หน้า 1 จากทั้งหมด 1

ถามหน่อยนะครับเรื่องซื้อและขายหุ้น

โพสต์แล้ว: ศุกร์ ก.ย. 19, 2003 10:24 pm
โดย ake(taladhoon)
ผมรู้สึกว่าการซื้อหุ้นนี่มันง่ายกว่าการขายหุ้นอีกนะครับ การซื้อหุ้นเราก็ใช้เครื่องมือต่างๆในการกรองมองจากอดีตไปอนาคต แต่การขายหุ้นสิครับหุ้นที่ผมถือยาวในพอร์ตผมมีประมาณ 6 ตัวแล้วก็มีบางตัวที่กำลังจะถือยาว แต่ผมไม่สามารถหาเหตุผลที่จะมาขายหุ้นได้เลย ซึ่งผมไม่รู้จะขายเมื่อไร อยากทราบว่าทุกท่านในที่นี้มีเหตุผลอะไรในการพิจารณาขายหุ้นของท่านหรือครับ

ถามหน่อยนะครับเรื่องซื้อและขายหุ้น

โพสต์แล้ว: ศุกร์ ก.ย. 19, 2003 10:47 pm
โดย บุคคลทั่วไป
มันยากจริงๆครับในการขายหุ้น สำหรับผมก็ดูมูลค่าที่แท้จริงที่คำนวณนั่นแหละครับเป็นตัวตัดสินใจ แต่ปัญหาก็คือ ไอ้ที่เราคำนวณไม่รู้ว่าถูกหรือเปล่าินี่สิ แต่ก็เสี่ยงเอา อย่างเช่น mood ตลาดตอนนี้เป็นการเก็งกำไรกันมาก หุ้นใน port ของผมบางตัว มันเกินมูลค่าที่คำนวณไว้ ผมก็ขายครับ แล้วก็มาซื้อกลับตอนราคามันลงแรงๆ ได้กำไรมาประมาณ 20% ที่จริงผมคงโชคดีมากกว่าที่มันกลับลงมาให้ซื้อ ถ้ามันไปเลยผมคงแย่ เนื่องจากถ้าเราเชื่อว่าหุ้นที่เราเลือกมีศักยภาพที่ดีแล้ว มูลค่าที่แท้จริงของมันที่เราคำนวณได้ก็เปลี่ยนเป้าหมายสูงขึ้นไปด้วย

ถามหน่อยนะครับเรื่องซื้อและขายหุ้น

โพสต์แล้ว: ศุกร์ ก.ย. 19, 2003 10:51 pm
โดย edd
ข้างบนผม post เองครับ

ถามหน่อยนะครับเรื่องซื้อและขายหุ้น

โพสต์แล้ว: ศุกร์ ก.ย. 19, 2003 10:51 pm
โดย Jeng
1. ราคาหุ้นขึ้นสูงเกินปัจจัยพื้นฐานมากๆ เช่น ซื้อที่ PE 6 แล้วดันขึ้นไปที่ PE 30 แล้วเป็นหุ้นที่พื้นฐานยอดขายรายได้ไม่ได้โตเร็วขนาดนั้น ขายไปก็ดีเหมือนกันนะครับ เรียกว่าขายแบบ insainly hight price

2. พื้นฐานเปลี่ยน เช่น ถือมาตั้งนานยอดขายโตตลอด อยู่ดีๆ แทนที่จะขยายไปตามเดิม ผู้บริหารอาจจะเซ็ง ขอเพิ่มไลน์ที่ดูแล้วไม่เกี่ยวข้อง แต่พยายามเอามาเกี่ยวข้องกันจนได้ ก็อาจจะขายครับ

3. เห็นโอกาสใหม่ ยกตัวอย่างขายตัวที่ถืออยู่แล้วขึ้นมามาก PE 30 ไปซื้ออีกตัวที่ PE 6 แต่คนเมิน

4. ขายเพราะซื้อผิด ตอนแรกนึกว่ากิจการเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ตอนหลังได้ข้อมูลใหม่ทำให้รู้สึกไม่มั่นใจ ก็ขายเลยครับ

เป็นความคิดส่วนตัวนะครับ น้องเอก

ถามหน่อยนะครับเรื่องซื้อและขายหุ้น

โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. ก.ย. 25, 2003 11:56 pm
โดย ake(taladhoon)
มันก็จริงตามพี่เจ๋งบอกนะครับ เคยมี อิออนใช่มั้ยครับ ดูราคาอิออนตอนนี้สิครับ แล้วในอนาคตพี่คิดว่าอิออนจะเป็นอย่างไร ผมว่าอาจจะพุ่งขึ้นไปอีกก็ได้ หรือไม่ลองดูหุ้นพวกหลักทรัพย์ครับ ทำไมมันยังพุ่งไปเรื่อยๆ ผมไปดู p/e และ p/bv แล้วยังคิดไม่ออกเลยว่าผลประกอบการมันจะดีอะไรขึ้นมามากมายขนาดนั้น

หลักการขายหุ้นของพี่เจ๋งนี่มันไม่คลอบคลุมครับ ผมว่าใช้ได้กับหุ้นไม่ถึง 20% ครับ

ผมเห็นด้วยกับหลักการข้อ 3 ข้อเดียวครับ

แต่เหตุผลในการขายหุ้นผมยังมองไม่ค่อยออกอยู่เหมือนเดิมครับ เพราะทฤษฎีกับตัวอย่างจริงในตลาดมันแตกต่างกันราวฟ้ากับดินเลยครับ

ถามหน่อยนะครับเรื่องซื้อและขายหุ้น

โพสต์แล้ว: ศุกร์ ก.ย. 26, 2003 1:01 am
โดย Jeng

โค้ด: เลือกทั้งหมด

หลักการขายหุ้นของพี่เจ๋งนี่มันไม่คลอบคลุมครับ ผมว่าใช้ได้กับหุ้นไม่ถึง 20% ครับ 
นึกว่าใช้ได้แค่ 10 % ซะอีก

อีกอย่างนะ เอก การที่อิออน ขึ้นแล้วแปลว่าหลักของพี่ผิด

หรือการที่อิออน ลง แล้วแปลว่าหลักของพี่ถูก

น่าจะไม่สมเหตุสมผลเท่าไร

in put ผิด อะไรๆ ก็ผิดไปหมดละครับ

โชคดีหลักที่บอกไว้ไม่ใช่ของพี่ครับ

อ้ออีกอย่าง ตอนขายอิออนไป พี่ไม่ได้คิดว่ามันจะลง แล้วขายนะครับ

พี่ขายเพราะพี่คิดว่ามันไม่ใช่ DCA ก็เลยขาย

แต่ก็เป็นความเห็นส่วนตัวนะครับ เพราะหลายท่านก็คิดว่า อิออนน เป็น DCA

เพราะฉะนั้น พี่ขายเพราะพี่ไม่คิดจะถือระยะยาว ราคาจะขึ้นจะลงก็ไม่เห็นเกี่ยวกับพี่นี่ครับ >>> เอก

ถามหน่อยนะครับเรื่องซื้อและขายหุ้น

โพสต์แล้ว: ศุกร์ ก.ย. 26, 2003 1:18 am
โดย milkshaq
เวลาจะขาย ผมมองสามอย่างคือ ราคา เวลาแล้วก็หุ้นตัวอื่นที่ดีกว่าครับ ราคาก็คงเหมือนกับที่ทุกท่านกล่าวมาแล้ว ส่วนเวลาผมมักจะคิดให้กับหุ้นที่ซื้อเลยว่าจะขายเมื่อใด เพราะสาเหตุใด เช่น VNG ผมก็จะขายเมื่อคิดว่าราคาจะลงแรงๆ เช่น เมื่อลูกหุ้นเข้า เมื่อราคาวิ่งสูงเกินไปโดยไม่มีวอลลุ่มรองรับ อีกอย่างก็ใช้หลักการคาดการณ์ความคิดของเจ้ามือ ผสมกับหลักจิตวิทยามวลชน ส่วนหุ้นตัวอื่นที่ดีกว่า คือถ้าได้ข้อมูลมาใหม่ว่ามีหุ้นตัวอื่นที่น่าสนใจกว่า ผมก็จะขายหุ้นตัวที่มีอยู่ไปเข้าหุ้นตัวใหม่ หุ้นที่เล่นจะไม่เล่นหุ้นที่ขึ้นโดยไม่รู้สาเหตุที่แน่ชัด เช่น B-LAND และหุ้นที่ซื้อขายยาก ก็จะไม่เล่น โดยมากจะเล่นหุ้นที่ราคาตกลงมาอีก 10% ก็ยิ้มแล้วรับเพิ่มโดยไม่รู้สึกเดือดร้อนเพราะดีใจที่ได้ของถูก หุ้นที่ลงแล้วเดือดเนื้อร้อนใจจะไม่เล่น ตั้งแต่เล่นสไตล์นี้ รู้สึกดีครับกำไรดีทุกเดือน ถ้าอีก 5 วันที่เหลือ ทำได้อีก 7% พอร์ทก็จะโต 100% ใน 3 เดือนครับ
เล่นแล้วก็กินอิ่มนอนหลับ สบายครับ

ถามหน่อยนะครับเรื่องซื้อและขายหุ้น

โพสต์แล้ว: ศุกร์ ก.ย. 26, 2003 1:25 am
โดย Jeng
ยินดีด้วย ครับ ท่าน milkshaq 3 เดือน กำไรตั้ง 100 เปอร์เซ็นต์

ของผมเดือนกว่าๆที่ผ่านมา เท่าเดิมครับ ไม่บวก ไม่ลบ ไม่มีอะไรทำเลยครับ

อ่านอย่างเดียว

ถามหน่อยนะครับเรื่องซื้อและขายหุ้น

โพสต์แล้ว: ศุกร์ ก.ย. 26, 2003 2:26 am
โดย milkshaq
ดีใจที่ได้คุยกับคุณเจ๋งอีกครับ กำลังคิดถึงพอดี ไม่ได้คุยด้วยนานแล้วครับ อย่าอิจฉาเลยครับ ปริมาณเงินในพอร์ทผมไม่เยอะครับ ถึงจะขึ้นมา 100% ก็ยังนิดเดียวเองครับ ยังอิจฉาคุณเจ๋งเลย ได้ไปเที่ยวเมืองนอกด้วย ปีนี้ผมยังไม่ได้ไปไหนเลย อิจฉาจังเลย :cry: :cry:

ถามหน่อยนะครับเรื่องซื้อและขายหุ้น

โพสต์แล้ว: ศุกร์ ก.ย. 26, 2003 12:05 pm
โดย chatchai
ทำไมคุณ milkshaq ถึงไม่ชอบหุ้นที่ซื้อขายยากละครับ

คุณเชื่อไหมผมเคยลงทุนใน MANRIN ที่ประมาณ 6 บาท จำนวน 250,000 หุ้นครับ คุณคิดว่าผมใช้เวลาขายทั้งหมดภายในเวลากี่วันครับ

คุณเชื่อไหม ผมสามารถขายได้ทั้งหมดภายในวันเดียวที่ราคา 13.00 บาทครับ

ยิ่งคุณ milkshaq บอกว่ามูลค่าเงินลงทุนไม่มาก ยิ่งไม่เห็นต้องห่วงเรื่องสภาพคล่องเลยครับ

เพราะว่าคนส่วนใหญ่กลัวเรื่องสภาพคล่อง ทำให้มีหุ้นที่มีราคาต่ำกว่าพื้นฐานมากมาย

ปัจจุบันผมถือ WG เป็นแสนๆหุ้น ผมยังไม่กลัวเลย

หุ้นไม่มีสภาพคล่อง แต่ราคาต่ำกว่าพื้นฐาน ผมไม่กลัวตอนขายครับ ผมกลัวแต่ว่าจะซื้อไม่ได้ เพราะผมลงทุนมากพอสมควร

ถามหน่อยนะครับเรื่องซื้อและขายหุ้น

โพสต์แล้ว: เสาร์ ก.ย. 27, 2003 2:20 am
โดย milkshaq
ถึงคุณชาติชาย(ไม่รู้ถูกมั๊ย) คือเวลาผมซื้อหุ้น ผมจะเล่นหุ้นไม่เกิน 3-5 ตัวครับ ทีนี้ผมจะซื้อหุ้นไม้ละประมาณ 400000 บาท บางตัวมั่นใจมากก็อาจจะประมาณล้านกว่า ทีนี้อย่างหุ้นที่มีสภาพคล่องน้อย เช่นสมัยผมเล่น team ตอน บาทหกสิบ ช่องนึงมีคนตั้งขายสองสามหมื่นหุ้น เวลาจะซื้อ จะรำคาญมาก เพราะมันมีน้อย ซึ่งถามว่าหุ้นที่ซื้อขายยาก ณ.วันหนึ่งก็อาจจะซื้อขายง่ายก็ได้ ผมก็ไม่เถียงครับ เพียงแต่ผมมองตลาดอย่างนี้ หุ้นทั้งตลาดมี สี่ร้อยกว่าตัว ถ้าเราเลือกหุ้นที่เราคิดว่าดีที่สุดมา 3-5 ตัว ผมว่ายังมีหุ้นที่มีสภาพคล่องสูง และ p/e ต่ำ อีกทั้งอัตราการเจริญเติบโตดี และมี story ให้เล่น ให้เลือกครับ ดังนั้น ณ ช่วงเวลานี้ ผมจึงคิดว่าไม่จำเป็นที่จะต้องไปเลือกหุ้นที่มีสภาพคล่องต่ำ เพราะหุ้นที่มีสภาพคล่องต่ำ ไม่ได้มีศักยภาพที่จะให้ผลตอบแทนดึงดูดใจมากกว่าหุ้นที่คิดว่าดีที่สุด 3-5 ตัวที่ว่าครับ และหุ้น 3-5 ตัวที่ว่า ผมก็พบว่า ทั้งหมด ไม่ใช่หุ้นที่มีสภาพคล่องต่ำมากครับ