"ขาดทุน อย่าขาย"
http://www.efinancethai.com/hotnews/fra ... ame=h_kais
หวัดนกอาละวาด-รัฐฯมั่นใจคุมได้ใน 30 วัน
CPF-GFPT โดนเต็มๆ ตปท.งดนำเข้าไก่ไทย
กระทรวงสาธารณสุขยอมรับแล้วมีคนติดเชื้อไข้หวัดนกจริง แต่มั่นใจจะควบคุมสถานการณ์ได้ภายใน 30 วัน ระบุไม่มีผลกระทบต่ออัตราการเติบโตของเศรษฐกิจ ส่วนตลาดหุ้นปรับตัวลดลงไม่มากหลัง "ทักษิณ" แจกคาถาเด็ด "ขาดทุนอย่าขาย" ชี้ชัดผลลบจะเกิดกับผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง งานนี้ CPF-GFPT โดนถล่มยับ เหตุลูกค้าต่างประเทศสั่งระงับนำเข้าไก่จากไทย
-รับแล้วมีไข้หวัดนกระบาดจริง
แล้ว กระทรวงสาธารณสุข โดยนางสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นายแพทย์ วัลลภ ไทยเหนือ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์ จรัล ตฤณวุฒิพงษ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ได้ออกมาร่วมกันแถลงข่าว ยอมรับว่า จากห้องปฏิบัติการของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุขและโรงพยาบาลศิริราช ว่า ขณะนี้จากผลที่ได้รับพบว่า มีผู้ป่วย 2 ราย ติดเชื้อไข้หวัดนก ชนิด H5 N1 แน่นอนแล้ว คือเด็กชายอายุ 7 ขวบที่ จ. สุพรรณบุรี และเด็กชายวัย 6 ขวบ ที่ จ.กาญจนบุรี ซึ่งขณะนี้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลศิริราช
อย่างไรก็ตาม กระทรวงสาธารณสุขมั่นใจในการป้องกันและควบคุมสาถานการณ์ได้อย่างแน่นอน เนื่องจากเคยมีประสบการณ์มาตรการป้องกันโรคซาร์สมาแล้ว
-นายกฯ ตอกย้ำควบคุมสถานการณ์ให้จบภายใน 1 เดือน
ทางด้าน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีได้ออกมายืนยันว่ารัฐบาลสามารถคุมสถานการณ์ได้ โดยมาตรการที่ดำเนินการอยู่ต้องควบคู่กันไป ทั้งการป้องกันการแพร่เชื้อ และการตรวจสุขอนามัยเพื่อให้เกิดความมั่นใจไก่ที่ส่งออกมีคุณภาพและปลอดภัย
เขายอมรับว่า การระบาดในไนไก่ จะกระทบการส่งออกอย่างแน่นอน โดยในเบื้องต้น ญี่ปุ่นมีมาตรการกีดกันสินค้าไก่ของไทย ขณะเดียวกันรัฐบาลก็ต้องใช้เวลากู้สถานการณ์ให้กลับมาสู่สภาพปกติ
นายวัฒนา เมืองสุข รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่าปัญหาดังกล่าวจะสามารถยุติได้ภายใน 30 วันนับจากนี้ไป ซึ่งกระทรวงพาณิชย์จะมีการทำงานร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการเร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าว รวมถึงมีการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเร่งแก้ไขปัญหาด้วย ซึ่งในขณะนี้มีหลายประเทศที่ชะลอการนำเข้าไก่จากไทย แต่เชื่อว่าอีกไม่นานสถานการณ์จะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ และจะ ไม่สร้างความเสียหายมากนัก เนื่องจากยังเหลือเวลาอีก 11 เดือนในปีนี้ และเชื่อว่าสถานการณ์จะเกิดขึ้นเพียงแค่เดือนเดียวเท่านั้น เหมือนกับช่วงที่เกิดภาวะโรคซาร์ส ทำให้เศรษฐกิจหยุดชะงักไปเพียงช่วงเดียวเท่านั้น
ส่วนราคาไก่เขาระบุว่ายังไม่ได้รับรายงานเข้ามาว่าเป็นอย่างไร แต่ด้วยกลไกของตลาดคงไม่มีปัญหาในเรื่องนี้ เพราะส่วนใหญ่ไก่ที่ตายก็เป็นไก่ไข่ไม่ใช่ไก่เนื้อ ในเรื่องของราคาไข่ที่มีการปรับตัวขึ้น ทางกระทรวงพาณิชย์ก็ต้องเข้าไปดูว่าเป็นการปรับตัวตามปกติ หรือเป็นการเข้าไปปั่นราคาไข่ให้สูงขึ้น และอยากให้เชื่อมั่นว่าประเทศไทยถือเป็นประเทศที่มีมาตรฐานเลี้ยงที่สูงที่สุดในโลก และเชื่อมั่นว่าภายใน 30 วันนี้จะเรียบร้อยสามารถควบคุมได้ ส่วนการส่งออกไก่เป้าทั้งปีประมาณ 40,000 กว่าล้านบาท ถ้าหายไป 1 เดือนก็คงประมาณ 3,000 กว่าล้านบาท
-แจกคาถาเด็ดให้นักลงทุน "ขาดทุนอย่าขาย"
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึง ภาวะการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ ที่ได้รับผลกระทบจากข่าวการแพร่ระบาดของไข้หวัดนกในประเทศไทย จนส่งผลให้ดัชนีปรับตัวลดลงทันที ที่เปิดการซื้อขายเมื่อวานนี้ ว่าเป็นเพียงผลกระทบชั่วคราวในระยะสั้น เพราะจริงๆ แล้ว ผู้ที่ได้รับผลกระทบคือ ธุรกิจฟาร์มไก่ ส่วนอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องก็จะไม่ได้รับผลกระทบมากนัก การที่ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลง เป็นเพราะคนส่วนใหญ่ตกใจมากเกินไป
" อย่าตกใจมาก เพราะจริงๆ แล้ว คนที่ได้รับผลกระทบคือ ผู้ประกอบการและธุรกิจเกี่ยวกับไก่ ส่วนอื่นไม่เกี่ยว คนที่ตกใจส่วนใหญ่และลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ต้องท่องคาถาอย่างเดียว ว่าขาดทุนอย่าขายเท่านั้น"
-คลัง ย้ำไม่ปรับจีดีพี แต่แบงก์ชาติ ขอประเมินสถานการณ์ 1-2 วันก่อนสรุป
ร้อยเอกสุชาติ เชาว์วิศิษฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึง สถานการณ์ภาวะโรคไก่ระบาดในขณะนี้ จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจหรือไม่ว่า ทางกระทรวงการคลังจะต้องรอดูสถานการณ์ก่อน อย่างไรก็ตามขณะนี้ นายวัฒนา เมืองสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้ออกมายืนยันว่า วงจรชีวิตของไก่มีระยะ
สั้น ประมาณ 45 วันเท่านั้น เพราะฉะนั้นผลกระทบที่จะเกิดขึ้นคงไม่มากนัก
"เชื่อว่า ประเทศไทยก็เอาจริงในการป้องกันอยู่แล้ว ส่วนภาวะตลาดหุ้นที่ปรับตัวลดลงก็เป็นปกติของตลาดหุ้นไทยอยู่แล้ว เหมือนกับภาวะที่เกิดโรคซาร์ส ตลาดหุ้นไทยก็ปรับตัวลดลงไปด้วย"
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ยืนยันว่าสถานการณ์ดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อภาพรวมของเศรษฐกิจมากนัก เนื่องจากไก่มีวงจรชีวิตที่สั้น ซึ่งด้านจิตวิทยาก็ย่อมส่งผลกระทบภาวะตลาดหุ้นแน่นอน แต่ที่สำคัญตลาดหุ้นของไทยก็มีพื้นฐานที่ดีมากๆ และเชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อการไปโรดโชว์ต่างประเทศเร็ว ๆนี้
และในขณะนี้จะไม่มีการปรับประมาณการจีดีพีแต่อย่างใด
ขณะที่ ม.ร.ว. ปริดิยาธร เทวกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้ นายบัณฑิต นิจถาวร ผู้ช่วยผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย สายนโยบายการเงิน ไปศึกษาถึงผลกระทบต่อเศรษฐกิจจากโรคระบาดไข้หวัดนก โดยคาดว่าจะได้รับรายงานในอีก 1-2 วัน
-ต่างชาติตบท้าวสั่งงดนำเข้าไก่จากประเทศไทย
ในวันพฤหัสบดี (22 ม.ค.) กระทรวงเกษตรญี่ปุ่นเป็นรายแรกได้ออกแถลงว่าจะระงับการนำเข้าไก่จากไทยหากมีการยืนยัน
ว่ามีผู้ติดเชื้อไวรัสไข้หวัดนกในไทย
และวานนี้(23 ม.ค.)รัฐบาลฮ่องกงได้ออกแถลงการณ์ระงับการนำเข้าสัตว์ปีกมีชีวิตจากไทยเป็นการชั่วคราว ซึ่งเป็นมาตราการป้องกันและรอข้อมูลเพิ่มเติมจากรัฐบาลไทยและเจ้าหน้าที่ควบคุมความปลอดภัยด้านอาหารระหว่างประเทศ หลังจากมีรายงานพบผู้ติดเชื้อไข้หวัดนกในไทย 2 ราย
นอกจากนั้น นายอับดุล ฮาก รมว.กระทรวงประมงและปศุสัตว์ ประเทศบังคลาเทศ ได้สั่งห้ามนำเข้าสัตว์ปีกจากไทยและอีก 7 ประเทศในเอเชีย เพื่อป้องกันการระบาดของโรคไข้หวัดนกในประเทศ
ทั้งนี้ 8 ประเทศที่ถูกสั่งระงับ ได้แก่ จีน, ญี่ปุ่น, มาเลเซีย, สิงคโปร์, ไต้หวัน, ไทย, เวียดนามและอินเดีย
เขาระบุว่าแม้ประเทศส่วนใหญ่ข้างต้นจะจะไม่มีโรคไข้หวัดนกในประเทศ แต่ประเทศเหล่านี้ได้สั่งนำเข้าไก่และอาหารนกจากเวียดนาม, ไทยและเกาหลีใต้ ซึ่งมีรายงานว่ามีไข้หวัดนกเกิดขึ้น
นอกจากนั้น เจ้าหน้าที่กระทรวงเกษตรของฝรั่งเศส เปิดเผยว่าฝรั่งเศสได้ตัดสินใจสั่งกักไก่สดที่นำเข้าจากไทยนับตั้งแต่หลังวันที่ 1 ม.ค. หลังจากมีข่าวการแพร่ระบาดโรคไข้หวัดนกในประเทศไทย
-ฟันธง GFPT โดนหนักกว่า CPF หากหวัดนกมีจริงเหตุส่งออกเป็นรายได้หลัก
นางสาวจิตรา อมรธรรม ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ไซรัส เปิดเผยว่า ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการปรับประมาณการราคาหุ้นGFPT และ CPF แต่ต้องยอมรับว่า สถานการณ์ยังไม่นิ่งจึงประเมินค่อนข้างยากว่าราคาไก่เคลื่อนไหวไปในทิศทางใดทั้งนี้หุ้น GFPT ถือว่าได้รับผลกระทบมากที่สุดจากเหตุการณ์ดังกล่าว เนื่องจากทำธุรกิจส่งออกไก่ 100% ในขณะที่ CPF มีรายได้จากไก่ 20-30% ของรายได้รวมโดยแบ่งเป็นการส่งออกประมาณ 15%
กรณีญี่ปุ่นสั่งระงับนำเข้าไก่จากประเทศไทยชั่วคราว จะทำให้ธุรกิจส่งออกไก่ได้รับผลกระทบมาก เพราะญี่ปุ่นถือเป็นตลาดหลักของทั้ง GFPT และ CPF
แม้ปัจจุบันราคาหุ้นทั้ง 2 บริษัทจะปรับลดลงมาค่อนข้างลึก แต่ก็ยังไม่แนะนำให้นักลงทุนเข้าซื้อ แต่หากมีอยู่แล้วควรเปลี่ยนตัวเล่นเป็นตัวอื่นจะดีกว่า เนื่องจากในระยะสั้นราคามีโอกาสปรับตัวลดลงอีกตราบใดที่ยังไม่มีความชัดเจน ทั้งในเรื่องของการควบคุมโรคระบาดและการเรียกความเชื่อมั่นของลูกค้ากลับคืนมาว่าจะทำได้อย่างไร
'จากสถานการณ์ตอนนี้อาจจะกระทบต่อกำไรไตรมาส 1/47 ของทั้ง 2 บริษัท แต่ในช่วงต่อไปก็อาจจะดีขึ้นหากสถานการณ์นิ่งและต่างประเทศนำเข้าไก่จากไทยเป็นปกติ อย่างไรก็ตามราคาไก่ปกติค่อนข้างเหวี่ยงแรงจึงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด' นางสาวจิตรากล่าว
-ลดเป้าประมาณการยอดขาย CPF ลง 20% ส่วน GFPT ลดลง 50%
ฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์บล.เกียรตินาคิน เปิดเผยว่าการห้ามนำเข้าไก่จากไทยโดยยังไม่มีกำหนดเวลาแน่ชัดของญี่ปุ่นในครั้งนี้จะกระทบกับภาวะอุตสาหกรรมการส่งออกไก่โดยรวมของไทย สำหรับทั้ง CPF และ GFPT จะได้รับผลกระทบจากข่าวนี้โดยตรง โดยเบื้องต้นคาดว่าจะทำให้ยอดขายทั้งในประเทศและการส่งออกในช่วง 1H47 ลดลง ทั้งนี้จะต้องติดตามต่อไปว่าสถานการณ์ดังกล่าวจะคลี่คลายลงไปเมื่อใด และคาดว่าเรื่องดังกล่าวส่งผลกระทบกับ CPF และ GFPT
ในส่วนของ CPF มีสัดส่วนการส่งออกไปญี่ปุ่นประมาณ 50% ของยอดการส่งออกทั้งหมด ซึ่งข่าวนี้ทำให้ปริมาณความต้องการไก่ในประเทศลดลง ดังนั้น จากก่อนหน้านี้ที่ได้คาดการณ์ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับบริษัท โดยได้ปรับลดประมาณการยอดขายลง 5-10% และจากข่าวการห้ามนำเข้าไก่อย่างไม่มีกำหนดของญี่ปุ่น จึงปรับลดประมาณการยอดขายในปี 2547 ลง 20% โดยคาดว่ายอดขายรวมในปี 2547 จะประมาณ 81,677 ล้านบาท กำไรสุทธิประมาณ 2,386 ล้านบาท (Fully Diluted EPS ที่ 0.32 บาท/หุ้น) ลดลงประมาณ 18% YoY จากประมาณการกำไรสุทธิที่เราคาดการณ์ไว้ที่ 2,905 ล้านบาท
ประเมินมูลค่าที่เหมาะสมปี 2547 ของ CPF โดยจากเดิมใช้ PER ของกลุ่มอุตสาหกรรมเกษตรที่ประมาณ 13.5 เท่า ได้ปรับลด PER ที่ใช้ในการคำนวณมูลค่าที่เหมาะสมเนื่องจากปัจจัยลบจากข่าวโรคระบาดดังกล่าว โดย Discount ค่า PER ลงประมาณ 20% ลงมาอยู่ที่ประมาณ 10-11 เท่า จะได้มูลค่าที่เหมาะสมปี 2547 ของ CPF ที่ประมาณ 3.20-3.52 บาท และด้วยสถานการณ์ที่ยังคงไม่ชัดเจนจากข่าวโรคระบาดดังกล่าวและการที่ญี่ปุ่นระงับการนำเข้าอย่างไม่มีกำหนดแม้จะเป็นการชั่วคราว รวมทั้งยังมีความไม่แน่นอนว่าจะมีประเทศใดที่จะระงับการนำเข้าเช่นนี้อีก ดังนั้น เราจึงเปลี่ยนคำแนะนำจาก "ถือ" เป็น "ขายทำกำไร" สำหรับ
CPF ทั้งนี้ ราคาปิดของ CPF วานนี้ (22 ม.ค. 2547) อยู่ที่ 4 บาท
ส่วน GFPT ธุรกิจหลักของบริษัทคือ การผลิตและจำหน่ายไก่ และตลาดส่งออกใหญ่ของ GFPT อยู่ที่ประมาณ 50-60% ส่งออกไปยังญี่ปุ่น ดังนั้น จึงคาดว่าหากเกิดโรคระบาดไก่ขึ้นจะกระทบกับ GFPT มากกว่า CPF ดังนั้น จึงปรับลดประมาณการยอดขายของ GFPT จากเดิมที่คาดว่าข่าวดังกล่าวจะส่งผลกระทบกับยอดขายของบริษัทประมาณ 5% เป็น 50% เพื่อให้สอดคล้องในกรณีที่หากข่าวโรคระบาดเป็นจริง จะทำให้ GFPT ไม่มียอดส่งออกไปยังญี่ปุ่นเลยตลอดระยะเวลาการห้ามนำเข้าไก่จากไทย จึงคาดว่ายอดขายในปี 2547 ของบริษัทจะอยู่ที่ประมาณ 4,220 ล้านบาท และกำไรสุทธิประมาณ 206 ล้านบาท (EPS 1.65 บาท/หุ้น) ลดลงประมาณ 50% YoY จากประมาณการกำไรสุทธิปี 2546 ที่คาดการณ์ไว้ที่ 420 ล้านบาท (EPS 3. 66 บาท/หุ้น) และคาดว่าบริษัทจะจ่ายเงินปันผลขั้นต่ำสำหรับผลการดำเนินงานปี 2546 ประมาณ 1.70 บาท/หุ้น คิดเป็น Dividend Yield ณ ระดับราคาปัจจุบันเท่ากับประมาณ 7%
ประเมินมูลค่าที่เหมาะสมปี 2547 ของ GFPT โดยจากเดิมใช้ P/BV ของบริษัทที่ประมาณ 0.95 เท่า ได้ปรับลด P/BV ที่ใช้ในการคำนวณมูลค่าที่เหมาะสมลงประมาณ 35-50% เนื่องจากปัจจัยลบจากข่าวโรคระบาดดังกล่าว โดยใช้ APBR ที่ประมาณ 0.65-0.50 เท่า จะได้มูลค่าที่เหมาะสมปี 2547 ของ GFPT ที่ประมาณ 15.50-20.15 บาท
จากการที่ตลาดส่งออกหลักของบริษัทคือ ญี่ปุ่น ทำให้บริษัทได้รับผลกระทบโดยตรงจากข่าวการห้ามนำเข้า จึงเปลี่ยนคำแนะนำจาก "ถือ" เป็น "ขาย" สำหรับ GFPT ทั้งนี้ ราคาปิดหุ้น GFPT วานนี้ (22 ม.ค. 2547) อยู่ที่ 21.70 บาท
-หุ้น CPF-GFPT โดนถล่มยับ
ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของราคาหุ้นทั้งคู่ว่า วานนี้ CPF เปิดตลาดที่ระดับ 3.20 บาท และปิดที่ระดับ 3.72 บาท ลดลง 0.28 บาท หรือ -7.00% มีมูลค่าการซื้อขายรวม 341.67 ล้านบาท ระห่างวันปรับตัวลงไปต่ำสุดที่ระดับ 3.20 บาท
ส่วน GFPT เปิดตลาดที่ระดับ 19 บาท และปิดที่ระดับ 19.40 บาท ลดลง 2.30 บาท หรือ -10.60 % มีมูลค่าการซื้อขายรวม 84.50 ล้านบาท ระห่างวันปรับตัวลงไปต่ำสุดที่ระดับ 18 บาท
-SET INDEX รีบาวน์หลังเกิดความชัดเจน
สำหรับความเคลื่อนไหวของ SET INDEX วานนี้เมื่อเปิดตลาดช่วงเช้าที่ระดับ 757.65 จุด จากนั้นมีแรงเทขายออกมาอย่างหนักกดดัชนีปรับตัวลงไปต่ำสุดที่ 738.15 จุด ลดลง 22.02 จุด และตลอดช่วงเช้ายืนในแดนลบ กระทั่งทางการออกมาแถลงยอมรับว่ามีไข้หวัดนกระบาดในประเทศไทยจริง ทำให้เกิดแพนิกและมีแรงเทขายอีกครั้ง แต่จากนั้นไม่นานกมีแรงไล่ซื้อกลับเข้ามา กระทั่งสุดท้าย SET INDEX เด้งขึ้นมาปิดที่ระดับ 754.44 จุด ลดลง 5.73 จุด มีมูลค่าการซื้อขายรวม 34,284.26 ล้านบาท