หน้า 1 จากทั้งหมด 1
Risk Free Rate?
โพสต์แล้ว: จันทร์ ม.ค. 30, 2006 12:58 pm
โดย MarginofSafety
โดยปกติแล้ว เขาใช้อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาล ระยะ 1 ปีเป็นตัวแทนของ Risk Free Rate ซึ่งต้องใช้เป็น input สำหรับ model ทางการเงินหลายๆ model เช่น CAPM ใช่หรือเปล่าครับ?
Risk Free Rate?
โพสต์แล้ว: พุธ ก.พ. 08, 2006 8:07 am
โดย สุมาอี้
บางคนเชื่อว่า risk free rate ต้อง risk free จริงๆ ก็เลยใช้ อัตราผลตอบแทนตั๋วเงินคลังอายุสั้นที่สุด ซึ่งรู้สึกจะสั้นกว่า 1 ปี อีก เพื่อให้ interate rate risk ต่ำสุด
บางคนเชื่อว่า risk free rate นอกจากจะต้อง risk free แล้ว จะต้องมี investment period เท่ากับ การลงทุนของเราด้วย จึงเลือกใช้พันธบัตรอายุยาวๆ ส่วนใหญ่นิยม 10 ปี (พันธบัตร 20 ปี 30 ปี ผลตอบแทนต่อปีไม่ต่างจาก 10 ปีมากนัก)
แล้วแต่ค่ายครับ
Risk Free Rate?
โพสต์แล้ว: พุธ ก.พ. 22, 2006 1:02 am
โดย MarginofSafety
ขอบคุณ คุณสุมาอี้ครับ
ในกรณีที่ผมมองหา เข้าใจว่าน่าจะใช้ Rate ของ Government Bond ที่มีระยะเท่ากับ Investment Peroid เป็นตัวแทน Risk Free Rate ที่เหมาะสม
...
โพสต์แล้ว: อังคาร มี.ค. 21, 2006 1:08 am
โดย kongsiri81
ตามความเข้าใจ Risk free rate คือ ผลตอบแทนที่มากที่สุดในช่วงเวลาที่จะลงทุนโดยไม่มีความเสี่ยง ดังนั้นในการคำนวณใน CAPM ตามทฎษฎี ต้องใช้Rf ที่มีperiod เท่ากันกับช่วงเวลาที่ใช้ในการลงทุนครับ..
ถ้าเป็น US , พันธบัตรรัฐบาลก็เป็นตัวหนึ่งที่ใช้กันครับ แต่ถ้าเป็นในเมืองไทย ใช้ พันธบัตรUS ไม่ได้(แม้จะมีเรทติ้งดีกว่าประเทศไทย) เนื่องจากมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนครับ..
รายละเอียดลองหาอ่านได้ตาม ทฤษฎี I-CAPM ครับ
Risk Free Rate?
โพสต์แล้ว: อังคาร มี.ค. 21, 2006 10:33 pm
โดย MarginofSafety
ขอบคุณครับคุณ kongsiri81
สำหรับ Rf ผมใช้พันธบัตรรัฐบาลที่มี Time to maturity ใกล้เคียงกับ Investment period โดยเข้าไปค้นข้อมูลที่ website ธนาคารแห่งประเทศไทยครับ
...
โพสต์แล้ว: พุธ มี.ค. 22, 2006 6:21 pm
โดย kongsiri81
ครับๆ แต่ผมมีคำถามครับ ถ้าเทียบตราสารของ JP ในรูปสกุลเงินบาท กับ รัฐบาลไทย พบว่า ตราสารของ JP มีเครดิตเรทติ้งที่ดีกว่า(เครดิตดีกว่าประเทศไทย) แต่ให้อัตราดอกเบี้ยสูงกว่า คำถามคือ อะไรควรเป็น Rf มากกว่ากัน..
Risk Free Rate?
โพสต์แล้ว: อาทิตย์ มี.ค. 26, 2006 3:21 pm
โดย MarginofSafety
ผมตอบตามความเข้าใจแล้วกันนะครับ ไม่ยืนยันความถูกต้อง
สมมติหลักทรัพย์ในตลาดญี่ปุ่น ก็ควรใช้
Government Bond ของญี่ปุ่นเป็น Rf
หากเป็นหลักทรัพย์ของ America ก็ควรใช้
Government Bond ของ America เป็น Rf
และคิดออกมาในสกุลเงินของหลักทรัพย์นั้นก่อน
จากนั้นค่อยแปลงมาเป็นบาทไทย