หน้า 1 จากทั้งหมด 1

+เลือกหุ้น"ห่านทองคำ" สไตล์ อ.เทพ รุ่งธนาภิรมย์

โพสต์แล้ว: พุธ พ.ย. 29, 2006 11:15 am
โดย beammy
เลือก 'หุ้นห่านทองคำ' ตำรับเซียน..เทพ รุ่งธนาภิรมย์

(นาฏยา ปานเฟือง)

หุ้นห่านทองคำ หรือ หุ้นปันผล กลายเป็นทางเลือกที่ 3 เพิ่มเติม จากทางเลือกลงทุนแบบ เทรดหุ้น และ หุ้นมูลค่า

เป้าหมายหลักของการลงทุนหุ้นประเภทนี้ก็เพื่อที่จะมีอิสระทางการเงิน มีรายได้ที่มาจาก ไข่ทองคำ อย่างเพียงพอ


นี่คือ เหตุผลที่ เทพ รุ่งธนาภิรมย์ เจ้าของหนังสือกลยุทธ์หุ้นห่านทองคำ ที่โด่งดังเมื่อ 3 ปีก่อน และเจ้าของผลงานเล่มล่าสุด วิถีแห่งเซียน หุ้นห่านทองคำ จึงรักเดียวใจเดียวกับการเลือกห่าน (หุ้น) ที่ไข่ออกมาเป็น ทองคำ ...

"เทพ รุ่งธนาภิรมย์" ไม่ใช่เป็นนักลงทุนหน้าใหม่ในตลาดหุ้น แต่เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนหุ้นปันผลที่ประสบความสำเร็จมายาวนานเกือบ 30 ปี

จุดเริ่มต้นก่อนที่จะมาเป็นนักลงทุนในหุ้นปันผลที่ประสบความสำเร็จในวันนี้ เทพ บอกว่า เกิดจากการได้อ่านหนังสือเล็กๆ เล่มหนึ่งชื่อว่า บุรุษผู้มั่งคั่งในบาบิโลน (The Richest Man in Babylon) หรือในชื่อไทยว่า เศรษฐีชี้ทางรวย เขียนโดย George S.Clason

ทำให้เขารู้จักการเก็บเงินและรู้จักการลงทุน

ห่านทองคำในความหมายของ "เทพ" จริงๆ แล้ว ไม่ใช่เป็นหุ้นอย่างเดียว แต่หมายรวมถึงทรัพย์สินที่สามารถทำให้เกิดรายได้ที่สม่ำเสมอขึ้นมาได้ อย่างเช่น การฝากเงินกินดอกเบี้ย การลงทุนสร้างคอนโดมิเนียมเก็บค่าเช่า เป็นต้น เพียงแต่สถานการณ์ปัจจุบันทำให้การลงทุนในทรัพย์สินประเภทอื่นไม่ให้ผลตอบแทนเท่าที่ควร

ทุกคนสามารถมีห่านทองคำได้ทั้งนั้น แต่ปัจจุบันการฝากแบงก์เพื่อเก็บกินดอกเบี้ย ทำให้ได้ห่านทองคำลำบากเพราะอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำ หรือมีบ้านให้เช่า ได้ค่าเช่ามาก็ต้องจ่ายค่าซ่อมแซมเป็นเงินก้อนใหญ่ ไม่เหมือนลงทุนในหุ้นปันผล มีเงินเท่าไรก็ซื้อได้ หุ้นบางตัวซื้อได้1-2 หมื่นเท่านั้น

แล้วทำไมต้องเลือกหุ้นห่านทองคำ...??

เทพบอกว่า เขาเลือกกลยุทธ์ลงทุนในหุ้นห่านทองคำเป็นทางเลือกที่ 3 ซึ่งมีลักษณะใกล้เคียงกับการลงทุนแบบหุ้นมูลค่าหรือหุ้นที่มีราคาต่ำกว่ามูลค่า แต่ต่างกันตรงที่หุ้นห่านทองคำจะให้ความสำคัญกับหุ้นปันผลมาก

ทำไมต้องหุ้นห่านทองคำ ก็เพราะผมต้องการเป็นไททางการเงินอย่างยั่งยืน ไม่ทำงานใดๆก็อยู่ได้ด้วยรายได้เงินปันผล

ถามต่อว่า..แล้วกลยุทธ์ในการเลือกหุ้นห่านทองคำอยู่ตรงไหน...???

เทพ กล่าวว่า หุ้นห่านทองคำหัวใจของหุ้นห่านทองคำหรือหุ้นที่จ่ายปันผลได้ ต้องมีลักษณะเด่น 9 อย่าง..

หนึ่ง.. ต้องเป็นหุ้นที่บริษัททำ "กำไร" ได้ เพราะถ้ามีผลขาดทุนก็จ่ายปันผลไม่ได้

สอง..กำไรที่ทำได้ต้องมี "คุณภาพ"

ไม่ใช่มีกำไรเฉพาะในงบขาดทุนอย่างเดียว แต่ต้องมีกำไรเป็นเงินสดส่วนใหญ่ โดยกระแสเงินต้องเป็นบวก เคยมีหุ้นบางตัวประกาศผลกำไรก้าวกระโดด แต่พอดูเงินสดกลับติดลบ เช่น ขายการ์ดอินเทอร์เน็ต แต่ไม่ขายจริง ก็ฝากตัวเลขลงบัญชีลูกหนี้ และยอดขาย ส่วนของลูกหนี้จึงโตขึ้น ทำให้ส่วนค่าใช้จ่ายไม่เกิด รายได้จึงเกิดขึ้นสูงลิ่ว ราคาหุ้นขึ้นร้อยเปอร์เซ็นต์ ด้านเจ้าของบริษัทขายหุ้นออกหมด จนเป็นเรื่องเป็นราวขณะนี้ เป็นต้น

วิธีดูว่าหุ้นนั้นๆ กำไรมีคุณภาพหรือไม่ ต้องดูที่งบกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน ถ้าเป็นยอดบวกและใกล้เคียงกับกำไรสุทธิ ถือว่า "เจ๋ง"

สาม.. ต้องมีกำไร "สะสม" เพราะถ้าบริษัทขาดทุนสะสมอยู่ บริษัทจะไม่สามารถจ่ายปันผลได้

สี่..ต้องมีเงินสดในมือ เพราะบริษัทที่จะจ่ายเงินปันผลได้มักจะมีเงินสดในมือสูง ซึ่งบางแห่งมีเงินสดมากจนต้องนำบางส่วนไปลงทุนแบบสั้นๆ เพื่อให้ได้ดอกผลที่สูงกว่าฝากแบงก์

ผมเคยซื้อหุ้นธุรกิจโฆษณาตัวหนึ่ง ราคา 62 บาท เพราะเห็นว่าบริษัทมีเงินสดต่อหุ้นสุทธิสูงถึงหุ้นละ 34 บาท ซึ่งไม่น่ามีปัญหาจ่ายเงินปันผล พอบริษัทมีกำไรต่อหุ้น 9 บาท ก็จ่ายเงินปันผล 6 บาท เท่ากับผมได้ Yield เกือบ 10% ในขณะที่ราคาคาขยับขึ้นสูงกว่า 120 บาท เป็นของแถมอีกด้วย

ห้า..มีภาระหนี้สินน้อย แม้บริษัทจะมีกำไร มีสภาพคล่อง มีเงินสด กำไรสะสมเป็นบวก แต่ถ้ามีหนี้มาก ผู้บริหารบริษัทก็มักจะนำกำไรไปชำระหนี้ก่อน ฉะนั้นหุ้นที่มี D/E ต่ำๆ มักจะมีโอกาสจ่ายปันผลสูงกว่า หุ้นที่มี D/E สูงๆ

หก..การขยายงาน เป็นทั้งเรื่องดีและไม่ดี ขึ้นอยู่กับผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้

ถ้าผลตอบแทนที่ได้สูงและทำได้จริง การขยายงานก็เป็นประโยชน์ เพราะช่วยสร้างมูลค่าหุ้นให้แก่ผู้ถือหุ้น และยังมีโอกาสจ่ายปันผลสูงในอนาคต

เจ็ด..มีนโยบายปันผล โดยให้ดูสถิติการจ่ายเงินปันผลย้อนหลังไปหลายๆ ปี จะช่วยทำให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น ซึ่งดูได้จากรายงานประจำปีหรือเช็คจากตลาดหลักทรัพย์ และโบรกเกอร์

แปด..จำนวนหุ้นไม่มาก

ผมไม่ชอบบริษัทที่เอะอะอะไรก็เพิ่มทุน เพราะมักจะทำให้มูลค่าต่อหุ้นลดลง เนื่องจากเมื่อมีจำนวนหุ้นมากขึ้น ตัวหารก็เพิ่มขึ้น กำไรสุทธิต่อหุ้นแต่ละหุ้นก็จะลดลง ที่เรียกว่า Dilution Effect นอกจากว่าบริษัทจะเก่งจริง สามารถทำให้กำไรสุทธิสูงกว่าการเพิ่มจำนวนหุ้น

สุดท้าย ข้อที่เก้า..ต้องมีอัตราการเติบโต ถ้าบริษัทมีการขยายงาน อัตราการเติบโตของยอดขายสูงกว่าอัตราการเติบโตของต้นทุนและค่าใช้จ่าย ถือว่าเจ๋งเลย

อัตราการเติบโตของกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นสูงกว่าการเติบโตของยอดขาย ถือว่าเป็นหุ้นห่านทองคำ ลงทุนแล้วนอนหลับฝันดีได้เลย

เมื่อได้กลยุทธ์เลือกหุ้นแล้ว วิธีการที่ดี ถึงจะนำพาเราไปสู่ความสำเร็จได้..

เทพบอกว่า เขาได้พยายามคิดค้นวิธีการหรือตัวช่วยให้สะดวกและรวดเร็ว ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อหุ้น ในที่สุดก็ได้ คำถามยุทธศาสตร์ 4 ข้อ เพื่อทำให้สามารถ โฟกัส ธุรกิจได้มากขึ้น

ข้อแรก..ลักษณะธุรกิจ คืออะไร

ข้อสอง..คุณสมบัติของผู้บริหาร เป็นอย่างไร

ข้อสาม..ผลงานที่ผ่านมาดีหรือไม่

และสี่..แนวโน้มอนาคตเป็นอย่างไร

คำถามยุทธศาสตร์ 4 ข้อ คือ ต้องมีความรู้ อย่างผมเมื่อ 4-5 ปีที่แล้ว ใช้วิธีหาข้อมูลโดยนำรายงานประจำของบริษัทมาดู พออ่านไป มันเยอะมาก ก็มานั่งคิดว่าทำอย่างไรไม่ต้องดูทั้งหมด จึงคิดว่า ควรหาคำถามที่จะช่วยให้รู้ข้อมูลธุรกิจ

ผมคิดว่า ธุรกิจก็เปรียบเหมือนกองทัพ ผู้บริหารเหมือนแม่ทัพที่ดี ตัวเลขการเงินหรือผลงานอดีต คือสิ่งที่จะบอกว่าดีจริง ไม่จริง จึงคิดสูตรนี้ขึ้นแล้วสร้างตาราง เมื่อมีข้อมูลก็ใส่ลงไป เอามาชั่งน้ำหนัก ถ้าพอใจถึงลงทุน แต่สุดท้ายต้องดูเรื่องราคาด้วย ถ้าหุ้นดี ราคาต้องถูกด้วย

เทพบอกว่า การลงทุนจึงต้องรู้เขา รู้เรา รู้จักธุรกิจ รู้จักเจ้าของ ยุทธศาสตร์ 4 อย่างนี้เป็นพื้นฐานที่สำคัญ จะทำให้เราหนักแน่น เป็นการทดสอบพื้นฐานหุ้นว่าพื้นฐานเปลี่ยนหรือไม่

นอกจากนั้น เขาให้คำแนะนำว่า นักลงทุนหุ้นห่านทองคำ ต้องทำตัวให้เหมือนกับ มดงาน

คือ จะต้องร่วมกิจกรรมนักลงทุน โดยมีหน้าที่ไปประชุมผู้ถือหุ้น ไปฟังข้อมูลบริษัท(Opportunity Day ) และเยี่ยมชมกิจการ

ผมเคยไปประชุมผู้ถือหุ้น บริษัทอิสต์วอเตอร์ ผมถามคำถามหลังจากได้วิเคราะห์รายงานประจำปี ทำให้ผู้บริหารตอบคำถาม หรืองานออฟเดย์ ที่ตลาดจัดขึ้น ก็จะมีบริษัทมาเสนอข้อมูล วิสัยทัศน์บริษัท ทำให้เราเห็นภาพของธุรกิจเร็วขึ้น ไม่ใช่ฟังทุกครั้งต้องซื้อหุ้นเสมอไป

ครั้งหนึ่งบริษัทขยายงาน ใช้เงินมาก ผมถามว่า จะใช้เงินจากไหนมาขยายงาน ผู้บริหารบอกเงินกู้ ตรงนี้น่ากลัว หลังจากนั้นเข้าใจว่าหุ้นตัวนั้นมีปัญหา ตรงนี้จะทำให้เราเห็นภาพธุรกิจและผู้บริหารชัดเจน รวมถึงสามารถซักถามได้ด้วย

ในวัย 62 ปีวันนี้ของ เทพ รุ่งธนาภิรมย์ จึงนั่งอยู่อย่างมีความสุข เพียงแค่คอยตกแต่งสวน (ปรับพอร์ต) จากการมีหุ้นห่านทองคำออกไข่ให้เก็บกิน เขาบอกว่า ตอนนี้มีหุ้นทิปโก้ 8 หมื่นหุ้นที่ต้นทุนเหลือ ศูนย์ แม้จะขาดทุนหุ้นที่ลงทุนใหม่บางตัว แต่ยังสบายใจ เพราะมีหุ้นห่านทองคำคอยทำงานให้และสู่เป้าหมายอิสรภาพทางการเงินอย่างแท้จริง..

ที่มา : www.bangkokbizweek.com
_________________________

+เลือกหุ้น"ห่านทองคำ" สไตล์ อ.เทพ รุ่งธนาภิรมย์

โพสต์แล้ว: พุธ พ.ย. 29, 2006 11:56 am
โดย chatchai
อยากเพิ่มอีกซักข้อครับ

ต้องเป็นบริษัทที่ไม่ต้องใช้เงินลงทุนในการปรับปรุงสินทรัพย์ถาวรจำนวนมาก

หลายบริษัทมีกำไรดี  งบดุลแข็งแกร่ง  ไม่มีหนี้  เงินสดรับจากการดำเนินงานเพียบ

แต่ต้องลงทุนปรับเปลี่ยนเครื่องจักรเป็นประจำ  ทำให้บริษัทแทบไม่มีเงินสดเหลือเลย  กำไรที่หามาได้  กลายเป็นเครื่องจักรรุ่นใหม่แต่ตกรุ่นเร็ว

+เลือกหุ้น"ห่านทองคำ" สไตล์ อ.เทพ รุ่งธนาภิรมย์

โพสต์แล้ว: พุธ พ.ย. 29, 2006 2:56 pm
โดย tattoo_thai
แปด..จำนวนหุ้นไม่มาก  ผมไม่ชอบบริษัทที่เอะอะอะไรก็เพิ่มทุน เพราะมักจะทำให้มูลค่าต่อหุ้นลดลง เนื่องจากเมื่อมีจำนวนหุ้นมากขึ้น ตัวหารก็เพิ่มขึ้น กำไรสุทธิต่อหุ้นแต่ละหุ้นก็จะลดลง ที่เรียกว่า Dilution Effect นอกจากว่าบริษัทจะเก่งจริง สามารถทำให้กำไรสุทธิสูงกว่าการเพิ่มจำนวนหุ้น


ไม่ทราบว่าเราจะรู้ได้อย่างไรว่าจำนวนหุ้น ณ. ขณะนั้นเป็นจำนวนที่เหมาะสมดีแล้ว ไม่มากเกินไปครับ

+เลือกหุ้น"ห่านทองคำ" สไตล์ อ.เทพ รุ่งธนาภิรมย์

โพสต์แล้ว: พุธ พ.ย. 29, 2006 3:10 pm
โดย naris
[quote="tattoo_thai"][quote]แปด..จำนวนหุ้นไม่มาก

+เลือกหุ้น"ห่านทองคำ" สไตล์ อ.เทพ รุ่งธนาภิรมย์

โพสต์แล้ว: พุธ พ.ย. 29, 2006 3:23 pm
โดย tattoo_thai
ขอบคุณครับ คุณ naris  8)

+เลือกหุ้น"ห่านทองคำ" สไตล์ อ.เทพ รุ่งธนาภิรมย์

โพสต์แล้ว: พุธ พ.ย. 29, 2006 10:21 pm
โดย t_winyoo
หนังสือคุณเทพที่อ่านมี 2 เล่มครับ

กลยุทธ์หุ้นห่านทองคำ, วิถีแห่งเซียนหุ้นห่านทองคำ

เป็นหนังสือการลงทุนเล่มแรกๆที่อ่านเลย ชอบมากครับ

อ่านง่ายสนุกเข้าใจง่ายดีมากๆ ครับ

+เลือกหุ้น"ห่านทองคำ" สไตล์ อ.เทพ รุ่งธนาภิรมย์

โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. พ.ย. 30, 2006 12:38 am
โดย javoel
เงื่อนไขที่กล่าวมาไม่ใช่เเค่ห่านทองคำ  เเต่เป็น GROWTH STOCK เลยนะครับ

+เลือกหุ้น"ห่านทองคำ" สไตล์ อ.เทพ รุ่งธนาภิรมย์

โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. พ.ย. 30, 2006 12:41 pm
โดย อองตวน
หมายถึง Dividend growth อ่ะครับ เป็น subset ของกลุ่ม Earnings growth อีกที

ท่านว่า
ให้ Cash Compounding Machine ทำงานไปเรื่อยๆตราบใดที่ยังคงนโยบาย จ่ายสูง และ จ่ายเพิ่ม(payout ratio เท่าเดิม) ทุกปี

ควรเชือดห่านไปซะ เมื่อ
payout ratio เพิ่มแต่ ยอดขายหรือกระแสเงินสดไม่เพิ่ม
เปลี่ยน dividend policy (ลด payout ratio)
ไม่จ่ายปันผล

หากจ่ายคงที่ ไม่สามารถเพิ่มได้ ให้ประเมินใหม่

+เลือกหุ้น"ห่านทองคำ" สไตล์ อ.เทพ รุ่งธนาภิรมย์

โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. พ.ย. 30, 2006 12:44 pm
โดย beammy
อองตวน เขียน: ควรเชือดห่านไปซะ เมื่อ
payout ratio เพิ่มแต่ ยอดขายหรือกระแสเงินสดไม่เพิ่ม
เปลี่ยน dividend policy (ลด payout ratio)
ไม่จ่ายปันผล

หากจ่ายคงที่ ไม่สามารถเพิ่มได้ ให้ประเมินใหม่
:rofl:  :rofl:  :rofl:  ...

+เลือกหุ้น"ห่านทองคำ" สไตล์ อ.เทพ รุ่งธนาภิรมย์

โพสต์แล้ว: ศุกร์ ธ.ค. 01, 2006 8:39 am
โดย worapong
ฟังเรื่องหุ้นห่านทองคำทีไรนึกถึงกรมถอนขนห่านทุกทีเลยครับ แต่เค้าโชคดีเพราะพอถอนขนจนหมด ก็จะมีห่านตัวใหม่มาให้ถอนอีก ไม่ต้องขุนเอง
คุณเทพนี่คงชอบวอร์เรนเอามากๆเลยนะครับ เพราะวอร์เรนเองก็ชอบเปรียบเทียบเรื่องราวต่างๆกับนิทาน คุณเทพเองก็ยกเรื่องห่านทองคำมาอธิบายเรื่องยากๆให้เข้าใจง่าย อ่านสนุก ไม่ต้องจบมหาลัยก็อ่านรู้เรื่อง จำได้ว่าเค้ามีห่านตัวหนึ่งชือปตท ด้วย เค้าซื้อแถวๆสามสิบบาทกระมังครับ นั่นไม่ใช่ห่านธรรมดาเลย เป็นเหมือนห่านที่ถูกขุนเป็นพิเศษ อ้วนพี น่าอิจฉามากๆครับ

+เลือกหุ้น"ห่านทองคำ" สไตล์ อ.เทพ รุ่งธนาภิรมย์

โพสต์แล้ว: อังคาร ธ.ค. 12, 2006 3:26 pm
โดย Frankie
เดี๋ยวนี้หุ้นห่านทองคำหายากจัง เจอแต่หุ้นที่ราคาสูง ๆ แล้วทั้งนั้น

+เลือกหุ้น"ห่านทองคำ" สไตล์ อ.เทพ รุ่งธนาภิรมย์

โพสต์แล้ว: อังคาร ธ.ค. 12, 2006 4:23 pm
โดย beammy
Frankie เขียน:เดี๋ยวนี้หุ้นห่านทองคำหายากจัง เจอแต่หุ้นที่ราคาสูง ๆ แล้วทั้งนั้น
ลองเปลี่ยนแนวเป็นหุ้นตะกายฟ้า (Growth Stock) ก่อน
แล้วค่อยมาเลือกหุ้นปันผล (Dividend Stock)

ดีมะครับ ???

แหะๆ ...