บ้านไร่กาแฟ เข้าตลาด MAI
โพสต์แล้ว: อังคาร พ.ย. 08, 2005 3:08 pm
"บ้านใร่"แต่งตัวเข้าตลาดใหม่...ลูกค้านลท.ผวาภาพราคาแพง
โปรย ...."บ้านใร่กาแฟ"ฝันเข้าระดมทุนตลาด MAI เน้นลุยปรับทิศทางธุรกิจ แต่ยังยืนยันราคาขายแบบเดิม ด้านลูกค้า-นักลงทุนหวั่นภาพลักษณ์ในเรื่องราคา ชี้นโยบายสวนทางชูความเป็นแบรนด์ไทย แต่ราคาระดับอินเตอร์
นายรุ่งเรือง น้ำคำ ผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์ธุรกิจ ส่วนวิเคราะห์และพัฒนาธุรกิจ บริษัท ออกแบบไร่นา (ประเทศไทย) จำกัด ผู้บริหารร้านบ้านใร่กาแฟ เปิดเผยว่า ในปีหน้าบริษัทฯคาดว่าโครงสร้างรายได้ของบริษัทฯจะเปลี่ยนแปลงไปโดยจะมาจากยอดขายของสาขาประมาณ 11 ล้านบาทต่อเดือน โดยจะเพิ่มขึ้นประมาณ 20% และจะมาจากยอดขายของผลิตภัณฑ์ที่เป็นอินสแตนท์ 5-10 ล้านบาทต่อเดือนจาก ขณะนี้ 5 แสนบาทต่อเดือน และรายได้อื่นๆ 1 ล้านบาทต่อเดือน โดยคาดว่าปีหน้าจะมีรายได้รวม 270 ล้านบาท จากปีที่แล้วที่มีรายได้ 130 ล้านบาท และปีนี้คาดว่ารายได้จะใกล้เคียงกับปีที่แล้ว
โดยรายได้จากกาแฟอินสแตนท์จะเพิ่มขึ้น มาจากการเพิ่มผลิตภัณฑ์และเพิ่มจุดขาย จากเวลานี้ที่มี กาแฟกลับบอร์กอินสแตนท์ทองส้มราคา 70 บาท และทองดำราคา 105 บาท และมีจุดขายเป็นร้านโชวห่วยประมาณ 600 จุดกระจายอยู่ในสระบุรีและปทุมธานี คาดว่าปีหน้าจะเพิ่มเป็น 2,000 จุด และจะขยายเข้าโมเดิร์นเทรดด้วย
ส่วนการเปิดสาขาในปีหน้าจะเน้นเป็นร้านที่เป็นจุดขายย่อยประมาณ 20 จุดลงทุน 2 แสนบาทต่อจุด จากปัจจุบันที่มีร้านเปิดบริการ 90 แห่ง กระจายอยู่ตามปั๊มน้ำมันเจทมากที่สุด โดยกาแฟที่จำหน่ายดีที่สุดอยู่ในระดับราคา 80 บาท และรองลงมาคือระดับราคา 50-60 บาท
ล่าสุดบริษัทฯได้เปิดตัวโครงการ บัตรสมาชิก จริงใจแบบไทย บ้านใร่กาแฟ โดยตั้งเป้าหมายที่จะมียอดสมาชิกในช่วง 2 เดือนนี้ประมาณ 5,000 ราย และปีหน้าจะเพิ่มอีก 10,000 รายซึ่งที่ผ่านมามีแต่ลูกค้าประจำแต่ยังไม่เคยทำบัตรสมาชิก โดยมีฐานลูกค้าเฉลี่ย 50,000 คนต่อเดือน แต่มีปริมาณการเข้าซื้อผลิตภัณฑ์ในร้านประมาณ 200,000 ครั้งต่อเดือน ซึ่งบัตรดังกล่าวจะมีส่วนลดให้กับลูกค้า
"ที่ผ่านมาเราปรับราคาไปประมาณ 3 ครั้ง ทำให้ราคาเราค่อนข้างสูงขึ้น และอาจจะมีบ้างที่ลูกค้าหายไปบ้างส่วนหนึ่ง แต่ก็ไม่มีผลกระทบมากเท่าใดและเราก็ไม่เคยทำส่วนลดให้กับลูกค้า ครั้งนี้จะเป็นครั้งที่สำคัญที่เกิดขึ้น"
นอกจากนั้นยังมีแผนที่จะนำบริษัทฯเข้าตลาดหลักทรัพย์ใหม่ด้วยโดยปัจจุบันมีทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท ซึ่งนายสายชล พเยาว์น้อย ประธานบริษัทถือหุ้นใหญ่และจะลดเหลือ 51% ที่เหลือกระจายให้ผู้อื่น และเตรียมที่จะลงจากตำแหน่งภายในวันที่ 1 กรกฎาคมปีหน้า
อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ กลุ่มลูกค้าระดับกลางๆ จำนวนมากของ"บ้านใร่กาแฟ" มีความคิดเห็นที่ค่อนข้างลบในเรื่องของราคา ทั้งๆ ที่เป็นแบรนด์ของคนไทย แต่กลับมีราคาสูงเทียบเท่าร้านกาแฟดังๆ ที่มาจากต่างประเทศ
ขณะที่ความคิดเห็นเกี่ยวกับนักลงทุน ที่มองว่า "บ้านไร่"จะเข้าระดมทุนในสตลาดใหม่(MAI) นั้น คงจะต้องมีการพิจารณาในเรื่องของปรับราคาขาย แต่ยอมรับว่าโปรดักส์"บ้านใร่"เป็นสินค้าที่มีคุณภาพดี แต่การชูประเด็นในเรื่องของความเป็นไทย กับการตั้งราคาจำหน่าย ค่อนข้างมีความขัดแย้งกันอยู่ในตัวเอง
โปรย ...."บ้านใร่กาแฟ"ฝันเข้าระดมทุนตลาด MAI เน้นลุยปรับทิศทางธุรกิจ แต่ยังยืนยันราคาขายแบบเดิม ด้านลูกค้า-นักลงทุนหวั่นภาพลักษณ์ในเรื่องราคา ชี้นโยบายสวนทางชูความเป็นแบรนด์ไทย แต่ราคาระดับอินเตอร์
นายรุ่งเรือง น้ำคำ ผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์ธุรกิจ ส่วนวิเคราะห์และพัฒนาธุรกิจ บริษัท ออกแบบไร่นา (ประเทศไทย) จำกัด ผู้บริหารร้านบ้านใร่กาแฟ เปิดเผยว่า ในปีหน้าบริษัทฯคาดว่าโครงสร้างรายได้ของบริษัทฯจะเปลี่ยนแปลงไปโดยจะมาจากยอดขายของสาขาประมาณ 11 ล้านบาทต่อเดือน โดยจะเพิ่มขึ้นประมาณ 20% และจะมาจากยอดขายของผลิตภัณฑ์ที่เป็นอินสแตนท์ 5-10 ล้านบาทต่อเดือนจาก ขณะนี้ 5 แสนบาทต่อเดือน และรายได้อื่นๆ 1 ล้านบาทต่อเดือน โดยคาดว่าปีหน้าจะมีรายได้รวม 270 ล้านบาท จากปีที่แล้วที่มีรายได้ 130 ล้านบาท และปีนี้คาดว่ารายได้จะใกล้เคียงกับปีที่แล้ว
โดยรายได้จากกาแฟอินสแตนท์จะเพิ่มขึ้น มาจากการเพิ่มผลิตภัณฑ์และเพิ่มจุดขาย จากเวลานี้ที่มี กาแฟกลับบอร์กอินสแตนท์ทองส้มราคา 70 บาท และทองดำราคา 105 บาท และมีจุดขายเป็นร้านโชวห่วยประมาณ 600 จุดกระจายอยู่ในสระบุรีและปทุมธานี คาดว่าปีหน้าจะเพิ่มเป็น 2,000 จุด และจะขยายเข้าโมเดิร์นเทรดด้วย
ส่วนการเปิดสาขาในปีหน้าจะเน้นเป็นร้านที่เป็นจุดขายย่อยประมาณ 20 จุดลงทุน 2 แสนบาทต่อจุด จากปัจจุบันที่มีร้านเปิดบริการ 90 แห่ง กระจายอยู่ตามปั๊มน้ำมันเจทมากที่สุด โดยกาแฟที่จำหน่ายดีที่สุดอยู่ในระดับราคา 80 บาท และรองลงมาคือระดับราคา 50-60 บาท
ล่าสุดบริษัทฯได้เปิดตัวโครงการ บัตรสมาชิก จริงใจแบบไทย บ้านใร่กาแฟ โดยตั้งเป้าหมายที่จะมียอดสมาชิกในช่วง 2 เดือนนี้ประมาณ 5,000 ราย และปีหน้าจะเพิ่มอีก 10,000 รายซึ่งที่ผ่านมามีแต่ลูกค้าประจำแต่ยังไม่เคยทำบัตรสมาชิก โดยมีฐานลูกค้าเฉลี่ย 50,000 คนต่อเดือน แต่มีปริมาณการเข้าซื้อผลิตภัณฑ์ในร้านประมาณ 200,000 ครั้งต่อเดือน ซึ่งบัตรดังกล่าวจะมีส่วนลดให้กับลูกค้า
"ที่ผ่านมาเราปรับราคาไปประมาณ 3 ครั้ง ทำให้ราคาเราค่อนข้างสูงขึ้น และอาจจะมีบ้างที่ลูกค้าหายไปบ้างส่วนหนึ่ง แต่ก็ไม่มีผลกระทบมากเท่าใดและเราก็ไม่เคยทำส่วนลดให้กับลูกค้า ครั้งนี้จะเป็นครั้งที่สำคัญที่เกิดขึ้น"
นอกจากนั้นยังมีแผนที่จะนำบริษัทฯเข้าตลาดหลักทรัพย์ใหม่ด้วยโดยปัจจุบันมีทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท ซึ่งนายสายชล พเยาว์น้อย ประธานบริษัทถือหุ้นใหญ่และจะลดเหลือ 51% ที่เหลือกระจายให้ผู้อื่น และเตรียมที่จะลงจากตำแหน่งภายในวันที่ 1 กรกฎาคมปีหน้า
อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ กลุ่มลูกค้าระดับกลางๆ จำนวนมากของ"บ้านใร่กาแฟ" มีความคิดเห็นที่ค่อนข้างลบในเรื่องของราคา ทั้งๆ ที่เป็นแบรนด์ของคนไทย แต่กลับมีราคาสูงเทียบเท่าร้านกาแฟดังๆ ที่มาจากต่างประเทศ
ขณะที่ความคิดเห็นเกี่ยวกับนักลงทุน ที่มองว่า "บ้านไร่"จะเข้าระดมทุนในสตลาดใหม่(MAI) นั้น คงจะต้องมีการพิจารณาในเรื่องของปรับราคาขาย แต่ยอมรับว่าโปรดักส์"บ้านใร่"เป็นสินค้าที่มีคุณภาพดี แต่การชูประเด็นในเรื่องของความเป็นไทย กับการตั้งราคาจำหน่าย ค่อนข้างมีความขัดแย้งกันอยู่ในตัวเอง