หน้า 1 จากทั้งหมด 1
ขอบคณ คณรพี สจริตกล ผ้ช่วยเลขาธิการ ก.ล.ต. ที่บอกความจริง
โพสต์แล้ว: อังคาร ม.ค. 20, 2004 11:33 am
โดย chatchai
ขอขอบคณ คณรพี ที่กล้าที่จะบอกความจริงแก่นักลงทนทั้งหลายครับ ถึงแม้จะเป็นอะไรที่อาจจะขัดใจคนบางคน
เรื่องที่คณรพีบอกก็คือเรื่อง P/E ของตลาด ที่นักวิเคราะห์ทั้งหลายมักจะนำไปคำนวณ คาดการณ์ดัชนีตลาด หรือเปรียบเทียบความถกแพงของตลาดกับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งมักจะสรปได้ว่าตลาดเรายังถก P/E ยังต่ำ แล้วก็คาดการณ์แบบง่ายๆโดยเปรียบเทียบ P/E ประเทศเพื่อนบ้าน และประมาณการเติบโตของกำไรแบบหยาบๆมากๆ แล้วก็มาคำนวณหาเป้าหมายดัชนีกัน แต่จะมีซักกี่คนที่ทราบถึงการคำนวณ P/E ตลาดอันย่ำแย่และบิดเบือน
การคำนวณโดยนำแต่กำไรสทธิ ไม่รวมผลขาดทนของบริษัทมาคิดนั้น ไม่ทราบว่าคิดมาได้อย่างไร มันแสดงถึงความไม่โปร่งใสของระบบตลาดของไทย ต่างชาติทราบมาก่อนหรือไม่ แล้วถ้าเพิ่งทราบจะคิดอย่างไร จะเชื่อถือข้อมลของเราอีกไหม นี่ขนาดข้อมลมาจากทางการนะครับ
การไม่ตัดรายการพิเศษต่างๆในงบการเงินออกก่อนนำมาคำนวณนั้นก็ทำให้ผลการคำนวณผิดเพี้ยนไปแล้ว แต่นี่มันเหมือนการจงใจทำให้ตัวเลขออกมาดีเกินจริง
แล้วอย่างนี่เราจะเชื่อถือทางการในการควบคมข้อมลทางงบการเงินของแต่ละบริษัทได้มากน้อยแค่ไหนครับ นักลงทนรายย่อยที่ไม่มีความร้อย่างจริงจังก็คงจะตกเป็นเหยื่ออีกตามเคยครับ
การลงทนโดยการพิจารณาตัวเลขเพียงบางตัวอย่างง่ายๆนั้นอันตรายมากครับ ถ้าเราไม่ร้อย่างลึกซึ้งถึงแหล่งที่มาของตัวเลขแต่ละตัว การลงทนไม่ใช่ของง่ายครับ
ขอบคณ คณรพี สจริตกล ผ้ช่วยเลขาธิการ ก.ล.ต. ที่บอกความจริง
โพสต์แล้ว: อังคาร ม.ค. 20, 2004 11:36 am
โดย Jeng
จริงๆด้วย วันนี้ก็อ่านย้ำอีกรอบจาก ดร.นิเวศน์ PE บ้านเรานี้ชักจะสูงไปกันใหญ่แล้ว
ขอบคณ คณรพี สจริตกล ผ้ช่วยเลขาธิการ ก.ล.ต. ที่บอกความจริง
โพสต์แล้ว: อังคาร ม.ค. 20, 2004 11:42 am
โดย ลูกอิสาน
ขอบคุณครับคุณฉัตรชัย
นายรพียังกล่าวถึงการคำนวณพี/อี ของตลาดโดยรวม ซึ่งเป็นเครื่องวัดว่าตลาดหุ้นของประเทศไทยถูกแพงกว่ากันนั้น แม้ในการคำนวณเฉพาะรายหลักทรัพย์จะใช้วิธีการเดียวกันทั่วโลก แต่การคำนวณตัวเลขรวมสำหรับทั้งตลาดหลักทรัพย์ของประเทศต่างๆ ในเอเชียนั้น มีแตกต่างกัน 2 วิธีคือ กลุ่มที่ 1 ประกอบด้วยตลาดหุ้นไทย, จีน และฟิลิปปินส์ คำนวณโดยไม่รวมตัวเลขของบริษัทที่ขาดทุน ตัวเลขพี/อี ของตลาด ณ สิ้นปี 2546 เท่ากับ 13.63 ,36.54 และ 19.22 ตามลำดับ
กลุ่มที่สอง ประกอบด้วยญี่ปุ่น ฮ่องกง ไต้หวัน เกาหลี และมาเลเซียคำนวณโดยรวมตัวเลขของบริษัทที่ขาดทุนไว้ด้วย พีอี เรโช ของตลาด (Market PE Ratio) ณ สิ้นปี 2546 เท่ากับ 122.13, 19.82, 24.21, 10.06 และ 18.85 ตามลำดับ
"กรณีประเทศไทย หากคำนวณโดยรวมตัวเลขของบริษัทที่ขาดทุนไว้ด้วยเช่นเดียวกับประเทศในเอเชียส่วนใหญ่ สำนักงานก.ล.ต.คาดว่าตัวเลขพีอี เรโชของตลาด ณ สิ้นปี 2546 จะเพิ่มจาก 13.63 เป็น 17.68 โดยประมาณ ดังนั้นนักลงทุนที่เปรียบเทียบพีอี เรโชของตลาด ระหว่างประเทศควรจะคำนึงถึงปัจจัยนี้ไว้ด้วย"
ขอบคณ คณรพี สจริตกล ผ้ช่วยเลขาธิการ ก.ล.ต. ที่บอกความจริง
โพสต์แล้ว: อังคาร ม.ค. 20, 2004 11:52 am
โดย chatchai
นักวิเคราะห์จากสำนักต่างๆ ท่านรองนายกสมคิด และท่านนายก ที่ออกมาบอกเป้าหมายดัชนี ไม่ทราบว่าได้คำนึงถึงปัจจัยนี่ด้วยหรือเปล่าครับ
แล้วถ้าไม่คำนึงจะมีใครออกมาบอกบทวิเคราะห์แก้ตัวใหม่ไหมครับ
ขอบคณ คณรพี สจริตกล ผ้ช่วยเลขาธิการ ก.ล.ต. ที่บอกความจริง
โพสต์แล้ว: อังคาร ม.ค. 20, 2004 12:19 pm
โดย pae2020
ต้องถอนหายใจหลายเฮือกแรงๆ กับความโปร่งใสของทำงานของภาครัฐของเรา
แล้วมาคุยมาโปรโมตเรื่องบริษัทภิบาลทำไม ในเมื่อรัฐของเรายังเป็นซะเอง นักลงทุนทั้งหลายก็ต้องระวังตัวเอาเองล่ะกัน
ขอบคณ คณรพี สจริตกล ผ้ช่วยเลขาธิการ ก.ล.ต. ที่บอกความจริง
โพสต์แล้ว: อังคาร ม.ค. 20, 2004 12:26 pm
โดย ปรัชญา
:lol: เห็นด้วยครับ
พยายามจับคำพูด
ท่านนายกฯมาเปรียบกับ กลต.
ฝ่ายหนึ่งเจาะรูให้กระรอกแทะ
ฝ่ายหนึ่งมาพูดตอนหลังว่า...กระรอกแทะหมดแล้ว
ขอบคณ คณรพี สจริตกล ผ้ช่วยเลขาธิการ ก.ล.ต. ที่บอกความจริง
โพสต์แล้ว: อังคาร ม.ค. 20, 2004 12:26 pm
โดย Boring Stock lover
มีใครทราบว่า กำไรที่กลต.นำมาคำณวนใช้กำไรเมื่อไรครับ
ขอบคณ คณรพี สจริตกล ผ้ช่วยเลขาธิการ ก.ล.ต. ที่บอกความจริง
โพสต์แล้ว: อังคาร ม.ค. 20, 2004 12:52 pm
โดย CK
ตอนท่านนายกรับตำแหน่งใหม่ๆ นักข่าวทีวีไปสัมภาษณ์เพื่อนเล่นวัยเด็ก
ของดช.ทักษิณ
"เป็นคนเก่งมากครับ เพื่อนๆยอมทุกคน เล่นเกมทีไรชนะทุกที พอแพ้ก็
เปลี่ยนกฎใหม่ สุดท้ายทุกคนก็เลยต้องยอมครับ"
ผ่านไปสามปีกว่า ผมยังจำได้ดีครับ และพบว่าเป็นความจริงอย่างที่สุด
ขอบคณ คณรพี สจริตกล ผ้ช่วยเลขาธิการ ก.ล.ต. ที่บอกความจริง
โพสต์แล้ว: อังคาร ม.ค. 20, 2004 5:44 pm
โดย บุคคลทั่วไป
บอกความจริงหรือช่วยทุบหุ้นครับ ทำไมเพิ่งมาบอกเอาตอนนี้ อีตอนที่ยังเห็นว่าเป็นขาขึ้นไม่เห็นใครออกมาค้านเลย ลองดูซิว่าหุ้นแพงเขายังทยอยเก็บหุ้นเข้าพอร์ต หรือล้างพอร์ตหมดแล้วเตรียมเก็บกันครับ
ขอบคณ คณรพี สจริตกล ผ้ช่วยเลขาธิการ ก.ล.ต. ที่บอกความจริง
โพสต์แล้ว: อังคาร ม.ค. 20, 2004 6:04 pm
โดย stockms
บอกตอนนี้ก็ดีแล้วนิครับ เทียบกับประเทศอื่นๆ แล้วก็ไม่ได้แพงจนดูน่าเกลียด เพียงแต่ว่าไม่ถูกแล้ว ซื้อหุ้นก็ต้องพิจารณาเป็นรายตัวไป
ขอบคณ คณรพี สจริตกล ผ้ช่วยเลขาธิการ ก.ล.ต. ที่บอกความจริง
โพสต์แล้ว: อังคาร ม.ค. 20, 2004 6:52 pm
โดย Solo
มองดูสองมุม ครับ
บทบาท มาถึง ก็ต้องออกมาเล่น ตามบท หรือเปล่า
ทะลุกลางปล้อง แต่ ระวัง เก้าอี้ หัก หรือ โรคเลื่อน นา
ขอบคณ คณรพี สจริตกล ผ้ช่วยเลขาธิการ ก.ล.ต. ที่บอกความจริง
โพสต์แล้ว: อังคาร ม.ค. 20, 2004 9:34 pm
โดย เอก
ผมว่าน่าเกลียดนะครับที่คิด P/E แบบนี้ ผมว่าเราคงต้องพิจารณาเป็นรายตัวไปครับ เพราะ P/E รวมสูงแต่ว่าหุ้นรักของเราไม่ควรมี P/E สูงเท่านั้นครับ แต่ว่าหุ้นรักของเราเชื่อได้หรือไม่ว่า P/E ต่ำจริงในเมื่อไม่โปร่งใสแบบนี้

โชคดี ร่ำรวยวันตรุษจีนครับ
ขอบคณ คณรพี สจริตกล ผ้ช่วยเลขาธิการ ก.ล.ต. ที่บอกความจริง
โพสต์แล้ว: อังคาร ม.ค. 20, 2004 9:53 pm
โดย Boring Stock lover
เรื่อง PE นั้นเวลาพูด ต้องมีรายละเอียดด้วย ไม่งั้นทะเลาะกันตายครับ
-. ราคาวันไหน หรือราคาเฉลี่ยช่วงเวลาไหน
-. กำไรแบบไหน TTM หรือ FY รายการพิเศษรวมหรือไม่รวม
-. จำนวนหุ้นเท่าใด หุ้นสามัญที่จ่ายแล้ว หุ้นจดทะเบียนทั้งหมด รวมวอร์ไหม
ผมไม่รู้ว่า กลต นำกำไรแบบไหนมาใช้ในการคำณวน ใครรู้ช่วยบอกด้วยนะครับ
อีกข้อหนึ่ง PE เท่าไรถึงถูก เท่าไรถึงแพง ในความรู้สึกของพวกเรา ผมเคยถือหุ้นทั้ง PE ต่ำ 10 แต่ราคาไม่ไปไหนทั้งปี กับ PE มากกว่า 20 ที่ ราคาขึ้นไปได้เรื่อยๆ มาแล้วในอดีต