ย้อนยุทธ์ตอนที่ 6 ศึกชิงนาง
โพสต์แล้ว: อังคาร ก.ค. 17, 2007 12:32 pm
มาแล้วครับ ตอนต่อจาก "ศึกดวลสป็อต" ที่เพื่อน VI บางคนถามถึง ที่หายไปพักหนึ่งเพราะไม่แน่ใจว่า จะยังมีคนสนใจอ่านหรือเปล่า อย่างไรเสียช่วย Feed Back ด้วยนะคร้าบ...ขอบคุณคร้าบ...
ตอนที่ 6 ศึกชิงนาง
จั่วหัวให้ดูตื่นเต้นไปอย่างนั้นแหละครับ กูรูขอบสนามไม่ได้จะไปรบชิงนางงามที่ไหน แต่กำลังจะย้อนยุทธ์ถึงศึกชิงสาวงาม สาวดังของบรรดาค่ายผลิตภัณฑ์ ทั้งหลายแหล่ที่นิยมใช้ Presenter สาวสวยตำแหน่งนางงาม นางเอก นางแบบหรือปัจจุบันก็คือลูกหลานไฮโซ Celebrity ที่ทะยอยแจ้งเปิดตัวในภาพยนตร์โฆษณาหน้าจอโทรทัศน์ จนจำไม่หวาดไม่ไหว อีกทั้งขยายบทบาทหน้าที่โปรโมทกิจกรรมต่างๆอย่างนอกหน้า สมัยนี้เรียกตำแหน่งให้โก้อีกว่าเป็น แบรนด์ Ambassador ( บรรดาผู้อยู่ในวงการทูตออกจะไม่ค่อยแฮปปี้ ที่เอาตำแหน่งสูงส่งมาเป็นเซลส์ขายของ)
แต่ก่อนแต่ไร นางแบบโฆษณายาสีฟัน แชมพูสระผม สบู่ โลชั่นหรือสินค้าที่ต้องขายความสวยความงาม ก็หนีไม่พ้นนางแบบสมัครเล่นทั้งหลายที่ทางโมเดลลิ่ง เอเยนซี่เสนอเข้ามาให้เอเจนซี่โฆษณาและลูกค้าพิจารณา หน้าตาของเหล่านางแบบก็ซ้ำไปมาจนชินตา เช่น คนไหนบุคลิกแม่บ้านเรือนหน่อยก็รับไปดะตั้งแต่ผงซักฟอกยันน้ำมันพืช บุคลิกสาวทำงานก็จะเห็นความมาดมั่นของคุณเธอในโฆษณาสินค้าคุณผู้หญิงทั้งหลายแหล่ ผมสวย ผิวสวย ฟันสวย รถสวย ความมั่นใจส่วนตัวก็สวย (คิดเอาเองนะครับ) เป็นต้น น้านนาน ทีจะมีนางเอกภาพยนตร์ ชื่อดังโผล่แว้บๆเข้ามาในซีน
สาเหตุที่นางเอกภาพยนตร์ไม่นิยมมาแสดงหนังโฆษณาก็เกรงเรื่องภาพลักษณ์จะตก เดี๋ยวใครๆในวงการจะติฉินนินทาว่า ถึงคราตกอับหรือไรถึงต้องลดตัวมาเล่นหนังโฆษณา พาลให้เดือดร้อนไปถึงต้นสังกัดหาว่าเลี้ยงดูไม่ดี แต่ท้ายสุดก็ปล่อยออกมาเมื่อกราฟนางเอกสุดหวงดิ่งหัวทิ่ม ซึ่งถึงตอนนั้นแล้วอย่าว่าแต่เป็นถึง Presenter สินค้าเลย แค่บทประกอบเล็กๆบนจอแก้วยังหาที่ลงไม่ได้เลย เมื่อเป็นเช่นนี้ นางเอกยุคต่อมา หลังศึกษาบทเรียนจากรุ่นพี่ๆจึงเริ่มเก็บเกี่ยวรายได้พิเศษจากชื่อเสียงที่กำลังรุ่งอยู่ (ก่อนจะถูกยกระดับอาวุโส แต่ลด Rating ให้เล่นเป็นแม่บ้าง น้าบ้าง หนักเข้าไปก็ป้าเสียเลย) แถมค่าตัวก็ใช่ย่อย หกตัวปลายๆถึงเจ็ดตัวถ้าฮ็อตมาก เสียเวลาไม่กี่วันก็ได้ค่าตอบแทนแสนสมน้ำสมเนื้อ ตัวเลขเน็ทๆ เช็คก็ไม่เด้ง ยังสามารถต่อรองให้บริษัทผู้ว่าจ้างจ่ายภาษีให้ด้วยต่างหาก ที่สำคัญได้อวดหน้าตาออกสู่สายตาประชาชนแทบทุกวัน ให้เป็นที่จดจำ ไม่ตกกระแส
ส่วนบรรดานางงามที่ชนะการประกวดจากเวทีต่างๆ ส่วนใหญ่จะต้องผูกมัดสัญญากับสปอนเซอร์ที่ส่งประกวดหรือให้เงินสนับสนุนอยู่แล้ว ฉะนั้นจึงเป็นเรื่องของการค้าต่างตอบแทน เมื่อได้ตำแหน่งมาก็ต้องปฏิบัติเป็น Presenter ของผลิตภัณฑ์สินค้านั้นๆ
เมื่อบรรดานางเอก สาวงามทั้งหลายพาเหรดสู่ภาพยนตร์โฆษณา ก็เป็นเรื่องที่แต่ละค่ายจะแย่งชิงคนงามคนไหนที่กำลังฮ็อตสุดๆก็รีบจีบมาเซ็นสัญญาไว้ก่อน บางค่ายถึงกับมีการสำรวจทัศนคติจากผู้บริโภคเป็นกระบวนการวิจัยประชามติว่าชอบดาราคนไหนเป็นพิเศษ ก่อนจะนำมาตัดสินให้เป็น Presenter สินค้า
ค่ายยักษ์ใหญ๋อินเตอร์รายหนึ่งมีกฏเกณฑ์เคร่งครัดในการเลือก Presenter ต่อให้ดี เด่น ดังมาจากไหน หากภูมิหลังชาติกำเนิดหรือเลี้ยงดูไม่ดีพอ ก็ไม่ผ่านการพิจารณาครับ นางเอกละครคนดังคนหนึ่งถูกตรวจตรา ไม่ผ่านการพิจารณาด้วยสาเหตุดังกล่าว (โธ่ โธ่ คนเราเลือกเกิดได้ที่ไหนล่ะครับ) ทั้งที่เป็นปีทองของการแจ้งเกิดดาราเต็มภาคภูมิ ขณะที่ยังรีๆรอๆไม่แน่ใจ ค่ายคู่แข่งแอบทราบเรื่องรีบติดต่อชิงตัวทันที ช่างโชคดีที่ละครกี่เรื่องๆของเธอปีนั้นติดอันดับเร็ตติ้งยอดนิยมไปหมด จนได้รับรางวัลดารานำฝ่ายหญิงยอดเยี่ยมและสามารถครองอันดับความนิยมกอปรกับการวางตัวที่ดีมาได้จนถึงทุกวันนี้ ถ้ากูรูเป็นคณะกรรมการพิจารณาของค่ายแรกคงนึกอยากเอาหัวชนกำแพงน็อค น็อค ให้เจ็บใจเล่น (เหมือนซื้อแล้วลง ขายแล้วขึ้น...ทุกทีซิน่า)
Presenter ไฮโซหลายคนก็ตั้งเงื่อนไขสุด สุด ซึ่งเจ้าของผลิตภัณฑ์ก็จำยอมเพราะอยากได้ภาพลักษณ์ของเธอมายกระดับสินค้า เช่น จะต้องไม่พูดหรือเอ่ยปากอ่านสคริปท์ใดๆเลย นอกจากถ่ายให้เธอดูสวยๆเหมือนมิวสิควีดิโอกับภาพวิวทิวทัศน์ธรรมชาติ ( เอ แต่เธอคนเดียวกันนี้ ในเวลาต่อมากลับพูดฉอดๆถึงสถานบริการลดสัดส่วน พูดถึงครีมทาหน้าและอื่นๆอีกมากมาย) บรรดาดารานักร้องที่อยู่ในสังกัดค่ายเพลงก็เช่นกัน จะถูกกำหนดสคริปท์ออกมาว่าพูดได้สไตล์ไหนเพื่อไม่ให้ขัดแย้งกับตัวตนที่ค่ายเพลงสร้างขึ้นมา
ในระหว่างช่วงเซ็นสัญญา บรรดาดารา นางงามที่เป็น Presenter ทั้งหลายก็ต้องรักษาเนื้อรักษาตัว หากประคองตัวไม่ดี ก็อาจจะเกิด ศึกทิ้งนาง ได้ดังที่หลายคนผ่านประสบการณ์อันปวดร้าวนี้มาแล้ว
ถึงตรงนี้แล้ว อยากจะย้อนยุทธ์ ศึกชิงนาง ครั้งสำคัญที่เป็นการประลองศักดิ์ศรีของค่ายยักษ์ใหญ่คอนซูเมอร์โปรดักท์ กูรูขอบสนามมีหูตาสับปะรดมาบอกเล่าให้ฟัง ลุ้นกันใจระทึกว่าผลลงเอยจะเป็นอย่างไร
ดังที่เคยเกริ่นไว้ในตอนเก่าๆว่า ปีที่เมืองไทยมีนางงามจักรวาลคนที่ 2 ทุกคนล้วนแต่ติดอาการ ปุ๋ยฟีเวอร์ ไปหมด คุณแม่ขี้เห่อบางคนถึงกับตั้งชื่อลูกที่เกิดในปีนั้นตามชื่อเธอ ผลิตภัณฑ์ทุกแบรนด์หาโอกาสที่จะคว้ามาเป็น Presenter ด้วยกันทั้งนั้น หากไม่ติดเงื่อนไขเรื่องค่าตัวระดับจักรวาลเช่นกัน ยิ่งกว่านั้น นางสาวไทยทุกคน ไม่ว่าจะได้ตำแหน่งกลับมาหรือไม่ จะต้องกลับมาเป็น Presenter โฆษณาให้กับค่ายผลิตภัณฑ์ต้นสังกัดอันเป็นเงื่อนไขผูกมัดและปฎิบัติทุกปี (ยกเว้นปีของคุณทวีพร คลังพลอย ผู้ที่มีคุณสมบัติชวนติเตียนไปเสียทุกเรื่อง ทว่า ...ถึงทุกวันนี้เธอเป็นหนึ่งในนางงามน้อยคนที่มีชีวิตความเป็นอยู่อย่างสงบ เรียบร้อยและรักษาความงามสง่าระดับนางงามได้ ไม่คลาย)
ทางฟากค่ายยักษ์คู่แข่งที่อยู่แถวศรีนครินทร์ ( ตึกบัญชาการยุคนั้น) ก็ใช่ย่อย ทันทีที่รู้ว่านางสาวไทยคนล่าสุดคว้าตำแหน่งนางงามจักรวาลมาได้ ก็เตรียมแผนการณ์ช่วงชิง Rating ทันที เอ จะเอามาโฆษณาสบู่หรือ ...ย่อมไม่ได้อยู่แล้ว แต่ไม่มีข้อห้ามโฆษณาแชมพูนี่ ว่าแล้วทีมงานผลิตภัณฑ์แชมพูกล่องดวงใจ ก็ระดมกำลังสมองทันที จะใช้กระแสทองของชาวไทยครั้งนี้กับแบรนด์แชมพูตัวเองอย่างไร ด้วยเวลาที่แสนกระชั้นชิด จะคิดเรื่องราวสลับซับซ้อนไปใย ผู้คนชาวไทยไม่สนใจหรอก ขอให้มีเพียงใบหน้าผู้หญิงที่สวยที่สุดในจักรวาลโผล่โฉมออกมาให้เห็นเยอะๆเท่านั้นเป็นพอ
แล้วสคริปท์ภาพยนตร์โฆษณาเรื่องใหม่ก็ผ่านการอนุมัติอย่างรวดเร็ว ไม่ต้องมีเรื่องราวหรือคำพูดมากมาย จับเฉพาะห้วงอารมณ์ Moment of Truth ขณะที่เธอ (รวมทั้งคนไทยทั่วประเทศ) ตกตะลึงจนเก็บความตื้นตันแทบไม่อยู่ ขณะได้รับการขานชื่อรั้งตำแหน่งมงกุฎนางงามจักรวาลคนใหม่ แค่นี้ก็สะกดใจคนดูมากเกินพอแล้ว เฉพาะฉากนี้เท่านั้นที่ต้องจัดใหม่ให้เหมือนเหตุการณ์จริง ทีมงานที่รับผิดชอบถ่ายทำภาพยนตร์ต้องเก็บรายละเอียดให้ได้มากที่สุดแข่งกับเวลาออกอากาศที่กำหนดไว้หลังจากเธอกลับสู่อ้อมกอดคนไทยเพียงไม่กี่วัน
ปัญหาท้าทายที่เห็นล่วงหน้าก็คือ จะชิง Presenter จักรวาลคนนี้ออกจากหน่วยงานต้นสังกัดของเธอได้อย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งออกจากบริษัทสปอนเซอร์หลัก ซึ่งแน่นอนที่สุดจะต้องกักตัวเธอไว้สำหรับกิจกรรมการตลาดงานกุศล ที่มีคิวจองนับร้อยๆ (แต่ละคิวหมายถึงค่าตัวหลักแสน สปอนเซอร์ได้หมดครับ เพราะถือว่านางงามมีเงินเดือนประจำแล้ว) รวมทั้งต้องเป็นนางเอกในภาพยนตร์โฆษณาสบู่แบรนด์นางงามจักรวาล ปฎิบัติการครั้งนี้เป็น Top Agenda ที่ต้องใช้กำลังภายในทุกวิถีทาง (กำลังทรัพย์อย่างแรงด้วยครับ) แผนการทั้งหมดถูกตระเตรียมอย่างรวดเร็ว รวมทั้งแผนฉุกเฉินหากทุกอย่างไม่เป็นไปตามคาดหมาย โทรศัพท์สายด่วน รหัสลับและเครื่องมือสื่อสารทั้งหมดถูกนำมาใช้งานราวกับศึกช่วงชิงตัวประกันในหนังฝรั่งอย่างไรอย่างนั้น
ทันทีที่ปุ๋ยย่างก้าวกลับเข้าเมืองไทย ยังไม่ทันจะก้มหน้าปูผืนผ้าจูบแม่ธรณี (จะได้เรียกคะแนนนิยมอีกพะเรอ) ก็ถูกขบวนการเชิ้ตดำประกบ คว้าตัวขึ้นรถติดฟิล์มมืดพาไปกบดาลที่ Safe House แห่งหนึ่งไว้ก่อน ระหว่างรอให้เจ้าตัวหายมึนงง (และขอต่อรองค่าเหนื่อยเพิ่ม) ทีมงานที่เหลือก็เตรียมเซ็ทฉากให้พร้อม แล้วถ่ายช้อตสำคัญที่มีเธอพูดหรือแสดงท่าทาง ขณะที่ซีนอื่นๆถูกถ่ายล่วงหน้าไปเรียบร้อยแล้ว ทีมงานที่เกี่ยวข้องทำตัวเป็นนินจาหายไปจากบริษัทหนึ่งอาทิตย์ ที่เหลือปิดปากเงียบ ถ้าจำเป็นต้องสื่อสารก็กระซิบกระซาบโดยใช้รหัสย่อที่รู้กัน
ปฏิบัติการชิงนางสร้างความขุ่นเคืองให้กับค่ายคู่แข่งไม่น้อย เพราะถือเป็นการ Discredit ซึ่งๆหน้า แทนที่ค่ายตนในฐานะผู้ฟูมฟูกปลุกปั้นมาแต่ต้น จะได้อ้าแขนต้อนรับคนสวยระดับจักรวาลอย่างสมเกียรติ กลับหัวปั่นควานหาตัวให้วุ่น เพราะ ห่านทองคำเอ๊ยสาวงามหายลึกลับเป็นปริศนา ติดต่อไม่ได้ (หรือโดนกีดกันก็ไม่ทราบ) แม้แต่บรรดาสื่อมวลชนเองก็พาดหัวข่าวถามหา ปุ๋ย.....หายไปไหน
แล้วคืนที่นางงามจักรวาลคนใหม่ ออกรายการสดสัมภาษณ์พิเศษจากสถานีต้นสังกัด ภาพยนตร์โฆษณาแชมพู
แบรนด์หนึ่งก็แทรกออกมาท่ามกลางบรรยากาศของความชื่นมื่นที่คนดูยังตราตรึงกับฉากที่เธอแสดงอาการตกตะลึง ยกมือพนมไหว้แนบอกเหมือนไม่เชื่อหู และโปรยมือส่งจูบให้คนชม (จนเป็นท่ายอดนิยมของเหล่าผู้ประกวดนางงามภายหลัง)ทันทีที่ภาพยนตร์จบ ทีมงานที่เกร็งมาตลอดอาทิตย์ก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ เอาตัวรอดได้อีกครั้ง
ปฏิบัติการสายฟ้าแลบ ศึกชิงนางครั้งนี้ ไม่ใช่เป็นแค่เรื่องของเสือปืนไวเท่านั้น หากเป็นเรื่องของศักดิ์ศรีการแข่งขันของค่ายคอนซูเมอร์ยักษ์ทั้งสอง ทั้งๆที่เป็นสปอนเซอร์หลักตั้งแต่ต้น แต่ค่ายยักษ์คลองเตยติดปัญหาขั้นตอนอะไรมิทราบกว่าจะออนแอร์โฆษณาสบู่นางงาม ก็ล่ามาอีกเกือบเดือน ถึงตอนนั้นก็มีโฆษณาอื่นๆของ Presenter จักรวาลออนแอร์ชนกัน ไม่ว่าจะเป็น เครื่องดื่มน้ำดำ แป้งเย็น ยาสีฟัน ฯลฯ
ศึกชิงนางงามจักรวาล จบลงไปแล้ว พร้อมกับกระแสนิยมที่ค่อยๆลดลงตามลำดับ รอดาวจรัสแสงดวงใหม่แล้วค่อยเปิดศึกประลองกันอีกครั้ง
ตอนที่ 6 ศึกชิงนาง
จั่วหัวให้ดูตื่นเต้นไปอย่างนั้นแหละครับ กูรูขอบสนามไม่ได้จะไปรบชิงนางงามที่ไหน แต่กำลังจะย้อนยุทธ์ถึงศึกชิงสาวงาม สาวดังของบรรดาค่ายผลิตภัณฑ์ ทั้งหลายแหล่ที่นิยมใช้ Presenter สาวสวยตำแหน่งนางงาม นางเอก นางแบบหรือปัจจุบันก็คือลูกหลานไฮโซ Celebrity ที่ทะยอยแจ้งเปิดตัวในภาพยนตร์โฆษณาหน้าจอโทรทัศน์ จนจำไม่หวาดไม่ไหว อีกทั้งขยายบทบาทหน้าที่โปรโมทกิจกรรมต่างๆอย่างนอกหน้า สมัยนี้เรียกตำแหน่งให้โก้อีกว่าเป็น แบรนด์ Ambassador ( บรรดาผู้อยู่ในวงการทูตออกจะไม่ค่อยแฮปปี้ ที่เอาตำแหน่งสูงส่งมาเป็นเซลส์ขายของ)
แต่ก่อนแต่ไร นางแบบโฆษณายาสีฟัน แชมพูสระผม สบู่ โลชั่นหรือสินค้าที่ต้องขายความสวยความงาม ก็หนีไม่พ้นนางแบบสมัครเล่นทั้งหลายที่ทางโมเดลลิ่ง เอเยนซี่เสนอเข้ามาให้เอเจนซี่โฆษณาและลูกค้าพิจารณา หน้าตาของเหล่านางแบบก็ซ้ำไปมาจนชินตา เช่น คนไหนบุคลิกแม่บ้านเรือนหน่อยก็รับไปดะตั้งแต่ผงซักฟอกยันน้ำมันพืช บุคลิกสาวทำงานก็จะเห็นความมาดมั่นของคุณเธอในโฆษณาสินค้าคุณผู้หญิงทั้งหลายแหล่ ผมสวย ผิวสวย ฟันสวย รถสวย ความมั่นใจส่วนตัวก็สวย (คิดเอาเองนะครับ) เป็นต้น น้านนาน ทีจะมีนางเอกภาพยนตร์ ชื่อดังโผล่แว้บๆเข้ามาในซีน
สาเหตุที่นางเอกภาพยนตร์ไม่นิยมมาแสดงหนังโฆษณาก็เกรงเรื่องภาพลักษณ์จะตก เดี๋ยวใครๆในวงการจะติฉินนินทาว่า ถึงคราตกอับหรือไรถึงต้องลดตัวมาเล่นหนังโฆษณา พาลให้เดือดร้อนไปถึงต้นสังกัดหาว่าเลี้ยงดูไม่ดี แต่ท้ายสุดก็ปล่อยออกมาเมื่อกราฟนางเอกสุดหวงดิ่งหัวทิ่ม ซึ่งถึงตอนนั้นแล้วอย่าว่าแต่เป็นถึง Presenter สินค้าเลย แค่บทประกอบเล็กๆบนจอแก้วยังหาที่ลงไม่ได้เลย เมื่อเป็นเช่นนี้ นางเอกยุคต่อมา หลังศึกษาบทเรียนจากรุ่นพี่ๆจึงเริ่มเก็บเกี่ยวรายได้พิเศษจากชื่อเสียงที่กำลังรุ่งอยู่ (ก่อนจะถูกยกระดับอาวุโส แต่ลด Rating ให้เล่นเป็นแม่บ้าง น้าบ้าง หนักเข้าไปก็ป้าเสียเลย) แถมค่าตัวก็ใช่ย่อย หกตัวปลายๆถึงเจ็ดตัวถ้าฮ็อตมาก เสียเวลาไม่กี่วันก็ได้ค่าตอบแทนแสนสมน้ำสมเนื้อ ตัวเลขเน็ทๆ เช็คก็ไม่เด้ง ยังสามารถต่อรองให้บริษัทผู้ว่าจ้างจ่ายภาษีให้ด้วยต่างหาก ที่สำคัญได้อวดหน้าตาออกสู่สายตาประชาชนแทบทุกวัน ให้เป็นที่จดจำ ไม่ตกกระแส
ส่วนบรรดานางงามที่ชนะการประกวดจากเวทีต่างๆ ส่วนใหญ่จะต้องผูกมัดสัญญากับสปอนเซอร์ที่ส่งประกวดหรือให้เงินสนับสนุนอยู่แล้ว ฉะนั้นจึงเป็นเรื่องของการค้าต่างตอบแทน เมื่อได้ตำแหน่งมาก็ต้องปฏิบัติเป็น Presenter ของผลิตภัณฑ์สินค้านั้นๆ
เมื่อบรรดานางเอก สาวงามทั้งหลายพาเหรดสู่ภาพยนตร์โฆษณา ก็เป็นเรื่องที่แต่ละค่ายจะแย่งชิงคนงามคนไหนที่กำลังฮ็อตสุดๆก็รีบจีบมาเซ็นสัญญาไว้ก่อน บางค่ายถึงกับมีการสำรวจทัศนคติจากผู้บริโภคเป็นกระบวนการวิจัยประชามติว่าชอบดาราคนไหนเป็นพิเศษ ก่อนจะนำมาตัดสินให้เป็น Presenter สินค้า
ค่ายยักษ์ใหญ๋อินเตอร์รายหนึ่งมีกฏเกณฑ์เคร่งครัดในการเลือก Presenter ต่อให้ดี เด่น ดังมาจากไหน หากภูมิหลังชาติกำเนิดหรือเลี้ยงดูไม่ดีพอ ก็ไม่ผ่านการพิจารณาครับ นางเอกละครคนดังคนหนึ่งถูกตรวจตรา ไม่ผ่านการพิจารณาด้วยสาเหตุดังกล่าว (โธ่ โธ่ คนเราเลือกเกิดได้ที่ไหนล่ะครับ) ทั้งที่เป็นปีทองของการแจ้งเกิดดาราเต็มภาคภูมิ ขณะที่ยังรีๆรอๆไม่แน่ใจ ค่ายคู่แข่งแอบทราบเรื่องรีบติดต่อชิงตัวทันที ช่างโชคดีที่ละครกี่เรื่องๆของเธอปีนั้นติดอันดับเร็ตติ้งยอดนิยมไปหมด จนได้รับรางวัลดารานำฝ่ายหญิงยอดเยี่ยมและสามารถครองอันดับความนิยมกอปรกับการวางตัวที่ดีมาได้จนถึงทุกวันนี้ ถ้ากูรูเป็นคณะกรรมการพิจารณาของค่ายแรกคงนึกอยากเอาหัวชนกำแพงน็อค น็อค ให้เจ็บใจเล่น (เหมือนซื้อแล้วลง ขายแล้วขึ้น...ทุกทีซิน่า)
Presenter ไฮโซหลายคนก็ตั้งเงื่อนไขสุด สุด ซึ่งเจ้าของผลิตภัณฑ์ก็จำยอมเพราะอยากได้ภาพลักษณ์ของเธอมายกระดับสินค้า เช่น จะต้องไม่พูดหรือเอ่ยปากอ่านสคริปท์ใดๆเลย นอกจากถ่ายให้เธอดูสวยๆเหมือนมิวสิควีดิโอกับภาพวิวทิวทัศน์ธรรมชาติ ( เอ แต่เธอคนเดียวกันนี้ ในเวลาต่อมากลับพูดฉอดๆถึงสถานบริการลดสัดส่วน พูดถึงครีมทาหน้าและอื่นๆอีกมากมาย) บรรดาดารานักร้องที่อยู่ในสังกัดค่ายเพลงก็เช่นกัน จะถูกกำหนดสคริปท์ออกมาว่าพูดได้สไตล์ไหนเพื่อไม่ให้ขัดแย้งกับตัวตนที่ค่ายเพลงสร้างขึ้นมา
ในระหว่างช่วงเซ็นสัญญา บรรดาดารา นางงามที่เป็น Presenter ทั้งหลายก็ต้องรักษาเนื้อรักษาตัว หากประคองตัวไม่ดี ก็อาจจะเกิด ศึกทิ้งนาง ได้ดังที่หลายคนผ่านประสบการณ์อันปวดร้าวนี้มาแล้ว
ถึงตรงนี้แล้ว อยากจะย้อนยุทธ์ ศึกชิงนาง ครั้งสำคัญที่เป็นการประลองศักดิ์ศรีของค่ายยักษ์ใหญ่คอนซูเมอร์โปรดักท์ กูรูขอบสนามมีหูตาสับปะรดมาบอกเล่าให้ฟัง ลุ้นกันใจระทึกว่าผลลงเอยจะเป็นอย่างไร
ดังที่เคยเกริ่นไว้ในตอนเก่าๆว่า ปีที่เมืองไทยมีนางงามจักรวาลคนที่ 2 ทุกคนล้วนแต่ติดอาการ ปุ๋ยฟีเวอร์ ไปหมด คุณแม่ขี้เห่อบางคนถึงกับตั้งชื่อลูกที่เกิดในปีนั้นตามชื่อเธอ ผลิตภัณฑ์ทุกแบรนด์หาโอกาสที่จะคว้ามาเป็น Presenter ด้วยกันทั้งนั้น หากไม่ติดเงื่อนไขเรื่องค่าตัวระดับจักรวาลเช่นกัน ยิ่งกว่านั้น นางสาวไทยทุกคน ไม่ว่าจะได้ตำแหน่งกลับมาหรือไม่ จะต้องกลับมาเป็น Presenter โฆษณาให้กับค่ายผลิตภัณฑ์ต้นสังกัดอันเป็นเงื่อนไขผูกมัดและปฎิบัติทุกปี (ยกเว้นปีของคุณทวีพร คลังพลอย ผู้ที่มีคุณสมบัติชวนติเตียนไปเสียทุกเรื่อง ทว่า ...ถึงทุกวันนี้เธอเป็นหนึ่งในนางงามน้อยคนที่มีชีวิตความเป็นอยู่อย่างสงบ เรียบร้อยและรักษาความงามสง่าระดับนางงามได้ ไม่คลาย)
ทางฟากค่ายยักษ์คู่แข่งที่อยู่แถวศรีนครินทร์ ( ตึกบัญชาการยุคนั้น) ก็ใช่ย่อย ทันทีที่รู้ว่านางสาวไทยคนล่าสุดคว้าตำแหน่งนางงามจักรวาลมาได้ ก็เตรียมแผนการณ์ช่วงชิง Rating ทันที เอ จะเอามาโฆษณาสบู่หรือ ...ย่อมไม่ได้อยู่แล้ว แต่ไม่มีข้อห้ามโฆษณาแชมพูนี่ ว่าแล้วทีมงานผลิตภัณฑ์แชมพูกล่องดวงใจ ก็ระดมกำลังสมองทันที จะใช้กระแสทองของชาวไทยครั้งนี้กับแบรนด์แชมพูตัวเองอย่างไร ด้วยเวลาที่แสนกระชั้นชิด จะคิดเรื่องราวสลับซับซ้อนไปใย ผู้คนชาวไทยไม่สนใจหรอก ขอให้มีเพียงใบหน้าผู้หญิงที่สวยที่สุดในจักรวาลโผล่โฉมออกมาให้เห็นเยอะๆเท่านั้นเป็นพอ
แล้วสคริปท์ภาพยนตร์โฆษณาเรื่องใหม่ก็ผ่านการอนุมัติอย่างรวดเร็ว ไม่ต้องมีเรื่องราวหรือคำพูดมากมาย จับเฉพาะห้วงอารมณ์ Moment of Truth ขณะที่เธอ (รวมทั้งคนไทยทั่วประเทศ) ตกตะลึงจนเก็บความตื้นตันแทบไม่อยู่ ขณะได้รับการขานชื่อรั้งตำแหน่งมงกุฎนางงามจักรวาลคนใหม่ แค่นี้ก็สะกดใจคนดูมากเกินพอแล้ว เฉพาะฉากนี้เท่านั้นที่ต้องจัดใหม่ให้เหมือนเหตุการณ์จริง ทีมงานที่รับผิดชอบถ่ายทำภาพยนตร์ต้องเก็บรายละเอียดให้ได้มากที่สุดแข่งกับเวลาออกอากาศที่กำหนดไว้หลังจากเธอกลับสู่อ้อมกอดคนไทยเพียงไม่กี่วัน
ปัญหาท้าทายที่เห็นล่วงหน้าก็คือ จะชิง Presenter จักรวาลคนนี้ออกจากหน่วยงานต้นสังกัดของเธอได้อย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งออกจากบริษัทสปอนเซอร์หลัก ซึ่งแน่นอนที่สุดจะต้องกักตัวเธอไว้สำหรับกิจกรรมการตลาดงานกุศล ที่มีคิวจองนับร้อยๆ (แต่ละคิวหมายถึงค่าตัวหลักแสน สปอนเซอร์ได้หมดครับ เพราะถือว่านางงามมีเงินเดือนประจำแล้ว) รวมทั้งต้องเป็นนางเอกในภาพยนตร์โฆษณาสบู่แบรนด์นางงามจักรวาล ปฎิบัติการครั้งนี้เป็น Top Agenda ที่ต้องใช้กำลังภายในทุกวิถีทาง (กำลังทรัพย์อย่างแรงด้วยครับ) แผนการทั้งหมดถูกตระเตรียมอย่างรวดเร็ว รวมทั้งแผนฉุกเฉินหากทุกอย่างไม่เป็นไปตามคาดหมาย โทรศัพท์สายด่วน รหัสลับและเครื่องมือสื่อสารทั้งหมดถูกนำมาใช้งานราวกับศึกช่วงชิงตัวประกันในหนังฝรั่งอย่างไรอย่างนั้น
ทันทีที่ปุ๋ยย่างก้าวกลับเข้าเมืองไทย ยังไม่ทันจะก้มหน้าปูผืนผ้าจูบแม่ธรณี (จะได้เรียกคะแนนนิยมอีกพะเรอ) ก็ถูกขบวนการเชิ้ตดำประกบ คว้าตัวขึ้นรถติดฟิล์มมืดพาไปกบดาลที่ Safe House แห่งหนึ่งไว้ก่อน ระหว่างรอให้เจ้าตัวหายมึนงง (และขอต่อรองค่าเหนื่อยเพิ่ม) ทีมงานที่เหลือก็เตรียมเซ็ทฉากให้พร้อม แล้วถ่ายช้อตสำคัญที่มีเธอพูดหรือแสดงท่าทาง ขณะที่ซีนอื่นๆถูกถ่ายล่วงหน้าไปเรียบร้อยแล้ว ทีมงานที่เกี่ยวข้องทำตัวเป็นนินจาหายไปจากบริษัทหนึ่งอาทิตย์ ที่เหลือปิดปากเงียบ ถ้าจำเป็นต้องสื่อสารก็กระซิบกระซาบโดยใช้รหัสย่อที่รู้กัน
ปฏิบัติการชิงนางสร้างความขุ่นเคืองให้กับค่ายคู่แข่งไม่น้อย เพราะถือเป็นการ Discredit ซึ่งๆหน้า แทนที่ค่ายตนในฐานะผู้ฟูมฟูกปลุกปั้นมาแต่ต้น จะได้อ้าแขนต้อนรับคนสวยระดับจักรวาลอย่างสมเกียรติ กลับหัวปั่นควานหาตัวให้วุ่น เพราะ ห่านทองคำเอ๊ยสาวงามหายลึกลับเป็นปริศนา ติดต่อไม่ได้ (หรือโดนกีดกันก็ไม่ทราบ) แม้แต่บรรดาสื่อมวลชนเองก็พาดหัวข่าวถามหา ปุ๋ย.....หายไปไหน
แล้วคืนที่นางงามจักรวาลคนใหม่ ออกรายการสดสัมภาษณ์พิเศษจากสถานีต้นสังกัด ภาพยนตร์โฆษณาแชมพู
แบรนด์หนึ่งก็แทรกออกมาท่ามกลางบรรยากาศของความชื่นมื่นที่คนดูยังตราตรึงกับฉากที่เธอแสดงอาการตกตะลึง ยกมือพนมไหว้แนบอกเหมือนไม่เชื่อหู และโปรยมือส่งจูบให้คนชม (จนเป็นท่ายอดนิยมของเหล่าผู้ประกวดนางงามภายหลัง)ทันทีที่ภาพยนตร์จบ ทีมงานที่เกร็งมาตลอดอาทิตย์ก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ เอาตัวรอดได้อีกครั้ง
ปฏิบัติการสายฟ้าแลบ ศึกชิงนางครั้งนี้ ไม่ใช่เป็นแค่เรื่องของเสือปืนไวเท่านั้น หากเป็นเรื่องของศักดิ์ศรีการแข่งขันของค่ายคอนซูเมอร์ยักษ์ทั้งสอง ทั้งๆที่เป็นสปอนเซอร์หลักตั้งแต่ต้น แต่ค่ายยักษ์คลองเตยติดปัญหาขั้นตอนอะไรมิทราบกว่าจะออนแอร์โฆษณาสบู่นางงาม ก็ล่ามาอีกเกือบเดือน ถึงตอนนั้นก็มีโฆษณาอื่นๆของ Presenter จักรวาลออนแอร์ชนกัน ไม่ว่าจะเป็น เครื่องดื่มน้ำดำ แป้งเย็น ยาสีฟัน ฯลฯ
ศึกชิงนางงามจักรวาล จบลงไปแล้ว พร้อมกับกระแสนิยมที่ค่อยๆลดลงตามลำดับ รอดาวจรัสแสงดวงใหม่แล้วค่อยเปิดศึกประลองกันอีกครั้ง