หน้า 1 จากทั้งหมด 1

ตกลงเค้าจะ FTA ปิโตรเคมีด้วยเหรอครับ ใครอยู่ในวงการช่วยบอกที

โพสต์แล้ว: พุธ ม.ค. 14, 2004 2:20 pm
โดย คัดท้าย
เรื่องจริงเป็นยังไง เปิดแล้วเราจะแข่งกับต่างชาติได้หรือไม่? แล้วเค้าจะเปิดเมื่อไหร่

ใครอยู่ในวงการช่วยบอกทีครับ



http://www.bangkokbiznews.com/2004/01/1 ... 53258.html

อุตฯปิโตรเคมีขอเวลาปรับตัว ก่อนรัฐเปิดเอฟทีเอต่างชาติ

อุตสาหกรรมปิโตรเคมี โอดรัฐให้เวลาเอกชนปรับตัวสร้างศักยภาพแข่งขันก่อนเปิดเอฟทีเอกับประเทศพัฒนาแล้ว แนะเจาะตลาดที่ต้องการสินค้าคุณภาพมากกว่าราคา ชี้อนาคตจีนจะเป็นตลาดใหญ่ของสินค้าไทย



นายสมพงษ์ ตันเจริญผล ประธานกิตติมศักดิ์ กลุ่มอุตสาหกรรมพลาสติก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.) และภาคเอกชนจากอุตสาหกรรมปิโตรเคมี เคมีภัณฑ์ และพลาสติก ประชุมร่วมกับหอการค้าไทยและกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศเพื่อแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับการจัดทำข้อตกลงเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) กับประเทศต่างๆ วานนี้ (13 ม.ค.) โดยกล่าวว่า การเจรจาจัดตั้งเอฟทีเอกับประเทศต่างๆ ที่รัฐบาลกำลังดำเนินการอยู่ขณะนี้ ภาคเอกชนมองว่าจะเป็นผลได้มากกว่าผลเสียต่อภาคอุตสาหกรรม

โดยเฉพาะผลสำเร็จจากการเจรจากับประเทศที่พัฒนาแล้ว ซึ่งจะเกิดผลดีมากกว่า เพราะประเทศเหล่านี้จะเป็นตลาดส่งออกสินค้าที่สำคัญของไทย แต่ประเทศเหล่านี้ไม่ได้ให้ความสนใจตลาดไทยมากนัก เนื่องจากมูลค่าตลาดยังไม่จูงใจเท่าที่ควร

?จากการประเมินของ สอท. ที่รวบรวมข้อมูลจากภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ทั้งที่เน้นการส่งออกเป็นหลักและที่จำหน่ายตลาดในประเทศเป็นหลัก เมื่อเร็วๆ นี้ เพื่อหาข้อสรุปว่าภาคอุตสาหกรรมมีจุดแข็งและจุดอ่อนตรงไหน อย่างไรก็ตาม สถานการณ์อาจเปลี่ยนไป ซึ่งต้องจับตามองและประเมินสถานการณ์เป็นระยะๆ เช่น ตลาดจีน ปัจจุบันอาจมองว่า น่ากลัวสำหรับผู้ประกอบการบางราย เพราะสินค้าจีน มีต้นทุนต่ำ ที่เข้ามาโจมตีตลาดในประเทศ แต่ในระยะยาวต้องมองด้วยว่าจีนอาจเป็นตลาดใหญ่สำหรับสินค้าไทยก็เป็นได้ ? นายสมพงษ์กล่าว

นอกจากนี้ภาคเอกชน ยังเห็นว่า รัฐบาลควรเน้นจัดทำเอฟทีเอใน 4 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ประกอบด้วย ยานยนต์ อาหาร แฟชั่น และไอซีที

ด้านแหล่งข่าวจากวงการอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ชี้ว่า เป็นสิ่งจำเป็นที่รัฐบาลควรจะให้เวลาภาคเอกชนได้ปรับตัวก่อนที่จะเร่งเปิดเอฟทีเอกับประเทศต่างๆ ขณะเดียวกันกรอบเรื่องเวลาก็ไม่ควรช้าเกินไปในบางตลาด โดยเฉพาะตลาดประเทศพัฒนาแล้ว เพื่อเร่งพัฒนาศักยภาพการแข่งขันเพิ่มมากขึ้น และให้ผู้ส่งออกไทยสามารถเข้าไปขายในตลาดที่ต้องการสินค้าคุณภาพมากกว่าสินค้าราคาถูกอย่างเดียว เช่นเดียวกับอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ ซึ่งเป็นส่วนสนับสนุนอุตสาหกรรมปลายทาง ก็ควรได้รับการสนับสนุนให้อยู่ได้

สำหรับภาคเอกชนจากอุตสาหกรรมพลาสติก แสดงความเห็นว่า ปัจจุบันการผลิตเพื่อส่งออก จะมุ่งไปที่ตลาดประเทศพัฒนาแล้ว อาทิ สหรัฐ ออสเตรเลีย และญี่ปุ่น ซึ่งไม่มีปัญหาในการส่งออกมากนัก แต่ผู้ประกอบการยังกังวลในเรื่องของมาตรการกีดกันที่ไม่ใช่ภาษี

"การแข่งขันกับสินค้าจากประเทศอื่นในตลาดนี้ ยังไม่พบปัญหา โดยเฉพาะสินค้าจากจีน เพราะคุณภาพสินค้าต่างกัน สินค้าจากจีนจะเป็นสินค้าทั่วไปที่ไทยก็ผลิตได้ แต่พบว่าต้นทุนต่ำกว่าเท่านั้น" แหล่งข่าวระบุ