P/Eไทยต่ำกว่ามาเลย์-สิงคเปร์
โพสต์แล้ว: อาทิตย์ ก.พ. 04, 2007 3:09 pm
http://www.bangkokbiznews.com/2007/02/0 ... ewsid=2565
ตลท.เผยงานวิจัยพบค่า P/Eไทยต่ำกว่ามาเลย์-สิงคเปร์
4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2550 12:16:00
ตลาดหลักทรัพย์ฯเผยผลการศึกษาราคากำไรต่อหุ้น หรือค่า P/E ตลาดหุ้นไทยต่ำกว่าประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์ เหตุแตกต่างระดับโครงสร้างเศรษฐกิจและตลาดทุน
กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ช่วยผู้จัดการ ตลท. เปิดเผยผลการศึกษาเรื่อง P/E ratio ไทย ทำไมต่ำ ใน SET Note ฉบับที่ 2/2550 ว่าค่า P/E ratio ของไทยต่ำกว่าตลาดหุ้นในภูมิภาค เช่น มาเลเซียและสิงคโปร์ และล่าสุดค่า P/E ratio ของไทย ณ วันที่ 30 มกราคม 2550 อยู่ที่ 9.08 เท่า
ขณะที่ของประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์อยู่ที่ 18.34 เท่า และ 15.03 เท่า ตามลำดับ โดยไม่ได้ต่ำกว่าแค่ในภาพรวม แต่ P/E ratio ของไทยยังต่ำกว่ามาเลเซียและสิงคโปร์ในเกือบทุกกลุ่มอุตสาหกรรม
อย่างไรก็ตาม ค่า P/E ratio ของไทยที่มีระดับต่ำกว่าไม่ใช่เพราะบริษัทจดทะเบียน (บจ.) มีผลประกอบการด้อยกว่าบริษัทที่จดทะเบียนในประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์ เมื่อพิจารณาภาพรวมของผลประกอบการ บจ. และ การเคลื่อนไหวทางราคาแล้ว พบว่า บจ.ไทยมีผลประกอบการเติบโตเช่นเดียวกับบริษัทในตลาดหุ้นมาเลเซียและสิงคโปร์
แต่ดัชนีราคาของไทยกลับไม่ปรับตัวไปในทิศทางเดียวกันกับแนวโน้มของผลประกอบการ ซึ่งส่งผลให้ค่า P/E ratio ของไทยต่ำกว่าด้วย
หากดูข้อมูลแล้วจะพบว่า P/E ratio ของไทยที่ต่ำกว่ามาเลเซียและสิงคโปร์ ไม่ได้เป็นเพราะโครงสร้าง บจ. ตามกลุ่มอุตสาหกรรม เนื่องจาก P/E ratio ของไทยต่ำกว่าในเกือบจะทุกกลุ่มอุตสาหกรรม และไม่ใช่เพราะ บจ. มีผลประกอบการไม่ดี แต่เป็นเพราะความแตกต่างในปัจจัยระดับโครงสร้างเศรษฐกิจและตลาดทุน นายเศรษฐพุฒิ กล่าว
ทั้งนี้ ในการศึกษาด้วยวิธีการทางเศรษฐมิติโดยการควบคุมตัวแปรระดับบริษัทที่มีผลต่อ P/E ratio เช่น มูลค่าหลักทรัพย์ อัตราการจ่ายเงินปันผล quality of earnings และ turnover ratio พบว่าแม้ปัจจัยพื้นฐานและลักษณะของ บจ. เหมือนกันแล้ว บริษัทที่จดทะเบียนอยู่ใน ตลท. จะมี P/E ratio ต่ำกว่าถ้าจดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ประมาณ 2.5 เท่า และต่ำกว่าประมาณ 3.5 เท่า หากจดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์มาเลเซีย
ซึ่งชี้ให้เห็นว่ามี Thailand discount ในอัตราส่วนราคาต่อส่วนกำไรสุทธิ หรือ P/E ratio และรายงานการศึกษายังพบอย่างน้อย 3 ปัจจัยระดับโครงสร้างเศรษฐกิจและตลาดทุนที่ส่งผลให้เกิด Thailand discount ได้แก่ อัตราดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาล การบริหารจัดการเกี่ยวกับสิทธิผู้ถือหุ้น และความผันผวนของตลาด
ส่วนหนึ่งสอดคล้องกับการศึกษาในต่างประเทศที่พบว่ากองทุนที่ลงทุนในตลาดเกิดใหม่จะให้ความสำคัญทางด้านสิทธิผู้ถือหุ้น กรอบระเบียบกฎหมาย และมาตรฐานทางบัญชีอย่างมาก ขณะที่ผลประเมินทางด้าน corporate governance (CG-ROSC) ของประเทศไทยยังค่อนข้างต่ำในด้านของสิทธิของผู้ถือหุ้น การปฏิบัติที่เท่าเทียมกันต่อผู้ถือหุ้น และความรับผิดชอบของคณะกรรมการ
นายเศรษฐพุฒิ กล่าวอีกว่า เพื่อให้การประเมินมูลค่าหลักทรัพย์ของบริษัทมีความสมบูรณ์และสะท้อนมูลค่าที่ควรจะเป็นมากขึ้น จึงควรมีความชัดเจนของนโยบายทางการในระยะยาว รวมถึงมีมาตรการในการปรับปรุงโครงสร้าง ตลท.
เช่น เพิ่มฐานผู้ลงทุนและสัดส่วนผู้ลงทุนสถาบัน เป็นต้น เพื่อลดความผันผวน ลดความเสี่ยงเชิงการเมืองและนโยบาย เสริมสร้างธรรมาภิบาลทางด้านสิทธิผู้ถือหุ้น
รวมไปถึงมาตรฐานด้านอื่น ๆ เช่น กรอบระเบียบกฎหมายและการบัญชีมากขึ้น ทั้งนี้ นอกจากเพื่อลด Thailand P/E ratio discount แล้วยังจะเป็นการเพิ่มมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดและช่วยพัฒนาตลาดทุนของไทยในระยะยาวด้วย