนี้สินโดยเฉพาะระดับพนักงาน(รากหญ้า) เริ่มเพิ่มขึ้นอย่างน่ากลัว


ก็คิดแบบคร่าวๆได้ดังนี้ ถ้าบัฟเฟต เค้าประเมินบริษัทประเทศไทยคุณคิดว่าเค้าจะใส่ ข้อดี ข้อเสีย อะไรเข้าไปอีกครับ ? ช่วยๆกันคิดเล่นๆดีมั้ย ? :D

ประเทศไทยจะเป็นอย่างไร ถ้าความสามารถในการแข่งขัน ลดลงเรื่อยๆ

โพสต์แล้ว: อาทิตย์ ม.ค. 25, 2004 4:59 pm
โดย Jeng
ขนเงินเข้าเมืองไทยโดยการไปซื้อหุ้น ประเทศจีน

เห็นด้วย

โพสต์แล้ว: อาทิตย์ ม.ค. 25, 2004 5:00 pm
โดย hot
ประเทศเราดีหมดทุกอย่าง
เสียตรงขาดบุคคลแต่ละสาขา
และขาดใจ ยิ่งไปกันใหญ่
บางคนทำงานสาขานี้ ขาดใจรัก
ที่ทำอยู่ เพราะมั่งคง และต้องการเงินเป็นสำคัญ
วัยรุ่น เป็นแหล่งทำเงินให้กับธุรกิจ
พอเลยเป็นวัยทำงาน ก็ขาดจุดภักดีต่อบริษัทหรือองค์กรที่ทำ
และภักดีต่อเงินเพียงอย่างเดียว
ผมว่าปัญหาใหญ่ น้ำใจเริ่มเป็นสิ่งที่มองว่าคนโง่
เท่านั้นถึงมี
น้ำเงิน ต่างห่ากที่คนฉลาดที่จะได้ครอบครอง