ย้อนยุทธ์คราวนี้สำหรับ VI พันธุ์แท้ MBK
มีโอกาสไปแวะเยือนเร็วๆนี้ เห็นความเปลี่ยนแปลงเยอะแยะไปหมด แต่ที่ไม่เปลี่ยนก็คือ ปริมาณคนหลั่งไหลแทบทุกชั้น เลยนึกย้อนรำลึกถึงสมัยแรกที่มีส่วนรู้เห็นเป็นใจกับการสร้างศูนย์การค้าแห่งนี้ เลยเอามาเล่าให้เพื่อนๆฟัง
ในวันที่ฝนฟ้าโปรยปรายบางๆเช่นวันนี้
ตอนที่ 5 ขึ้นต้นเป็นนครหินอ่อน
ย้อนยุทธ์มา 3-4 ตอน ท่านผู้อ่านคงนึกสงสัย อายุอานามกูผู้รู้ขอบสนามนายนี้เท่าไหร่กันแน่ ก็เลยขอตอบว่ายังวัยวุ่น วัยรุ่นอยู่นะครับ เดินห้างสรรพสินค้า (เห็นแต่ด้านหลัง) กลมกลืนกับเด็กๆได้สบาย ถ้าไม่เอาแว่นขยายมาส่องหน้าเห็นผมหงอกๆ รอยประทับบาทากาไก่มากเกินจำเป็น เข้าแถวยืนรอคิวสั่งแฮมเบอร์เกอร์ฮิตๆก็ไม่หงุดหงิดหรือบ่นเมื่อยขาให้น่ารำคาญใจ ว่าแล้วย้อนยุทธ์ตอนนี้จะพูดถึงประสบการณ์เดินห้างเสียหน่อย สมกับยุคที่การท่องเที่ยวอยากให้กรุงเทพเป็น Shopping Paradise เสียนักหนา
กูรูเกิดไม่ทันยุคของห้างไทยๆอย่าง ห้างใต้ฟ้า เยาวราช ห้างแมวดำแถวราชวงศ์ หรือรุ่นถัดมาหน่อย ห้างไนติงเกล โอลิมปิค แถวถนนตรีเพชร พอจำได้แต่สโลแกนเลาๆ ว่า ราชาแห่งเครื่องดนตรี ราชินีแห่งเครื่องสำอางค์ ไม่มีโอกาสทันขึ้นบันไดเลื่อนตัวแรกของเมืองไทยที่ ไทยไดมารูห้างเก่าแก่ย่านราชประสงค์ ได้ยินแต่เสียงสรรพคุณของความอัศจรรย์ใจของนวตกรรมก่อสร้างชิ้นนี้ที่จุคนได้นับสิบๆพาขึ้นชั้นช้อปปิ้งไม่ต้องเสียกำลังขา
พูดถึงบันไดเลื่อนก็มีเกร็ดเล็กๆอีกนั่นแหละ บันไดเลื่อนเป็นศัตรูอย่างแรงกล้ากับแฟชั่นคุณสุภาพสตรี โดยเฉพาะกางเกงทรงขาบาน 6 ชิ้น 8 ชิ้นกรอมเท้าที่เคยฮิตนักหนา เพราะเคยเกิดกรณีหวาดเสียว ซี่ฟันของบันไดเลื่อน (ไม่รู้เรียกอย่างนี้ถูกหรือเปล่า) งับชายขอบกางเกงคุณผู้หญิงท่านหนึ่งในห้างสรรพสินค้าอีกแห่ง(ไม่ใช่ไทยไดมารู) เกิดความชุลุนอลหม่านเพราะคุณเธอตกใจ ไม่รู้จะทำอย่างไร จะถอดกางเกงต่อหน้าธารกำนัลก็คงจะอาย แต่ถ้าไม่ถอด ส่วนล่างของร่างกายก็จะต้องถูกดึงไป ชะรอยมีสุภาพบรุษท่านหนึ่งได้แสดงวีรกรรมอย่างอาจหาญ คว้าตัวคุณผู้หญิงขึ้นพร้อมให้สลัดกางเกงออก ปล่อยให้กางเกงถูก(ซี่ฟัน)งับขาด แล้วคุณผู้ชายก็ถอดเสื้อตัวเองคลุมส่วนล่างให้คุณผู้หญิงอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางความใจหายใจคว่ำของผู้พบเห็น (คุณผู้หญิงท่านนั้นคงเข็ดหลาบไม่กล้าใส่กางเกงขาบานอีกนาน ส่วนคุณผู้ชาย... แฟ้มบุคคลรายวันขอปรบมือให้ดังๆ)
เมื่อเทียบแรงดึงดูดระหว่างห้างกับศูนย์การค้า สถานที่หลังอาจจะน้อยหน้าหน่อย เนื่องจากบรรยากาศเป็นร้านเล็กๆเปิดภายใต้หลังคาเดียวกัน ลูกค้าต้องเจาะจงเข้าหาซื้อของจำเพาะจริงๆ ไม่สามารถเดินทอดน่อง ทอดสายตา เอ้อระเหยได้ จึงเสียเปรียบเรื่องปริมาณคนเดินที่โหรงเหรงกว่า เพลินจิตอาเขตเป็นศูนยการค้ายุคแรกๆย่าน (แต่ก่อน)ชานเมือง หลังจากที่ปล่อยให้วังบูรพาล้ำยุคไปก่อน มีแม่เหล็กคือเพลินจิตโบล์ดึงดูดหนุ่มสาวเสื้อฟิตกางเกงบานเดินฉวัดเฉวียน หลังจากนั้นก็ถึงยุคสยามสแควร์ และสยามเซ็นเตอร์ คนรุ่นเดียวกับกูรูต้องเคยนั่งขั้นบันไดหน้าสยามเซ็นเตอร์มองดูผู้คนเดินไปมา เพื่อนคนไหนรีบกลับก่อนก็หาสกัดกั้นไม่ให้ขึ้นรถ บางทีก้าวขาเหยียบขั้นบันไดไปแล้วก็พยายามยื้อยุดฉุดลงมาจนได้ กระทั่งพลบค่ำนั่นแหละครับ ค่อยโหนรถเมล์ต่องแต่งกลับบ้าน ถือเป็นเรื่องเท่ร่วมสมัยทีเดียว
เมื่อผู้คนนิยมเดินเข้าห้างมากขึ้น และบรรดาห้างเองก็พยายามจัดกิจกรรม ลด แลก แจกแถม สร้างสรรค์บรรยากาศให้เจริญหูเจริญตา การแตกขยายของห้างไปตามชุมชนต่างๆก็มีมากขึ้นนำโดยพี่เอื้อยใหญ่ห้างเซ็นทรัล( ที่ประกาศฉลองครบรอบแซยิค 60 ปีเร็วๆนี้) จนธุรกิจห้างสรรพสินค้าต้องจับตลาดแข่งขัน แย่งกันเกิด แย่งกันโต (และถ้าไม่รอดก็หลีกทางซบ) มีอยู่ปีหนึ่ง วันหนึ่ง ซึ่งธุรกิจห้างสรรพสินค้าถือฤกษ์ดีมีชัย เปิดบริการพร้อมกันทีเดียวกันถึง 3 แห่งนั่นก็คือ โรบินสัน สีลม ห้างบิ๊กเบลล์ (ปัจจุบันคืออาคารมหาทุนพลาซ่า เพลินจิต) ส่วนอีกห้างจำไม่ได้ครับ ผลก็คือ จราจรติดขัดไปทั้งเมืองทั้งๆที่เป็นวันเสาร์
เมื่อห้างสรรพสินค้าเดินหน้าทำคะแนนกันยกใหญ่ บรรดาศูนย์การค้าจะน้อยหน้ากว่าได้อย่างไร ติดที่กำลังทรัพยากรไม่เพียงพอจะ Renovate หรือทำกิจกรรมแข่งขัน ปล่อยให้ค่ายเงินหนาๆปฏิบัติการเป็นแนวหน้ากล้าตายไปก่อนดีกว่า และหนึ่งในแนวหน้านั้นก์คือ ผู้ผลิตหินอ่อนรายใหญ่ที่พลิกผันมาสร้าง นครหินอ่อนย่านปทุมวัน มาบุญครองเซ็นเตอร์ อันลือลั่น
สิ่งที่ผู้บริหารการค้าปลีกรุ่นใหม่ตระหนักก็คือ ความอืดอาดขาดพลังของช้อปปิ้งอาเขตแบบเก่าๆ บรรยากาศที่เป็น Exclusive เกินไป จำกัดกลุ่มผู้บริโภคในวงแคบๆ ไม่ค่อยต้อนรับหรือยินดียินร้ายกับผู้บริโภค ลูกค้าแปลกหน้าทำได้เพียงด้อมๆมองๆ Window Shopping เท่านั้น ฉะนั้นกลยุทธ์แม่เหล็กหนึบหนับ ดึงดูดมวลชนจึงเกิดขึ้น
คู่แข่งที่เกิดไล่เรี่ยกับมาบุญครอง ก็คือยักษ์ใหญ่เจ้าเดิมแถวราชประสงค์ อัมรินทร์พลาซ่า ( และอีกรายหนึ่งซึ่งอยู่นอกเมืองออกไปโขใน พ.ศ. ขณะนั้นคือ เซ็นทรัล พลาซ่า ลาดพร้าว ) จึงเป็นศึกหนักของทั้ง 2 ฝ่ายในการแย่งชิงร้านค้าย่อยให้มาเปิดพื้นที่บริการในศูนย์ บรรดาร้านค้าชื่อดังก็พากันรีๆรอๆว่าห้างไหนมีข้อเสนอที่ดีกว่าหรือมีแม่เหล็กตัวไหนดึงดูดให้ประชาชนเดินเข้ามามากกว่ากัน ศึกชิงแม่เหล็กจึงเกิดขึ้นด้วยกำลังเงินพอฟัด พอเหวี่ยง ทั้ง 2 ค่าย ยักษ์ใหญ่ราชประสงค์ได้เปรียบในการเปิดตัวก่อน จึงสามารถสร้างข่าวและรุดหน้าสรรหาแม่เหล็กรูปแบบต่างๆ ชิงประกาศออกมาเป็นระยะๆ ฟากยักษ์ใหญ่ปทุมวันไม่ยอมแพ้ ประกาศแม่เหล็กตัวเขื่องๆออกมาได้แก่
1. ศูนย์อาหารที่ใหญ่ที่สุด
โดยหยิบยืมแนวความคิดของ Food Court จากประเทศใกล้เคียง ซึ่งเป็นเรื่องใหม่ไม่มีใครดำเนินมาก่อน ขณะนั้นมีบริการที่คล้ายคลึงกันแต่จำกัดในวงแคบกว่าก็คือ Food Court โรงแรม แอมบาสซาเดอร์ ศูนย์อาหารจะเป็นแม่เหล็กตัวมหึมาสร้างรายได้ที่มั่นคง สม่ำเสมอและเรียกซ้ำลูกค้าเก่า เชื้อเชิญลูกค้าใหม่ได้ตลอดเวลา ( คนเราก็ต้องกินอาหารวันละ 3 มื้อโดยปกติ และมื้ออปกติอีกนับไม่ถ้วน )
2. ห้างสรรพสินค้าชื่อดังจากเมืองนอก
สมัยนั้นผู้บริโภคชื่นชมห้างสรรพสินค้าจากญี่ปุ่นด้วยมีตัวอย่างอันดีจากห้างญี่ปุ่นเก่าแก่ เมื่อยักษ์ใหญ่อัมรินทร์ประกาศเอาห้างโซโก้เข้ามาได้ ยักษ์ใหญ่ปทุมวันเสียหน้าเล็กน้อยเพราะหมายมั่นปั้นมือไว้เหมือนกัน ภายหลังเจรจาตกลงพักใหญ่ก็เอาห้างโตคิวมาช่วยกู้หน้าไว้ แม้จะไม่อินเตอร์เท่า (ในวงการผิดคาด เพราะคิดว่าน่าจะได้ห้างเกรดหรูเลิศอย่าง มิตซูโคชิหรือ ทากาชิมายามาประดับยอดมงกุฎของนคร )
3. สะพานเลื่อนข้ามฟากแห่งแรก
จากบทเรียนบันไดเลื่อนของไทยไดมารู เป็นกิมมิคที่ทางศูนย์คาดว่าใครๆจะต้องเห่อมาใช้บริการ ( ผลปรากฏว่า แป๊กครับ คนไม่ค่อยเห่อเท่าที่ควร เพราะก่อนหน้านั้นก็มีสิ่งแรกอื่นๆที่ชวนตื่นเต้นมาแล้ว เช่น ลิฟท์แก้วตัวแรก สวนสัตว์ลอยฟ้า เป็นต้น ส่วนสะพานเลื่อนนะเหรอที่ดอนเมืองก็มีแล้ว )
4. International Chain Restaurants
เพื่อดึงดูดให้ลูกค้าเข้ามาชิมร้านดังๆระดับนานาชาติที่มาเปิดบริการสาขาแรกในเมืองไทย ใครจะรู้บ้างมั้ยว่า McDonald สาขาแรกก็เกือบจะลงเอยที่มาบุญครองแล้ว หากไม่ติดเงื่อนไขที่ว่า อัมรินทร์พลาซ่าเร่งกำหนดเสร็จก่อน อย่างไรก็ตามเมื่อมาบุญครองสร้างเสร็จ ยักษ์ใหญ่แฮมเบอร์เกอร์รายนี้ก็ไม่รอช้าเช่นกัน
มาบุญครองเซ็นเตอร์ เปิดให้บริการปี 2528 ด้วยบรรยากาศโอ่อ่าเลิศหรู สมเป็นนครหินอ่อน และเตรียมขยับขยายในส่วนของโรงแรมระดับเดอลุกซ์ 5 ดาวต่อไป หากกิจการดำเนินได้ระยะหนึ่งก็เกิดอุปสรรคด้านการเงินจึงถูกขาย เปลี่ยนมือผู้ถือหุ้นใหญ่มาเป็นเครือบริษัทดุสิตธานี ซึ่งประสพความสำเร็จจากการบริหารศูนย์การค้าหรูเพนนินซูล่า ราชดำริ ( เลื่องชื่อเรื่องก๋วยเตี๋ยวเรือชามละ 35 บาท ขณะที่อนุสาวรีย์ชัยฯเจ้าเก่ายังชามละ 10-12 บาท ) เปลี่ยนนโยบายเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินต่างๆ และเปลี่ยนชื่อเป็น MBK เซ็นเตอร์ ปรับสู่ตลาดล่างมากขึ้น ลดตำแหน่งลงมาให้เป็นมวลชนกว่าเดิม ซอยพื้นที่ให้เล็กลง เพิ่มจำนวนร้านค้าย่อยมากขึ้น ลดสัดส่วนของการประดับหินอ่อนที่ไม่จำเป็นลง เพิ่มกิจกรรมโปรโมชั่น ส่วนห้างโตคิวก็คงเพียงแต่ชื่อห้างเท่านั่นที่เป็นญี่ปุ่น แต่รูปแบบ สินค้า การจัดบรรยากาศกลายเป็นไทยล้วน ส่วนพื้นที่ของโรงแรมก็ได้ Princess ในเครือดุสิตธานีมาลงให้ (โรงแรมเดียวกับที่ยอมปรับโฉมห้องพักใหม่ให้กับนักร้องชื่อก้องจากเกาหลีที่มาโปรยปรายสายฝนเย็นฉ่ำเมื่อเร็วๆนี้เองครับ)
ถึงทุกวันนี้ มาบุญครองเซ็นเตอร์ได้เป็นแลนด์มาร์คของ Shopping Center ไทยไปแล้ว ชาวต่างชาติทุกคนจะต้องหาโอกาสแวะเดินเพื่อหาซื้อของทุกประเภท ราคาถูก ต่อรองได้ในบรรยากาศติดแอร์เย็นฉ่ำ เวลาเพื่อนต่างชาติมาเมืองไทยจะขอไปช้อปปิ้ง 2 ที่เท่านั้น คือ ตลาดจตุจักร (เพื่อซื้องานฝีมือ) และ MBK (เพื่อซื้อสินค้าแบรนด์เนมภาคก๊อปปี้)
ส่วนอัมรินทร์พลาซ่าเองก็ถูกปรับเปลี่ยนรูปแบบหลายวาระ หลังจากห้างโซโก้ถอนตัวออกไป เอา Factory Outletเข้ามา ซึ่งก็ไม่ช่วยให้ธุรกิจกระเตื้องขึ้น จนในที่สุดถูกซื้อกิจการจากศูนย์การค้า Hi End ใกล้เคียง ห้างสรรพสินค้าที่เคยเร่งกันเปิดเป็นดอกเห็ดก่อนหน้านั้นก็ค่อยๆหุบตัวลงหรือแปรสภาพเป็นอย่างอื่นไปเพื่อความอยู่รอด
ตำนานของนครหินอ่อนจึงเลือนหายไปกับวันเวลาด้วยประการละฉะนี้ครับ
ย้อนยุทธ์ ตอนที่ 5 ขึ้นต้นเป็นนครหินอ่อน
-
- Verified User
- โพสต์: 987
- ผู้ติดตาม: 0
ย้อนยุทธ์ ตอนที่ 5 ขึ้นต้นเป็นนครหินอ่อน
โพสต์ที่ 1
-
- Verified User
- โพสต์: 4596
- ผู้ติดตาม: 0
ย้อนยุทธ์ ตอนที่ 5 ขึ้นต้นเป็นนครหินอ่อน
โพสต์ที่ 2
เคยได้ยินมาว่า ก่อนที่จะมาเป็นห้าง mbk นี้เดิม
เขาตั้งใจให้เป็นห้างนี้เป็น office ให้เช่าสุดหรู ใช่ไหมครับ อาจารย์
ถึงขนาดปูหินอ่อน เตรียมแล้วด้วย แต่จำเหตุการณ์ไม่ได้ว่า
เพราะวิกฤติเศรษฐกิจ ช่วงนู้นหรือไม่ ที่ทำให้ห้างนี้ ต้องกลายสภาพจาก office ให้เช่า มาเป็นห้างจนถึงทุกวันนี้
เพราะยุดก่อนหน้าที่จะสร้างอาคารนี้ office ให้เช่าขาดแคลนก็จริง แต่พอสร้างเสร็จ กลับเกิดวิกฤติก่อน ผู้บริหารจึงต้องปรับแผน แต่มีการเปลี่ยนมือเจ้าของหรือไม่นั้น จำไม่ได้ครับ
คุ้นๆว่ามีเรื่องแบบนี้ด้วยนะครับ
เขาตั้งใจให้เป็นห้างนี้เป็น office ให้เช่าสุดหรู ใช่ไหมครับ อาจารย์
ถึงขนาดปูหินอ่อน เตรียมแล้วด้วย แต่จำเหตุการณ์ไม่ได้ว่า
เพราะวิกฤติเศรษฐกิจ ช่วงนู้นหรือไม่ ที่ทำให้ห้างนี้ ต้องกลายสภาพจาก office ให้เช่า มาเป็นห้างจนถึงทุกวันนี้
เพราะยุดก่อนหน้าที่จะสร้างอาคารนี้ office ให้เช่าขาดแคลนก็จริง แต่พอสร้างเสร็จ กลับเกิดวิกฤติก่อน ผู้บริหารจึงต้องปรับแผน แต่มีการเปลี่ยนมือเจ้าของหรือไม่นั้น จำไม่ได้ครับ
คุ้นๆว่ามีเรื่องแบบนี้ด้วยนะครับ
สีลํ พลํ อปฺปฏิมํ สีลํ อาวุธมุตฺตมํ
สีลํ อาภรณํ เสฏฺฐํ สีลํ กวจมพฺภุตํ
ศีลเป็นกำลังไม่มีที่เปรียบ ศีลเป็นอาวุธสูงสุด
ศีลเป็นเครื่องประดับอย่างประเสริฐสุด ศีลเป็นเกราะอย่างอัศจรรย์
สีลํ อาภรณํ เสฏฺฐํ สีลํ กวจมพฺภุตํ
ศีลเป็นกำลังไม่มีที่เปรียบ ศีลเป็นอาวุธสูงสุด
ศีลเป็นเครื่องประดับอย่างประเสริฐสุด ศีลเป็นเกราะอย่างอัศจรรย์
-
- Verified User
- โพสต์: 987
- ผู้ติดตาม: 0
ย้อนยุทธ์ ตอนที่ 5 ขึ้นต้นเป็นนครหินอ่อน
โพสต์ที่ 3
ไม่แน่ใจครับCopyWriter เขียน:เคยได้ยินมาว่า ก่อนที่จะมาเป็นห้าง mbk นี้เดิม
เขาตั้งใจให้เป็นห้างนี้เป็น office ให้เช่าสุดหรู ใช่ไหมครับ อาจารย์
ถึงขนาดปูหินอ่อน เตรียมแล้วด้วย แต่จำเหตุการณ์ไม่ได้ว่า
เพราะวิกฤติเศรษฐกิจ ช่วงนู้นหรือไม่ ที่ทำให้ห้างนี้ ต้องกลายสภาพจาก office ให้เช่า มาเป็นห้างจนถึงทุกวันนี้
เพราะยุดก่อนหน้าที่จะสร้างอาคารนี้ office ให้เช่าขาดแคลนก็จริง แต่พอสร้างเสร็จ กลับเกิดวิกฤติก่อน ผู้บริหารจึงต้องปรับแผน แต่มีการเปลี่ยนมือเจ้าของหรือไม่นั้น จำไม่ได้ครับ
คุ้นๆว่ามีเรื่องแบบนี้ด้วยนะครับ
แต่เรื่องปูหินอ่อนเป็นคอนเซปท์สำหรับห้างนี้แต่แรก
เนื่องจากตระกูลของเจ้าของเดิมมีธุรกิจหินอ่อนด้วย
และเห็นเป็นจุดขายที่เสริมความสง่างามแก่ห้าง
การแปลงโฉมจากนางฟ้า Hi So มาเป็นเทพธิดาเดินดิน
น่าจะมาจากการเปลี่ยนแปลงทีมงานและผู้ถือหุ้นชุดใหม่
ที่ต้องการ Generate รายได้มากขึ้น เพื่อลดหนี้สินคงค้างไว้
กระบวนการเปลี่ยนโฉม น่าจะเกิดขึ้นก่อนวิกฤตปี 40 ครับ
(ใครทราบปีแน่นอน รบกวนเข้ามาให้ข้อมูลก็ดีครับ)
ส่วนโรงแรมที่เห็นอยู่ทุกวันนี้
ก็เป็นในเครือของผู้ถือหุ้นรายใหม่
ตะแรกเจ้าของเดิมพยายามมองหา Chainจากเมืองนอก (ญี่ปุ่น) เหมือนกัน
แม้ตระกูลตัวเองก็มีธุรกิจโรงแรมเก่าแก่อยู่ริมถนนสุรวงศ์
คือโรงแรมที่ชื่อคล้ายๆมหรสพการรำของภาคใต้
แต่ Image คงขยายขึ้นมาไม่ถึง