หน้า 1 จากทั้งหมด 1
กลับลำ ! เลิกเสรีธุรกิจบริการ
โพสต์แล้ว: จันทร์ ก.ย. 11, 2006 6:54 am
โดย chatchai
พาณิชย์กลับลำ เปลี่ยนใจเลิกเปิดเสรี 20 ธุรกิจบริการให้คนต่างด้าว หลังพบคนไทยไม่พร้อมแข่งขันจริง
สำหรับธุรกิจบริการทั้ง 20 ธุรกิจแบ่งเป็น 2 กลุ่มคือ
กลุ่มที่ 1 ที่ไทยยังไม่พร้อมแข่งขัน 17 ธุรกิจ ได้แก่
1.ธนาคารพาณิชย์ 2.การประกันชีวิตและการประกันวินาศภัย 3.การทำกิจการค้าหลักทรัพย์ 4.การทำกิจการคลังสินค้า 5.การทำกิจการโรงเรียน 6.การจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ 7.การเป็นที่ปรึกษาการลงทุน 8.การจัดการกองทุนรวม 9.การจัดการกองทุนส่วนบุคคล 10.การเป็นผู้จัดการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ 11.การยืมและให้ยืมหลักทรัพย์ 12.การให้สินเชื่อเพื่อธุรกิจหลักทรัพย์ 13.การเป็นที่ปรึกษาทางการเงินในการออกและจำหน่ายหลักทรัพย์ และการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ 14.การเป็นตัวแทนสนับสนุนการจำหน่ายหลักทรัพย์ และการสนับสนุนการขายและรับซื้อคืนหน่วยลงทุนของกองทุนเปิด 15.การเป็นนายทะเบียนหลักทรัพย์ 16.การเป็นผู้ดูแลผลบประโยชน์กองทุนรวม 17.การเป็นตัวแทนผู้ถือหุ้นกู้
กลุ่มที่ 2 ยังไม่ชัดเจนว่าไทยพร้อมหรือไม่ มี 3 ธุรกิจ ได้แก่
การทำธุรกิจให้กู้ยืม การทำกิจการโรงรับจำนำ และการทำกิจการโรงมหรสพ
อ่านแล้วช่างน่าอายจริงๆ ธุรกิจส่วนใหญ่เป็นแหล่งผลประโยชน์ต่อคนไทยเพียงไม่กี่ตระกูล เป็นธุรกิจเกี่ยวกับการเงิน การลงทุน
กิจการของคนไทยในธุรกิจเหล่านี้ได้รับการปกป้องมายาวนานมากแล้ว ยังไม่สามารถพัฒนาให้แข่งขันได้อีกหรือ
ร้านค้าโชห่วยเล็กๆ ยังต้องแข่งขันกับกิจการยักษ์ใหญ่ข้ามชาติระดับโลกเลย
ผู้บริหารที่ใส่เสื้อสูทซะสวยหรู นั่งรถยุโรปคันใหญ่ไปทำงาน มีการศึกษาที่ดีจบจากต่างประเทศ น่าอายจริงๆที่ไม่กล้าสู้

:x :x
กลับลำ ! เลิกเสรีธุรกิจบริการ
โพสต์แล้ว: จันทร์ ก.ย. 11, 2006 9:28 am
โดย beammy
เค้ากลัวเสียผลประโยชน์ อะครับพี่ฉัตรชัย
เงินทองไม่เข้าใครออกใคร ...
กลับลำ ! เลิกเสรีธุรกิจบริการ
โพสต์แล้ว: จันทร์ ก.ย. 11, 2006 10:04 am
โดย ดร.โหน่ง
สังเกตุว่าเวลาใกล้เลือกตั้ง...ชอบมีข่าวดีออกมา
กลับลำ ! เลิกเสรีธุรกิจบริการ
โพสต์แล้ว: จันทร์ ก.ย. 11, 2006 10:27 am
โดย น้ำครึ่งแก้ว
เงิน โชว์ห่วย มันเล็ก ครับ พี่ฉัตรชัย
สู้เงินใหญ่ๆ ของนายแบงค์ ไม่ได้ครับ
อีกอย่างถ้าเปิดเสรีจริง เดี๋ยวรัฐสั่ง ซ้ายหัน ขวาหัน แล้ว แบงค์นอกไม่เล่น
ด้วยนี่ ลำบากแย่ :?
กลับลำ ! เลิกเสรีธุรกิจบริการ
โพสต์แล้ว: จันทร์ ก.ย. 11, 2006 11:27 am
โดย มดง่าม

เห็นด้วยมากๆครับท่านฉัตรชัย
วันก่อนไปแบงค์ ตกใจหมด เปิดประตุต้อนรับ ไหว้ทักทาย นึกว่าร้านอาหาร
ที่ไหนได้ มากระซิบบอกทีหลัง ว่ามีโทรถามเรื่องบริการ ช่วยบอกว่าเยี่ยมยอดด้วย ทั้งที่เมื่อก่อนยังสั่งให้ผมแยกแบงค์ เรียงแบงค์ โทษฐานนำเงินมาเข้าบัญชีไม่เรียบร้อย
สงสัย ไม่เปิดเสรีแล้ว ไม่นานอาจกลับมาสั่งผมเหมือนเดิม เปล่า

กลับลำ ! เลิกเสรีธุรกิจบริการ
โพสต์แล้ว: จันทร์ ก.ย. 11, 2006 11:51 am
โดย miracle
หัวเขียวหรือเปล่าเนี่ยรอบนี้
เพราะออกมาโวยวายกันตั้งแต่ตอนเจรจาแล้ว

กลับลำ ! เลิกเสรีธุรกิจบริการ
โพสต์แล้ว: อาทิตย์ ก.ย. 24, 2006 1:41 pm
โดย ตาหมูอ้วน.
อย่างนี้เรื่องของการเพิ่มทุนของกลุ่มประกันภัยจะมีผลกระทบไหมครับ ว่ายังคงต้องเพิ่มทุนอยู่หรือเปล่าครับ
"เห็นข่าวว่าจะมีการบังคับให้
บริษัทประกันภัย มีทุนจดทะเบียนขั้นต่ำ 300 ล้านบาท ภายในปี 2551
บริษัทประกันชีวิต มีทุนประกันขั้นต่ำ 500 ล้านบาท ภายในปี 2551"
กลับลำ ! เลิกเสรีธุรกิจบริการ
โพสต์แล้ว: อาทิตย์ ก.ย. 24, 2006 3:43 pm
โดย miracle
ตอนนี้เห็นได้ว่า
ทางพี่เบิ้ม หน้าดำคล้ำเครียด
เรื่องเกี่ยวกับเรื่องการบ้านการเมืองของชาวบ้าน
เอ๋ไม่แน่ใจว่าเกี่ยวกับเรื่องนี้
หรือเรื่องอื่นหรือเปล่า

กลับลำ ! เลิกเสรีธุรกิจบริการ
โพสต์แล้ว: จันทร์ ก.ย. 25, 2006 9:28 pm
โดย nowkung
รู้สึกว่าเคยเปิดเสรีค่าธรรมเนียมของบ.หลักทรัพย์อยู่ช่วงหนึ่ง
ผลก็คือเละกันถ้วนหน้าขาดทุนกันเป็นแถว
ถ้าเปิดเสรีให้ต่างชาติที่มี economic of scale ดีกว่า
บ.หลักทรัพย์ไทยจะเหมือนกับโชว์ห่วยและตายไปในที่สุด
มองต่างมุม..
โพสต์แล้ว: อังคาร ก.ย. 26, 2006 12:09 am
โดย path2544
ผมเห็นด้วยกับการเปิดเสรีนะครับ
แต่ เราสู่เค้าไม่ได้จริง ในตอนนี้ (ด้านกำลังเงิน)
คงจำกันได้ เมื่อตอนวิกฤติ เกิดหนี้มีปัญหา เจ้าของแบงค์ ไม่มีเงินมากพอมาเพิ่มทุน
แต่ สำหรับต่างชาติไม่สนครับ มีปัญหาหนี้มีปัญหาสูง มันเพิ่มทุนเฉยๆๆ งั้นเงินเอามาจากบริษัทฯ แม่มา
ดังนั้นหากคนไทยสู่ตอนนี้ ไม่มีทางสู่เลย กำลังเงินมันต่างกัน คนไทยระดมเงินจากในประเทศ แต่ต่างประเทศมันระดมจาก หลายประเทศ
ตอนนี้เราสู่เค้ายากจริงๆๆ คงต้องให้เวลาอีกซักระยะนะ
แต่รองคิดดูนะครับ หากธนาคารทั้งหมดไม่ใช่ของคนไทยแล้ว อะไรจะเกิดขึ้น
ประเทศไทยจะหาธุรกิจ ที่โตจริงๆๆ ยากครับ แต่จะถูกทำหมันได้โดยง่าย หากต่างชาติไม่ต้องการให้เราโต เพราะไม่มีใครปฎิเสธได้ว่าธุรกิจจะขยายต้องอาศัยเงินกู้
ธุรกิจหลายๆๆ ตัวมันเป็นเส้นเลือดของประเทศนะครับ เราต้องสร้างเส้นเลือดและร่างกายให้แข็งแรงก่อน ถึงออกไปสู่ได้ครับ
กลับลำ ! เลิกเสรีธุรกิจบริการ
โพสต์แล้ว: อังคาร ก.ย. 26, 2006 12:04 pm
โดย chatchai
ธนาคารพาณิชย์ของไทย ยังบริหารงานเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวอยู่มากครับ
การปล่อยสินเชื่อ ก็ใช้สนับสนุนพวกพ้องพรรคพวกกัน ต้องมีเส้นมีสาย
การพิจารณาก็ไม่ได้อาศัยหลักในการวิเคราะห์ซักเท่าไร
กิจการน้อยใหญ่ทั้งหลายที่ไม่ได้อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ไทย มีน้อยมากที่มีกำไรและเสียภาษี แต่กิจการเหล่านั้นก็สามารถทำการกู้ยืมเงินจากธนาคารพาณิชย์ไทยได้ เพราะผู้บริหารเข้าใจและยอมรับว่า ผู้บริหารของกิจการที่มาขอกู้มีผลการดำเนินงานที่ดี และมีการจัดทำบัญชีปลอมเพื่อหลบเลี่ยงภาษี
แต่สำหรับธนาคารพาณิชย์ต่างชาตินั้น จะยึดถืองบการเงินที่ส่งทางการเป็นสำคัญ
การที่บริษัทต่างๆไม่อยากจะจดทะเบียนในตลาดก็เนื่องจากภาษีนี่ละครับ
ถ้าสถาบันการเงินไทยทั้งหมด ร่วมกันให้ความสำคัญในงบการเงินที่ส่งทางการในการวิเคราะห์สินเชื่อ คงทำให้ประเทศฃาติได้เงินภาษีเพิ่มมากขึ้น
และทำให้ผลประโยชน์จากการไม่จดทะเบียนในตลาดลดน้อยลง ทำให้บริษัทอยากเข้ามาจดทะเบียนมากขึ้น
แต่ใจจริงสำหรับผมแล้ว บริษัทที่หลบภาษีตอนอยู่นอกตลาด ก็คงไม่น่าลงทุนด้วยเท่าไร เพราะขาดธรรมาภิบาล
กลับลำ ! เลิกเสรีธุรกิจบริการ
โพสต์แล้ว: อังคาร ก.ย. 26, 2006 1:08 pm
โดย สามัญชน
ธนาคารพาณิชย์ของไทย ยังบริหารงานเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวอยู่มากครับ
การปล่อยสินเชื่อ ก็ใช้สนับสนุนพวกพ้องพรรคพวกกัน ต้องมีเส้นมีสาย
ผมลองคิดตามดูนะครับ
1. ลูกค้าเสียประโยชน์ เพราะฝากเงินก็ได้ดอกเบี้ยน้อย กู้เงินก็ต้องเสียดอกเบี้ยมาก ส่วนต่างดอกเบี้ยเยอะกว่าประเทศไหนๆในโลก เหมือนคนไทยยังต้องอุ้มกลุ่มนายแบ็งค์นั่งเบ็นซ์ยังไงก็ไม่รู้.......น่าสงสารทั้งคนที่ฝากแบ็งค์กินดอกเบี้ย และสงสารคนที่กู้เงินมาลงทุนสร้างเนื้อสร้างตัว
2. นายแบ็งค์ปล่อยกู้ให้พรรคพวกตัวเอง เป็นช่องทางให้เกิดการทุจริตขนานใหญ่เลยทีเดียว ช่วงที่เกิดวิกฤติเศรษฐกิจเมื่อสิบปีที่แล้วก็เป็นเพราะนายแบ็งค์บริหารเงินโดยไม่โปร่งใสมีนอกมีในจนเจ็บตัวกันทั้งประเทศ แล้วยังต้องเอาเงินภาษีไปอุ้มไปรับประกันในตอนหลังอีกไม่ใช่น้อยๆ
มีคนไปเสนอโครงการบ้านจัดสรรให้นายแบ็งค์ คนเสนอและนายแบ็งค์ก็รู้ว่าไปไม่รอด แต่มีการเสนอผลประโยชน์ให้โดยส่วนตัวเข้าไปด้วย นายแบ้งค์ก็เอาครับ ส่งทีมประเมิน(ของตัวเอง)ไปประเมินโครงการแล้วตีราคาให้สองร้อยล้าน นายแบ็งค์และทีมประเมินรับไปหลายสิบล้าน เจ้าของโครงการฟันไปเกือบร้อยล้าน นายแบ็งค์รู้ว่าจะขาดทุนแป็นหนี้เสีย แต่เงินที่ให้กู้มันไม่ใช่เงินของเขานี่ครับ เงินฝากต่างหากและรัฐบาลก็รับประกันเงินฝากอยู่แล้ว ใครๆก็ทำกัน แล้วเขาจะไปสนใจทำไม
3.สมมติว่าเปิดเสรีแล้วกลุ่มเหล่านี้ตายไป สิ่งที่เรากลัวก็คือแบงค์ต่างชาติจะมาครอบงำเศรษฐกิจไทย แต่ผมมองว่าโดยธรรมชาติของทุนนิยมแล้ว ทุกคนก็ต้องมุ่งที่จะตอบสนองลูกค้า คุณต้องเอาใจลูกค้าคุณถึงจะเป็นผู้ชนะ แล้วเขาจะฆ่าโคนมของเขาทำไม เขาจะฆ่าห่านทองคำเพียงเพื่อเอาไข่ไม่กี่ฟองระยะสั้นๆเท่านั้นหรือ ทำไมเขาไม่สนับสนุนธุรกิจคนไทยเพื่อให้แข็งแรงเติบโตเป็นลูกค้าของเขาไปนานๆหละ แกล้งให้คนไทยทำธุรกิจไม่ได้แล้วก็จนลงแล้วเขาจะเอากำไรจากคนไทยตรงไหนในอนาคตอีกยาวนานหนะ เผลอๆจะเป็นไปในทางตรงกันข้ามด้วยซ้ำ กล่าวคือพอให้คนไทยกู้เสร็จแล้ว เขาต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้ธุรกิจไทยรุ่งเรืองเพราะถ้าเจ๊งเขาก็เจ๊งด้วย
เติ้ง เสี่ยวผิงยังบอกเลยว่า คนให้กู้เงินเขายังไม่กลัวเลย แล้วจีนซึ่งเป็นคนกู้เงินเขาแท้ๆ เงินเขาอยู่ในกำมือเราแท้ๆ จะไปกลัวอะไร(น้องสุมาอี้เคยพูดไว้)
4.การกลัวว่าแบงค์ต่างชาติจะผูกขาดผมว่าไม่น่ากลัวเท่าไหร่ เพราะพวกนี้ต้องแย่งกันเสนอสิ่งที่ดีๆให้ลูกค้าอยู่แล้ว ผลกำไรจะเป็นตัวผลักดันให้กลุ่มนี้แข่งกันไปอีกนานเท่านาน เพราะกำไรไม่เข้าใครออกใคร อย่าว่าแต่เป็นคนละชาติเลยครับ พี่น้องเองแท้ๆยังฆ่ากันตายเพราะเรื่องธุรกิจเลยครับ
5. ถ้าเปิดเสรีแบ็งค์ ก็จะมีธนาคารของสวิตมาลงทุน ของอังกฤษมาลงทุน ถ้าฮั้วกันก็ยังมีของฝรั่งเศษที่อาจจะไม่ฮั้ว ถ้าฮั้วกันอีก ก็ยังมีอเมริกา จีน อาหรับ โอเปค รัสเซีย ถ้าฮั้วแตกแม้แต่ประเทศเดียวการฮั้วก็ไปไม่รอด ธนาคารอิสลามก็มี ธนาคารเยอะแยะในโลกเราที่มีผลประโยชน์ขัดแย้งกันโดยธรรมชาติ มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลยที่จะฮั้วจนหมดโลก เมื่อมีกลุ่มได้ประโยชน์มันก็ต้องมีกลุ่มเสียประโยชน์ คำว่าผลประโยชน์ไม่มีพี่น้องหรอกครับ ที่สำคัญเราเองก็สามารถออกกฎหมายห้ามการฮั้วได้เพราะเป็นสิ่งที่มีอารยะไม่ใช่เรื่องป่าเถื่อนสักหน่อย
6. ผมว่ากลุ่มแบ็งค์เมืองไทยอ้างคำว่าเพื่อชาติ และอ้างชาตินิยมหาประโยชน์ให้ตัวเองอยู่นะครับ ที่น่าเสียดายก็คือ เราเองก็ปล่อยให้เขาทำโดย
เชื่อสนิทใจว่าเขาทำเพื่อเรา ที่จริงเขาทำเพื่อผลประโยชน์ของเขาเองต่างหาก เขาไม่ได้รักเรามากกว่าผลประโยชน์เขาหรอกครับ......
กลับลำ ! เลิกเสรีธุรกิจบริการ
โพสต์แล้ว: อังคาร ก.ย. 26, 2006 9:53 pm
โดย path2544
คุณสามัญชน ผมว่าคุณมองในแง่ Marco มากไปหรือเปล่า
1. ลูกค้าเสียประโยชน์ เพราะฝากเงินก็ได้ดอกเบี้ยน้อย กู้เงินก็ต้องเสียดอกเบี้ยมาก ส่วนต่างดอกเบี้ยเยอะกว่าประเทศไหนๆในโลก เหมือนคนไทยยังต้องอุ้มกลุ่มนายแบ็งค์นั่งเบ็นซ์ยังไงก็ไม่รู้.......น่าสงสารทั้งคนที่ฝากแบ็งค์กินดอกเบี้ย และสงสารคนที่กู้เงินมาลงทุนสร้างเนื้อสร้างตัว
ดอกเบี้ยจะน้อยจะมาก ธนาคารกำหนดไม่ได้ อุปสงค์ และอุปทาน เป็นผู้กำหนด นะครับ ท่านลองดูนะว่า มีคนไทยอยากเป็นนายแบ็งค์กี่คน ถ้าเป็นเมื่อก่อนไม่เถียงครับ แต่ตอนนี้ แบ็งค์ไทยจริงๆ มีกี่แห่ง ท่านลองนับดูก็ได้ครับ มาร์จินมัน้อยมาก VI จริงๆ คงมองอุตสาหกรรมตัวนี่ออกนะครับ กำไรของธนาคารส่วนใหญ่มาจากค่าธรรมเนียมรับ และบริการทางการเงินอื่นๆ มากกว่าแล้ว
2. นายแบ็งค์ปล่อยกู้ให้พรรคพวกตัวเอง เป็นช่องทางให้เกิดการทุจริตขนานใหญ่เลยทีเดียว ช่วงที่เกิดวิกฤติเศรษฐกิจเมื่อสิบปีที่แล้วก็เป็นเพราะนายแบ็งค์บริหารเงินโดยไม่โปร่งใสมีนอกมีในจนเจ็บตัวกันทั้งประเทศ แล้วยังต้องเอาเงินภาษีไปอุ้มไปรับประกันในตอนหลังอีกไม่ใช่น้อยๆ
มีคนไปเสนอโครงการบ้านจัดสรรให้นายแบ็งค์ คนเสนอและนายแบ็งค์ก็รู้ว่าไปไม่รอด แต่มีการเสนอผลประโยชน์ให้โดยส่วนตัวเข้าไปด้วย นายแบ้งค์ก็เอาครับ ส่งทีมประเมิน(ของตัวเอง)ไปประเมินโครงการแล้วตีราคาให้สองร้อยล้าน นายแบ็งค์และทีมประเมินรับไปหลายสิบล้าน เจ้าของโครงการฟันไปเกือบร้อยล้าน นายแบ็งค์รู้ว่าจะขาดทุนแป็นหนี้เสีย แต่เงินที่ให้กู้มันไม่ใช่เงินของเขานี่ครับ เงินฝากต่างหากและรัฐบาลก็รับประกันเงินฝากอยู่แล้ว ใครๆก็ทำกัน แล้วเขาจะไปสนใจทำไม
อันนี้คงข้อมูลเก่าแล้วนะครับ หากเป็น VI คงรู้ครับ ว่าตอนนี้กฎ BIS มันหนักขนาดไหน ตอนนี้ คุกนะครับ
3.สมมติว่าเปิดเสรีแล้วกลุ่มเหล่านี้ตายไป สิ่งที่เรากลัวก็คือแบงค์ต่างชาติจะมาครอบงำเศรษฐกิจไทย แต่ผมมองว่าโดยธรรมชาติของทุนนิยมแล้ว ทุกคนก็ต้องมุ่งที่จะตอบสนองลูกค้า คุณต้องเอาใจลูกค้าคุณถึงจะเป็นผู้ชนะ แล้วเขาจะฆ่าโคนมของเขาทำไม เขาจะฆ่าห่านทองคำเพียงเพื่อเอาไข่ไม่กี่ฟองระยะสั้นๆเท่านั้นหรือ ทำไมเขาไม่สนับสนุนธุรกิจคนไทยเพื่อให้แข็งแรงเติบโตเป็นลูกค้าของเขาไปนานๆหละ แกล้งให้คนไทยทำธุรกิจไม่ได้แล้วก็จนลงแล้วเขาจะเอากำไรจากคนไทยตรงไหนในอนาคตอีกยาวนานหนะ เผลอๆจะเป็นไปในทางตรงกันข้ามด้วยซ้ำ กล่าวคือพอให้คนไทยกู้เสร็จแล้ว เขาต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้ธุรกิจไทยรุ่งเรืองเพราะถ้าเจ๊งเขาก็เจ๊งด้วย
เติ้ง เสี่ยวผิงยังบอกเลยว่า คนให้กู้เงินเขายังไม่กลัวเลย แล้วจีนซึ่งเป็นคนกู้เงินเขาแท้ๆ เงินเขาอยู่ในกำมือเราแท้ๆ จะไปกลัวอะไร(น้องสุมาอี้เคยพูดไว้)
4.การกลัวว่าแบงค์ต่างชาติจะผูกขาดผมว่าไม่น่ากลัวเท่าไหร่ เพราะพวกนี้ต้องแย่งกันเสนอสิ่งที่ดีๆให้ลูกค้าอยู่แล้ว ผลกำไรจะเป็นตัวผลักดันให้กลุ่มนี้แข่งกันไปอีกนานเท่านาน เพราะกำไรไม่เข้าใครออกใคร อย่าว่าแต่เป็นคนละชาติเลยครับ พี่น้องเองแท้ๆยังฆ่ากันตายเพราะเรื่องธุรกิจเลยครับ
5. ถ้าเปิดเสรีแบ็งค์ ก็จะมีธนาคารของสวิตมาลงทุน ของอังกฤษมาลงทุน ถ้าฮั้วกันก็ยังมีของฝรั่งเศษที่อาจจะไม่ฮั้ว ถ้าฮั้วกันอีก ก็ยังมีอเมริกา จีน อาหรับ โอเปค รัสเซีย ถ้าฮั้วแตกแม้แต่ประเทศเดียวการฮั้วก็ไปไม่รอด ธนาคารอิสลามก็มี ธนาคารเยอะแยะในโลกเราที่มีผลประโยชน์ขัดแย้งกันโดยธรรมชาติ มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลยที่จะฮั้วจนหมดโลก เมื่อมีกลุ่มได้ประโยชน์มันก็ต้องมีกลุ่มเสียประโยชน์ คำว่าผลประโยชน์ไม่มีพี่น้องหรอกครับ ที่สำคัญเราเองก็สามารถออกกฎหมายห้ามการฮั้วได้เพราะเป็นสิ่งที่มีอารยะไม่ใช่เรื่องป่าเถื่อนสักหน่อย
ท่านคงยังไม่เข้าใจเรื่องที่ไม่มีใครเปิดประเทศเสรี 100% เพราะมันไม่มีมีความเสี่ยงต่อความมั่นคงของชาติอยู่ด้วย ท่านลองคิดดูครับ หากเมื่อใดก็ตามที่ธนาคารตกเป็นของต่างชาติ 100% เมื่อใด การฮั่วก็จะเกิดขึ้น ตัวอย่างท่านก็เห็นอยู่ในปัจจุบัน ที่มีคนบอกว่า หากมีธนาคารต่างชาติมาทำแข่งกับคนไทยแล้ว จะมีการแข่งขัน แข่งขันจริงครับ แต่ไม่มีใครแข่งกันลดดอกเบี้ยเลย ท่านเคยกู้เงินกับธนาคารต่างชาติไหมครับ ดอกเบี้ยแพงกว่าธนาคารของไทยอีกครับ บัตรเครดิตไงครับ ของไทยค่าชำระยังไม่เสีย แต่ของต่างชาติเสียครับ แล้วลองคิดดูครับ ว่าถ้าของต่างชาติทั้งหมดจะเป็นไง
6. ผมว่ากลุ่มแบ็งค์เมืองไทยอ้างคำว่าเพื่อชาติ และอ้างชาตินิยมหาประโยชน์ให้ตัวเองอยู่นะครับ ที่น่าเสียดายก็คือ เราเองก็ปล่อยให้เขาทำโดยเชื่อสนิทใจว่าเขาทำเพื่อเรา ที่จริงเขาทำเพื่อผลประโยชน์ของเขาเองต่างหาก เขาไม่ได้รักเรามากกว่าผลประโยชน์เขาหรอกครับ......
อันนี้ต้องถามใจตนเองครับว่า หากท่านเป็นเจ้าของธนาคารท่านจะทำแบบเค้าไหม การเปิดเสรีนั้น ก่อนเปิดจริงๆ ของเราต้องแข็งแกร่งก่อนครับ ถึงสู่กับเค้าได้ ธนาคารไทย 100% เป็นแบบนั้นไหม VI น่าจะรู้
กลับลำ ! เลิกเสรีธุรกิจบริการ
โพสต์แล้ว: พุธ ก.ย. 27, 2006 12:22 pm
โดย chatchai
[/quote]ดอกเบี้ยจะน้อยจะมาก ธนาคารกำหนดไม่ได้ อุปสงค์ และอุปทาน เป็นผู้กำหนด นะครับ ท่านลองดูนะว่า มีคนไทยอยากเป็นนายแบ็งค์กี่คน ถ้าเป็นเมื่อก่อนไม่เถียงครับ แต่ตอนนี้ แบ็งค์ไทยจริงๆ มีกี่แห่ง ท่านลองนับดูก็ได้ครับ มาร์จินมัน้อยมาก VI จริงๆ คงมองอุตสาหกรรมตัวนี่ออกนะครับ กำไรของธนาคารส่วนใหญ่มาจากค่าธรรมเนียมรับ และบริการทางการเงินอื่นๆ มากกว่าแล้ว[/quote]
มาร์จินน้อยเพราะอะไรครับ ค่าใช้จ่ายในการบริหารมากน้อยแค่ไหน
สมัยก่อนพนักงานธนาคารมีมากน้อยแค่ไหน ทำงานได้ประสิทธิภาพแค่ไหน
เชื่อไหม ปี 2540 ธนาคารที่ผมทำงานยังใช้ LOTUS 123 พิมพ์รายงานอยู่เลย
ก่อนวิกฤต ธนาคารเคยคิดที่จะเปิดให้บริการนอกเวลาไหม
[/quote]อันนี้คงข้อมูลเก่าแล้วนะครับ หากเป็น VI คงรู้ครับ ว่าตอนนี้กฎ BIS มันหนักขนาดไหน ตอนนี้ คุกนะครับ[/quote]
สมัยก่อนก็คุกครับ แต่จะจับใครได้
กฎเกณฑ์จะออกเข้มงวดแค่ไหนก็ไม่มีประโยชน์ ถ้าผู้คุมกฎไม่เข้มงวด ถามว่าธปท.รู้ไหม รู้ครับ แต่ก็อะลุ้มอะล่วยมาตลอด
[/quote]ท่านคงยังไม่เข้าใจเรื่องที่ไม่มีใครเปิดประเทศเสรี 100% เพราะมันไม่มีมีความเสี่ยงต่อความมั่นคงของชาติอยู่ด้วย ท่านลองคิดดูครับ หากเมื่อใดก็ตามที่ธนาคารตกเป็นของต่างชาติ 100% เมื่อใด การฮั่วก็จะเกิดขึ้น ตัวอย่างท่านก็เห็นอยู่ในปัจจุบัน ที่มีคนบอกว่า หากมีธนาคารต่างชาติมาทำแข่งกับคนไทยแล้ว จะมีการแข่งขัน แข่งขันจริงครับ แต่ไม่มีใครแข่งกันลดดอกเบี้ยเลย ท่านเคยกู้เงินกับธนาคารต่างชาติไหมครับ ดอกเบี้ยแพงกว่าธนาคารของไทยอีกครับ บัตรเครดิตไงครับ ของไทยค่าชำระยังไม่เสีย แต่ของต่างชาติเสียครับ แล้วลองคิดดูครับ ว่าถ้าของต่างชาติทั้งหมดจะเป็นไง[/quote]
เพื่อแลกกับความเสี่ยงของชาติ เราเลยต้องปกป้องความร่ำรวยให้แก่คนไม่กี่ตระกูล ไปตลอดไปใช่ไหมครับ
ผมแทบไม่เห็นความแตกต่างของความเป็นทุนนิยมระหว่าง เอกชนไทยและเอกชนต่างชาติ
และผมเบื่อกับคำว่าชาตินิยมครับ คำๆนี้มักจะเอามาพูดเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตัวเองแทบจะทั้งนั้น
อันนี้ต้องถามใจตนเองครับว่า หากท่านเป็นเจ้าของธนาคารท่านจะทำแบบเค้าไหม การเปิดเสรีนั้น ก่อนเปิดจริงๆ ของเราต้องแข็งแกร่งก่อนครับ ถึงสู่กับเค้าได้ ธนาคารไทย 100% เป็นแบบนั้นไหม VI น่าจะรู้
แล้วเมื่อไรจะแข็งแกร่งซักทีละครับ เราปกป้องธุรกิจนี้มานานกี่ปีแล้วครับ
กลับลำ ! เลิกเสรีธุรกิจบริการ
โพสต์แล้ว: พุธ ก.ย. 27, 2006 12:25 pm
โดย khun_parinya
เราไม่ได้ไม่พร้อมครับ เราไม่เคยพร้อมต่างหาก
กลับลำ ! เลิกเสรีธุรกิจบริการ
โพสต์แล้ว: พุธ ก.ย. 27, 2006 4:29 pm
โดย path2544
ตอนนี้ ตระกูล ธนาคารเหลือกี่ตระกลู กัน :shock: :shock: ส่วนใหญ่ลูกผสม หรือไม่ก็แค่นั้นบริหารให้เห็นว่ายังเป็นของไทยเท่านั้น
มาร์จินน้อยเพราะอะไรครับ ค่าใช้จ่ายในการบริหารมากน้อยแค่ไหน
สมัยก่อนพนักงานธนาคารมีมากน้อยแค่ไหน ทำงานได้ประสิทธิภาพแค่ไหน
เชื่อไหม ปี 2540 ธนาคารที่ผมทำงานยังใช้ LOTUS 123 พิมพ์รายงานอยู่เลย ก่อนวิกฤต ธนาคารเคยคิดที่จะเปิดให้บริการนอกเวลาไหม
คนล่ะเรื่องกับ มาร์จินเลย ต้นทุนเงิน ครับ ถึงเรียกมาร์จิน ในธุรกิจธนาคาร
ใครมีต้นทุนเงินถูกกว่า คนนั้น อยู่รอดในธุรกิจนี้ การคิดเรื่องนี้ ต้องมองภาพรวมครับ อย่าอคติ ผมไม่ได้บอกว่า ไม่ควรเปิดนะ แต่คุณมีธนาคารคนไทย ที่ใหญ่พอหรือยัง :?: :?: เมื่อเทียบกับ ธนาคาร ต่างชาติ
จริงๆ ก็เห็นภาพ แล้วระหว่าง โชห่วย กับ ค้าปลีกขนาดเล็ก :?: :?:
และวันนี้ ก็เห็นแล้วว่า ดอกเบี้ยของบัตรเครดิต ของธนาคารไหนสูงกว่ากัน แถมเสียค่าจ่ายชำระเงินอีก :?: :?:
กลับลำ ! เลิกเสรีธุรกิจบริการ
โพสต์แล้ว: พุธ ก.ย. 27, 2006 6:14 pm
โดย chatchai
ประเทศไทย อัตราดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์อยู่ที่เท่าไรครับ ส่วนอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้าชั้นดี MLR ละครับ
มีประเทศไหนที่มีส่วนต่างมากเท่านี้
ที่ใช้อัตราดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ เพราะเงินฝากส่วนใหญ่ของคนไทยเป็นเงินฝากออมทรัพย์ ซึ่งก็คือต้นทุนส่วนใหญ่ของธนาคารพาณิชย์
-------------------------------------------------------------------------------------
แล้วที่บอกว่าธนาคารพาณิชย์ไทยใหญ่พอหรือยัง
ผมขอถามหน่อยว่า เท่าไรถึงจะพอครับ แล้วจะมีวันนั้นไหมครับ
-------------------------------------------------------------------------------------
โชห่วย กับ ค้าปลีก คงไม่ใช่เรื่องของสัญชาติหรอกครับ คงเป็นเรื่องของการจัดการมากกว่า
-------------------------------------------------------------------------------------
กลับลำ ! เลิกเสรีธุรกิจบริการ
โพสต์แล้ว: พุธ ก.ย. 27, 2006 9:30 pm
โดย path2544
ประเทศไทย อัตราดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์อยู่ที่เท่าไรครับ ส่วนอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้าชั้นดี MLR ละครับ
มีประเทศไหนที่มีส่วนต่างมากเท่านี้
ที่ใช้อัตราดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ เพราะเงินฝากส่วนใหญ่ของคนไทยเป็นเงินฝากออมทรัพย์ ซึ่งก็คือต้นทุนส่วนใหญ่ของธนาคารพาณิชย์
แม้เราได้ดอกออมทรัพย์ นะครับ ญี่ปุ่น และอีกหลายๆ ประเทศ เสียค่าฝากนะครับ
ทำไมธนาคารหันมาให้ฐานเงินฝากออมทรัพย์ เพราะมันใหญ่ และถูก จึงต่อรองไม่ได้ แต่ประจำมันต่อได้ หรือมองอีกมองคือ การออมของประเทศเราต่ำไงครับ จึงทำให้ธนาคาเราไม่แข็งแกร่งไงครับ ต้องหาฐานเงินจากแหล่งอื่นมาปล่อยกู้ไง
แล้วที่บอกว่าธนาคารพาณิชย์ไทยใหญ่พอหรือยัง
ผมขอถามหน่อยว่า เท่าไรถึงจะพอครับ แล้วจะมีวันนั้นไหมครับ
เมื่อธนาคารเราสามารถเข้าไปสู่กฎ ของธนาคารที่ทั่วโลกใช้กันถ้าจำไม่ผิด คือกฎ Basal 2 (ไม่รู้เขียนผิดเปล่า) ซึ่งแบงค์ชาติพยายามอยู่ โดยอาศัยเงินทุนภายในประเทศ เป็นส่วนใหญ่
โชห่วย กับ ค้าปลีก คงไม่ใช่เรื่องของสัญชาติหรอกครับ คงเป็นเรื่องของการจัดการมากกว่า
เรื่องระบบจัดการ คือเรื่องใหญ่จริงๆๆ แต่เรามีการให้โชห่วยปรับตัวเปล่า มีการสร้างภูมิคุ้มกันให้หรือเปล่า มีโชห่วยปรับตัวทันถึง 5% หรือเปล่า
แล้วท่านรู้ไหม สินค้าที่แพงที่สุดใน ค้าปลีก คือ สินค้าอะไร ก็ SME บ้านเราไง อยากขายก็ต้องทำตามกฎของข้าไง และถามว่า เค้าอยากขาย สินค้า SME ไหม ตอบว่าไม่ แต่พราะรัฐบังคับให้ขาย ก็ขายไง แต่ก็ต้องทำตามกฎข้า มันเลยแพงกว่าข้านอกไงครับ
และยังเรื่องทุน ซึ่งก็ไปกดดัน ระบบสินค้าอุปโภคบ้านเรา ให้กำไรน้อยลง และเริ่มนำสินค้าจีนที่ต้นทุนถูกกว่าเข้ามาแล้ว
กลับลำ ! เลิกเสรีธุรกิจบริการ
โพสต์แล้ว: พุธ ก.ย. 27, 2006 9:40 pm
โดย chatchai
คุณ path2544 คุณคิดว่าทุกวันนี้ ธนาคารพาณิชย์ในประเทศไทยมีการฮั้วกันหรือไม่
ธนาคารพาณิชย์ไทยนั้น อยู่ในกฎเกณฑ์สากลโลกมาโดยตลอดครับ ส่วน BASEL 2 นั้นเป็นเกณฑ์ใหม่ ยังไม่บังคับใช้ครับ
คุณ path 2544 คิดว่างบการเงินของธนาคารพาณิชย์ตกแต่งง่ายไหม การตกแต่งตัวเลขหนี้เสียนั้นง่ายไหม
กลับลำ ! เลิกเสรีธุรกิจบริการ
โพสต์แล้ว: พุธ ก.ย. 27, 2006 9:43 pm
โดย chatchai
[quote="path2544"]เรื่องระบบจัดการ
กลับลำ ! เลิกเสรีธุรกิจบริการ
โพสต์แล้ว: พุธ ก.ย. 27, 2006 10:01 pm
โดย path2544
คุณ path2544 คุณคิดว่าทุกวันนี้ ธนาคารพาณิชย์ในประเทศไทยมีการฮั้วกันหรือไม่
ธนาคารพาณิชย์ไทยนั้น อยู่ในกฎเกณฑ์สากลโลกมาโดยตลอดครับ ส่วน BASEL 2 นั้นเป็นเกณฑ์ใหม่ ยังไม่บังคับใช้ครับ
คุณ path 2544 คิดว่างบการเงินของธนาคารพาณิชย์ตกแต่งง่ายไหม การตกแต่งตัวเลขหนี้เสียนั้นง่ายไหม
มีสิครับ มีมากด้วย และนั้นคือสิ่งที่ทำให้ ประเทศเราอันตรายมากๆ เพราะตอนนี้ ต่างชาติมันก็เอาด้วย เพราะมันไม่เสียหายมีแต่ได้ ถามว่า เปิดเสรีการฮั่วจะหายไปไหม ไม่มีทาง ยิ่งชอบ กำไรมากขึ้น แต่ทำไงเราจะเอาการฮั่วนี่ออกก่อนที่ ต่างชาติจะมาล่ะครับ ให้เราแข่งกันเองก่อน ตายไป บ้าง ที่อยู่จึงแข็งแกร่งพอที่จะสู่เค้าได้บ้าง
ง่ายครับ ผมกำไร หุ้นกลุ่มธนาคาร เพราอ่านตรงนี้ออกไงครับ แต่ถามว่ามีบริษัทไหนไม่แต่งงบบ้างครับ ไม่มีหลอก แต่หากดูงบก็จะรู้ว่า กำไรจากเงินกู้มันน้อยลง จากค่าธรรมเนียมมันมากขึ้น เพราะมันกำไรดีกว่า (แต่งไม่ได้)
ธรรมดาของธุรกิจ ครับ
แต่ สิ่งที่ทำให้ธุรกิจเราอ่อนแอจริงๆๆ ไม่ใช่ใครหลอก ผู้กำกับดู แล พี่เลี้ยงนั้นไง ที่รังแกธุรกิจของประเทศ อ่อนซะไม่มี ก่อนเปิดเสรีทำไง ให้พี่เลี้ยง มาเอาจริงเอาจัง ฝึกนักกีฬาเราให้เก่งพอแข่งกับเค้าได้ ล่ะ :?: :?:
กลับลำ ! เลิกเสรีธุรกิจบริการ
โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. ก.ย. 28, 2006 11:59 am
โดย chatchai
path2544 เขียน:มีสิครับ มีมากด้วย และนั้นคือสิ่งที่ทำให้ ประเทศเราอันตรายมากๆ เพราะตอนนี้ ต่างชาติมันก็เอาด้วย เพราะมันไม่เสียหายมีแต่ได้ ถามว่า เปิดเสรีการฮั่วจะหายไปไหม ไม่มีทาง ยิ่งชอบ กำไรมากขึ้น แต่ทำไงเราจะเอาการฮั่วนี่ออกก่อนที่ ต่างชาติจะมาล่ะครับ ให้เราแข่งกันเองก่อน ตายไป บ้าง ที่อยู่จึงแข็งแกร่งพอที่จะสู่เค้าได้บ้าง
ผมเคยได้ยินแต่ว่า การป้องกันการฮั่ว คือให้มีการแข่งขันเสรี มีผู้แข่งมากราย
path2544 เขียน:ง่ายครับ ผมกำไร หุ้นกลุ่มธนาคาร เพราอ่านตรงนี้ออกไงครับ แต่ถามว่ามีบริษัทไหนไม่แต่งงบบ้างครับ ไม่มีหลอก แต่หากดูงบก็จะรู้ว่า กำไรจากเงินกู้มันน้อยลง จากค่าธรรมเนียมมันมากขึ้น เพราะมันกำไรดีกว่า (แต่งไม่ได้)
ธรรมดาของธุรกิจ ครับ
เยี่ยมครับ
แต่ค่าธรรมเนียมที่มากขึ้น ก็เนื่องมากจากการฮั่วกันนั่นเอง
การที่ลูกค้าใช้บริการผ่านเครื่อง ATM แทนการใช้บริการผ่านพนักงาน ก็เป็นการช่วยลดต้นทุนของธนาคารอยู่แล้ว แต่ดันมาเก็บค่าธรรมเนียมจากลูกค้าแพงลิบลิ่วซะอีก
path2544 เขียน:แต่ สิ่งที่ทำให้ธุรกิจเราอ่อนแอจริงๆๆ ไม่ใช่ใครหลอก ผู้กำกับดู แล พี่เลี้ยงนั้นไง ที่รังแกธุรกิจของประเทศ อ่อนซะไม่มี ก่อนเปิดเสรีทำไง ให้พี่เลี้ยง มาเอาจริงเอาจัง ฝึกนักกีฬาเราให้เก่งพอแข่งกับเค้าได้ ล่ะ
กลับลำ ! เลิกเสรีธุรกิจบริการ
โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. ก.ย. 28, 2006 1:51 pm
โดย path2544
ผมเคยได้ยินแต่ว่า การป้องกันการฮั่ว คือให้มีการแข่งขันเสรี มีผู้แข่งมากราย
ผมก็ได้ยินเช่นนั้น แต่คนกับทฤษฎี มันต่างกัน เพราะคนมันต้องการกำไรสบายๆๆ และผู้ที่ส่งเสริมการฮั่วจริงๆ ก้คือ พี่เลี้ยงของทุกธุรกิจของประเทศเองล่ะ
แต่ค่าธรรมเนียมที่มากขึ้น ก็เนื่องมากจากการฮั่วกันนั่นเอง
การที่ลูกค้าใช้บริการผ่านเครื่อง ATM แทนการใช้บริการผ่านพนักงาน ก็เป็นการช่วยลดต้นทุนของธนาคารอยู่แล้ว แต่ดันมาเก็บค่าธรรมเนียมจากลูกค้าแพงลิบลิ่วซะอีก
จริงๆ ธนาคารต่างชาติ ก็เก็บ แบบเดียวกัน(จริงๆตอนนี้ก็เสรีพอสมควรแล้วนะ ไม่มีธนาคารต่างชาติไหนแหกกฎเลย :twisted: ) และบางอย่างเก็บเราแพงกว่าอีก ลองเอาตารางมาเทียบได้ แถมจะจ่ายชำระหนี้บัตรเครดิตที่แบงค์มันเอง มันยังเก็บ :twisted: :twisted:
ผมว่าคนไทย ไม่เห็นโลงศพ ไม่หลั่งน้ำตาครับ
อันนี้ เอาอารมณ์มาตัดสินแบบนี้ไม่ได้ ครับ เพราะผลเสียเกิดขึ้นแล้ว เราเรียกกลับคืนไม่ได้ คงต้องมองภาพรวม เพื่อให้ส่วนใหญ่ของประเทศได้ประโยชน์
สุดท้าย เรื่องทุกเรื่องก็กลับมาหาเรา(ประชาชนที่เลือกผู้แทน) นั้นล่ะ ว่าที่เราเลือกเข้าไปนั้น เป็นอย่างไร เข้าไปกำกับดูแล หน่วยงานราชการได้ดีแค่ไหน