แถมเงินบาทแข็งโป๊กไปอีก 1 อย่างครับ
โจทย์นี้ ผมยังนึกไม่ออก จริงๆครับ
น้ำมันแพง + ดอกเบี้ยขึ้น + กำลังซื้อหด
คุณ Loso ถามหาบริษัทที่จะอยู่ยงคงกระพัน
ถามตอนนี้ผมยังนึกไม่ออกเลยคัรบ
ขอช่วยคิดง่ายๆดังๆ แชร์ปัญญาน้อยนิดหน่อยนะครับ ไม่รู้ถูกหรือผิด
ถ้ามองในส่วนของ consumer spending: ถ้าจะลดลง ก็น่าจะเป็นกระทบในเรื่องสินค้าฟุ่มเฟือย หรือ ว่าการชะลอการซื้อสินค้าจำเป็นออกไป หรือเปล่าครับ สินค้าอุปโภคบริโภค ถ้าจำเป้นจะต้องใช้จริงๆก็เห็นคงจะต้องผ่อนกันอ๊วกแหละงานนี้ สรุป
น้ำมันแพง--กระทบโดยตรงกับคนใช้รถใช้ถนน, กระทบโดยอ้อมกับต้นทุนสินค้าที่สูงขึ้น)
ดอกเบี้ยขึ้น--กระทบดอกเบี้ยจ่ายเช่นผ่อนบ้าน ผ่อนรถ มีผลให้เหลือ รายรับส่วนเกินที่นับมาจับจ่ายใช้สอยน้อยลง
กำลังซื้อหด--ก็เพราะเงินได้เท่าเดิม รายจ่ายเพิ่มขึ้น
ถ้ามองในส่วนของทางด้านผู้ผลิต: หากไม่สามารถปรับราคาขายได้ ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ก็คงจะส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไร รวมทั้งหากลูกค้าซื้อน้อยลง ช้าลง ก็คงจะส่งผลต่อ volume ด้วย สำหรับบริษัทที่ขายให้กับประชาชนทั่วไป
ส่วนในกลุ่มสินค้าที่ขายให้กับผู้ผลิตด้วยกัน เช่นขายให้กับโรงงาน หากผู้ซื้อในกรณีนี้ มองว่าดอกเบี้ยและต้นทุนการผลิตอื่นๆยังมีแนวโน้มการขึ้นราคาต่อเนื่อง และไม่ควรที่จะชะลอการลงทุนออกไป ตรงนี้ เขาคงยังซื้ออยู่มั้ง เพื่อใช้ในการเพิ่ม capacity ของเขา ไม่รู้เหมือนกันไม่แน่ใจ สรุป
น้ำมันแพง--กระทบโดย ต้นทุนสินค้าที่สูงขึ้น รวมทั้งต้นทุนในการขนส่งด้วย
ดอกเบี้ยขึ้น--กระทบดอกเบี้ยจ่ายซึ่งใช้ในการลงทุน
กำลังซื้อหด--ลูกค้าอาจซื้อน้อยลง ซื้อช้าลง
สำหรับในกลุ่มผู้ส่งออก: เงินบาทแข็งน้ำมันขึ้น ก็น่าจะส่งผลกระทบเยอะเหมือนกัน หากมิได้มีการทำการบริหารความเสี่ยงไว้ก่อนแล้ว เพราะว่า ราคาสินค้ารวมค่าขนส่งเมื่อเทียบกับผู้ผลิตรายอื่นทั่วโลกคงจะสูงขึ้น (หรือเปล่าครับ?) น่าจะทำให้ความสามารถในการแข่งขันด้านราคาของเราลดน้อยลง
สำหรับในกลุ่มท่องเที่ยว: ไม่แน่ใจว่าเงินบาทแข็ง น้ำมันแพงเนี่ย กระทบจริงๆมากๆแค่ไหนสำหรับการท่องเที่ยวในประเทศครับ หรือว่า คนไทย เห็นเงินบาทแข็ง หนีไปเที่ยวเมืองนอกกันหมดแล้ว
เอ แล้วหุ้นตัวไหนน้าที่จะอยู่ยงคงกระพัน หรือว่าจะเป็นพวกที่มีรายได้สม่ำเสมอและมีการทำสัญญาซื้อขายไปล่วงหน้านานๆ หรือกลุ่มไหนกันแน่
ไม่มีปัญญาหา เดี๋ยวขออ่านความเห็นท่านอื่นๆก่อนดีกว่าครับ