โดนขู่ซะแล้ว
โพสต์แล้ว: ศุกร์ ธ.ค. 09, 2005 3:58 am
http://www.bangkokbiznews.com/2005/12/0 ... s_id=58370
เอสวีโอเอเล็งทิ้งหุ้นไอที ซิตี้ 6%
8 ธันวาคม 2548 07:35 น.
อ้างขายทำกำไร เพื่อบริหารพอร์ตลงทุน และจะถือหุ้นไม่เกิน 30%
เอสวีโอเอใช้สิทธิแปลงสภาพหุ้น ไอที ซิตี้ ทำให้ถือหุ้นเพิ่มเป็น 36% ผู้บริหารเล็งขายทำกำไร 6% เหตุเป็นการบริหารพอร์ตลงทุนมูลค่า 50-60 ล้านบาท และมีนโยบายถือหุ้นไม่เกิน 30%
รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) ระบุว่า ในแบบรายการงานได้มา และจำหน่ายหลักทรัพย์ของหุ้นบริษัท ไอที ซิตี้ พบว่าบริษัท เอสวีโอเอ ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 ถือหุ้นไอที เพิ่มอีก 26.08 ล้านหุ้น คิดเป็น 8.09% ทำให้การถือหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 117.02 ล้านหุ้น คิดเป็น 36.31% จากเดิมที่ ถือหุ้นจำนวน 90.93 ล้านหุ้น คิดเป็น 28.22%
ด้าน นายสมพล เอกธีรจิตต์ ประธานเจ้าหน้าบริหาร บริษัท เอสวีโอเอ เปิดเผยว่า บริษัทได้ใช้สิทธิในการแปลงใบสำคัญแสดงสิทธิของหุ้นไอที ซิตี้ ทำให้การถือหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 36% ซึ่งบริษัทมีนโยบายที่จะถือหุ้นของไอทีไม่เกิน 30% ส่วนที่เกินจะขายทำกำไรออกมา เพื่อเป็นการบริหารพอร์ตลงทุนที่มีมูลค่าประมาณ 50-60 ล้านบาท
ทั้งนี้พอร์ตลงทุนของบริษัทมีนโยบายที่จะลงทุนเฉพาะหุ้นไอที ซิตี้ เท่านั้น และแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ การลงทุนระยะยาว เพื่อรับรู้ส่วนแบ่งกำไรเข้า บริษัท และการลงทุนเพื่อค้า โดยจะซื้อๆ ขาย เพื่อทำกำไรจากราคาหุ้น ซึ่งที่ผ่านมาทางสำนักงาน ก.ล.ต.ได้สั่งให้บริษัทรวมพอร์ตลงทุน ไว้เป็นส่วนเดียวกันไม่ ต้องแยกเวลาบันทึกบัญชี
"การลงทุนในหุ้นไอที ซิตี้ จะเป็นการลงทุนระยะยาว ขณะที่มีบางส่วนอาจจะเก็งกำไรบ้างแต่ไม่มากปีละประมาณ 5-10% ของจำนวนหุ้นที่ถืออยู่ ล่าสุดได้แปลงสิทธิวอร์แรนท์ทำให้ถือหุ้นเกินนโยบาย คงต้องขายเมื่อมีกำไร และไม่น่าจะมีผลกระทบกับราคาในกระดานมากนัก เพราะจำนวนหุ้นที่เทรดอยู่มี น้อย และเวลาจะขายจะดูช่วงที่ราคาหุ้นปรับตัวขึ้น" นายสมพล กล่าว
อย่างไรก็ตามหุ้นไอที เป็นหุ้นที่ไม่ค่อยมีสภาพคล่อง เพราะจำนวนหุ้นส่วนใหญ่ อยู่ในมือสถาบัน และผู้ถือหุ้นใหญ่ลงทุนระยะยาว และถ้าราคาหุ้นขยับขึ้น บริษัทถือว่าเป็นจังหวะที่ดีที่จะทำกำไรให้พอร์ตลงทุน แต่ปีนี้บริษัทยังไม่เคยมีการทำธุรกรรมซื้อ หรือขายหุ้นไอที
นายสมพล กล่าวว่า การดำเนินธุรกิจของบริษัท เอสวีโอเอในปีนี้ ในส่วนของกำไรสุทธิ อาจจะไม่เติบโตเมื่อเทียบกับปีก่อนเนื่องจากปีที่ผ่านมา มีกำไรจากรายการพิเศษ แต่ปีนี้จะเป็นกำไรจากการดำเนินงานทั้งหมด
ขณะเดียวกัน เมื่อผลประกอบการออกมาในทิศทางที่ไม่ดี ทำให้ราคาหุ้นเอสวีโอเอปรับตัวลงแรง จนกระทั่งในช่วงที่ผ่านมาราคาหุ้นปรับตัวลดลงต่ำกว่าราคาพาร์ 1 บาท โดยมาอยู่ที่ 0.99 บาท แต่เมื่อภาวะตลาดดีขึ้นราคาหุ้นก็ปรับตัวขึ้นได้ แต่ยังถือว่าอยู่ในระดับเมื่อเทียบกับปัจจัยพื้นฐาน
การเคลื่อนไหวราคาหุ้นเอสวีโอเอในรอบปี 2548 ราคาสูงสุดอยู่ที่ 2.12 บาท ณ วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2548 ราคาต่ำสุด 0.95 บาท ณ 23 พฤศจิกายน 2548 ราคาเฉลี่ย 1.53 บาทต่อหุ้น
ขณะที่ราคาหุ้นไอที ซิตี้ ในรอบปีราคาสูงสุดที่ 5.80 บาท ณ 11 กุมภาพันธ์ 2548 และต่ำสุด 3.60 บาท ณ 4 กรกฎาคม 2548 ส่วนราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 4.66 บาท
เอสวีโอเอเล็งทิ้งหุ้นไอที ซิตี้ 6%
8 ธันวาคม 2548 07:35 น.
อ้างขายทำกำไร เพื่อบริหารพอร์ตลงทุน และจะถือหุ้นไม่เกิน 30%
เอสวีโอเอใช้สิทธิแปลงสภาพหุ้น ไอที ซิตี้ ทำให้ถือหุ้นเพิ่มเป็น 36% ผู้บริหารเล็งขายทำกำไร 6% เหตุเป็นการบริหารพอร์ตลงทุนมูลค่า 50-60 ล้านบาท และมีนโยบายถือหุ้นไม่เกิน 30%
รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) ระบุว่า ในแบบรายการงานได้มา และจำหน่ายหลักทรัพย์ของหุ้นบริษัท ไอที ซิตี้ พบว่าบริษัท เอสวีโอเอ ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 ถือหุ้นไอที เพิ่มอีก 26.08 ล้านหุ้น คิดเป็น 8.09% ทำให้การถือหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 117.02 ล้านหุ้น คิดเป็น 36.31% จากเดิมที่ ถือหุ้นจำนวน 90.93 ล้านหุ้น คิดเป็น 28.22%
ด้าน นายสมพล เอกธีรจิตต์ ประธานเจ้าหน้าบริหาร บริษัท เอสวีโอเอ เปิดเผยว่า บริษัทได้ใช้สิทธิในการแปลงใบสำคัญแสดงสิทธิของหุ้นไอที ซิตี้ ทำให้การถือหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 36% ซึ่งบริษัทมีนโยบายที่จะถือหุ้นของไอทีไม่เกิน 30% ส่วนที่เกินจะขายทำกำไรออกมา เพื่อเป็นการบริหารพอร์ตลงทุนที่มีมูลค่าประมาณ 50-60 ล้านบาท
ทั้งนี้พอร์ตลงทุนของบริษัทมีนโยบายที่จะลงทุนเฉพาะหุ้นไอที ซิตี้ เท่านั้น และแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ การลงทุนระยะยาว เพื่อรับรู้ส่วนแบ่งกำไรเข้า บริษัท และการลงทุนเพื่อค้า โดยจะซื้อๆ ขาย เพื่อทำกำไรจากราคาหุ้น ซึ่งที่ผ่านมาทางสำนักงาน ก.ล.ต.ได้สั่งให้บริษัทรวมพอร์ตลงทุน ไว้เป็นส่วนเดียวกันไม่ ต้องแยกเวลาบันทึกบัญชี
"การลงทุนในหุ้นไอที ซิตี้ จะเป็นการลงทุนระยะยาว ขณะที่มีบางส่วนอาจจะเก็งกำไรบ้างแต่ไม่มากปีละประมาณ 5-10% ของจำนวนหุ้นที่ถืออยู่ ล่าสุดได้แปลงสิทธิวอร์แรนท์ทำให้ถือหุ้นเกินนโยบาย คงต้องขายเมื่อมีกำไร และไม่น่าจะมีผลกระทบกับราคาในกระดานมากนัก เพราะจำนวนหุ้นที่เทรดอยู่มี น้อย และเวลาจะขายจะดูช่วงที่ราคาหุ้นปรับตัวขึ้น" นายสมพล กล่าว
อย่างไรก็ตามหุ้นไอที เป็นหุ้นที่ไม่ค่อยมีสภาพคล่อง เพราะจำนวนหุ้นส่วนใหญ่ อยู่ในมือสถาบัน และผู้ถือหุ้นใหญ่ลงทุนระยะยาว และถ้าราคาหุ้นขยับขึ้น บริษัทถือว่าเป็นจังหวะที่ดีที่จะทำกำไรให้พอร์ตลงทุน แต่ปีนี้บริษัทยังไม่เคยมีการทำธุรกรรมซื้อ หรือขายหุ้นไอที
นายสมพล กล่าวว่า การดำเนินธุรกิจของบริษัท เอสวีโอเอในปีนี้ ในส่วนของกำไรสุทธิ อาจจะไม่เติบโตเมื่อเทียบกับปีก่อนเนื่องจากปีที่ผ่านมา มีกำไรจากรายการพิเศษ แต่ปีนี้จะเป็นกำไรจากการดำเนินงานทั้งหมด
ขณะเดียวกัน เมื่อผลประกอบการออกมาในทิศทางที่ไม่ดี ทำให้ราคาหุ้นเอสวีโอเอปรับตัวลงแรง จนกระทั่งในช่วงที่ผ่านมาราคาหุ้นปรับตัวลดลงต่ำกว่าราคาพาร์ 1 บาท โดยมาอยู่ที่ 0.99 บาท แต่เมื่อภาวะตลาดดีขึ้นราคาหุ้นก็ปรับตัวขึ้นได้ แต่ยังถือว่าอยู่ในระดับเมื่อเทียบกับปัจจัยพื้นฐาน
การเคลื่อนไหวราคาหุ้นเอสวีโอเอในรอบปี 2548 ราคาสูงสุดอยู่ที่ 2.12 บาท ณ วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2548 ราคาต่ำสุด 0.95 บาท ณ 23 พฤศจิกายน 2548 ราคาเฉลี่ย 1.53 บาทต่อหุ้น
ขณะที่ราคาหุ้นไอที ซิตี้ ในรอบปีราคาสูงสุดที่ 5.80 บาท ณ 11 กุมภาพันธ์ 2548 และต่ำสุด 3.60 บาท ณ 4 กรกฎาคม 2548 ส่วนราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 4.66 บาท